หม่าเฉิงวีรบุรุษผู้กล้า
ตอนที่ 25 หม่าเฉิงวีรบุรุษผู้กล้า
เมื่อหม่าเฉิงเข้ามาด้านในห้อง เขาเรียกข้ารับใช้ให้ไปตามหน่วยเต่าทมิฬทั้ง 5 ทันที หน่วยเต่าทมิฬทั้ง 5 เป็นหม่าเฉิงที่ทำการฝึกฝนพวกเขาด้วยตัวเอง
พวกเขาเป็นผู้ฝึกฝนกายเนื้อก่อเกิด ขั้นที่ 9 มีพละกำลังอันแข็งแกร่ง ร่ายกายใหญ่โตบึกบึน มีพลังกล้ามเนื้อที่แม้แต่ผู้ฝึกฝนลมปราณแท้จริงขั้นที่ 1 ทั่วไป ไม่สามารถทำให้บาดเจ็บได้แม้แต่น้อย
หน่วยเต่าทมิฬทั้ง 5 มาถึง หม่าเฉิงก็วางแผนที่จะจัดการกับเฟยหลิงเทียนด้วยสีหน้าที่ชั่วร้ายทันที
หม่าเฉิงไม่ได้รู้สึกตัวแม้แต่น้อยว่าตอนนี้ด้านหลังของเขามีร่างเงาจิตของเฟยหลิงเทียนยืนฟังแผนการอันชั่วร้ายของมันด้วยสีหน้าเย็นเยียบ
' หม่าเฉิง ข้าจะใช้วิชาอะไรดีที่จะดัดนิสัยอันชั่วช้าของเจ้าได้ ยิ่งได้เห็นสายตาอันชั่วร้าย หื่นกระหายของเจ้าที่ใช้มองเยว่ฉานภรรยาข้าแล้ว ทำให้ข้ารู้สึกเกลียดชังเจ้ามากกว่าเจ้าเกลียดชังข้าซะอีก จนข้าอยากจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ แต่ถ้าฆ่าเจ้าทิ้งมันจะทำให้เจ้าสบายมากจนเกินไป '
' ในเมื่อเจ้ามีความหื่นกระหายมากขนาดนี้ ข้าจะจัดให้เจ้าอย่างสาสมใจทีเดียว '
' วิชาเวทที่มีใน ' วิถีแห่งจิตเทพ ' มีมากมายซะด้วย อืม วิชานั้นใช้กับเจ้าน่าจะเหมาะสมที่สุดแล้ว ' ควบคุมจิต ' ถึงแม้ว่าข้าจะอยู่ในร่างจิตที่มีพลังไม่มากนัก แต่ข้าก็สามารถเปลี่ยนความทรงจำ ความรู้สึกนึกคิดของเจ้าได้อย่างสบาย '
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ร่างเงาจิตเฟยหลิงเทียนก็ยิ้มออกมาด้วยความชั่วร้ายร่ายวิชาเวท ' ควบคุมจิต ' ใส่หม่าเฉิงทันที แสงสีฟ้าปกคลุมตัวหม่าเฉิง ทำให้เขาไม่รู้ตัวว่า อีกไม่นานชาวเมืองได้ขนานนามผู้กล้าที่แท้จริงให้กับเขา
"หม่าเฉิงเจ้าจงลืมเรื่องของข้าและภรรยาข้าซะ เมื่อใดก็ตามที่เจ้าและผู้ติดตามของเจ้าเข้าไปในเมืองหมอกม่วง เมื่อนั้นเจ้าจะได้เห็นว่าผู้ติดตามของเจ้าเป็นหญิงสาวงดงามดุจนางเซียน เปลือยร่างเชื้อเชิญเจ้า และเจ้าไม่ต้องอัดอั้นความรู้สึกของตัวเองไว้ จงทำตามที่ใจเจ้าปรารถนาซะ เมื่อถึงตอนนั้นผู้คนในเมืองก็จะสรรเสริญเจ้าดุจผู้กล้า และเป็นวีรบุรุษที่แท้จริง"
