เดี๋ยวก็รู้เอง
ในตอนบ่ายก่อนจะสอบ โจวเซียนหมิงได้เข้าไปขอความร่วมมือกับเซี่ยกังที่เป็นผู้อำนวยการของโรงเรียน และหลังจากเสร็จสิ้นการสอบภาษาอังกฤษ โจวเซียนหมิงก็เดินลงไปที่ชั้นหนึ่งของอาคารและตรงไปที่ห้องเรียนของหลี่หยุนทันที
เพราะห้องเรียนของหลี่หยุนนั้นได้ถูกจัดตั้งเอาไว้ให้เป็นห้องตรวจข้อสอบ เพื่อที่จะได้ตรวจสอบกระดาษคำตอบของหลี่หยุนได้เลย
ซึ่งนักเรียนหลายคนที่รู้ข่าวนี้ก็ไม่พลาดที่จะมารวมตัวกันเพื่อรอฟังผล
“พวกแกคิดว่าหลี่หยุนจะได้คะแนนเต็มไหม?”
“ฮ่าๆๆ แกถามจริงปะเนี่ย? มันจะเป็นไปได้ยังไง!”
“แต่... ฉันได้ยินมาว่าหลี่หยุนทำข้อสอบภาษาอังกฤษเสร็จแล้ว และเขาก็ทำได้เร็วมากด้วย!”
“ฮึ่ม เสร็จแล้วงั้นหรอ? มันก็คงแค่อ่านคำถามแล้วตอบแบบมั่วๆไปนั่นแหละ!”
“ว่าไงนะ? อ่านคำถามแล้วตอบแบบมั่วๆ?”
“แกจะแปลกใจอะไร? ไอเด็กยากจนนั่นมันไม่มีทางที่จะทำได้อยู่แล้ว!”
“เบาๆ หน่อย ดาวโรงเรียนมาแล้ว…เฮ้ย! นั่นหลี่เฟิงนี่หว่า เธอก็มาด้วยอย่างงั้นหรอ หรือว่าเธอยังเชื่อมั่นว่าน้องชายของตัวเองจะสามารถเอาชนะได้?”
"ฉันอยากรู้จริงๆเลยว่าตอนจบของเรื่องนี้จะเป็นยังไง!"
มีการพูดคุยโต้ตอบกันมากมาย แต่ไม่มีใครเลยที่จะมีทัศนคติที่ดีกับหลี่หยุน เพราะว่ามันเป็นไปได้ยากอย่างมากที่เด็กยากจนแถมยังไม่มีเวลาในการอ่านหนังสือจะสามารถทำคะแนนสูงสุดได้!
“หลี่หยุน...”
เสียงของฟางเสวี่ยที่แต่งตัวอย่างสวยงามดังขึ้น จากนั้นเธอก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงกังวลว่า "นายจะทำข้อสอบจำลองได้คะแนนเต็มจริงๆหรอ?"
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ไม่ว่าจะเป็นข้อสอบไหนๆฉันก็จะทำให้เต็มทุกวิชาอยู่แล้ว” หลี่หยุนพูดด้วยรอยยิ้ม
"อะไร นี่นายยังจะพูดแบบนี้อยู่อีกหรือไง?"
"เอาข้อสอบจำลองวิชาวิทยาศาสตร์กับภาษาอังกฤษให้รอดก่อนเถอะ!"
