นายหญิงเหม่ยอวี้ (4)
ตอนที่ 31 นายหญิงเหม่ยอวี้ (4)
"เจ้ารู้ว่าข้าโดนพิษแทรกซึม?" เหมยอวี้ถามด้วยสีหน้าตกใจ
"ใช่ ข้ารู้" เฟยหลิงเทียนตอบนางตามตรง
"เจ้าบอกว่าสามารถรักษาพิษเพลิงทมิฬที่อยู่ในร่างกายของข้าได้ เจ้าพูดจริง?" เหม่ยอวี้ดีใจเป็นอย่างมาก เขยิบเข้าใกล้เฟยหลิงเทียนจับมือเขาไว้ไม่ปล่อยให้หนีไปไหน
ความหวังในการรักษาพิษอยู่ตรงหน้า นางจะไม่ยอมปล่อยเขาไปอย่างแน่นอน
"ใจเย็นๆ พี่อวี้ ข้าสามารถรักษาท่านได้แน่นอน และข้าไม่จากท่านไปไหนอย่างเด็ดขาด" เฟยหลิงเทียนที่ถูกกุมมืออยู่ เห็นดังนั้นเขาแอบเนียนเข้าไปโอบเอวอันนุ่มนิ่ม ดึงนางเข้ามาในอ้อมกอดทันที
กลิ่นกายอันหอมหวานของนางทำให้เขาเคลิบเคลิ้ม ชายหนุ่มโอบกอดนางแน่นขึ้น อยากโอบกอดนางตลอดไป
"เจ้าเด็กลามก" เหม่ยอวี้หน้าแดง ที่อยู่ๆ นางก็ถูกชายหนุ่มโอบกอด
เหม่ยอวี้ยกนิ้วขึ้นมาดีดไปที่หน้าผากของชายหนุ่ม
"โอ้ย!!!" เฟยหลิงเทียนร้องออกมา
"ปล่อยข้าเดี่ยวนี้นะ เด็กลามก"
เฟยหลิงเทียนเจ็บปวดบริเวณหน้าผากเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ยอมปล่อยนางจากอ้อมกอด เขาฉวยโอกาสตอนที่นางกำลังดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของเขา
หอมแก้มนางอย่างรวดเร็ว
"จุ๊บ"
"เจ้า!!!" เหม่ยอวี้ตะลึงทันที เมื่อโดนชายหนุ่มหอมแก้ม
"ข้าไม่ปล่อยท่านเด็ดขาด ข้ารักท่านพี่อวี้" เฟยหลิงเทียนกระซิบเบาๆที่ข้างหูนาง
"!!!" เหม่ยอวี้ตะลึงอีกครั้ง จากนั้นนางหน้าแดงด้วยความอายทันที นางไม่เคยมีชายใดบอกรักมาก่อน
หญิงสาวทำอะไรไม่ถูก ปล่อยให้ชายหนุ่มโอบกอดต่อไป
เฟยหลิงเทียนที่โอบกอดนางอยู่ เขามองเห็นหน้าอกขนาดใหญ่ของนาง เห็นร่องอกอันขาวเนียน
เมื่อนางขยับตัวทำให้เต้าอึ๋มทั้งสองส่ายไหว เด้งขึ้นลง จนเขาอยากจะสัมผัสมันเหลือเกิน
อยากจะรู้ว่ามันจะนุ่มนิ่ม เต่งตึงขนาดไหน ใบหน้าเขาแดงก่ำ ลมหายใจเร่าร้อน หัวใจเต้นเร็วขึ้น
แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ถ้าเขาจับมันอาจจะทำให้นางหวาดกลัวเขา ทำให้ความสัมพันธ์ที่พวกเขามีต่อกันเลวร้ายลงก็เป็นได้ เขาทำได้เพียงมองเท่านั้น
เหม่ยอวี้หัวใจเต้นเร็วขึ้น นางรับรู้ได้ว่ามีลมหายใจอุ่นๆ มารดต้นคอของนาง สัมผัสหัวใจที่เต้นรัวเร็วของชายหนุ่ม นางตัดสินใจหันไปถามชายหนุ่มด้วยใบหน้าแดง ปนเขินอาย
