วันแต่งงานใกล้เข้ามา
ตอนที่ 19 วันแต่งงานใกล้เข้ามา
เฟยหลิงเทียนได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วทันที ' มีจริงๆด้วยสินะ สถานที่ที่มีพลังงานความบริสุทธิ์สูง แต่ป่าพฤษาหมื่นปีศาจอันตรายเป็นอย่างมาก หากข้าใช้พลังจิตวิญญาณเร้นกายเดินเข้าไปในส่วนลึกก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรกระมัง? พลังจิตวิญญาณของข้ามาจากการฝึกฝนคัมภีร์วิถีแห่งจิตเทพ ขอบเขตสัตว์อสูรต่ำกว่าระดับสวรรค์ไม่น่าจะสามารถสัมผัสถึงตัวตนของข้าได้ ทว่าจิตก่อเกิดขั้นห้าจะสามารถเร้นกายลบตัวตนได้นานแค่ไหนกัน? สงสัยคงต้องรอให้ถึงขั้นจิตปฐพีซะก่อน ถึงตอนนั้นคงสามารถเข้าไปได้อย่างไม่มีปัญหาอันใด เพราะขั้นจิตปฐพีขึ้นไปสามารถหลอมจิตวิญญาณเข้ากับฟ้าดินสามารถดึงพลังธาตุจากธรรมชาติมาใช้ได้ '
เมื่อเห็นชายหนุมสอบถามเรื่องสถานที่ที่มีพลังงานความบริสุทธิ์สูง เฟยอู๋จี้คิดว่าเฟยหลิงเทียนต้องการฝึกฝนตนเอง เขาเลยเอ่ยเตือนชายหนุ่มในทันที
"เทียนเอ๋อร์ ถ้าเจ้าต้องการฝึกฝนในสถานที่ที่มีพลังงานความบริสุทธิ์สูงที่ป่าพฤษาหมื่นปีศาจ เจ้าจะต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้ซะก่อน รอให้กายเนื้อของเจ้าเข้าถึงระดับนภาก่อนค่อยเข้าไปก็ยังไม่สาย "
" ขอรับ ท่านพ่อ " ชายหนุ่มตอบรับเฟยอู๋จี้
' กายเนื้อระดับนภาเลยเหรอ? ไม่รู้ว่าต้องรอนานแค่ไหนถึงจะไปถึงขั้นนั้นได้ ถ้าข้าฝึกจิตวิญญาณถึงระดับปฐพีเมื่อไหร่ ข้าคงต้องหาเหตุผลขอท่านพ่อไปให้ได้ ' เฟยหลิงเทียงวางแผนการในใจ
เมื่อชายหนุ่มวางแผนเรียบร้อยแล้วก็ต้องชะงักกับคำพูดของเฟยอู๋จี้ในตอนท้าย ' มีคนสามารถออกมาจากป่าพฤษาหมื่นปีศาจได้ ' นายหญิงเหม่ยอวี้? ' '
" ท่านพ่อ นายหญิงเหม่ยอวี้เป็นผู้ใดหรือ? " เฟยหลิงเทียนถามทันที
" นายหญิงเหม่ยอวี้ เป็นประมุขตระกูลเหม่ยอันยิ่งใหญ่ของเมืองหลวงอาณาจักรเมฆาครามของเรา ไม่มีใครรู้ถึงระดับการฝึกตนของนาง มีคนคาดเดากันว่าที่นางสามารถรอดมาจากป่าพฤษาหมื่นปีศาจได้เพราะนางมีลมปราณขอบเขตขั้นสวรรค์หรือสูงกว่า " เฟยอู๋จี้ตอบด้วยใบหน้าที่เคารพนับถือ
" ฮือฮา " ผู้ที่ฟังอยู่ต่างตกตะลึงไปตามๆกัน
" ลมปราณขั้นสวรรค์ !!! "
" นายหญิงเหม่ยอวี้ ประมุขตระกูลเหม่ย? "
" งั้นก็เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรเมฆาครามของเรานะสิ "
" คงเป็นเช่นนั้น "
