ตระกูลเฟย

ตอนที่ 1 ตระกูลเฟย


โลกผู้ฝึกตนมีมาตั้งแต่โบราณกาล ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ มีผู้คิดค้นทักษะยุทธ์มากมายเกิดตามมาหลังจากรู้ว่า โลกผู้ฝึกตนนั้นมีปราณธรรมชาติหนาแน่น สามารถเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นเรียกว่า การฝึกกายเนื้อ หรือนำมาพัฒนาบ่มเพาะร่างกายให้เกิดกำลังภายในซึ่งเรียกว่า การฝึกลมปราณ


แต่ในโลกผู้ฝึกตนยังมีผู้คนส่วนน้อยที่ยังรู้ว่ามีการฝึกตนอีกแบบหนึ่งอยู่ เรียกว่า การฝึกฝนจิตวิญญาณ เพราะการฝึกฝนทางจิตวิญญาณนั้นละเอียดอ่อนและยากเป็นอย่างมาก คัมภีร์ทักษะยุทธ์จิตวิญญาณที่น้อยนิด ก็สูญหายไปตามกาลเวลาเป็นสิ่งที่ลึกลับอย่างมาก และจากโบราณจนถึงปัจจุบันผู้ฝึกตนที่สามารถฝึกจิตวิญญาณนั้น มีจำนวนน้อยมากสามารถนับนิ้วได้เลย และอาจไม่มีเลยก็เป็นได้


ผู้ฝึกตนทางจิตวิญญาณสามารถต่อสู้ข้ามขั้นกับผู้แข็งแกร่งการฝึกฝนกายเนื้อและลมปราณได้เลยเพราะว่า มีตำนานของผู้ฝึกฝนจิตวิญญาณขั้นสวรรค์ที่ต่อสู้กับผู้ฝึกฝนลมปราณขั้นเซียนที่ทำให้สวรรค์และปฐพีสั่นสะเทีอนมาแล้ว ตำนานนั้นยังคงทำให้ผู้คนส่วนน้อยที่รู้ความลับของ จิตวิญญาณ นั้นหวาดกลัวและเกรงขามต่อผู้ฝึกตนจิตวิญญาณ ไม่รู้ว่าในอนาคตข้างหน้าจะมีผู้ฝึกตนที่ฝึกฝนในเส้นทางของจิตวิญญาณอยู่หรือไม่?


ในเมืองหมอกม่วง อาณาจักรเมฆาคราม ทวีปเมฆาสวรรค์ ตระกูลเฟย เป็นตระกูลค้าขาย มีผู้คนเดินเข้าออกมากมาย คึกคักเป็นอย่างมาก เป็นตระกูลทำงานสุจริต ช่วยเหลือผู้คนในเมืองที่ยากไร้เป็นประจำ เป็นที่เคารพนับถือของคนในเมือง มีหลายตระกูลมาติดต่อซื้อขายกับตระกูลเฟยเพราะเป็นตระกูลที่ดีและมีความน่าเชื่อถือ จนตระกูลเฟยเริ่มมีชื่อเสียงและมั่งคั่งเป็นอย่างมากจนเป็นตระกูลที่ร่ำรวยอันดับหนึ่งของเมืองหมอกม่วง

หนึ่งในตระกูลเหล่านั้นที่เป็นพันธมิตรค้าขายกับตระกูลเฟยมาอย่างยาวนานคือ ตระกูลเซี่ย เป็นตระกูลที่เปิดโรงประมูลขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองหมอกม่วง ตระกูลเฟยมีสินค้าหายากก็จะนำไปประมูลที่โรงประมูลของตระกูลเซี่ยเป็นประจำทำให้สองตระกูลมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน


