ตอนที่ 45

ตอนที่ 45

“ตรวจสอบว่ามีคนบาดเจ็บเท่าไหร่ มีใครเสียชีวิตบ้าง” ไป๋ฉีสั่งทหารข้างๆ

“ขอรับ” ทหารนายนั้นรีบทำตามคำสั่งทันทีเขาตรวจสอบผู้บาดเจ็บและตรวจสอบว่ามีคนเสียชีวิตไหม

ไป๋ฉีมองเข้าไปในใจกลางของหุบเขาหมาป่าทะยานฟ้า บริเวณที่ไป๋ซิงหายไปเขารู้ได้ทันทีว่าบริเวณนั้นมีทางเข้ามิติลึกลับอยู่ มิติลึกลับนั้นเป็นสถานที่ที่อันตรายมากทำให้เขานั้นเป็นห่วงบุตรชายของเขาเป็นอย่างยิ่ง

“นายท่านมีผู้บาดเจ็บ 10 คนและผู้บาดเจ็บสาหัส 20 กว่าคนและไม่มีใครเสียชีวิต” นายทหารนายนั้นรีบรายงาน

“พวกเจ้ารีบนำยารักษารีบไปรักษาผู้บาดเจ็บ” ระหว่างที่จัดแจงเรื่องต่างๆนั้นมีแผ่นหยกสีดำสั่นขึ้นมา


**********

ภายในบ้านเขตปกครองตะวันตก

เหม่ยเฟิ่งนั่งเล่นพิณในศาลา ด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบลมพัดเบาๆมีนก 2-3 ตัวเกาะอยู่บริเวณศาลาคอยฟังเสียงพิณที่บรรเลงโดยเหม่ยเฟิ่ง เสียงเพลงก้องกังวานทำให้ผู้ที่ได้ยินเสียงนั้นจะรู้สึกสงบและสบายใจ

แต่ในขณะนั้นเอง เหม่ยเฟิ่งนางได้หยุดเล่นกะทันหันเมื่อรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของบางสิ่งเมื่อนางยกมือดูบางสิ่งเมื่อเห็นมันทำให้นางนั้นตกใจเป็นอย่างมาก

“มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง” มีสาวใช้ปรากฏตัวขึ้นในศาลาอย่างเงียบเชียบ

“ไปเอาหยกสื่อสารมา” สาวใช้นางนั้นก็หายตัวไปและกลับมาพร้อมแผ่นหยกสีดำ นางรีบส่งแผ่นหยกสีดำเหม่ยเฟิ่งอย่างรวดเร็ว

“ไป๋ฉี” เมื่อไป๋ฉีหยิบแผ่นหยกสื่อสารขึ้นมาก็ได้ยินเสียงของภรรยาของตัวเองแต่น้ำเสียงที่ได้ยินนั้น ถ้าเป็นน้ำเสียงที่จริงจังและหนักแน่น

“ลูกซิงอยู่ไหน” เมื่อได้ยินคำถามนี้เขาได้แต่ถอนหายใจออกมา

“แหวนระบุตำแหน่งที่อยู่กับข้าไม่สามารถรู้ถึงตำแหน่งของลูกซิงได้ไป๋ฉีมันหมายความว่ายังไง”

“ลูกซิงจัดการเรื่องในชนเผ่าม้าน้ำเสร็จแล้วเขาก็กลับไปที่ชนเผ่าพยัคฆ์ดำและพักอยู่ที่นั่นไม่นานหลังจากนั้นเขาก็เดินทางมาที่หุบเขาหมาป่าทะยานฟ้า แต่ในระหว่างนั้นเองหมาป่าทะยานฟ้านั้นได้เตรียมกับดักรอไว้อยู่แล้วลูกซิงติดอยู่ในค่ายกลกับหมาป่าเขี้ยวเงินทั้งหก และด้านนอกค่ายกลยังมีคลื่นสัตว์อสูรอีกทำให้พวกเรานั้นต้องรับมือกับคลื่นสัตว์อสูรไม่สามารถฝ่าเข้าไปในค่ายกลได้ ในระหว่างที่ลูกซิงรับมือกับหมาป่าเขี้ยวเงินทั้งหกนั้นเขาได้หลุดเข้าไปในมิติลึกลับในเวลานี้ข้ายังไม่รู้ว่าลูกซิงเป็นอย่างไรบ้าง”

