รับมือเจิ้งหนานเทียน (2)
ตอนที่ 33 รับมือเจิ้งหนานเทียน (2)
เจิ้งหนานเทียนสีหน้ามืดครึ้ม เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยเขาไปแน่ๆ เขากำดาบระดับนภาแน่น ปล่อยพลังปราณนภา ขั้นที่ 6 เต็มกำลัง
พลังที่แผ่ออกมาน่ากลัวเป็นอย่างมาก พื้นลานกว้างสั่นสะเทือน ก้อนหินเล็กๆน้อยๆ รอบด้านแตกกระจายเป็นผุยผง
-ครืนนนน-
"หืม? พลังแกร่งกว่าเจ้าพวกก่อนหน้านี้เยอะ สมแล้วที่เป็นจักรพรรดิอาณาจักรเมฆาคราม แกร่งจริงๆ" เฟยหลิงเทียนกล่าวออกมา น้ำเสียงแฝงความเหน็บแนม เย้ยหยัน
"หึ แกร่งจริงหรือเปล่า เดี่ยวก็รู้" เจิ้งหนานเทียนเดือดดาล เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเหน็บแนม ดูถูกเขาถึงเพียงนี้
เจิ้งหนานเทียนพุ่งเข้าใส่เฟยหลิงเทียนด้วยความรวดเร็ว มือฟันดาบออกไป เขาระเบิดพลังเต็มที่
การต่อสู้ก่อนหน้านี้ของจิ้งจอกขาวทำให้เขาไม่ประมาทแม้แต่น้อย อีกฝ่ายมีทั้งพลังและความเร็วอันน่ากลัว
-สวบ!-
-ฟึบ!-
เฟยหลิงเทียนเห็นเจิ้งหนานเทียนฟันดาบมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่ประมาท เรียก ' จิตกระบี่ ' ออกมารับมือ
' จิตกระบี่ '
แสงสีฟ้าเปล่งวาบออกมาจากความว่างเปล่า เปลี่ยนรูปร่างเป็นกระบี่สีฟ้าอันงดงาม แผ่พลังอันดุดันแข็งแกร่งออกมา ลอยอยู่ด้านหน้าเฟยหลิงเทียน
ชายหนุ่มบังคับจิตกระบี่ที่ลอยอยู่ฟันออกไปต้านดาบของเจิ้งหนานเทียนอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแล็บ
-ฟึบ!-
-เปรี้ยงงงงงงง-
กระบี่สีฟ้ากับดาบระดับนภาปะทะกันอย่างรุนแรง พื้นลานกว้างระเบิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ เกิดประกายสายฟ้าดังเปรี๊ยะปร๊ะ
ลมพายุจากการปะทะกัน พัดฝุ่นควันกระจัดกระจาย พลังอันรุนแรงสะท้อนใส่กำแพงจนพังทลายเป็นชิ้นๆ
เจิ้งหนานเทียนโดนแรงปะทะจนกระเด็นลอยออกมา เลือดลมพลุ่งพล่าน มุมปากมีเลือดไหลออกมา แรงปะทะเมื่อกี้ทำให้อวัยวะภายในเขาบาดเจ็บไม่น้อย ง่ามมือปริแตก มือเขาที่กำดาบอยู่สั่นสะท้าน เมื่อเขามองดาบที่มือก็ต้องตกตะลึง ดาบระดับนภาที่เขาภูมิใจ ตอนนี้มีรอยปริแตกปรากฏออกมา
' บัดซบ!!! ทำไมมันแข็งแกร่งเยี่ยงนี้? กระบี่สีฟ้าที่ลอยอยู่นั้นมันอะไรกัน อยู่ๆก็โผล่ออกมา หรือเจ้าจิ้งจอกนี่จะเป็นภูติผีปีศาจจริงๆ? ' เจิ้งหนานเทียนใบหน้าขาวซีด
เฟยหลิงเทียนถอยออกมาเล็กน้อยจากการแรงกระแทก มองจิตกระบี่สีฟ้าที่ลอยอยู่ตรงหน้า จากนั้นมองดาบในมือเจิ้งหนานเทียนที่มีรอยปริแตก ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