ด้านหลังตระกูลเฟย มีเรือนไม้หลังเล็กไว้พักผ่อน สร้างติดแม่น้ำสายเล็ก เป็นที่พักผ่อนของนายน้อยตระกูลเฟย ตอนนี้มีคู่หนุ่มสาวนั่งกอดกันอยู่ริมน้ำ ส่งเสียงหัวเราะ พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ชายหนุ่มนั้นก็คือนายน้อยตระกูลเฟยมีนามว่า เฟยหลิงเทียน อายุสิบหกปี หน้าตาหล่อเหลาสง่างาม รูปร่างสมส่วน หญิงใดเห็นต้องชายตามองครั้งแล้วครั้งเล่า ส่วนหญิงสาวนามว่า เซี่ยเยว่ฉาน อายุสิบแปดปี หน้าตางดงามราวกับนางฟ้านางสวรรค์ ผิวขาวอมชมพู รูปร่างอวบอึ่ม มีเสน่ห์ยั่วยวน ชายใดเห็นเป็นต้องกลืนน้ำลายด้วยความหื่นกระหายเลยทีเดียว โดยเฉพาะภูเขาสองลูกที่เกือบจะทะลักออกมาจากกี่เพ้า


นางเป็นหญิงสาวที่มีความงามเป็นอันดับหนึ่ง ของอาณาจักรเมฆาคราม เป็นศิษย์หลักลำดับหนึ่ง ของสำนักมังกรฟ้า มีระดับลมปราณแท้จริงขั้นที่เก้า อีกก้าวเดียวจะเข้าสู่ระดับปราณปฐพี ซึ่งมีเพียงระดับผู้อาวุโสในสำนักหรือระดับผู้อาวุโสตระกูลใหญ่เท่านั้นที่ไปถึง


นางเป็นผู้เยาว์ที่โดดเด่นเท่าเทียมกับองค์รัชทายาทราชวงศ์เจิ้งแห่งอาณาจักรเมฆาคราม และศิษย์หลักอันดับหนึ่ง อีกสามสำนักใหญ่ นางเป็นเพื่อนเล่นตั้งแต่เด็กของเฟยหลิงเทียน เพราะทั้งสองตระกูลเป็นคู่ค้าที่ดีต่อกัน ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลเองก็ยินดีให้ทั้งสองหมั้นหมายกันไว้ ทางตระกูลเซี่ยเองก็ไม่ใส่ใจที่เฟยหลิงเทียนบ่มเพาะลมปราณไม่ได้ ตระกูลเฟยเองก็ยินดีที่ตระกูลเซี่ยเป็นตระกูลที่ดีไม่ดูถูกเยาะเย้ยเฟยหลิงเทียนเหมือนตระกูลอื่นๆ


" เทียนเอ๋อร์ ถึงเจ้าจะบ่มเพาะลมปราณไม่ได้ก็ไม่เป็นไร พี่สาวจะปกป้องเจ้าเอง " เซี่ยเยว่ฉานกล่าวด้วยรอยยิ้ม หญิงสาวกอดเฟยหลิงเทียนแน่นขึ้น ส่วนชายหนุ่มเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยให้พร้อมกับกอดหญิงสาวแน่นขึ้นเหมืองกัน เฟยหลิงเทียนสูดกลิ่นกายอันหอมหวานของเซี่ยเยว่ฉานเข้าไป พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ

" พี่หญิงเยว่ฉาน ข้าไม่ยอมแพ้ต่อการเป็นผู้ฝึกตนหรอกนะ ข้าจะต้องหาหนทางเพื่อเป็นผู้ฝึกตนให้ได้จะไม่ยอมให้ใครมาดูถูก ข้าจะต้องแข็งแกร่งเหนือผู้ใด และข้าจะต้องปกป้องท่านเอง ปกป้องท่านตลอดไป "


ชายหนุ่มมองหญิงสาวให้อ้อมกอด ในแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น หญิงสาวตอนนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความเขินอายที่ได้ยินชายหนุ่มเอ่ยว่าจะปกป้องตลอดไป นางจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขาด้วยความรักใคร่


" ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า " นางกล่าวด้วยใบหน้าที่แดงขึ้น เฟยหลิงเทียนได้ยินดังนั้น อดไม่ได้ที่จะขยับริมฝีปากประกบจูบที่ริมฝีปากชมพูอวบอิ่มของหญิงสาวอย่างดูดดื่ม ทั้งสองจูบแลกลิ้นกันอย่างยาวนานค่อยผละออกจากกัน


" ข้ารักท่าน พี่หญิงเยว่ฉาน " เฟยหลิงเทียนกล่าวพร้อมใบหน้าแดงเล็กน้อย


" ข้าก็รักเจ้าเช่นกัน เทียนเอ๋อร์ของข้า " เซี่ยเยว่ฉานเอ่ยด้วยใบหน้าที่เปื้อยยิ้ม มีเสน่ห์น่าหลงใหลเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มเห็นใบหน้าที่สวยงาม โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นของหญิงสาวที่ยั่วยวนกระชากใจ อดที่จะก้มลงไปจูบหญิงสาวอีกครั้งไม่ได้ ทั้งสองกอดจูบกันอย่างดูดดื่ม


เฟยเทียนขยับมือคลำไปที่หน้าอกอวบของหญิงสาว เซี่ยเยว่ฉานสั่นเล็กน้อยเมื่อมือใหญ่ของชายหนุ่มจับหน้าอกของตน แต่ก็ปล่อยให้เขาจับต่อไปเพราะอีกไม่นานทั้งสองก็จะแต่งงานกันแล้ว เฟยหลิงเทียนบีบหน้าอกนางพร้อมกับจูบนางไปด้วย เป็นเวลานานในที่สุดทั้งสองก็ต้องผละออกจากกันเพราะมีเสียงกระแอมไอดังขึ้นที่ด้านหลัง


" ท่านพี่หลิงเทียน พี่หญิง ท่านพ่อให้มาตามไปทานอาหาร " เมื่อทั้งสองหันไปมองก็เห็นเด็กสาวอายุสิบสี่ปี ที่ตอนนี้มีใบหน้าแดงก่ำเพราะเห็นฉากที่ทั้งคู่กอดจูบกันอยู่ เธอคือน้องสาวของเซี่ยเยว่ฉานนาม เซี่ยหนิงเอ๋อ ที่มาเล่นเป็นเพื่อนกับเฟยหลิงเทียนเป็นประจำ ตอนที่พี่สาวของเธอไปฝึกตนที่สำนักมังกรฟ้า ทั้งสองคนเห็นน้องสาวตัวน้อยหน้าแดงอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้


" ท่านพี่ทั้งสอง หัวเราะอะไรกัน ฮึ " นางกล่าวด้วยใบหน้างอนๆ แก้มป่องเล็กน้อย


" เอาล่ะ ไม่หัวเราะแล้ว ไปทานข้าวกันเถอะ " เฟยหลิงเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม เซี่ยเยว่ฉานยิ้มด้วยใบหน้าที่งดงามเดินกุมมือเฟยหลิงเทียนไปทางห้องอาหาร


ห้องอาหารตระกูลเฟย วันนี้เป็นงานเลี้ยงตอนรับเซี่ยเยว่ฉานที่กลับมาเยี่ยมตระกูล หลังจากไปฝึกตนที่สำนักมังกรฟ้าทางตระกูลเซี่ยปรึษากับตระกูลเฟยและตกลงจัดงานเลี้ยงต้อนรับเล็กๆ ที่ตระกูลเฟย


" พี่ใหญ่เซี่ย ดื่ม ฮ่าๆ " เฟยอู๋จี้ ประมุขตระกูลเฟย และ ประมุขตระกูลเซี่ย เซี่ยชุนเฉิง ดื่มกิน พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน


" น้องเฟย ดื่ม ฮ่าๆ " เซี่ยชุนเฉิง กล่าวด้วยใบหน้าแดงเล็กน้อย


บรรยากาศสองตระกูลเป็นกันเองอย่างมาก ภรรยาของประมุขทั้งสอง เฟยเหมยฮวาและเซี่ยฮวา ก็พูดคุยเกี่ยวการจัดงานแต่งงานที่กำลังจะมาถึงของเฟยหลิงเทียนและเซี่ยเยว่ฉานด้วยใบหน้าที่มีความสุข


ส่วนเด็กน้อยเซี่ยหนิงเอ๋อก็กำลังทานอาหารแก้มตุ๋ยและพูดคุยเกี่ยวกับการฝึกลมปราณกับพี่สาวของเฟยหลิงเทียน เฟยเหมยหลิน


" พี่หญิงเหมยหลิน ท่านชี้แนะการบ่มเพาะลมปราณที่ทำให้ปราณบริสุทธ์ให้ข้าด้วย อีกไม่นานสำนักมังกรฟ้าจะเปิดรับสมัครศิษย์แล้ว "


" ได้สิ น้องหนิงเอ๋อ " เฟยเหมยหลินให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำให้ลมปราณบริสุทธ์ขึ้นกับเซี่ยหนิงเอ๋อ


การทำให้ปราณบริสุทธิ์ขึ้นนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก นอกจากจะทำให้แข็งแกร่งขึ้นแล้ว ยังทำให้การเดินลมปราณเร็วขึ้นและเลื่อนขั้นได้เร็วขึ้นอีกด้วย


เซี่ยเยว่ฉานที่นั่งฟังอยู่ด้านข้างก็ซึมซับเอาความรู้ที่ได้จากเฟยเหมยหลินอย่างรวดเร็ว เฟยเหมยหลินนั้นมีความรู้เกี่ยวกับการฝึกตนมากมายนั้นเพราะว่า เธอเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสของสำนักมังกรฟ้าและเป็นอาจารย์ของเซี่ยเยว่ฉาน อยู่ที่สำนักเซี่ยเยว่ฉานจะเรียกเธอว่าอาจารย์ ถ้าอยู่ที่ตระกูลจะเรียกเธอว่า พี่หญิงเหมยหลิน


ตอนนี้เฟยเหมยหลิน อายุยี่สิบสี่ปี มีความแข็งแกร่งที่ไม่แน่ชัดว่าระดับลมปราณเท่าใดกันแน่ มีคนรู้แค่ไม่กี่คนคือประมุขสำนักมังกรฟ้า ประมุขตระกูลเซี่ย พ่อและปู่ของเธอเอง ส่วนเฟยหลิงเทียนที่ชอบหาความรู้ใส่ตัวก็นั่งฟังด้วยรอยยิ้ม ทั้งที่เขาเองบ่มเพาะลมปราณไม่ได้


หลังจากงานเลี้ยงจบลง ตระกูลเซี่ยก็กล่าวลาตระกูลเฟย เพื่อกลับตระกูลของตัวเอง เซี่ยเยว่ฉานก็จ้องมองเฟยหลิงเทียนด้วยความรัก แล้วจึงขึ้นรถม้ากลับตระกูล


หลังจากงานเลี้ยงจบลง เฟยเทียนก็เดินเข้าไปที่หอคัมภีร์ตระกูล เขามักจะชอบอ่านหนังสือ คัมภีร์ต่างๆมากมาย เป็นประจำเมื่อเขามีเวลาว่าง วันนี้เขาจึงขึ้นไปที่ชั้นสามของหอคัมภีร์ เพราะทั้งชั้นหนึ่งและสอง เขาอ่านหมดแล้ว


เฟยหลิงเทียนเดินหาคัมภีร์น่าอ่านจนไปสะดุดกับคัมภีร์เก่าแก่โบราณเล่มนึงเข้า เขาหยิบมันขึ้นมาและปัดฝุ่นตรงหน้าปกออกเบาๆเพราะมันเก่ามาก