“ว่าเยี่ยงไรนะ หลุดเข้าไปในมิติลึกลับอย่างนั้นเหรอ ข้าจะไปที่นั่นทันที”

“ไป๋หู” จิ้งจอกสีขาวนั้นปรากฏตัวขึ้นมาอยู่ข้างๆนางจากนั้นนางก็ขึ้นไป๋ซิงด้านหลัง

“ไปหุบเขาหมาป่าทะยานฟ้า” เหม่ยเฟิ่งนางขึ้นบนหลังจิ้งจอกสีขาวจากนั้นก็พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว

**********

บริเวณค่ายของตระกูลไป๋ที่อยู่เบื้องหน้าของหุบเขาหมาป่าทะยานฟ้า

ได้มีบุรุษคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าทางเข้าหุบเขาหมาป่าทะยานฟ้า

“นายท่านตอนนี้นายหญิงได้เดินทางมาถึงแล้วขอรับ” เหม่ยเฟิ่งเดินมาพร้อมกับจิ้งจอกสีขาว

“ไป๋ฉีข้าเป็นห่วงความปลอดภัยของลูก เราต้องเริ่มต้นสืบหาจากบริเวณที่พวกเขาต่อสู้กัน” นางชี้ไปบนบริเวณที่ไม่ไกลมากนัก นางได้รับรู้เรื่องราวระหว่างการเดินทางมาที่นี่ทั้งหมดแล้ว ทำให้นางนั้นเริ่มต้นที่จะออกค้นหาว่าบุตรชายนั้นหายตัวไปได้เยี่ยงไร ถึงนางจะรู้สาเหตุอยู่แล้วแต่นางก็ต้องการที่จะรับรู้ด้วยตนเอง

“คารวะท่านผู้บัญชาการ”

“ข้าต้องการทราบว่าพวกเจ้าพบเห็นร่องรอยของบุตรชายข้าหรือไม่” ไป๋ฉีเอ่ยถามตรงๆ

“ตอนนี้พวกเราไม่พบอะไรเลยเรารู้เพียงแค่ว่าในบริเวณการต่อสู้นั้นได้มีค่ายกลขนาดใหญ่ล้อมรอบพวกเขาเอาไว้และนายน้อยหายไปบริเวณตรงที่มีหน้าผาสูงชัน”

**********

สองสามีภรรยานั้นจับจ้องมองไปบริเวณตรงที่มีหน้าผาสูงชัน หลังจากรวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้วคำตอบที่ได้นั้นทำให้พวกเขาเห็นเป็นในทางเดียวกัน

“ข้อมูลทั้งหมดถูกต้องตรงกัน ลูกซิงคงหลุดเข้าไปในมิติลึกลับที่มีโบราณสถานอยู่ แต่ตอนนี้นั้นบริเวณนั้นกลับไม่มีอะไรอยู่ หรืออาจมีเงื่อนไขในการเข้าไปในโบราณสถานแห่งนั้น ทำให้พวกเราไม่อาจรับรู้ถึงมันได้” เหม่ยเฟิ่งส่ายหน้าพยายามข่มความวิตกกังวลในจิตใจ “ที่พวกเราสามารถกระทำได้คงเป็นเพียงแค่การเฝ้ารอ”

“ถูกแล้ว เราต้องเชื่อมั่นในตัวเขา” ไป๋ฉีผงกศีรษะ “อีกไม่นานลูกซิงจะเดินทางกลับมาหาพวกเรา”

เหม่ยเฟิ่งล้มตัวลงพิงอ้อมอกของสามีหลับตาลงไม่กล่าวอันใดอีก

**********

บนทางเดินในโบราณสถาน ไป๋ซิงเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยเขาลุกขึ้นยืนจ้องมองไปที่เบื้องหน้าและตัดสินใจอย่างแน่วแน่