' อืม จิตกระบี่ สามารถสู้กับอาวุธระดับนภาได้ ทั้งยังเหนือกว่า ข้าในตอนนี้สามารถเรียกจิตกระบี่ออกมาได้แค่ 3 เล่มก็ถึงขีดจำกัดแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่เรียกออกมาเพิ่มจะดีกว่า ' เฟยหลิงเทียนเหลือบมองอวิ๋นหย่งกับอวิ๋นเทียนที่ลอยอยู่บนฟ้า
' ใช้แค่จิตกระบี่เล่มเดียวก็สามารถจัดการเจิ้งหนานเทียนได้ ' เฟยหลิงเทียนควบคุมจิตกระบี่จู่โจมต่อทันที
-ฟิ้วว-
จิตกระบี่พุ่งเข้ามาด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้เจิ้งหนานเทียนหวาดกลัวทันที
' แย่แล้ว!!! เร็วมาก ' เขายกดาบระดับนภาขึ้นมากันไว้
-เคล้ง-
-เคล้ง-
-เคล้ง-
-เปรี้ยงงง-
ดาบระดับนภาแตกกระจายเป็นชิ้นๆ หลังจากปะทะกับจิตกระบี่ได้ 3 กระบวนท่า
เจิ้งหนานเทียนกระอักเลือดออกมา บินลอยออกไป เขาพยายามลุกขึ้นมา สภาพเขากระเซอะกระเซิง ผ้าที่ปิดบังใบหน้าร่วงลงมา เผยให้เห็นใบหน้าอันแก่ชราเล็กน้อย เส้นผมด้านหน้าแซมด้วยสีขาว
ใบหน้าเขาเปลี่ยนเป็นหน้าเกลียด ตั้งแต่เป็นจักรพรรดิมา เขาไม่เคยโดนทุบตีจนสะบักสะบอมขนาดนี้มาก่อน
เมื่อมองเห็นสายตาเย้ยหยันของจิ้งจอกขาว เขาทั้งโกรธทั้งเกลียด นี่เหมือนเป็นการดูถูกและเป็นการหยามเกียรติจักรพรรดิ เขาหยิบเอาทวน อาวุธระดับนภาอีกชิ้นออกมาจากแหวนมิติ พุ่งเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว
"วิชาทวนสวรรค์ สะท้านฟ้าสะเทือนปฐพี" เจิ้งหนานเทียนคำรามก้อง
ทวนระดับนภา เปล่งพลังอันน่าเกรงขามออกมาปลายทวนพุ่งเข้าใส่จิ้งจอกขาวที่ยืนด้วยท่าทีสบายๆ
"โฮ่ ชื่อกระบวนท่ายิ่งใหญ่อวดดีจริงๆ" เฟยหลิงเทียนกล่าวเหน็บแนม
เจิ้งหนานเทียนเกือบจะกระอักเลือดออกมา เมื่อได้ยินคำพูดเหน็บแนมกระบวนท่าที่เขาภูมิใจจากจิ้งจอกขาว
เฟยหลิงเทียนยื่นนิ้วชี้ออกไป หลอมรวมจิตวิญญาณเข้ากับฟ้าดิน รวบรวมพลังธาตุจากธรรมชาติโดยรอบด้วยด้วยความรวดเร็ว
นิ้วชี้แผ่พลังความเย็นอันมากล้นออกมา พื้นที่รอบด้านเริ่มปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งอันเย็นเยียบ
' จิตเหมันต์ เหมันต์คลุมนภา '
นิ้วชี้เฟยหลิงเทียนแตะลงที่ปลายหอกที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พลังความเย็นอันน่ากลัวแผ่ขยายออกไปแช่แข็งทวนอันทรงพลังของเจิ้งหนานเทียนในพริบตา
-แกร๊ก- -แกร๊ก-
เจิ้งหนานเทียนสัมผัสได้ถึงความเย็นที่น่ากลัว เขารีบปล่อยมือออกจากทวน แต่ก็ไม่พ้นโดนความเย็นกระแทกร่างบินลอยออกไป ความเย็นซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่ภายใน เจิ้งหนานเทียนรู้สึกหนาวเหน็บ
"เจ้า!!!"
