การประลองคัดเลือกจักรพรรดิอาณาจักรเมฆาคราม (2)

ตอนที่ 37 การประลองคัดเลือกจักรพรรดิอาณาจักรเมฆาคราม (2)

ตระกูลเหม่ย ตำหนักประมุขตระกูล

เฟยหลิงเทียนกับเหม่ยอวี้ยืนโอบกอดกันริมหน้าต่างด้วยใบหน้ามีความสุขสายตามองออกไปทางด้านวังหลวง

ก่อนหน้านี้หลายวันก่อนงานประลองคัดเลือกจักรพรรดิจะเริ่มขึ้น เฟยหลิงเทียนกับเหม่ยอวี้ได้ฝึกตนด้วยการผสานหยินหยางกันทุกวัน

โดยเฟยหลิงเทียนได้มีความคิดอันแปลกประหลาดแวบเข้ามา โดยใช้วิธีการโคจร ' วิถีแห่งจิตเทพ ' ควบคู่ไปกับการร่วมรักกับเหม่ยอวี้ สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ได้ผลลัพธ์อันน่าตกใจแก่เฟยหลิงเทียนและเหม่ยอวี้เป็นอย่างมาก

อย่างแรก พลังลมปราณของเหม่ยอวี้มีความบริสุทธิ์สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ลมปราณในตันเถียนของนางได้มีรัศมีแห่งเทพจาก ' วิถีแห่งจิตเทพ ' แอบแฝงเข้าไปอยู่เล็กน้อย แต่ถึงจะแค่ส่วนเล็กน้อย ก็ยังมีส่วนช่วยให้มีชำระล้างสิ่งสกปรกภายในลมปราณของนางจนหมดสิ้น ถูกแทนที่ด้วยลมปราณที่มีความบริสุทธิ์สูง ทั้งเข้มข้นและหนาแน่น แผ่ความแข็งแกร่งอันยิ่งใหญ่ออกมา

ตอนนี้ต่อให้ผู้เป็นผู้ฝึกตนลมปราณสวรรค์ ขั้นที่ 4 หรือขั้นที่ 5 ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง หรืออาจจะสามารถต่อสู้ได้อย่างสูสีกับผู้ฝึกตนลมปราณสวรรค์ ขั้นที่ 6 ธรรมดาทั่วไปได้ก็เป็นได้

อย่างที่สองคือ เฟยหลิงเทียนมีพลังจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย จิตปฐพีเพิ่มถึง ขั้นที่ 9 ระดับสูงสุด แต่ที่ทำให้เพิ่มได้เล็กน้อยเพราะพลังหยินพรหมจรรย์บริสุทธิ์ของเหม่ยอวี้ได้ถูกเฟยหลิงเทียนนำไปแล้วนั่นเอง ถึงนางจะสูญเสียหยินบริสุทธิ์ไปแล้วแต่ก็ยังสามารถเพิ่มพลังจิตวิญญาณให้ชายหนุ่มได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีเช่นกัน

แต่ที่ทำให้ชายหนุ่มตกใจเป็นอย่างมากก็คือ กายเนื้อของเขาถึงจะยังอยู่ขั้นกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์ระดับปฐพี ขั้นที่ 6 สูงสุดเหมือนเดิม แต่ดูเหมือนมันจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย คือเมื่อเขาได้ทดลองปล่อยพลังกายเนื้อออกมา ระดับพลังของกายเนื้อกลับเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก มันไม่ได้มีรัศมีแสงสีทองทั้งหมด กลับมีแสงสีขาวอันบริสุทธิ์เปล่งประกายแฝงอยู่ด้วยเล็กน้อย

พลังที่แผ่ออกมามันมีทั้งความน่าเกรงขาม ความศักดิ์สิทธิ์ ความยิ่งใหญ่สูงส่งและมันได้แฝงความเก่าแก่โบราณเอาไว้ ราวกับเป็นพลังที่มาจากอตีตกาล ที่ความชั่วร้ายใดๆไม่สามารถจะบดทำลายหรือบดบังรัศมีอันสูงส่งนั้นได้

