ทักษะการทำอาหารระดับกลาง
ตัวเลือกเหล่านี้ทำให้หลี่หยุนเลิกคิ้วขึ้นทันที เพราะไม่ว่าจะเลือกตัวเลือกไหนก็ได้รับแต่สิ่งดีๆทั้งนั้น
แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็ได้ทำการเลือกตัวเลือก 2: ช่วยหลี่เฟิงทำอาหาร
“ติ๊ง โฮสต์ได้ทำการเลือกแล้ว รับรางวัลทักษะการทำอาหารระดับกลาง”
หลังจากเสียงนี้สิ้นสุดลง ทักษะการทำอาหารมากมายก็ได้หลั่งไหลเข้ามาในสมองของหลี่หยุน เขาสามารถใช้วัตถุดิบต่างๆในการปรุงอาหารได้เหมือนกับปรจารย์เชฟที่มีประสบการณ์ในร้านอาหารมากว่าหลายสิบปี!
“พี่สาว เดี๋ยวฉันช่วยเอง!” หลี่หยุนเดินไปที่ระเบียงและพูดอย่างมั่นใจ "วันนี้ฉันจะรับบทเป็นเชฟแสดงฝีมือให้พี่กับไคเซี่ยและไคเว่ยได้ลิ้มลองรสชาติฝีมือการทำอาหารของฉันเอง!"
“อะไรนะ? นายแค่ไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่แผงขายอาหารไม่ใช่หรือไง ไม่ได้ไปเป็นเชฟสักหน่อย แล้วนายจะมีฝีมือในการทำอาหารได้ยังไงกัน?” หลี่เฟิงพูด
“พี่ไม่เชื่อฉันหรอ? ฉันได้เรียนรู้ทักษะทั้งหมดของเชฟในที่ทำงานมาจริงๆ!”
“เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะโชว์ให้ดู”
ซึ่งเมื่อหลี่เฟิงเห็นว่าหลี่หยุนไม่ได้พูดเล่น หลี่เฟิงก็ยิ้มออกมาและพูดด้วยท่าทางแปลกใจว่า"วันนี้หัวหน้าครอบครัวต้องการจะแสดงฝีมือในการทำอาหารของเขาหรอเนี่ย?"
ที่บอกว่าหัวหน้าครอบครัวนั้นไม่ใช่แค่พูดออกมาเล่นๆ แต่ทุกสิ่งในครอบครัวตอนนี้หลี่หยุนเป็นคนดูแลทั้งหมดจริงๆ
“แน่นอนสิคุณพี่สาว ไว้ใจฉันได้เลย!”
เมื่อสิ้นสุดคำพูดหลี่หยุน เขาก็หยิบมีดทำครัวขึ้นมาอย่างมั่นใจ จากนั้นเขาก็ทำการผ่าเป็ดย่างออกเป็นครึ่งหนึ่งอย่างชำนาญ และตามด้วยหั่นพริกหยวกที่ผ่านการล้างแล้วอย่างรวดเร็ว
เวลาผ่านไปไม่นาน ครัวเล็กๆก็เต็มไปด้วยเสียงมีดทำครัวที่คมกริบกระทบกับเขียงอย่างดุเดือด
ขิงหั่นฝอย กระเทียมทุบและสับ ตั้งไฟและตามด้วยใส่น้ำมันในกระทะ...
สิ่งนี้ทำให้ดวงตาที่สวยงามของหลี่เฟิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เมื่อไหร่กันที่น้องชายของเธอมีความสามารถมากขนาดนี้?
"ว้าว กลิ่นหอมจังเลย~"
ในขณะที่หลี่หยุนกำลังทำอาหารอยู่นั่นเอง ก็ได้มีเสียงใสใสของเด็กสาวดังขึ้นมาจากประตู
ซึ่งเด็กสาวหน้าตาน่ารักก็เดินเข้ามาและเอื้อมมือไปที่จานอาหารเพื่อจะทำการชิม
"แป๊ะ!"
หลี่เฟิงตีมือของเธอแล้วพูดว่า "ไคเซี่ย จะทำอะไรน่ะ? จะหยิบอาหารทั้งๆที่ยังไม่ล้างมือน่ะเหรอ?"