" นี่มัน! " เฟยหลิงเทียนอึ้งทันทีเมื่อเห็นอักษรบนปก เพราะมันเป็นอักษรโบราณ เขาอ่านไม่ออก


" ทำยังไงดีเนี่ย คัมภีร์เล่มนี้เก่ามาก น่าจะอยู่ที่ตระกูลมานานแล้ว ไปถามท่านปู่ดีกว่า " เฟยหลิงเทียนเดินออกไปจากหอคัมภีร์ ตรงไปที่บ้านพักหลังเล็กธรรดาๆ ท้ายตระกูล เพราะปู่ของเขาไม่ชอบความหรูหราจึงอยู่แบบธรรมดาๆ


เฟยเทียนเมื่อมาถึงก็เคาะประตูเบาๆ "ท่านปู่ ข้ามีเรื่องจะสอบถามขอรับ" เฟยเทียนรอสักพักก็มีเสียงเชิญให้เข้าไปข้างใน


" เทียนเอ๋อร์ เข้ามาข้างในสิ " เฟยหลิงเทียนเปิดประตูเข้าไป คารวะด้วยความเคารพ เห็นปู่ของเขานั่งฝึกตนอยู่ จึงไปนั่งด้านหน้าเงียบๆ เมื่อนั่งลงปู่ของเฟยหลิงเทียน เฟยอู๋ติ้งก็ลืมตาจากการเข้าฌานพอดี


" เทียนเอ๋อร์ มีเรื่องใดอย่างงั้นรึ? " เฟยอู๋ติ้งถามเฟยหลิงเทียนด้วยน้ำเสียงแหบแห้งแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น


" ท่านปู่ ข้ามีเรื่องจะสอบถามขอรับ เป็นคัมภีร์โบราณเล่มนึงที่ข้าเห็นในหอคัมภีร์ชั้นสามขอรับ "


" ไหน เอามาให้ข้าดูซิ "


" นี่ขอรับ " เฟยเทียนส่งคัมภีร์โบราณให้ปู่เขาตรวจสอบ


" คัมภีร์เล่มนี่มัน! " เฟยอู๋ติ้งตะลึงไปชั่วครู่ และใบหน้าค่อยๆเปลี่ยนไปด้วยความสุข ความคะนึงหา


" มีอะไรหรือขอรับ? " เฟยหลิงเทียนถามด้วยความงุ่นงง


" ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดถึงวันเก่าน่ะ ฮ่าๆ "


" คัมภีร์เล่มนี้ข้าได้มันมาตอนที่ยังเป็นหนุ่ม เป็นการสำรวจโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ ทวีปหมื่นพฤกษาทวีปที่อยู่ใกล้เคียงทวีปเมฆาสวรรค์ของเรา "


" การสำรวจครั้งนั้นมีความน่ากลัวเป็นอย่างมาก เพราะในโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์มีทั้งกับดักและสัตว์อสูรชั้นสูงเป็นจำนวนมาก "


" หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ? " เฟยหลิงเทียนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะเขามีความฝันว่า จะได้ท่องไปทั่วโลก เฟยอู๋ติ้งหลังจากเห็นใบหน้าของหลานชายก็ยิ้มด้วยความอบอุ่น


" หลังจากนั้นเป็นยามคับขันที่สุดของกลุ่มสำรวจเรา " เฟยอู๋ติ้งเริ่มมีใบหน้าที่จริงจัง


" มีสัตว์อสูรขั้นสวรรค์ขั้นต้นตรงส่วนลึกของโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์อยู่ มันออกมาจากส่วนลึกเพราะมันสัมผัสได้ว่ามีผู้บุกรุกถิ่นที่อยู่มัน "


" กลุ่มสำรวจเราไม่มีทางให้ถอยหนี เพราะไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางหนีจากสัตว์อสูรขั้นสวรรค์ขั้นต้นได้ "


