แผนการลับ
ตอนที่ 27 แผนการลับ
วังหลวง ราชวงศ์เจิ้ง อาณาจักรเมฆาคราม
ในห้องลับของวังหลวง เจิ้งหนานเทียน จักรพรรดิอาณาจักรเมฆาคราม นั่งบนเก้าอี้ลายมังกร ด้านข้างของเขาตอนนี้มีชายหนุ่มชุดดำและชายวัยกลางคนนั่งอยู่ด้วยท่าทางสบายๆ
เจิ้งหนานเทียนหน้าตาเขียวคล้ำเมื่อมองไปที่บุตรชายทั้ง 2 ที่นั่งคุกเข่าอยู่ เจิ้งจวิ้นเต็มไปด้วยผ้าพันแผล ร่างกายสั่นสะท้าน ด้านข้างเจิ้งฮุ่ยหน้าขาวซีด
"บัดซบ เจ้าทั้ง 2 คน มันไม่มีหัวคิดหรือไง? ถึงได้ไปหาเรื่องเฟยหลิงเทียนที่มีกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์?"
เจิ้งหนานเทียนโกรธจนหน้าเขียว เมื่อเห็นว่าเจิ้งจวิ้นบุตรชายที่มีพรสวรรค์ของมันต้องพิการกลายเป็นคนธรรมดาเพราะตันเถียนโดยทำลาย
เจิ้งหนานเทียน จักรพรรดิอาณาจักรเมฆาคราม มีลมปราณนภา ขั้นที่ 6 ถึงจะเป็นจักรพรรดิแต่เขาไม่ได้แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรเมฆาคราม
ในอาณาจักรเมฆาคราม คนที่เขาเกรงใจมีอยู่ไม่กี่คน แต่คนที่เขาไม่อยากเป็นศัตรูและไม่อยากหาเรื่อง
มีอยู่ 2 ตระกูล คือ ตระกูลเฟยที่มีปีศาจเฒ่า เฟยอู๋ติ้ง ลมปราณนภา ขั้นที่ 8 ยิ่งตอนนี้มีเฟยหลิงเทียนที่มีกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถต่อสู้ข้ามชั้นได้จะน่ากลัวขนาดไหน กับตระกูลเหม่ย มีนายหญิงเหม่ยอวี้ เป็นประมุขตระกูล ที่ลือกันว่ามีลมปราณขั้นสวรรค์ เขายิ่งไม่กล้าไปมีเรื่องด้วย
แต่ตอนนี้บุตรชายทั้งสองของตนดันไปมีเรื่องกับตระกูลที่เขาเกรงกลัว จะไม่ให้เขาโกรธได้ยังไง
เจิ้งจวิ้นสั่นด้วยความกลัว ตอนนี้เขาเป็นคนธรรมดาไปแล้ว ในโลกของการฝึกตน เมื่อไม่มีลมปราณถึงแม้จะมีอำนาจมากแค่ไหนก็ไร้ความหมาย
เจิ้งฮุ่ยหน้าซีด
"ข้า...ข้า.."
เขาพึมพำในใจ ' ข้าจะไปรู้ได้ไง ว่ากายเนื้อศักดิ์สิทธิ์มันจะน่ากลัวขนาดนี้ ถ้ารู้ตั้งแต่แรกข้าไม่ไปให้เสียหน้าหรอก '
"เอาน่าๆ ท่านจักรพรรดิ อย่าไปโกรธเด็กๆมันเลย" ชายหนุ่มชุดดำด้านข้างกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเจิ้งจวิ้นกับเจิ้งฮุ่ยได้ยินชายหนุ่มชุดดำพูด พวกเขาเกือบจะกระอักเลือดออกมา
' แกนั่นแหละเด็ก!!! ' พวกเขาตะโกนออกมาในใจ ไม่กล้าเสียมารยาทกับชายหนุ่มชุดดำ
ชายหนุ่มชุดดำผู้นี้คือองค์ชายสาม อาณาจักรเมฆาทมิฬ อวิ๋นเทียน อายุ 19 ปี ลมปราณปฐพี ขั้นที่ 3
ส่วนชายวัยกลางคนด้านข้างเป็นองครักษ์องค์ชายสาม อวิ๋นหย่ง ลมปราณนภา ขั้นที่ 7
เจิ้งหนานเทียนแค่นเสียงเย็นใส่บุตรชาย จากนั้นหันมาปั้นหน้าด้วยรอยยิ้ม พูดคุยกับองค์ชายสาม อวิ๋นเทียน
"องค์ชายสาม เรื่องที่เราคุยกันก่อนหน้านี้ ถ้าข้าทำงานให้ท่านอย่างนึงได้ ท่านจะให้ทรัพยากรในการฝึกตนกับข้า ท่านพูดจริง?"