“อื้ออ” หญิงสาวอุทานด้วยความไม่พอใจ
“ไคเซี่ย ไปล้างมือก่อนแล้วค่อยมากิน!”
หลี่หยุนหันไปมองไคเซี่ยด้วยความขบขัน ซึ่งเด็กสาบริสุทธิ์และสดใสราวกับดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิคนนี้ก็คือหลานสาวของชายชราที่รับเลี้ยงหลี่หยุนและหลี่เฟิง เธอมีชื่อว่า หลี่ไคเซี่ย
และเมื่อมองถัดออกไปที่หน้าประตู คนที่มีหน้าตาเหมือนกันกับไคเซี่ยเป๊ะๆเลยก็คือพี่สาวฝาแฝดของไคเซี่ย มีชื่อว่าหลี่ไคเว่ย
ซึ่งในปีนี้ทั้งคู่อายุ 14 ปี อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่สอง ผู้ที่เป็นน้องสาวจะมีนิสัยร่าเริงและซุกซน ส่วนพี่สาวจะค่อนข้างเงียบและเก็บตัว
หลังจากที่ปู่จากไป ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งสี่ก็แน่นแฟ้นมากขึ้น
"เสร็จแล้ว มากินข้าวกันเถอะ!" หลี่หยุนอาหารนำจานสุดท้ายมาวาง
"ว้าว วันนี้ของกินเพียบเลย แถมยังอร่อยกว่าเดิมด้วย~"
“ฮึ่ม ก็เพราะว่าวันนี้พี่ชายของพวกเธอเป็นคนทำอาหารน่ะสิ!” หลี่เฟิงพูด
“ฮะ? พี่สาว สิ่งที่พี่สาวพูดเป็นความจริงงั้นหรอ?”
หลี่ไคเซี่ยมองไปที่หลี่หยุนด้วยความประหลาดใจ จากนั้นเธอก็เอนตัวไปมองหลี่หยุนอย่างระมัดระวัง ซึ่งใบหน้าเล็กๆของเธอก็แดงก่ำทั้งสองข้าง และเธอก็พูดขึ้นอย่างเขินอายว่า "พี่ชายทั้งยังหล่อแถมยังทำอาหารได้อร่อยมาก ไม่แปลกใจที่พี่สาวของหนูจะชอบพี่มากขนาดนี้ ฮิฮิ~"
ด้วยท่าทางเขินอายที่แสดงบนใบหน้าของไคเซี่ย ทำให้เธอจมอยู่ในความคิดของตัวเองไปขณะหนึ่ง ซึ่งเธอจึงรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็วและถามด้วยเสียงต่ำว่า “พี่ชาย ทำไมวันนี้พี่ซื้ออาหารมาเยอะจัง?”
"แค่นี้ไม่เยอะหรอก และต่อไปพวกเราจะได้กินอาหารอย่างดีหรืออาจดีกว่านี้อีก!"
หลี่หยุนยื่นมือเกาจมูกเล็กๆของไคเซี่ยและให้สัญญากับทั้งสามคนอย่างจริงจังว่า "ในอนาคตฉันคนนี้จะทำให้พวกเรามีชีวิตที่ดี และจะไม่ต้องทนทุกข์กับความจนอีกต่อไป!"
แม้ว่าทั้งสามจะไม่รู้ว่าทำไมหลี่หยุนถึงให้คำมั่นสัญญาเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็รู้สึกประทับใจอย่างมาก ซึ่งสิ่งนี้ก็ทำให้น้องสาวทั้งสองได้ประทับรอยประทับไว้บนหน้าหลี่หยุนอย่างน่ารัก
เวลาผ่านไปหลังจากมื้อกลางวัน หลี่เฟิงและน้องสาวอีกสองคนก็งีบหลับ
ซึ่งในเวลานี้หลี่หยุนตื่นเต้นมากจนนอนไม่หลับ เขาจึงออกไปข้างนอกเพื่อลองดูว่าเหตุการณ์ตัวเลือกจะมีการแจ้งเตือนอีกครั้งตอนไหน
“ห๊ะ? คนที่เดินอยู่นั่นใช่ดาวเด่นในโรงเรียนของเราหรือเปล่า?”