"หลิงเทียน เจ้ารักข้าจริง? พวกเราเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานนะ และข้าก็อายุมากกว่าเจ้าตั้ง 10 กว่าปี"
เหม่ยอวี้มองตาของชายหนุ่ม
"ข้ารักท่านจริงๆ ข้ารับรู้ได้ถึงความทรมานที่ท่านได้รับจากพิษเพลิงทมิฬนานถึง 2 ปี ถ้าเป็นคนทั่วไปคงทนไม่ไหว ตายเพราะพิษไปแล้ว แต่ท่านก็ยังอดทนต่อมัน พยายามมีชีวิตต่อไป เผื่อได้รับโชควาสนาบางอย่างในการรักษาพิษได้
ข้าอยากจะรักษาพิษให้ท่าน ไม่ต้องให้ท่านเจ็บปวดทรมานอีกต่อไป ถึงพวกเราจะเพิ่งพบกันได้ไม่นาน
แต่การพูดคุยกับท่านไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อเห็นท่านต้องพยายามปั้นหน้าเป็นสบายดีทุกครั้งที่เจอกัน มันทำให้ข้าเจ็บปวดใจยิ่งนัก
ที่ข้ารักท่านไม่ใช่ด้วยความเห็นใจ ผู้หญิงคนนึงที่ต้องทนกับพิษอันน่ากลัวได้นานขนาดนี้ สำหรับข้าแล้วท่านเป็นคนน่านับถือเป็นอย่างมาก ท่านอายุมากกว่าไม่สำคัญ ที่สำคัญคือความรักที่ข้ามีต่อท่านต่างหาก
พี่อวี้" เฟยหลิงเทียนยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าที่ขาวซีดของนางด้วยความอ่อนโยน
"หลิงเทียน" เหม่ยอวี้เอ่ยนามชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา น้ำตาปรึมออกมา ไหลลงอาบแก้มอันขาวเนียนของนาง
เหม่ยอวี้มองดวงตาเขาที่ไม่หวั่นไหว คำพูดที่มีแต่ความจริงใจ ทำให้นางรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก
เฟยหลิงเทียนปาดเช็ดน้ำตาให้นางอย่างอ่อนโยน กระชับนางเข้าสู่อ้อมกอด หน้าอกอวบอึ๋มอันเย้ายวนกดทับแผงอกชายหนุ่มทำให้เขารู้สึกดีเป็นอย่างมาก
เมื่อนางสงบอารมณ์ลงแล้ว ชายหนุ่มกล่าวถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
"ท่านจะเชื่อข้าหรือไม่? ว่าข้ามีความสามารถในการรักษาพิษที่อยู่ในร่างกายท่านได้"
"ข้าเชื่อเจ้า เจ้ามีความรู้มากมายสมควรมีวิธีในการรักษาพิษ แต่เจ้าจะรักษาอย่างไร?" เหม่ยอวี้กล่าวถาม
"รอให้ข้าจัดการจักรพรรดิเจิ้งหนานเทียนในวันพรุ่งนี้ก่อน ข้าจึงจะมารักษาพิษให้ท่าน" เฟยหลิงเทียนกล่าว เมื่อพูดถึงเจิ้งหนานเทียนดวงตาเขาก็เย็นเยียบ
เหม่ยอวี้ที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ก็ตกตะลึง นางสอบถามชายหนุ่มทันที
"หลิงเทียนที่เจ้าพูด หมายความว่าอย่างไร?"