ทรัพยากรที่ว่าคือ ยาเพิ่มลมปราณระดับนภา ในอาณาจักรเมฆาครามที่มีขนาดเล็กที่สุด ใน 4 อาณาจักรของทวีปเมฆาสวรรค์ ยาเพิ่มลมปราณระดับนภา ถือว่าหายากเป็นอย่างยิ่ง
เจิ้งหนานเทียนยิ้มยินดีในใจ เมื่อนึกถึงยาเพิ่มลมปราณระดับนภาที่จะได้จากองค์ชายสาม
แต่เมื่อคิดเรื่องงานที่องค์ชายสามต้องการให้เขาทำ ใบหน้าเขาก็มีสีหน้าหนักใจขึ้นมา ส่วนลึกในดวงตาปรากฏความหวาดกลัว
ร่างเงาจิตของเฟยหลิงเทียนที่แอบฟังอยู่ในมุมมืด มีสีหน้าที่จริงจังขึ้นมา เมื่อเห็นทั้งสองฝ่ายเริ่มพูดเรื่องสำคัญแล้ว
"ข้าพูดจริง องค์ชายอย่างข้าไม่เคยหลอกลวงใครอยู่แล้ว" อวิ๋นเทียนกล่าว
"...ต..แต่ เรื่องนี้ท่านแน่ใจจริงๆ "
"ข้าแน่ใจ ผู้อาวุโสขั้นสวรรค์ของอาณาจักรข้าในตอนที่ได้เข้าไปในป่าพฤษาหมื่นปีศาจได้ประมือกับนางหลายครั้ง และในตอนท้ายของการต่อสู้ ท่านได้แพร่พิษเพลิงทมิฬใส่นาง ผู้อาวุโสสุ่ยเป็นผู้ลงมือ นางต้องอ่อนแอลงกว่าเมื่อก่อนแน่"
อวิ๋นเทียนยิ้มในใจ เมื่อนึกเรื่องที่จะได้โอบกอดหญิงงาม ที่สวยสดงดงามราวนางอัปสรสรรค์อย่างเหม่ยอวี้ เขาถึงเผยใบหน้าหื่นกระหายออกมา
เขาเคยเห็นนางแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ตอนที่นางได้เดินทางไปอาณาจักรเมฆาทมิฬเพื่อประมูลสิ่งของบางอย่าง ถึงในตอนนั้นนางจะสวมผ้าคลุมหน้าเอาไว้ก็มิอาจบดบังความงามของนางได้
ด้วยเป็นหญิงงามมีรูปร่างโค้งเว้าสมส่วน หน้าอกอวบอึ๋มเกือบล้นทะลักออกมาจากเสื้อผ้า เย้ายวนมีสเน่ห์ ผิวขาวราวหยก ส่งกลิ่นกายอันหอมหวนชวนฝัน
ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเผยดวงตาหงส์อันแพรวพราย เปล่งประกายดึงดูด กระชากวิญญาณต่อผู้ที่มองเห็นดวงตาคู่งาม เขาเห็นนางครั้งเดียวก็หลงสเน่ห์จนมิอาจถอนตัว และเมื่อรู้ว่านางถูกพิษแทรกซึมทำให้อ่อนแอจากผู้อาวุโสสุ่ย ทำให้เขาคิดแผนการที่จะได้นางมาครอบครองและทำให้อาณาจักรเมฆาครามอ่อนแอลงไปในตัว เขาถึงได้เดินมาอาณาจักรนี้ด้วยตนเอง
"ท่านว่านางที่โดนพิษเพลิงทมิฬจะอ่อนแอลงถึงขั้นไหน?" เจิ้งหนานเทียนกล่าวถาม
อวิ๋นเทียนหันไปมองอวิ๋นหย่งที่นั่งจิบชาด้านข้าง
"พิษเพลิงทมิฬของผู้อาวุโสสุ่ยร้ายกาจอย่างมาก นี่ก็ผ่านมา 2 ปีแล้ว พิษคงจะทำร้ายนางอย่างสาหัส
ให้ข้าเดานางน่าจะอ่อนแอ พลังลมปราณถดถอยลงเหลือลมปราณนภาขั้นที่ 6 ท่านจักรพรรดิน่าจะรับมือไหว"