หลังจากหม่าเฉิงโดนร่างจิตของเฟยหลิงเทียนร่ายเวทควบคุมจิตใส่ เขาก็ลืมเรื่องของเฟยหลิงเทียนและเซี่ยเยว่ฉานทันที เขาเหมือนมีความรู้สึกใหม่ผุดขึ้นมาในจิตใจ ยามเมื่อเขามองผู้ติดตามทั้ง 5 แก้มเขาจะแดงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ส่ายหัวอย่างแรง ไม่กล้าคิดต่อทันที
จากนั้นร่างจิตเฟยหลิงเทียนก็หันไปร่ายเวทควบคุมจิตใส่กลุ่มผู้ติดตามของหม่าเฉิงทั้ง 5 ที่เป็นชายบึกบึนแข็งแกร่งต่อทันที
"พวกเจ้าทั้ง 5 คนก็เช่นกัน เมื่อใดก็ตามที่พวกเจ้าเข้าไปในเมืองกับเจ้านายของพวกเจ้าหม่าเฉิง
เมื่อนั้นเจ้าจะได้เห็นว่าหม่าเฉิงเป็นหญิงสาวงดงามดุจนางเซียน เปลือยร่างเชื้อเชิญพวกเจ้า อยากจะปลดปล่อยเพลิงราคะออกมา พวกเจ้าจงทำความช่วยเหลือเขาอย่างสุดความสามารถ มีเท่าไหร่ปล่อยมันออกไปให้หมด"
ร่างเงาจิตเฟยหลิงเทียนร่ายเวท ' ควบคุมจิต ' เสร็จ เขาหายตัวไปทันที ไม่รอดูผลลัพธ์ที่จะทำลายสายตาของเขา
เมื่อหม่าเฉิงไม่ได้มีความคิดอันชั่วร้ายแล้ว เขาพาหน่วยเต่าทมิฬทั้ง 5 เข้าไปในเมืองหมอกม่วง เดินวางก้ามไปทั่วเมือง
หม่าเฉิงที่เดินเข้ามาถึงใจกลางเมืองที่มีผู้คนเดินพลุกพล่าน เขาวางท่าใหญ่โตทันที ดึงดูดสายตามากมายของผู้คน
"นั่นหม่าเฉิงมิใช่รึ?"
"มันนั่นเอง"
"มันหายดีจากการประลองแล้วรึ?"
"แพ้อย่างน่าอับอายขนาดนั้น ยังกล้ามาเดินวางก้ามใหญ่โตในเมืองอีก"
ผุ้คนพากันวิพากย์วิจารณ์หม่าเฉิงอย่างเสียๆหายๆ บางคนถึงด่าประนาม สาบแช่งทันที
บางคนไม่ได้พูดอะไรแต่สีหน้าที่มองมาทางหม่าเฉิงมีความดูถูก เย้ยหยัน แฝงอยู่
หม่าเฉิงที่เห็นเช่นนั้นมีสีหน้าไม่ชอบใจทันที เขาหันหน้ามาหวังว่าจะไปตบเจ้าพวกสวะที่กล้ามาด่าเขาท่ามกลางผู้คน
แต่ทันใดนั้นเองหางตาเขาเหลือบไปมองหน่วยเต่าทมิฬทั้ง 5 คนของเขา แต่ที่เขามองเห็นกลับไม่ใช่หน่วยเต่าทมิฬทั้ง 5
แต่เป็นหญิงสาวทั้ง 5 คน ที่สวยงามหมดจด เย้ายวน มีเสน่ห์ เดินเปลือยเปล่ามาทางเขา