เฟยหลิงเทียนอธิบายสถานการณ์ในตอนนี้ให้นางฟัง เรื่องแผนการของจักรพรรดิเจิ้งหนานเทียนกับองค์ชายอาณาจักรเมฆาทมิฬ ในการจับกุมตัวนางให้กับองค์ชายสาม อวิ๋นเทียน ในวันพรุ่งนี้
"มีเรื่องเช่นนี้?" เหม่ยอวี้ตะลึง หลังจากที่ได้ยินแผนการของเจิ้งหนานเทียนจากเฟยหลิงเทียน จากนั้นดวงตาของนางก็เปล่งรังสีสังหารออกมา
นางปกป้องอาณาจักรเมฆาครามมาตลอด แต่จักรพรรดิเจิ้งหนานเทียนกลับคิดจะขายนางให้องค์ชายอาณาจักรเมฆาทมิฬเพื่อเม็ดยาเพิ่มลมปราณระดับนภา
"ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง" เฟยหลิงเทียนกล่าว
"หลิงเทียน เจ้าจะสู้กับเจิ้งหนานเทียนไหวรึ? แถมยังมีพวกนักฆ่าจากอาณาจักรเมฆาทมิฬอีก" เหม่ยอวี้กล่าวด้วยความเป็นห่วง
เมื่อเห็นนางเป็นห่วงเขาขนาดนี้ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา เขาก้มลงไปจูบริมฝีปากอันอวบอิ่มของนาง
"อืมม" เหม่ยอวี้แข็งค้าง ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะฉวยโอกาสจูบนาง
"จุ๊บ"
หลังจากสตินางกลับมา นางพยายามดิ้นให้หลุดจากจูบอันร้อนแรงของชายหนุ่ม แต่ก็ไม่เป็นผลด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ของนางที่มีลมปราณเพียงแค่ระดับนภา ขั้นที่ 6 จะสามารถดิ้นหลุดจากอ้อมกอดอันทรงพลังของกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร
"จ๊วบบบ"
หลังจากความพยายามไม่เป็นผลร่างกายนางก็อ่อนลง ความเร้าร้อนปะทุขึ้น หญิงสาวยกมือโอบคอชายหนุ่ม
เมื่อนางไม่ดิ้นแล้ว เฟยหลิงเทียนก็ดันลิ้นเข้าไปในปากอันหอมหวานของเทพธิดาคนสวย
"อืมมมม"
เหม่ยอวี้เบิกตากว้างทันที เมื่อเฟยหลิงเทียนดันลิ้นเข้ามาในปากของนาง เหมือนกับมีประกายไฟฟ้าแล๊บผ่านร่างกายของนาง ทำให้ร่างกายของนางอ่อนระทวยเลยทีเดียว
หลังจากทีสัมผัสลิ้นของกันและกัน ทำให้หญิงสาวเริ่มมีความชำนาญมากขึ้น นางตวัดดูดเลียลิ้นของชายหนุ่ม เฟยหลิงเทียนเห็นเช่นนั้นก็ไม่ยอมแพ้ดูดน้ำหวานที่อยู่ในโพรงปากของนางทั้งหมด
"จู๊บบบ"
"จ๊วบบบบบบ"
ทั้งสองคนกอดจูบกันอย่างดูดดื่ม แลกลิ้นกันอย่างออกรส ดูดเลียอย่างเมามันส์ จนหญิงสาวเริ่มหน้าแดงเพราะขาดอากาศหายใจ จนชายหนุ่มยอมผละออกมาด้วยความไม่ยินยอม ริมฝีปากของนางหอมหวานเกินไป จนเขาไม่อยากผละจากมา
"แฮ่ก แฮ่ก"
เหม่ยอวี้หายใจหอบออกมา เต้าคู่งามของนางเด้งขึ้นลง ดึงดูดสายตาของชายหนุ่ม ทำให้เขาเผยสีหน้าหื่นกระหายออกมา
"คนฉวยโอกาส" นางต่อว่าเขาทันที ด้วยความอาย
"ฮิฮี่ ใครบอกให้คนรักของข้ามีเสน่ห์ยั่วยวนขนาดนี้ จนข้าทนไม่ไหว" เฟยหลิงเทียนหัวเราะชอบใจ โอบกอดกายอันหอมกรุ่นของนาง
"หึ ใครเป็นคนรักของเจ้า" เหม่ยอวี้ทำท่าทางแง่งอนเล็กน้อยพอเป็นพิธี ปล่อยให้ชายหนุ่มโอบกอดต่อไป
นางยิ้มด้วยความสุขเอนตัวซบอกชายหนุ่มแผ่วเบา
"ถึงข้าจะมีกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์ปฐพีขั้นที่ 4 แต่ก็สามารถต่อสู้ข้ามชั้นได้ และข้ามีพลังจิตวิญญาณช่วย ทำให้ข้ารับมือเจิ้งหนานเทียนได้อย่างแน่นอน"
"เจ้ามีกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์!!!" เหม่ยอวี้จ้องมองชายหนุ่มด้วยความตกตะลึง ไม่คิดว่าหนุ่มน้อยอายุ 16 ปี จะมีกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์ในตำนานเช่นนี้
เฟยหลิงเทียนอธิบายความสามารถของเขาให้นางฟัง นางจะได้ไม่ต้องคอยเป็นห่วงเขา ทำให้นางวางใจ
"งั้นเจ้าก็คือนายน้อยเฟยผู้โด่งดังคนนั้น ในเมืองหลวงพูดถึงแต่เรื่องของเจ้า ตอนแรกข้าคิดว่าเจ้าแค่ชื่อแซ่เหมือนกันเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเป็นคนเดียวกัน"
"ฮ่าๆๆ ข้าไม่ได้โด่งดังขนาดนั้น"
เหม่ยอวี้เหมือนนึกเรื่องบางอย่างออก นางถามชายหนุ่มด้วยสีหน้าหึงหวงเล็กน้อย
"เจ้าแต่งงานแล้ว?"