“ข้าจะต้องมีชีวิตรอดกลับไป” ไป๋ซิงก้าวเท้าไปตามทางเดินเบื้้องหน้า

แต่ทันใดนั้นเองมีหยดสีเงินร่วงหล่นลงมาจากบนเพดานและปรากฏล้อมรอบร่างกายของไป๋ซิงสี่หยดที่อยู่ด้านหน้าและอีกห้าหยดอยู่ด้านหลังรวมทั้งสิ้นเป็นเก้าหยด หยดสีเงินนั้นเปลี่ยนรูปร่างอย่างช้าๆจากนั้นมันขยายตัวออกเปลี่ยนเป็นสภาพยักษ์ที่สูง 2 เมตรครึ่งบนหน้าผากนั้นมีเขางอกออกมาสองข้างและทั้งเก้าตนนั้นสวมใส่ชุดเกราะและหอกขนาดใหญ่ในแววตาของมันนั้นลุกโชนไปด้วยแสงสว่างจ้องมองมายังร่างของเขา

“นี่ก็เป็นเวลานานแล้วที่ไม่มีใครเข้ามาทดสอบอยู่ในโบราณสถานนี้”

“ในการทดสอบครั้งนี้เหยื่อของพวกเราเพียงแค่เด็กน้อยท่าทางอ่อนแอผอมแห้งผู้หนึ่ง อย่างนี้คงไม่ต้องถึงมือพวกเราหรอกอาศัยพวกเราแค่คนใดคนหนึ่งก็สามารถบดขยี้เด็กน้อยผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย”

“พวกเจ้าก็อย่าได้หลงละเลิงเห็นเขาเป็นเพียงแค่เด็ก คนที่ผ่านบททดสอบมาได้นั้นถือว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งจัดตั้งค่ายกลก่อนค่อยว่ากล่าว”

ท่ามกลางหมอกหนาทึบที่ไหลเลื่อนเข้าปิดกั้นทั้งเส้นทาง ไป๋ซิงรับฟังยักษาทั้งเก้ากล่าววาจาจนสีหน้าแปรเปลี่ยนกลับกลายเป็นจริงจังยิ่งกว่าเดิม เขามิอาจเข้าใจภาษาประหลาดพิกลที่พวกมันเปล่งออกมา หากรูปแบบการสนทนาที่เกิดขึ้นแสดงแน่ชัดว่าพวกมันล้วนมีภูมิปัญญาเป็นของตนเอง สามารถสื่อสารซึ่งกันและกันได้

ยักษาทั้งเก้าส่งเสียงคำราม ชุดเกราะโบราณที่พวกมันสวมใส่ก็เปล่งประกายรัศมีสีดำทะมึนออกมา ลำแสงสีดำลอยสูงขึ้นถักทอเป็นสายใยที่แฝงไว้ด้วยพลังงานพวกมันทั้งเก้าเข้าด้วยกัน

“ค่ายกลประสานพลัง” ยักษาทั้งเก้านั้นเปล่งเสียงคำรามออกมา

“ค่ายกลประสานพลัง” ไป๋ซิงพึมพำออกมาด้วยความตระหนกในตระกูลของเขานั้นก็มีค่ายกลนี้เช่นกัน

ค่ายกลประสานพลังนั้นเป็นค่ายกลที่ใช้อย่างแพร่หลายในจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ ค่ายกลประสานพลังนั้นเป็นการรวบรวมพลังทั้งเก้าเข้าด้วยกันและเชื่อมต่อเข้าหาบุคคลทั้งหมดให้สามารถรวมพลังเข้าด้วยกันทั้งในการโจมตีและป้องกัน แม้แต่องครักษ์ของตระกูลไป๋เองก็ยังสามารถใช้ค่ายกลนี้ได้ แต่ค่ายกลประสานพลังก็มีความตแตกต่างกันออกไปตระกูลเล็กอย่างพวกเขามีค่ายกลประสานพลังอยู่ก็จริง แต่มันก็ไม่สามารถเปรียบเทียบกับกองกำลังใหญ่ๆได้ที่มีค่ายกลประสานพลังที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ยิ่งเป็นโบราณสถานที่มีมาอย่างยาวนานแล้วไม่ต้องพูดถึง

“ฆ่ามัน” ยักษาทั้งเก้าตวาดก้องพลางโถมเข้าโจมตีจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ภายใต้โครงข่ายพลังงานสีดำที่เชื่อมต่อพวกมันทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน

ร่างของไป๋ซิงกลายเป็นสายฟ้าเส้นหนึ่งพุ่งเข้าไปยังเบื้องหน้าที่มียักษาสี่ตนอยู่ เขาอาศัยช่องว่างระหว่างทั้งสี่ตนและเลือกเป้าหมายโจมทันที

ยักษาตนนั้นใช้หอกที่มีความยาวมากกว่าสามเมตรฟาดเข้าใส่การโจมตีที่กำลังเข้ามา ในขณะนั้นเองไป๋ซิงก็ถ่ายทอดพลังของกายาเทพอสูรเข้าไปในกระบี่แห่งแสงจนพลังงานนั้นเอ้อล้นออกมาเป็นออร่าห่อหุ้มเข้าไปในกระบี่ฟันใส่อย่างสุดแรงเช่นกัน

ปัง

เสียงดังขึ้น กระสุนแห่งแสงนั้นปะทะเข้าใส่กับหน้าผากของยักษาตอนนั้นแต่ทำได้เพียงแค่ทิ้งรอยแผลเอาไว้เท่านั้นหลังจากนั้นไม่นานบาดแผลนั้นก็หายไป

ด้วยแรงปะทะจากกระสุนแห่งแสงนั้นทำให้ยักษาตัวนั้นถอยหลังออกไป

“เจ้าเด็กนี้มันแข็งแกร่งมากพวกเจ้าระวังตัวไว้ให้ดีมันมีพละกำลังที่เทียบเท่ากับพวกเราเลย”

แต่ก่อนที่เจ้านั่นจะได้พูดจบ ไป๋ซิงหันหลังแล้วยิงสาดกระสุนเข้าไปใส่ยักษาทั้งห้าตน

ปังปังปังปังปังปังปังปังปัง

กระสุนนับสิบนั้นพุ่งทะยานเข้าใส่ยักษาทั้งห้าตนยังไม่ทันตั้งตัว

ตู้มตู้มตู้มตู้มตู้มตู้มตู้ม

ไป๋ซิงกลับมาตั้งหลักอยู่บริเวณเบื้องหน้าของทั้งสอง กระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุทั้งยี่สิบเล่มรายล้อมอยู่รอบกาย เมื่อไป๋ซิงจ้องมองบริเวณฝุ่นควันที่ค่อยๆหายไปก็เห็นยักษาทั้งห้านั้นไม่ค่อยได้รับบาดเจ็บสักเท่าไหร่ไม่นานบาดแผลก็หาย

“เจ้าหนูทำได้แค่สะกิดพวกข้าอย่างนั้นเหรอ” เหล่ายักษาพากันเปล่งเสียงด่าว่าและเย้ยหยัน พวกมันกระจายกำลังออกเป็นรูปพัดเพื่อโจมตี

“ประกายแสง หยาดน้ำแข็งโปรยปราย” ประกายแสงสีขาวและหยดน้ำแข็งนั้นต่างพุ่งเข้าใส่การโจมตีที่กำลังเข้ามาและพุ่งทำลายการโจมตีของยักษา แต่เมื่อการโจมตีมาถึงเหล่ายักษานั้นมันกลับไม่ได้ทำอันตรายให้พวกมันเลยแม้แต่น้อย

ยักษาทั้งเก้าตนนั้นหยุดยั้งเพียงชั่วขณะด้วยความประหลาดใจ

“มังกรแสงมังกรน้ำแข็ง” ไป๋ซิงเปิดการโจมตีชุดต่อไปอย่างรวดเร็วคราวนี้เขาเรียกมังกรกฎเกณฑ์แห่งธาตุ เข้าโจมตีใส่ยักษ์ษาทั้งเก้าตน ยักษาทั้งเก้าตนนั้นฟาดหอกเข้าปะทะกับมังกรกฎเกณฑ์แห่งธาตุ

“ซีโร่ เมทราเจ็ตต้า”

ปัง…..