เฟยหลิงเทียนอึ้งไปเช่นกัน ' อาณาจักรเมฆาครามมีผู้ฝึกตนที่สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตระดับสวรรค์ได้ด้วย? ' ช่างเหนือความคาดหมายของชายหนุ่มเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากได้อธิบายเรื่องราวของนายหญิงเหม่ยอวี้แล้ว เฟยอู๋จี้พลันมองเฟยหลิงเทียนด้วยสีหน้าจริงจัง ด้านชายหนุ่มที่เห็นสีหน้าของผู้เป็นบิดาเช่นนั้นก็ตั้งใจฟังในสิ่งที่เฟยอู๋จี้จะกล่าวต่อทันที
" เทียนเอ๋อร์ ข้ากับพี่ใหญ่เซี่ยเลือกวันมงคลสำหรับการแต่งงานของเจ้ากับฉานเอ๋อร์เรียบร้อยแล้ว เป็นช่วงเดือนหน้าก่อนการเปิดรับสมัครศิษย์ใหม่ของสำนักสำนักมังกรฟ้าหนึ่งเดือน " เฟยอู๋จี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
เฟยหลิงเทียนได้ยินเช่นนั้นก็ใบหน้าแดงเก้อเขิน พร้อมกับหันไปมองยังเซี่ยเยว่ฉานที่นั่งอยู่ด้านข้าง หญิงงามทรงเสน่ห์ก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน ดวงหน้าขาวนวลยามนี้แดงระเรื่อด้วยความขัดเขินเขินเอียงอายดูเย้ายวนใจอย่างบอกไม่ถูก
เหล่าบรรดาผู้คนในตระกูลที่เห็นเช่นนั้นต่างก็หัวเราะอย่างสนุกสนานเฮฮา
" ถ้าเช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ เดือนหน้าข้าจะจัดงานแต่งงานให้พวกเจ้าอย่างยิ่งใหญ่ ฮ่าฮ่าฮ่า " เซี่ยชุนเฉิงหัวเราะด้วยความเบิกบาน
" ยินดีกับพี่หญิงและพี่ใหญ่หลิงเทียนด้วย " เซี่ยหนิงเอ๋อแสดงความยินดีกับทั้งสองคนด้วยสีหน้าเปี่ยมความสุข
" ยินดีด้วยขอรับนายน้อย "
" ยินดีด้วยขอรับนายน้อย "
" ยินดีด้วยขอรับคุณหนู "
" ยินดีด้วยเจ้าค่ะ นายน้อย คุณหนู "
บรรดาผู้คนในตระกูลต่างพากันแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า ทุกๆคนต่างกระตือรือร้นคึกคักกันใหญ่ราวกับเป็นงานแต่งงานของพวกมันเองก็มิปาน
หลังจากจบงานเลี้ยงฉลองชัยชนะให้กับเฟยหลิงเทียน เซี่ยชุนเฉิงก็ได้จัดให้คนของตระกูลเฟยค้างคืนที่ตระกูลเซี่ย เนื่องจากฉลองกันจนมืดค่ำดึกดื่นมากแล้ว
เฟยอู่จี้ก็ไม่ขัดน้ำใจของสหาย เขาตอบรับทันที
ส่วนเซี่ยเยว่ฉานก็พลันลากเฟยหลิงเทียนเข้าห้องในทันทีอย่างรวดเร็ว เพราะนางมีเรื่องจะคุยด้วย ด้านผู้หลักผู้ใหญ่ของหนุ่มสาวอย่างเซี่ยชุนเฉิงกับเฟยอู๋จี้ที่เห็นเช่นนั้นก็หัวเราะกันเสียงดังลั่นออกมา นี่ยังไม่ถึงวันแต่งงานคู่หนุ่มสาวก็พากันเข้าห้องอย่างกระตือรือร้นกันแล้ว ช่างรีบร้อนกันเสียจริงๆ