' ท่านเดาเนี่ยนะ พวกเจ้าไม่ทราบว่าตอนนี้นางเป็นอย่างไร นี่คือเหตุผลที่พวกเจ้าไม่ยอมลงมือเอง และให้ข้าออกหน้าแทน? ' เจิ้งหนานเทียนเกือบจะกระอักเลือดออกมา
' ถ้านางรักษาพิษได้แล้วล่ะ? ไม่ใช่ว่าข้าต้องเอาชีวิตไปทิ้งอย่างงั้นรึ? ' เจิ้งหนานเทียนหน้าเขียวคล้ำ
อวิ๋นหย่งเหมือนรู้ว่าเจิ้งหนานเทียนกำลังคิดอะไรอยู่ เขารีบกล่าวทันที
"พิษเพลิงทมิฬมีแค่ผู้อาวุโสสุ่ยเทานั้นที่จะสามารถรักษาได้ เป็นพิษที่มาจากลมปราณที่พิเศษของผู้อาวุโสสุ่ย คนอื่นไม่สามารถรักษาได้ ท่านจักรพรรดิโปรดวางใจ"
"ถ้าท่านอวิ๋นหย่งพูดอย่างงั้น ข้าก็มีความมั่นใจแล้ว ข้าขอเวลาเตรียมตัว 10 วัน" เจิ้งหนานเทียนกล่าวแม้สีหน้าจะยังดูไม่ดีเท่าไหร่
"ได้ ข้าให้เวลาท่านเตรียมตัว 10 วัน และในวันต่อมาข้าจะต้องได้เห็นนางอยู่ตรงหน้าข้า" องค์ชายสามกล่าว พร้อมกับมีรัศมีกดดันข่มขู่ปล่อยออกมา
"องค์ชายสามวางใจได้ ข้าต้องทำตามแผนการให้สำเร็จอย่างแน่นนอน" เจิ้งหนานเทียนกล่าว
"อืม" อวิ๋นเทียนยิ้มออกมา เมื่อเห็นท่าทางมั่นใจของเจิ้งหนานเทียน
ร่างเงาจิตของเฟยหลิงเทียนตกตะลึงที่ได้ยินแผนการของพวกเขา
' นางที่ว่าคือใคร? ' สมองเฟยหลิงเทียนหมุนเร็วจี่ สักพักประกายตาก็สว่างวาบ
' ต้องเป็นนายหญิงเหม่ยอวี้แน่นอน มีเพียงนางเท่านั้นที่สามารถเข้าไปในป่าพฤษาทมิฬ
และสามารถประมือกับผู้อาวุโสขั้นสวรรค์ของอาณาจักรเมฆาทมิฬได้ '
' ข้าต้องช่วยนาง ถ้านางตกอยู่ในกำมือของอาณาจักรเมฆาทมิฬแล้วล่ะก็ จะไม่มีผู้ใดมาคานอำนาจกับอาณาจักรเมฆาทมิฬ '
' ที่ไม่เกิดสงครามขึ้นมาเพราะอาณาจักรเมฆาทมิฬรู้ว่าในอาณาจักรเมฆาครามมีนายหญิงเหม่ยอวี้ที่มีลมปราณขั้นสวรรค์อยู่ แต่ถ้าอาณาจักรเมฆาทมิฬได้ตัวนางไปล่ะก็ สงครามได้เกิดขึ้นแน่ ถึงอาณาจักรเมฆาครามจะมีขนาดเล็ก แต่ถ้าอาณาจักรเมฆาทมิฬฮุบกลืน ก็จะมีความยิ่งใหญ่เพิ่มขึ้นสามารถต่อกรกับอีกสองอาณาจักรได้ '
เฟยหลิงเทียนปล่อยให้ร่างเงาจิตตามดูการเคลื่อนไหวขององค์ชายสามอาณาจักรเมฆาทมิฬต่อ
ส่วนตัวจริงกำลังนอนโอบกอดเซี่ยเยว่ฉานอยู่บนเตียง มีสีหน้าที่ครุ่นคิดจริงจัง ว่าจะช่วยนายหญิงเหม่ยอวี้อย่างไรดี
ตำหนักแม่ทัพราชวงศ์เจิ้ง
ในห้องลับ มีผู้คนอยู่ 2 คน เจิ้งจิงหงนั่งเผชิญหน้ากับบุตรชายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เจ้าว่าอย่างไรนะ!!!"