" สัตว์อสูรขั้นสวรรค์ มันแข็งแกร่งมากหรือขอรับ? " เฟยหลิงเทียนถามด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด


" ใช่ มันแข็งแกร่งมาก กลุ่มสำรวจเรามีปู่ที่มีลมปราณสูงที่สุด ลมปราณนภาขั้นหนึ่งเท่านั้น "


" เฮ้อ ความแข็งแกร่งห่างกันเกินไป " เฟยอู๋ติ้งถอนหายใจด้วยความขมขื่น


" และในยามวิกฤตเป็นตายนั่นเอง ย่าของเจ้าก็โผล่มา " เฟยอู๋ติ้งมองเฟยหลิงเทียนแล้วยิ้มออกมา


" ห่ะ " เฟยหลิงเทียนงุ่นงงทันที


" ย่าเหรอ! "


" ใช่แล้ว " เฟยอู๋ติ้งตอบรับด้วยรอยยิ้ม


" ตอนนั้นย่าของเจ้าช่วยกลุ่มสำรวจเราเอาไว้ นางเพียงแค่ใช้นิ้วมือเดียวก็ฆ่าสัตว์อสูรขั้นสวรรค์ขั้นต้นนั้นได้ "


" !!! " เฟยหลิงเทียนตะลึง


" นิ้วมือเดียวฆ่าสัตว์อสูรขั้นสวรรค์ขั้นต้นได้! " เฟยหลิงเทียนไม่อยากจะเชื่อ


" งั้นความแข็งแกร่งของย่าน่าจะอยู่ที่ขั้นสวรรค์ขั้นสูงหรือเหนือกว่า !! "


" ใช่แล้วข้าก็คิดเช่นนั้น " ตอนนี้เองใบหน้าเฟยอู๋ติ้งก็เผยความชื่นชมในความแข็งแกร่งของภรรยาเขาออกมาเฟยหลิงเทียนก็มีใบหน้าที่ชื่นชมในความแข็งแกร่งของย่าเขาเหมือนกัน


" หลังจากนั้นพวกเราก็เข้าไปสำรวจข้างในส่วนลึกด้วยกัน ได้สมบัติมามากมายแบ่งกันอย่างเท่าเทียมคัมภีร์โบราณเล่มนี้เองที่ได้จากส่วนลึกของโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ "


" หลังจากออกจากโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ ย่าของเจ้าก็ชวนข้าไปท่องเที่ยวทวีปหมื่นพฤกษาด้วยกัน " เฟยอู๋ติ้งใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข


" ตอนนี้ย่าไปอยู่ที่ไหนหรือขอรับ? " เฟยหลิงเทียนถามด้วยความอยากรู้


" หลังจากท่องเที่ยวไปทั่วทวีปหมื่นพฤกษา พวกเราก็มีความรักต่อกัน และเดินทางมาถึงทวีปเมฆาสวรรค์ ตั้งตระกูลที่เมืองหมอกม่วงแห่งนี้ หลังจากคลอดพ่อของเจ้าได้ไม่นาน กำไลข้อมือของนางก็เปล่งแสงออกมา น่าจะเป็นข้อความมาจากตระกูลของนาง นางก็ขอข้าเดินทางกลับไปตระกูลของนาง "


" ตอนนั้นข้าขอนางตามไปด้วย แต่นางไม่ยอม เพราะการเดินทางไปตระกูลของนางมันไม่อันตรายเกินไป ลมปราณขั้นสวรรค์ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะไปได้ "


" เฮ้อ ตอนนี้ข้าหวังว่านางจะมีความสุขอยู่ที่ตระกูล " เฟยอู๋ติ้งถอนหายใจออกมาเบาๆ ในแววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ความคิดถึง


"..."