หนุ่มสาวอย่างเฟยหลิงเทียนกับเซี่ยเยว่ฉานที่ได้ยินเสียงหัวเราะไล่หลังพลันหน้าแดงด้วยความอับอาย รู้สึกว่าพวกผู้ใหญ่ต่างพากันเข้าใจผิดกันไปหมดแล้ว พวกเขามิได้รีบร้อนไปทำเรื่องอย่างว่าสักหน่อย จะส่งเสียงหัวเราะให้ผู้คนเข้าใจผิดกันทำไม? ทว่าสองหนุ่มสาวก็ไม่สนจะแก้ไขความเข้าใจผิดอันใดแล้ว เพราะถึงอย่างไรพวกเขาทั้งคู่ก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว
เมื่อเข้ามาในตำหนักหอห้องของเซี่ยเยว่ฉาน ชายหนุ่มพลันได้กลิ่นหอมของหญิงสาวที่อบอวลหอมฟุ้งภายในห้อง ทำให้เขาต้องสูดดมเข้าไปอย่างเต็มปอด เซี่ยเยว่ฉานเห็นท่าทางการกระทำของชายหนุ่มก็หัวเราะคิกออกมา
" เหตุใดเจ้าถึงต้องแสดงท่าทางเช่นนั้นด้วย? เจ้ามิได้เพิ่งจะเคยเข้ามาในห้องของข้าครั้งแรกซะหน่อย "
" ก็ข้าไม่ได้เข้ามาในห้องของท่านนานแล้ว และกลิ่นในห้องก็หอมด้วย ดังนั้นจึงต้องเก็บเกี่ยวดอมดมให้ชื่นใจ " เฟยหลิงเทียนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
เซี่ยเยว่ฉานได้ยินชายหนุ่มพูดชมก็เดินหน้าแดงไปนั่งบนเตียงนุ่มทันที เฟยหลิงเทียนเห็นท่าทางเขินอายของหญิงงามก็รีบเดินเข้าไปกอดนางจากเบื้องหลังอย่างรวดเร็ว
" เป็นอะไรไป ท่านเขินหรือ? " เฟยหลิงเทียนเผยยิ้มหยอกเย้า
" อืม " หญิงสาวตอบเสียงเบาด้วยอิริยาบถขัดเขินเอียงอาย
" พี่หญิง ข้าให้ท่าน " เฟยหลิงเทียนนำกล่องยาโอสถเพิ่มลมปราณระดับปฐพีขั้นสูงออกมาให้กับหญิงสาว เนื่องจากสิ่งนี้ไร้ประโยชน์สำหรับเขา จะเก็บมันไว้กับตัวก็ไม่ใช่เรื่อง
เซี่ยเยว่ฉานมองกล่องยาเพิ่มลมปราณในมือของชายหนุ่มด้วยรู้สึกหวั่นไหว โฉมสะคราญรับมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นยินดี การที่นางรับสิ่งนี้มาด้วยความเต็มใจนั้น เป็นเพราะว่าชายหนุ่มมิสามารถฝึกตนพลังลมปราณได้ โอสถยาเพิ่มระดับลมปราณจึงเป็นของไร้ประโยชน์สำหรับเฟยหลิงเทียน
" เทียนเอ๋อร์ ขอบคุณเจ้ามาก " เซี่ยเยว่ฉานหันไปกอดเฟยหลิงเทียนด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข
" พี่หญิง ท่านจะเป็นภรรยาข้าอยู่แล้ว เป็นธรรมดาที่ข้าผู้เป็นสามีต้องนำสิ่งดีๆมามอบให้ท่าน " เฟยหลิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงภูมิใจ
" ฮิฮิ เด็กตัวน้อยในตอนนั้น ตอนนี้เติบโตอย่างสง่างามแล้ว " เซี่ยเยว่ฉานใช้มือลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม
" ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าเติบโตแล้ว ไม่เชื่อท่านลองจับมันดูสิ " เฟยหลิงเทียนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
" เพ้ย ลามก ข้ามิได้หมายความถึงสิ่งนั้นซะหน่อย " หญิงสาวหน้าแดงฉาน
เฟยหลิงเทียนหัวเราะอย่างสนุกสนานพลางมองใบหน้างามด้วยความหลงใหล จากนั้นชายหนุ่มก็ประทับจูบบนริมฝีปากอันหอมหวานอย่างดูดดื่ม
ทั้งสองกอดรัดกันอย่างเสน่หารักใคร่ เฟยหลิงเทียนค่อยๆประคองหญิงงามนอนลงบนเตียงนุ่มอย่างแผ่วเบา ชายหนุ่มโอบกอดจูบจุมพิตด้วยความดื่มด่ำ ลิ้นของทั้งคู่ม้วนพันกันโต้ตอบแลกลิ้นกันอย่างพิศวาสวาบหวาม
" จุ๊บ ... จ๊วบบบ "
" อืมม อ่า "
สองมือของชายหนุ่มค่อยๆลูบคลำเคล้นคลึงสองเต้าอวบของหญิงสาว ทำให้เซี่ยเยว่ฉานต้องส่งเสียงครวญครางอู้อี้เย้ายวนกระชากจิตใจ
" อร้างงงงงง "
ได้ยินเสียงที่ยั่วยวนดึงเร้าจิตใจดังนั้น เฟยหลิงเทียนพลันรู้สึกเนื้อตัวร้อนวูบวาบเลือดลมในกายสูบฉีดอย่างร้อนแรง เทพเซียนน้อยของเขาถึงพองโตผงาดฟ้าขึ้นมา มันแข็งตัวอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มใช้แก่นกายของตนถูไถเข้ากับบริเวณพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของหญิงสาว เป็นเพียงการเสียดสีที่มีอาภรณ์ของทั้งคู่ขวางกั้น ทว่ากลับทำให้หนุ่มสาวเสียวซาบซ่าน
" อร้างง ... เทียนเอ๋อร์ .. ข้าจะทนไม่ อุ๊บบ "
เฟยหลิงเทียนเห็นท่าทางยั่วยวนของโฉมงามใต้ร่าง ทั้งอีกฝ่ายยังพ่นลมหายใจอันร้อนระอุหอมกรุ่นมาปะทะกับใบหน้า ทำให้ความต้องการของเขาเดือดพล่าน ชายหนุ่มจึงต้องประทับจูบริมฝีปากอันหอมหวานของหญิงสาวอีกครั้งอย่างดูดดื่มร้อนแรง เขาต้องการจูบนางไปตลอดไม่มีปล่อยหากว่าทำได้ การได้ลิ้มรสสัมผัสความหอมหวานจากปากอันจิ้มลิ้มของหญิงสาว ทำให้เขาอิ่มเอมไม่รู้สึกเบื่อ
" จ๊วบบ "
ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกมาเพื่อให้หญิงสาวได้พักหายใจ
" แฮก..แฮ่ก "
" เทียนเอ๋อร์ อีกไม่ถึงเดือนพวกเราก็จะแต่งงานเป็นสามีภรรยากันอยู่แล้ว อดทนหน่อยนะ " โฉมงามเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวานสะท้านใจ
ชายหนุ่มเองก็รู้ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา เขาต้องการครอบครองร่างกายของนางในวันแต่งงาน ดังนั้นตอนนี้ดูเหมือนเขาต้องอดใจเอาไว้ก่อน
" งั้นข้าขอดูดยอดเขาอันเนียนนุ่มของท่านก่อนได้ไหม? " เฟยหลิงเทียนฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์