ซึ่งฟางเสวี่ยที่ได้ยินก็รีบพูดออกมาว่า “มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะการสอบที่มีเนื้อหาเยอะแบบนี้มีไว้สำหรับนักเรียนที่เรียนหนักเท่านั้น และการจำลองสอบครั้งที่ผ่านมาก็ยากมากด้วย ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันได้คะแนนแค่ 140 เอง แล้วเธอล่ะหลี่เฟิง ได้เท่าไหร่อย่างงั้นหรอ? "
ต้องรู้ว่าหลี่เฟิงกับฟางเสวี่ยนั้นเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทั้งสองคนก็ไม่เคยได้พูดคุยกันมาก่อนเลย
แต่ในเวลานี้ที่ฟางเสวี่ยกล่าวทักทายเธอ นั่นก็เพราะว่าเธออาจจะเกี่ยวข้องกับการเป็นน้องสะใภ้ของหลี่เฟิงในอนาคต
"ฉันน่าจะได้ประมาณ 145 คะแนน"
หลังจากพูดจบ ใบหน้าของหลี่เฟิงก็แปลกไปอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อไหร่กันที่น้องชายที่แสนดีของเธอไปมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับดาวประจำโรงเรียนที่สวยงามคนนี้?
“อะแฮ่ม!”
เซี่ยกังกระแอมและพูดกับนักเรียนทุกคนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เดิมทีโรงเรียนของเราไม่สนับสนุนการพนันใดๆทั้งสิ้น แต่เนื่องจากการเดิมพันของโจวเซียนหมิงและหลี่หยุนนั้นเป็นเรื่องของการเรียน ดังนั้น เพื่อกระตุ้นความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ และเปลี่ยนความโกรธของทั้งสองคนให้เป็นแรงจูงใจ ฉันจึงยินยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เอาล่ะ ฉันจะนำกระดาษคำตอบของหลี่หยุนไปตรวจก่อนเป็นคนแรก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียเวลามากนัก"
เขามองหลี่หยุนด้วยรอยยิ้มและพูดว่า "ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นลูกของใคร นายก็ห้ามไปมีเรื่องกับเขาเด็ดขาด นายต้องตั้งใจเรียนและพยายามสอบเข้ามหาลัยให้ได้ เข้าใจไหม?"
หลี่หยุนเข้าใจเป็นอย่างดีเลยว่าเซี่ยกังนั้นกำลังพูดเพื่อให้ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ช่วยญาติของตัวเอง และก็คิดว่าเขาแพ้ตั้งแต่การสอบยังไม่เริ่มต้นขึ้น
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเซี่ยกังนั้นดูถูกเขาจากก้นบึ้งของหัวใจ
"ฮ่า"
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลี่หยุนก็ยกยิ้มและพูดว่า “ฉันคิดว่านายควรไปเตรียมเงินเอาไว้เลยดีกว่านะโจวเซียนหมิง แต่ก็แน่นอนว่า 100,000 หยวนมันคงจะมากเกินไป งั้นนายให้ฉันแค่ไม่กี่หยวนก็ได้นะ ฉันไม่ว่าอะไร…และก็ขอแสดงความเสียใจด้วยที่ฉันคงไม่ได้เป็นลูกชายของนาย!”
“ฮ่าฮ่า!”
หลี่เฟิงและฟางเสวี่ยต่างก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ซึ่งก็ทำให้ผู้ชมทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นหลงใหลกับความงามของสองสาวสองคนนี้ทันที
ในขณะเดียวกัน ฉากนี้ก็ทำให้โจวเซียนหมิงหน้าแดงและเต็มไปด้วยความโกรธเคือง เพราะสิ่งที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าคำพูดของหลี่หยุนก็คือการที่หลี่เฟิงและฟางเสวี่ยที่เป็นเพื่อนรวมห้องของเขาเลือกที่จะอยู่ข้างหลี่หยุน!
อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลี่เฟิงจะหัวเราะออกมาแบบนี้ เพราะว่าเธอเป็นพี่ของหลี่หยุน แต่ฟางเสวี่ยนั้นคือผู้หญิงที่โจวเซียนหมิงชอบ
และจะไม่ให้เขาโกรธได้ยังไง?
“มันไม่สำคัญหรอกว่านายจะพูดอะไร”
เซี่ยกังที่เป็นผู้อำนวยการก็พูดขึ้นอย่างแผ่วเบา "จะได้คะแนนเต็มหรือไม่นั้น เดี๋ยวตอนตรวจก็รู้เอง!"