ตอนที่ 41
ตอนที่ 41
ผู้คนในชนเผ่านั้นเริ่มออกมาดูสถานการณ์ที่หน้าประตูเมือง แต่เมื่อพวกเขามานั้นก็เห็นเพียงแค่เศษซากของกำแพงและประตูเมืองเท่านั้นทำให้พวกเขานั้นตกตะลึงเป็นอย่างมาก
แม้แม่เฒ่าจิงย่อมไม่ต้องการให้เรื่องอื้อฉาวนี้แพร่สะพัดออกไป นางรีบตะโกนสั่งกองกำลังของเผ่าม้าน้ำที่ยังคงอยู่ในบริเวณ
“พวกเจ้าทุกคนนั้นรีบไสหัวออกไป” เมื่อนักรบชนเผ่านั้นได้ยินพวกเขาก็ทยอยไล่ผู้คนที่มุงดูนั้นออกไป
แต่ถึงพวกเขาจะไล่ไปเท่าไหร่ก็มีผู้คนเข้ามาสมทบมากยิ่งขึ้นเนื่องจากว่าบันดาลชนชั้นสูงของชนเผ่าม้าน้ำต่างพากองกำลังของตนมาที่หน้าประตูเมือง เมื่อแม่เฒ่าจิงเห็นเช่นนี้นางก็ได้แต่ถอนหายใจ
“ท่านแม่เฒ่าจิงเกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นรึ” ชนชั้นสูงที่นำกองกำลังมาถึงก่อนนั้นได้สอบถามแม่เฒ่าจิง แม่เฒ่าจึงบอกรายละเอียดไปแต่เมื่อชนชั้นสูงรับรู้เหตุการณ์เขาก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มข่มขืนอยู่ในใจใครจะไปสามารถต่อกรกับตระกูลไป๋ได้กัน
จวบจนกระทั่งเงาร่างสีดำพุ่งลงมาจากฟากฟ้า เหล่าผู้ที่ชุมนุมอยู่จึงส่งเสียงเรียกด้วยความเคารพ “ท่านผู้นำชนเผ่า”
สีหน้าของจิงหยีราวกับก้อนน้ำแข็ง มือหิ้วร่างของชายหนุ่มรูปงามเดินฝ่ากลุ่มคนที่ตกตะลึงเข้าไป พวกมันย่อมรู้จักดีว่าชายหนุ่มผู้นี้คือจิงมู่ซึ่งเป็นหลานชายที่จิงหยีรักตามใจมากที่สุด
จิงหยีทุ่มเหวี่ยงร่างของจิงมู่ลงบนพื้นที่เบื้องหน้าจนใบหน้าของมันกระแทกกับพื้นดินพลิกกลิ้งไปหลายตลบ ร่างงามสง่าบัดนี้เต็มไปด้วยบาดแผลและคราบดินสกปรกมอมแมมจนแทบไม่เหลือราศีที่เคยมี
“นายน้อยไป๋ซิงข้านำตัวมันมามอบต่อท่านแล้ว” จิงหยีกล่าวด้วยน้ำเสียงเงียบขรึมและยืนเคียงข้างแม่เฒ่าจิงจ้องมองจิงมู่ที่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น
“เจ้าคือจิงมู่” เมื่อไป๋ซิงเห็นจิงมู่เขานั้นสงบเป็นอย่างมาก
จิงมู่จ้องมองไปรอบๆ เด็กหนุ่มตรงหน้าของมันนั้นทำให้มันรับรู้ได้แรงกดดันมหาศาลที่มันไม่สามารถต้านทานได้ เมื่อผู้คนโดยรอบนั้นรับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่ออกมาจากเด็กหนุ่มก็ได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าเงยหน้าสูง
“ข้าจิงมู่นอมคำนับนายน้อย” จิงมู่โค้งคำนับอย่างนอบน้อม
“จิงมู่เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าทำสิ่งใดผิดพลาด”
ไป๋ซิงกล่าวถามด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาราบเรียบ ทว่าหัวใจของจิงมู่สั่นสะท้านมันรู้สึกได้ถึงรังสีฆ่าฟันอันเข้มข้นในน้ำเสียงนั้น
“ข้าไม่อาจทราบได้” จิงมู่รวบรวมความกล้าชั่วครู่ค่อยเอ่ยต่อไป “ท่านมาเพื่อสังหารข้า”
“ถูกต้อง”
ทั่วทั้งบริเวณถูกปกคลุมด้วยความเงียบในทันที
ไม่ว่าจะเป็นแม่เฒ่าจิง จิงหยี หรือเหล่าผู้อาวุโสของเผ่าม้าน้ำที่ยืนอยู่โดยรอบล้วนไม่กล้าเอ่ยปากสอดคำ ด้วยประสบการณ์ของพวกมันย่อมสังเกตออกว่าในยามนี้ไม่ว่าพูดอะไรออกไปก็ล้วนเปล่าประโยชน์