เซี่ยเยว่ฉานพยักหน้าเล็กน้อยด้วยสีหน้าท่าทางเอียงอาย ดวงหน้างามเห่อร้อนแดงก่ำ การเผยหน้าอกอวบอิ่มขาวนวลออกมาให้ชายหนุ่มได้เชยชม ช่างเป็นเรื่องที่น่าอายเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากเฟยหลิงเทียนได้รับสัญญาณจากหญิงงาม ชายหนุ่มตื่นเต้นยินดีมือไม้สั่นสะท้านเบาๆ เขาปลดเสื้อผ้าอาภรณ์ของเซี่ยเยว่ฉานอย่างช้าๆ ต่อมาภาพตรงหน้าของชายหนุ่มก็สว่างเจิดจ้า ดวงตาคู่คมมองเห็นภูเขาลูกใหญ่สองลูกตั้งตระหง่าน ปลายยอดสีชมพูชี้ชันท้าทายสวรรค์ ช่างเป็นยอดเขาที่งดงามอะไรเช่นนี้ เนียนนุ่มน่าสัมผัสลูบไล้เป็นอย่างยิ่ง
" งดงามยิ่งนัก " เฟยหลิงเทียนเผยใบหน้าอันแสนหลงใหล การเห็นหน้าอกหน้าใจคู่งามของเซี่ยเยว่ฉาน ช่างเป็นสิ่งที่แสนสุขใจอย่างมาก
เฟยหลิงเทียนมิรอช้าอีกต่อไป รีบก้มลงไปดูดเลียยอดชมพูวิบวับอย่างหื่นกระหาย
" แผล็บ..แผล็บ "
" จ๊วบบบ "
เสียงดูดเลียจ๊วบจ๊าบแผล็บๆดังขึ้นอย่างพิศวาสวาบหวิว ชายหนุ่มดูดยอดชมพูอันหอมหวานอย่างเมามันส์ มือข้างหนึ่งก็เลื่อนไปลูบคลำบั้นท้ายอันงามงอนของหญิงงาม มืออีกข้างก็เคล้นคลึงเต้าอวบบีบสัมผัสลูบไล้จนหญิงสาวถึงกับร้องครางด้วยความเสียว
" อร้างงงงงง "
หลังจากเล่นกับสองเต้าอวบขาวจนพอใจชายหนุ่มก็หันไปกอดจูบแลกลิ้นกับหญิงสาวต่อ
" จ๊วบบ...จ๊วบบบบบ "
" จุ๊บ จู๊บบบ "
เวลาผันผ่าน เมื่อสองหนุ่มสาวดื่มด่ำอย่างพออกพอใจแล้ว จึงผละริมฝีปากออกจากกัน
" แฮก..แฮ่ก "
" พี่หญิงข้ารักท่านยิ่งนัก วันนี้ท่านทำให้เทพเซียนน้อยของข้าต้องอดทนด้วยอาการสาหัสนัก " เฟยหลิงเทียนมองใบหน้าโฉมงามยอดพธูด้วยความหลงใหลคลั่งไคล้
" ข้าก็รักเจ้าเช่นกัน เทียนเอ๋อร์ของข้า " เซี่ยเยว่ฉานกล่าวด้วยใบหน้าเย้ายวนมีความสุข ทว่าเวลานั้นนางพลันนึกบางอย่างได้ จึงหัวเราะอย่างนางปีศาจจิ้งจอกเจ้าเล่ห์
" ฮิฮิ ข้าต้องขอลงโทษเทพเซียนน้อยของเจ้าซะหน่อยแล้ว ที่วันนี้เจ้าทำท่าทางเจ้าชู้ใส่แม่นางเยว่หลาน " หญิงสาวหัวเราะคิกด้วยความสุขที่ได้กลั่นแกล้งชายหนุ่ม
" ข้าไม่ได้ทำเจ้าชู้ซะหน่อย นางมาจูบข้าเอง " ชายหนุ่มเอ่ยอารมณ์ความรู้สึก ข้าเป็นผู้บริสุทธิ์นะ
แต่เมื่อเห็นหญิงสาวหัวเราะออกมาก็รู้ว่านางแค่แกล้งหยอกล้อเท่านั้น เฟยหลิงเทียนจึงเข้าไปโอบกอดเอาคืนหญิงสาวอย่างมีความสุข หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เข้าสู่ห้วงนิทราหลับฝันหวาน
........................................