แต่ในระหว่างที่ยักษาทั้งเก้าตนนั้นกำลังจะทำลายมังกรกฎเกณฑ์แห่งธาตุอยู่นั้นกระสุนแห่งแสงมากมายนับไม่ถ้วนก็กระหน่ำโจมตีเข้ามาจนถึงเบื้องหน้าของพวกมัน

ซีโร่ เมทราเจ็ตต้าสามารถสร้างบาดแผลให้พวกยักษาได้มากมายแต่บาดแผลก็ถูกสมานคืนอย่างรวดเร็ว

ไป๋ซิงร้องคำรามด้วยความบ้าบิ่น ทำการโหมจู่โจมอย่างบ้าเลือด บรรจุกฎเกณฑ์แห่งธาตุเท่าที่มีลงไปในกระบี่และปืน แต่ก็ทำได้เพียงสร้างบาดแผลทางผิวกายบนร่างของเหล่ายักษาเท่านั้นไม่นานบาดแผลเหล่านั้นก็หายไป

การทุ่มเทพลังในการคงสภาพกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุและจู่โจมด้วยกระบี่และปืนในเวลาเดียวกันเป็นภาระอันหนักหน่วงกินแรง เพียงเวลาชั่วน้ำเดือดพลังของไป๋ซิงก็แห้งเหือดไปกว่าครึ่งในขณะที่ยักษาทั้งเก้านั้นแทบมิได้รับบาดเจ็บอันใด

ไป๋ซิงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ใช้ออกด้วยท่าร่างอัสนีสวรรค์หลบหลีกการโหมจู่โจมของหอกทั้งเก้า โดยปกตินั้นเขาจะไม่ได้ใช้ท่าร่างในการต่อสู้มากมายเท่าไหร่นอกจากกับนางพญานาคเจ็ดเศียร แต่ยักษาทั้งเก้ากับบีบบังคับให้เขาใช้ท่าร่างอัสนีสวรรค์ออกมาได้

**********

ท่ามกลางเวลาที่ผ่านพ้นไป

“ทำไมเด็กนั่นถึงยังไม่หมดเรี่ยวแรงสักทีและยังไม่มีวี่แววที่พลังของเจ้าเด็กนั่นจะหมดเลย” เหล่ายักษาต่างตกตะลึง ถ้าพวกมันไม่ได้รับพลังจากโบราณสถานแห่งนี้พวกมันก็คงจะตกตายไปแล้วภายใต้กระบี่ของเด็กคนนี้

ถึงแม้ว่าการใช้ท่าร่างจะเผาผลาญพลังน้อยกว่าการใช้กฎเกณฑ์แห่งธาตุแต่ในระหว่างการต่อสู้นั้นเขาทุ่มการโจมตีไปมากมายทำให้เขาเติมพลังไปแล้วหนึ่งครั้ง หากไม่มีคอนโดกักเก็บพลังงานเขาคงตกตายด้วยหอกของยักษาทั้งเก้าแล้ว ตอนนี้ร่างกายของเขานั้นยังคงเคลื่อนไหวต่อไป

“ซีโร่ เมทราเจ็ตต้าสามารถสร้างบาดแผลให้กับพวกมันได้มากมาย แต่มันก็สามารถฟื้นฟูขึ้นกลับมาได้อย่างรวดเร็วเหมือนกัน ถึงร่างกายของพวกมันจะถูกทำร้ายไปแต่มันก็ยังอาศัยพลังของพวกพ้องที่เหลือนั้นคืนสภาพกลับมาเหมือนเดิม”

“หรือข้าต้องฆ่าพวกมันในทีเดียว” ในสมองของเขาตอนนี้มีความคิดมากมายวิ่งแล่นไปมาด้วยความรวดเร็วแต่ไม่ว่าอย่างไรคำตอบที่ได้นั้นคือต้องฆ่าพวกมันในทีเดียวพร้อมกัน

“ในอดีตที่ผ่านมา เหล่าผู้ฝึกปรือกายาเทพอสูรระดับเหนือธรรมชาติเหล่านั้นก็คงประสบชะตากรรมเดียวกัน ดิ้นรนอย่างสิ้นหวังจนโดนรุมสังหารเมื่อพลังในกายเหือดแห้งหมดสิ้น ถ้าไม่ใช่ข้าคงจะไม่มีใครสามารถผ่านบททดสอบนี้ได้เป็นแน่”

*********************************************************************

ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ

ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel

https://www.youtube.com/channel/UCq0jhJfgu3BFHkCtMgcTBcQ

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 45

ตอนถัดไป