“นายน้อยไป๋ซิง ในเมื่อท่านต้องการสังหารข้าให้จงได้ ข้าย่อมไม่มีหนทางเลือกอื่นใดนอกจากความตาย” เมื่อตัดสินใจยอมรับชะตากรรม ใบหน้าของมันกลับสงบนิ่งลงอย่างน่าประหลาด
“แต่ท่านสามารถบอกได้หรือไม่ว่าที่ต้องการชีวิตข้านั้นที่แท้มีสาเหตุมาจากเรื่องอันใด”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าหญิงสาวรับใช้ของข้านั้นเป็นคนของเผ่าพยัคฆ์ดำ”
เมื่อจิงมู่ได้ยินสิ่งที่ไป๋ซิงพูดออกมานั้นร่างกายของมันนั้นสั่นสะเทือน มันรู้แล้วว่ามันทำสิ่งใดผิดพลาด
ไป๋ซิงเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็วชกหมัดออกไป 5 ครั้งล้วน หมัดที่หนึ่งนั้นทำลายจุดตันเถียนทำให้อนาคตของจิงมู่จบลง หมัดที่สองทำลายแขนซ้าย หมัดที่สามทำลายแขนขวา หมัดที่สี่ทำลายขาซ้ายและหมัดที่ห้าทำลายขาขวา
การเคลื่อนไหวของไป๋ซิงผู้คนที่อยู่ที่นี่นั้นไม่สามารถรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของเขาได้ แม้แต่แม่เฒ่าจิงที่คาดว่าจะมีฝีมือแข็งแกร่งที่สุดก็ไม่สามารถรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของเขาได้
“เพียงเพราะสตรีนางหนึ่งเท่านั้น นายน้อยไป๋ซิงต้องการสังหารข้าเพียงเพราะสตรีนางหนึ่งเท่านั้น”
“ใช่เจ้าก็ทำเพียงเพื่อสตรีนางเดียวเท่านั้น ข้าก็ทำเพื่อนางเช่นกัน เจ้าได้ทำลายชีวิตของน้องสาวของนางสิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนนั้นก็คือชีวิตของเจ้า”
จิงมู่ที่มองเห็นการตายโดยไม่หวั่นหวาดกลับไม่อาจยอมรับเหตุผลนี้ได้ มันที่ยึดถือสตรีเป็นเพียงเครื่องเล่นตลอดมากลับต้องจบชีวิตลงเพียงเพราะสตรีนางหนึ่ง และจะให้มันเลยยอมรับได้อย่างไร
“ข้ายินดีชดใช้ด้วยทุกสิ่งขอเพียงนายน้อยละเว้นชีวิตจะให้ข้าชดใช้สักกี่ร้อยกี่พันเท่าก็ย่อมได้”
“เจ้าคงเห็นสตรีเป็นของเล่นชิ้นนึงสินะ แต่ถึงนางจะเป็นสาวใช้ของข้าแต่ผู้คนของนางนั้นก็คือพวกคนของข้าไม่มีใครสามารถแตะต้องผู้คนของข้าได้ไม่ว่าใครก็ตาม”
ใบหน้าของจิงมู่ซีดเซียวไร้สีเลือด มันชักดึงมีดสั้นออกมาแล้วกล่าววาจาพลางปักมีดลงบนขั้วหัวใจ “ในเมื่อข้าล่วงเกินนายน้อยข้าย่อมสมควรตาย ข้าจิงมู่ขอจบชีวิตตนเองโดยมิต้องให้มือของนายน้อยต้องแปดเปื้อน” จิงมู่ยกแขนที่เจ็บปวดมือกำมีดไว้แน่นและกำลังจะแทงเข้าสู่หัวใจ
เป้ง
ดาบของไป๋ตี้กระแทกมีดสั้นของจิงมู่จนร่วงลงสู่พื้น
“เมื่อนายน้อยของข้ายังไม่ต้องการให้เจ้าตาย เจ้าก็ไม่สามารถที่จะจบชีวิตของตนเองได้”
ผู้คนที่ได้ยินนั้นต่างสั่นสะเทือน
“ข้าจะปล่อยให้เจ้าตายง่ายๆได้อย่างไร สิ่งที่เจ้าต้องชดใช้นั้นข้าจะให้เจ้าชดใช้อย่างสาสม”
ไป๋ซิงไม่สนใจต่อสายตาที่จับจ้องของจิงมู่และผู้คนของเผ่าม้าน้ำ เขาหันไปออกคำสั่ง “ไป๋จง”
“นายน้อย” ไป๋จงก้าวเท้าออกมาขานรับคำสั่ง
“จัดการมันด้วยการเอามันไปแขวนไว้ที่จุดสูงสุดของชนเผ่าม้าน้ำ”