หม่าเฉิงตกตะลึงอ้าปากตาค้าง เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวที่งดงามขนาดนี้มาก่อนแถมยังมีกันถึง 5 คน ท่อนล่างเขาโป่งพองเต็มที่
เมื่อมีหญิงสาวที่งดงามให้ท่าเช่นนี้ ทำให้เขาทนไม่ไหว รีบถอดเสื้อผ้าออกหมดทันที พร้อมกับหันไปมองเหล่าผู้คนที่มองมาที่พวกเขา ด้วยใบหน้าที่ตกตะลึง อ้าปาก ตาค้าง
หม่าเฉิงเห็นเช่นนั้นก็สะใจเป็นอย่างมาก เขาจะใช้สถานที่แห่งนี้แสดงความเป็นชายของเขาให้ผู้คนได้ประจัก
เพราะเขาได้ครอบครองหญิงสาวงดงามถึง 5 คน จะไม่ให้เขาแสดงให้ทุกคนได้เห็นได้อย่างไร
หม่าเฉิงพุ่งเข้าไปกอดจูบแลกลิ้นอย่างดูดดื่ม ลูบคลำทั่วร่างของอีกฝ่าย เหล่าหญิงสาวทั้ง 5 คน ก็เล้าโลมสัมผัสทุกสัดส่วนของหม่าเฉิง ทำให้เขาต้องร้องครางออกมา
เหล่าผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นชาย หญิง เด็ก คนแก่ พวกเขาตะลึกทันที นี่เป็นครั้งแรกที่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะไปหาที่ไหนก็ไม่เคยมีเห็นเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน
กลุ่มชายหนุ่มทั้ง 6 คน ที่มีเปลือยร่างกายใหญ่โตแข็งแรงบึกบึน กอดจูบแลกลิ้น ลูบคลำ ฟัดกันอย่างอย่างหนักหน่วง กลางถนนท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย
หม่าเฉิงทำการทะลวงด้านหลังของชายกล้ามโตทั้ง 5 ทีละคน ใบหน้าเขามีความเคลิบเคลิ้ม หลงใหล ชายกล้ามโตที่ว่างอยู่ก็ไปทะลวงด้านหลังของหม่าเฉิง ทำให้ใบหน้าของหม่าเฉิงเต็มไปด้วยความสุขราวกับได้ขึ้นไปถึงสรวงสวรรค์
หลังจากที่พวกเขาหายตกตะลึง พวกเขาพากันสบถด่าทอออกมาทันที
"กรี๊ดดด"
"บัดซบเอ๊ย"
"ให้ตายเถอะ ไอ้ทุเรศหม่าเฉิง เจ้าช่างทำให้ข้าเสียสายตายิ่งนัก"
"ไมมมมม่ ตาข้าาาาา"
"ใครที่มีน้ำศักดิ์สิทธิ์จากสวรรค์ โปรดนำมันมาให้ข้าชำระล้างดวงตาที่เกิดจากสิ่งสกปรกโสมมด้วย"
"ข้านึกไม่ถึงเลยว่าหม่าเฉิงจะมีรสนิยมเช่นนี้"
"ให้ตายเถอะ เจ้าหม่าเฉิงมันมีหลากหลายกระบวนท่ายิ่งนัก"
"นี่มันผู้เชี่ยวชาญการทะลวง"
"มัน!! ขุดเหมืองกันอย่างเมามันส์"
"มันไม่มีความอายบ้างหรืออย่างไร?"