เฟยหลิงเทียนตกลงสู่ห้วงความคิด 'ลมปราณขั้นสวรรค์เหรอ ตอนนี้ท่านปู่มีลมปราณนภาขั้นแปด ยังห่างอีกไกลทีเดียว ขั้นนภาและขั้นสวรรค์ความห่างเปรียบได้กับสรรค์และปฐพี ถึงจะห่างกันแค่สองขั้นย่อยก็จะแตะขั้นสวรรค์ แต่ก็ยังถือว่ายังห่างไกล'


' ข้าต้องแข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าท่านย่าจะอยู่ที่ไหน ข้าต้องพาท่านปู่ไปหาท่านย่าให้ได้ ' ใบหน้าเฟยหลิงเทียนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น


' กุญแจเพียงหนึ่งเดียวที่จะทำให้ข้าแข็งแกร่งได้คือคัมภีร์โบราณเล่มนี้ ข้ามีความรู้สึกเช่นนั้น ' เฟยหลิงเทียนมองไปที่คัมภีร์ที่อยู่ในมือ หลังจากหลุดภวังค์ความคิด เฟยหลิงเทียนสอบถามท่านปู่เขาทันที


" ท่านปู่มีหนังสือหรือคัมภีร์ที่สอนการเรียนอักษรโบราณหรือไม่ ข้าต้องการอ่านคัมภีร์โบราณเล่มนี้ "


" สอนการเรียนอักษรโบราณรึ? " เฟยอู๋ติ้งเข้าสู่ห้วงภวังค์ความคิด หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน จู่ๆตาของเฟยอู๋ติ้งก็เปล่งประกาย


" ย่าของเจ้าเคยเขียนหนังสือวิธีการเรียนอักษรโบราณให้ข้าไว้ ก่อนนางกลับตระกูล เพื่อให้ข้าได้ศึกษาคัมภีร์โบราณเล่มนี้ แต่ตอนนั้นข้ามัวแต่หาวิธีไม่ให้ย่าเจ้าจากไป เลยไม่ได้ศึกษาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา "


" เดี่ยวข้าจะไปหยิบหนังสือให้เจ้า "


เฟยอู๋ติ้งลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอนสักพักก็ออกมาพร้อมกับหนังสือในมือ


" นี่คือหนังสือที่ย่าเจ้าเขียนไว้ ถือว่าเป็นของขวัญจากย่าเจ้าแล้วกัน " เฟยอู๋ติ้งยื่นหนังสือให้เฟยหลิงเทียนพร้อมรอยยิ้ม


" ขอบคุณขอรับท่านปู่ " เฟยหลิงทียนถือหนังสืออย่างเบามือ เสมือนเป็นของล้ำค่าในชีวิต


" ฮ่าๆๆ " เฟยอู๋ติ้งเห็นท่าทางของหลานชายก็หัวเราะออกมา เฟยหลิงเทียนหน้าแดงเล็กน้อย


" ถ้างั้นข้าไม่รบกวนท่านปู่แล้ว ท่านปู่โปรดพักผ่อน " เฟยหลิงเทียนยกมือคารวะด้วยความเคารพ แล้วออกจากบ้านไป


" ไปเถอะ " เฟยอู๋ติ้งยิ้มให้หลานชาย


' ถึงเจ้าจะไม่สามารถฝึกฝนลมปราณได้ แต่คัมภีร์โบราณเล่มนี้เหมาะสมกับเจ้าแน่นอน ย่าของเจ้าเคยบอกไว้ว่าคัมภีร์โบราณเล่มนี้ เป็นคัมภีร์ฝึกจิตวิญญาณ เจ้าจะเป็นผู้ฝึกตนเส้นทางจิตวิญญาณได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความพยายามของเจ้าแล้ว ' เฟยอู๋ติ้งอวยพรให้หลานชายในใจ




.........................

ตอนก่อน

จบบทที่ ตระกูลเฟย

ตอนถัดไป