ใบหน้าที่ขาวซีดอยู่แล้วของจิงมู่ยิ่งขาวซีดลงไปอีก การแขวนนั้นคือการประจานด้วยการถูกมัดมือมัดเท้าอยู่กลางอากาศจากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้ให้อดน้ำอดอาหารท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา นี่ถือเป็นการลงโทษขั้นร้ายแรงอีกอย่างหนึ่งและเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของมันจนถึงที่สุด
เพราะการลงโทษอย่างนี้คนที่ถูกลงโทษนั้นจะรับรู้ถึงสายตาของการดูแคลนดูหมิ่นเหยียดหยามของผู้ที่มีฐานะต่ำต้อยกว่าและท่ามกลางเสียงสาปแช่งประนามของผู้คนเหล่านั้น
ยิ่งเป็นบุคคลที่มันเคยทำให้เครียดแค้นผู้คนเหล่านั้นจะยิ่งดูถูกเหยียดหยามมันจนถึงที่สุดนี่คือความอัปยศอดสูถึงตายแล้วก็ไม่อาจลบล้างได้
“ท่านพ่อ” เด็กชายคนหนึ่งส่งเสียงร่ำไห้เมื่อเห็นบิดาของตนเองพลางวิ่งออกมาจากกลุ่มผู้คน
“ท่านพ่อ” เด็กชายส่งเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นถึงบิดาของมันจะเข้มงวดถึงเพียงไหน มันก็ทราบดีถึงความรักของบิดาที่มีให้กับมัน
“ไสหัวไป” จิงมู่รีบส่งเสียงร้องตวาด
“นำตัวเขาออกไป” ทหารนำตัวของเด็กชายคนนั้นออกไป แต่เด็กน้อยกลับพยายามดิ้นรนขัดขืนจนสุดแรง สายตาจ้องมองไปที่ใบหน้าของไป๋ซิงด้วยความเจ็บแค้นอาฆาต
“เด็กน้อยเจ้าเครียดแค้นข้าอย่างนั้นรึ” เมื่อจิงมู่ได้ยินสิ่งที่ไป๋ซิงพูดออกมาใบหน้าของเขายิ่งซีดเซียว
“ไปซะ” จิงมู่ตวาดใส่เด็กชาย หลังจากนั้นทหารของชนเผ่าก็นำตัวเด็กชายออกไปได้
ทหารเกาะดำสองนายนำตัวจิงมู่ที่ถูกผูกแขนขาไว้อย่างหนาแน่นจากนั้นก็นำตัวเขาไปแขวนไว้ที่จุดสูงสุดของชนเผ่า ในสายตาของชาวเผ่าม้าน้ำที่แวดล้อมมีทั้งสมเพชเวทนา มีทั้งดีใจในเคราะห์กรรมของผู้อื่น สร้างความเจ็บปวดอับอายให้แก่จิงมู่ที่เหยียบย่ำผู้คนอยู่ใต้เท้าเสมอมายิ่งกว่าบาดแผลบนร่าง
“สายตาของเด็กคนนั้นเต็มไปด้วยความเครียดแค้นนายน้อยจะไม่ทำอะไรเลยหรือขอรับ เมื่อตัดไม้เราต้องขุดรากถอนโคน” สายตาของไป๋ซิงจ้องมองไป๋จง “ข้ารู้แต่เด็กคนนั้นไม่ผิด”
“ข้าจะอยู่ที่นี่อีกหลายวัน เมื่อจิงมู่สิ้นใจข้าก็จะจากไป” ไป๋ซิงหันไปกล่าวกับจิงหยี
ผู้คนที่รุมล้อมล้วนรับฟังจนร่างสั่นสะท้าน พวกมันสามารถรับรู้ถึงความโกรธภายในน้ำเสียงนั้นอย่างชัดเจน
“ข้าจะให้คนเตรียมที่พักให้นายน้อย” จิงหยีกล่าว
“ไม่เป็นไรข้าจะพักอยู่ที่ค่ายพักของทหารเกาะดำ”
สามวันผ่านไป
ไป๋ซิงจ้องมองซากร่างที่ถูกจิกกินจนไม่เหลือชิ้นดีนั้นอย่างเย็นชาก่อนที่จะนำไป๋ตี้และไป๋จงและทหารเกราะดำควบขี่สัตว์ร้ายสีดำจากไป
**********
ในชนเผ่าแม่น้ำ จิงหยีนั่งดื่มสุราอย่างเงียบงันตรงเบื้องหน้าของเขานั้นมีเด็กชายที่เป็นบุตรของ จิงมู่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า
“ลี่เอ๋อ” จิงหยียกจอกสุราที่จัดสร้างจากกระโหลกสัตว์ร้ายกรอกลงคอ “เจ้าบอกข้าอีกครั้ง ว่ายังคิดสังหารนายน้อยไป๋ซิงอยู่หรือไม่”