"อะไรกัน! ท่านหึงอย่างงั้นรึ?"
"ข้าเปล่าซะหน่อย ข้าแค่ไม่ต้องการให้เจ้าทอดทิ้งข้าแค่นั้นเอง"
"ใครกันจะทอดทิ้งเทพธิดาอันสูงส่งเช่นท่านได้ลงคอ พี่อวี้ ข้ารักท่าน ข้าจะไม่ทอดทิ้งท่านอย่างเด็ดขาด"
"เจ้าพูดจริง?"
"ข้าพูดจริงอย่างแน่นอน"
"ข้าก็รักเจ้าเช่นกัน หนุ่มน้อยของข้า" เหม่ยอวี้กล่าวกับชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า
"ข้าเพิ่งจะได้ยินท่านบอกรักข้า" เฟยหลิงเทียนอึ้งเล็กน้อย ไม่คิดว่าหญิงสาวที่ดูเป็นผู้ใหญ่อย่างนางจะบอกรักเขา
"ข้าอยากให้พูดอีกครั้ง"
"ไม่เอา" เหม่ยอวี้เขินอายทันที เมื่อชายหนุ่มคะยั้นคะยอให้นางบอกรัก
"ข้าอยากฟังอีกครั้ง นะคนดี" ชายหนุ่มยังคงตื้อนาง
"ข้ารักเจ้า หลิงเทียน" เหม่ยอวี้มองตาของชายหนุ่ม พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยน
"ข้ารักท่านเช่นกัน พี่อวี้" เฟยหลิงเทียนบอกรักนางด้วยความสุข ก้มลงจุมพิตนางอย่างแผ่วเบา
ทั้งสองโอบกอดกัน มองดูอาทิตย์อัสดงอันงดงามบนเส้นขอบฟ้า
คืนวันต่อมา ตระกูลเหม่ย ตึกประมุขตระกูล
เฟยหลิงเทียนแต่งชุดนักรบสีขาว สง่างามราวเทพเซียน ยืนอยู่เบื้องหน้าเหม่ยอวี้ที่มีสีหน้าเป็นห่วง เพราะคืนนี้เจิ้งหนานเทียนจะมาจับกุมตัวนาง
"ท่านไม่เป็นห่วง รอข้ากลับมา" เฟยหลิงเทียนกอดนางอย่างอ่อนโยน
"อืม ข้าจะรอเจ้า"
"ดูเหมือนพวกมันจะมากันแล้ว" เฟยหลิงเทียนใช้สัมผัสจิตวิญญาณมองไปที่ลานกว้างของตระกูลเหม่ย เห็นนักรบชุดดำแต่งตัวมิดชิด ทั้ง 11 คน
ด้านหน้าเป็นเจิ้งหนานเทียน ที่แผ่ออร่าอันแข็งแกร่งออกมา ด้านหลังเป็นสิบเงาทมิฬมีลมปราณตั้งแต่นภา ขั้นที่ 1 ถึง ขั้นที่ 5
เฟยหลิงเทียนสวมหน้ากากจิ้งจอกสีขาว แวบออกไปลานกว้าง
ตอนนี้ชายหนุ่มเหมือนภูติจิ้งจอกขาวที่โลดแล่นผ่านม่านราตรีอันมืดมิด เผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งขอบเขตนภาทั้ง 11 คน
.....................................................................................................................