"พรวดดดดด"
เขากระอักเลือดออกมา เลือดที่กระอักออกมากลายเป็นน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว
' ความหนาวเย็นเสียดกระดูกนี่มันอะไรกัน? ' เจิ้งหนานเทียนลุกขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ร่างกายสั่นระริก เขารีบใช้ลมปราณขับไล่ความเย็นทันที ก่อนที่จะโดนแช่แข็งทั้งตัว
ส่วนเฟยหลิงเทียนเขากางเกราะจิตออกมาก่อนที่นิ้วชี้จะแตะทวน พลังการโจมตีของทวนทำให้เกราะจิตสั่นไหวรุนแรงเกือบจะพังทลายลงไป
เฟยหลิงเทียนที่อยู่ภายในม่านป้องกันถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขานึกว่าเกราะจิตจะพังทลายเพราะกระบวนท่าอันอวดดีของเจิ้งหนานเทียน
บนท้องฟ้าห่างออกไปไกล
อวิ๋นเทียนกับอวิ๋นหย่งที่ดูการต่อสู้อยู่ห่างๆ หน้าขาวซีด ไม่คิดว่าหน่วยสิบเงาทมิฬจะโดนกำจัดอย่างง่ายดาย
และที่สำคัญเจิ้งหนานเทียนยังรับมือไม่ไหว
"องค์ชาย สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ปลอดภัยแล้ว เมื่อกี้ข้ารู้สึกเหมือนเจ้าจิ้งจอกนั่นเหลือบมองมาทางเราด้วย ข้าจะถ่วงเวลาให้เอง ท่านรีบหนีไป" อวิ๋นหย่งกล่าวด้วยความเคร่งเครียด
"ไม่ เราต้องไปด้วยกัน" อวิ๋นเทียนกัดฟันกล่าว
"ไม่ได้หรอก องค์ชาย จิ้งจอกนั่นสัมผัสถึงพวกเราได้ เขาต้องไม่ปล่อยให้พวกเราหนีไปง่ายๆแน่"
"องค์ชาย ท่านจงใช้ผลึกมิตินี่หนีไปซะ นี่เป็นสมบัติชั้นเซียนชิ้นสุดท้ายที่ตกทอดจากบรรพบุรุษรุ่นแรกของราชวงศ์เมฆาทมิฬ ที่จักรพรรดิได้มอบให้ข้าเก็บไว้ให้ท่านในยามฉุกเฉิน" อวิ๋นหย่งนำผลึกมิติมอบให้อวิ๋นเทียน
"ผลึกมิติ?"
"ใช่แล้ว มันสามารถเปิดประตูมิติไปที่จุดหมายปลายทางที่เราได้ตั้งเอาไว้ และมันได้ตั้งพิกัดไว้ที่วังหลวงอาณาจักรเมฆาทมิฬ ท่านจะปลอดภัยแน่นอน"
"!!!"
"ทำไม ท่านไม่ไปกับข้า?"
อวิ๋นหย่งสายหัว จากนั้นเขาแนะนำอวิ๋นเทียนเกี่ยวกับวิธีการใช้ผลึกมิติ
"ท่านแค่ใส่ลมปราณเข้าไปในผลึก มันต้องใช้เวลา 30 ลมหายใจในการเปิดประตูมิติ และจิ้งจอกนั่นคงไม่รอให้เราเปิดประตูมิติสำเร็จแน่ เพราะงั้นข้าถึงได้จะไปถ่วงเวลาให้ท่านได้หนีไป บางทีถ้าข้าร่วมมือกับเจิ้งหนานเทียนอาจจะกำจัดมันได้ก็เป็นได้" อวิ๋นหย่งกล่าวปลอบ
"กรอด" อวิ๋นเทียนกัดฟันแน่น ด้วยความไร้พลังของตัวเอง พลังของเขาตอนนี้อ่อนแอเกินไป ไม่สามารถช่วยอวิ๋นหย่งได้แม้แต่น้อย
"ข้าเชื่อว่าสักวันท่านจะต้องแข็งแกร่งได้แน่ และข้าเชื่อในตัวเจ้า ศิษย์ข้า" จากนั้นอวิ๋นหย่งก็บินไปทางจิ้งจอกขาวและเจิ้งหนานเทียน
"อา..อาจารย์" อวิ๋นเทียนกล่าวเสียงแหบแห้ง น้ำตาแห่งลูกผู้ชายรินไหลออกมา จากนั้นนัยตาเขาเผยความอาฆาตมาดร้าย รังสีสังหารแวบออกมา มุ่งเป้าไปที่จิ้งจอกขาว
' เพราะมันคนเดียว ที่ทำให้แผนการครอบครองเหม่ยอวี้ล้มเหลว และยังทำให้อาจารย์ต้องมาถ่วงเวลาให้ข้าได้หนีไปอีก ทำไมมันต้องโผล่ออกมาด้วยยยยยยย ' อวิ๋นเทียนแผดเสียงกล่าวด้วยความโกรธในใจ จากนั้นเขาปล่อยลมปราณเข้าไปในผลึกมิติ เพื่อเปิดประตูมิติขึ้นมา
.............................................................................................