“ข้าจะแก้แค้นเพื่อท่านพ่อ” เด็กหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
จิงหยีทอดถอนหายใจกล่าวพึมพำด้วยเสียงอันอ่อนโยน “ความแค้นส่วนตัวของเจ้าจะเป็นต้นเหตุแห่งหายนะของเผ่าม้าน้ำ ความแค้นของเจ้าเจ้าต้องเป็นผู้สะสางมันด้วยตนเอง”
“ทหาร” จิงหยีตะโกนเรียก หลังจากนั้นมีข้ารับใช้ส่วนตัวของหัวหน้าเผ่าม้าน้ำรีบตรงเข้ามาคุกเข่ารอรับคำสั่ง
“ประหารบริวารของจิงมู่ให้หมดสิ้น ขายสตรีทุกคนของมันออกไปเป็นทาส”
“น้อมรับคำสั่ง” ข้ารับใช้คนนั้นได้ออกไป
“ท่านปู” เด็กชายส่งเสียงร้องออกมาหนึ่งในสตรีที่จะถูกขายนั้นก็คือมารดาของมันเช่นกัน
“ในเมื่อเจ้าเลือกจะล้างแค้นเจ้าต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง”
“ท่านปู่ได้โปรดปราณีด้วยปล่อยท่านแม่ของข้าไป ท่านจะขับไล่ข้าออกจากเผ่าข้าก็ยอมแต่ขอให้ปล่อยท่านแม่ของข้อไป”
“ตัวเจ้าต้องทำทุกอย่างแล้วนำมันกลับคืนมาด้วยตนเองนี่ถือเป็นการทดสอบอย่างหนึ่งในชีวิตของเจ้าเมื่อเจ้าทำได้สำเร็จเจ้าจะเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแน่นอน” เด็กชายได้แต่นิ่งเงียบ ถึงจะรู้เจตนาของท่านปู่แต่เขาก็ไม่สามารถปล่อยให้แม่ของเขาไปได้
“นายท่าน หรือว่าท่านจะขายภรรยาของนายน้อยเจี้ยงหยีไปเป็นทาสจริงๆ” เงาร่างสายหนึ่งเอ่ยถามจากมุมมืดของห้อง
จิงหยีผงกศีรษะ ระหว่างที่จิงมู่โดนแขนประจานนั้นมันได้ส่งคนออกไปสืบส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด จึงได้ดูเรื่องมาว่าเรื่องเกิดจากเด็กสาวชนเผ่าพยัคฆ์ดำ เมื่อเขารู้เรื่องเช่นนั้นแล้วเขาจึงส่งคนไปสังหารผู้ที่สมรู้ร่วมคิดกับเรื่องนี้ทั้งหมด
“ทำเช่นนี้นายน้อยไป๋ซิงจะไม่เอาเรื่องกับชนเผ่าของเรา”
“สำหรับลี่เอ๋อ ความเกลียดชังที่มีต่อนายน้อยไป๋ซิงของมันชัดแจ้งจนเกินไป ข้าทดลองสอบถามมันหลายครั้งแล้วแต่คำตอบของมันก็ซื่อตรงต่อใจตนเอง” มันอดมิได้ต้องส่ายหน้าทอดถอนใจ
เงาร่างในความมืดนิ่งสงบรับฟัง
“เจ้าสาม” จิงหยีพลันกล่าวด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง
“น้อมรับคำสั่ง” เงาร่างในความมืดรีบรับคำ
“เจ้าลอบนำตัวลี่เอ๋อออกจากชนเผ่าให้เร็วที่สุด เจ้าจงแฝงตัวเข้าไปอยู่ภายในอาณาเขตที่อยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลฟง เมื่อมันต้องการสังหารไป๋ซิงเต็มอก เมื่อมันขยันฝึกฝนเจ้าต้องฝึกฝนมันให้ดี หากมันลืมเลื่อนความแค้นและละเลยการฝึกฝนเจ้าจงสังหารมันเสียแล้วเดินทางกลับมา”
เงาร่างของผู้ถูกเรียกว่าเจ้าสามรับคำสั่งและหายตัวไปในความมืด
ความแค้นถือเป็นพลังอย่างหนึ่งเมื่อคนพูดหนึ่งเครียดแค้นชิงชังมันจะเป็นแรงผลักดันให้คนผู้นั้นทำทุกวิถีที่จะแก้แค้นให้สำเร็จ
*********************************************************************
ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ
ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel
https://www.youtube.com/channel/UCq0jhJfgu3BFHkCtMgcTBcQ