"สมแล้วที่ได้ชื่อว่าผู้ไร้ยางอาย"
เหล่าชายที่ดูอยู่หน้าซีดทันที ขนทั่วร่างกายพวกเขาลุกตั้งชี้ชัน พากันนำมือมาปิดทวารโดยไม่รู้ตัว
เหล่าชายรักชายที่เกิดขึ้นที่งานประลองครั้งที่แล้ว พากันยื่นมองด้วยสายตาที่เปล่งประกาย หน้าแดงขึ้น เลือดลมสูบฉีด หายใจหนักหน่วงยิ่งขึ้น ท่อนล่างของพวกเขาพองขึ้นอย่างมาก เหล่าชายหนุ่มด้านข้างเห็นเช่นนั้นรีบถอยห่างด้วยความรวดเร็ว
หม่าเฉิงยิ่งทะลวงยิ่งเมามันส์ กลิ่นอายกลิ่นเหงื่อของเหล่าชายหนุ่มกล้ามโต ทำให้เขายิ่งเคลิ้ม
เหล่าชายรักชายที่ดูอยู่ยิ่งมายิ่งทนไม่ไหว แอบเข้าไปทะลวงทวารหม่าเฉิงด้วยความเนียน
น้ำรักและของเหลวสีเหลืองกระจายเต็มทั่วลานกว้าง กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ลอยฟุ้งตลบอบอวนทั่วลานกว้าง
กลุ่มชายหนุ่มที่ร่วมทะลวงยิ่งมายิ่งมาก พากันเกาะกลุ่มกอดจูบแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่ม พ่นน้ำสีเหลืองกระจาย
"อ้วกกกก"
"บัดซบ ข้าจะอ้วกแล้ว"
"ข้ายอมแพ้เจ้าเลย หม่าเฉิง"
"ช่างเป็นผู้กล้าอย่างแท้จริง"
"เขาสมควรได้รับคำว่าวีรบุรุษ ลูกผู้ชายอย่างแท้จริง"
"พวกเขาเล่นท่ายากกันด้วย"
ชางเฟิงเจ้าเมืองหมอกม่วงได้รับการแจ้งจากชาวเมือว่ามีการทะลวงทวารกันเกิดขึ้นที่ใจกลางเมือง
เขาตกตะลึงทันที จากนั้นก็รีบบินไปที่กลางเมืองมีกลุ่มคนชุมนุมมากมาย มองดูกลุ่มชายหนุ่มกล้ามโตกลุ่มใหญ่ทำการทะลวงทวารกันอย่างเมามันส์
ชางเฟิงเห็นเหตุการณ์ก็มีสีหน้าเหยเกทันที ไม่รู้ว่าจะเข้าไปห้ามปรามอย่างไรดี เขาคิดว่าพวกเขาคงรักกันมากถึงได้ทะลวงกันอย่างเมามันส์ออกรสออกชาติขนาดนั้น
จะไปขัดขวางพวกเขาก็เป็นสิ่งไม่ดี เขาจึงคิดว่าจะรอดูสถานการณ์ก่อนสักระยะ
หลังจากรออยู่ 1 ชั่วยาม ใบหน้าของชางเฟิงขาวซีดด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นสะท้าน ขนทั่วร่างกายลุกตั้งชี้ชัน ยกมือปิดทวารโดยไม่รู้ตัว
เขาสบถด่าในใจทันที ' บัดซบเอ้ย เจ้าเด็กนี่จะทะลวงทวารชายกล้ามโตทั้งที ทำไมไม่ไปเปิดโรงเตี้ยม
จะมาทะลวงกลางเมืองของข้าทำไม มันเอากำลังมาจากไหน? สมกับที่เป็นผู้ฝึกฝนกายเนื้อจริงๆ '
ในที่สุดชางเฟิงก็หมดความอดทน ลอยขึ้นไปอยู่เหนือกลุ่มชายเปลือยที่กำลังทะลวงกันอย่างเมามันโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ชางเฟิงโบกมือทำให้แรงกดดันลมปราณพุ่งลงไปทำให้กลุ่มชายเปลือยสลบ จากนั้นเขาให้ทหารแบกพวกเขาไปไว้นอกเมืองทันที
"ทหารลากพวกเขาออกไปไว้นอกเมือง" เมื่อสั่งเสร็จเขาบินกลับจวนเจ้าเมืองด้วยความรวดเร็ว
ทหารที่ยืนอยู่มองหน้ากันไปมาด้วยความกระอักกระอ่วน จากนั้นก็ตัดสินใจเดินเขาไป
"อี๋"
"แหวะ เหม็นชะมัด อ้วกกกกกก"
"อ้วกกก"
"บัดซบเอ้ย เล่นทะลวงกันจนบาน ข้าสามารถมองเห็นขุมทองข้างในได้เลย แหวะ"
"เจ้าไม่ต้องมองข้างในเลย ทองเกลื่อนกลาดเต็มพื้น เจ้าไม่ได้มองรึ?"
"เจ้าจะมองทำไม รีบนำพวกมันไปทิ้ง"
"เมืองของเราคงมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นแน่"
"สงสัยเมืองหมอกม่วง คงได้เปลี่ยนชื่อเมืองก็คราวนี้"
..........................................................................................