"จักรพรรดิ์เจิ้งหนานเทียนวางแผนจะจัดการกับนายหญิงเหม่ยอวี้แล้วขอรับ" เจิ้งหยางกล่าว
"เจิ้งฮุ่ยมันบอกอะไรเจ้าอีก?"
"เจิ้งฮุ่ยมันบอกมาแค่นี้ขอรับ ขนาดข้าอยู่ใกล้ชิดกับมัน มันยังไม่บอกอะไรเพิ่มเติม มันคงกลัวว่าแผนจะโดนคนนอกรู้เข้า"
"บัดซบเอ้ย เจิ้งหนานเทียนข้าจะไม่นับเจ้าเป็นพี่ชายอีกแล้ว ถ้าเจ้าส่งตัวนายหญิงให้องค์ชายสาม แล้วใครจะปกป้องอาณาจักรเมฆาคราม?" เจิ้งจิงหงสบถด้วยความโกรธ
เพราะมีนายหญิงเหม่ยอวี้อยู่อาณาจักรเมฆาทมิฬถึงได้ไม่โจมตีอาณาจักรเมฆาคราม
แต่ถ้านายหญิงเหม่ยอวี้โดนจับตัวไป อาณาจักรเมฆาครามคงล้มสลายโดนอาณาจักรเมฆาทมิฬฮุบกลืนแน่
"ตอนนี้เรารู้แค่นี้ พวกเราไม่รู้ช่วงเวลาที่จักรพรรดิ์จะลงมือ"
"มีทางเดียวคือพวกเราต้องวางกองกำลังป้องกันไว้รอบๆตระกูลเหม่ย แต่ถ้าพวกเราขอความช่วยเหลือจาก 4 สำนักใหญ่ เจิ้งหนานเทียนต้องตื่นตัวแน่"
"แต่ถ้าเราขอความช่วยเหลือกับตระกูลเฟยล่ะขอรับ"
"เจ้านี่โง่รึไง? เจิ้งจวิ้นเพิ่งไปหาเรื่องตระกูลเฟยหยกๆ พวกเขาจะให้ความช่วยเหลือพวกเราทำไม?"
"ตระกูลเฟยไม่รู้ว่าพวกเราแตกหักกับราชวงศ์ ต่อให้พวกเขารู้ก็ยังต้องการข้อมูล ใช้เวลาในการวิเคราะห์สถานการณ์เพิ่มเติม ตอนนี้เจ้าแค่อยู่ข้างๆเจิ้งฮุ่ยเอาไว้ รวบรวมข้อมูลมาให้มากที่สุด พวกเราทำเท่าที่ทำได้ไปก่อน เมื่อถึงคราวคับขันจริงๆถึงค่อยขอความช่วยเหลือจากตระกูลใหญ่และ 4 สำนักใหญ่"
"ขอรับท่านพ่อ" เจิ้งหยางกล่าวตอบ
................................................................................................................................