นี่อาจจะเป็นขั้นกายเนื้อที่ยังไม่เคยมีมนุษย์คนใดก้าวเข้าไปถึงได้ ' ขอบเขตกายเทพ ' เป็นขั้นที่เปลี่ยนจากกายเนื้อเป็นกายเทพ มันจะไม่ใช่กายเนื้อของมนุษย์อีกต่อไปแต่เป็นกายเทพอย่างแท้จริง

ขั้นกายเทพนั้นระดับที่จะบรรลุถึง มีความห่างไกลจนยากที่จะมีมนุษย์คนใดได้ไปถึง แต่วันนี้เฟยหลิงเทียนได้แง้มเปิดประตูอันยิ่งใหญ่นี้แล้ว ถึงจะเป็นแค่เพียงก้าวเล็กๆ แต่ก็ทำให้ชายหนุ่มมีความหวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะไปถึงอย่างแน่นอน

ถ้าชายหนุ่มทั้งหลายได้รู้ว่าเฟยหลิงเทียนสามารถยกระดับพลังขึ้นได้ด้วยการร่วมรักกับเหล่าสาวงาม
พวกเขาคงได้กระอักเลือดตายด้วยความอิจฉาเป็นแน่

"หลิงเทียน หลายวันนี้ต้องขอบใจเจ้าเป็นอย่างมากที่ทำให้ขั้นพลังของข้าเพิ่มขึ้น ทั้งยังสมารถทำให้บริสุทธิ์และเข้นข้นขึ้น จนพลังของข้าแต่ก่อนไม่สามารถเทียบได้แม้แต่น้อย ตอนนี้ข้ามีพลังปราณสวรรค์ ขั้นที่ 3 สูงสุดแล้ว ข้าเจ้าต้องเอาคืนเจ้าสุ่ยอะไรนั้น บดขยี้มันเป็นชิ้นๆเลยคอยดู" เหม่ยอวี้กล่าวด้วยสีหน้าเย็นเยียบ ไอความเย็นอันหนาวเหน็บแผ่ออกมาจากกายของนาง

"ฮ่าๆ ดี จากที่ข้าประเมินดูความสามารถของเจ้าเจ้าสุ่ยอะไรนั้น ตอนที่สู้กับท่านที่ป่าพฤษาหมื่นปีศาจคงจะห่างจากท่านไม่เท่าไหร่ มันน่าจะอยู่ที่ปราณสวรรค์ขั้น 2 แต่ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 2 ปี ต่อให้เจ้านั่นมีพรสวรรค์มากแค่ไหนหรือเจอโชควาสนาอะไรเข้า ก็คงไม่สามารถทะลวงขั้นเกินปราณสวรรค์ขั้น 3 เป็นแน่ ต่อให้มันจะอยู่ที่ปราณสวรรค์ขั้น 4 ข้าก็เชื่อว่าท่านสามารถจัดการมันได้"

เฟยหลิงเทียนโอบกอดหญิงสาวด้วยความอบอุ่น แววตาเผยความเชื่อมั่น

"อืม" เหม่ยอวี้รู้สึกอบอุ่น และมีความสุขที่มีเฟยหลิงเทียนอยู่เคียงข้าง ปราณความเย็นที่นางเผลอปล่อยออกมาค่อยๆหายไป จากนั้นก็ได้ยินเฟยหลิงเทียนกล่าวถามเกี่ยวกับงานประลองคัดเลือกจักรพรรดิ

"พี่อวี้ ท่านสนใจการประลองคัดเลือกจักรพรรดิหรือไม่?"

"อืม นิดหน่อยละมั้ง"

"'งั้นไปดูกันเถอะ ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครจะได้เป็นจักรพรรดิองค์ใหม่"

"อืม"

เฟยหลิงเทียนอุ้มเหม่ยอวี้บินออกไปด้วยความรวดเร็ว

วังหลวงอาณาจักรเมฆาคราม

บนลานประลองขนาดใหญ่ ตอนนี้ได้มีผู้เฒ่าผมขาวโพลนผู้หนึ่งยืนเด่นเป็นสง่า สวมชุดขาวด้านใน มีชุดคลุมด้านนอกเป็นลายเมฆสีแดงอันหรูหรา

ผู้เฒ่าท่านนี้นามว่า เหยากวง มีระดับลมปราณครึ่งก้าวสู่ขั้นสวรรค์ เป็นเจ้าสำนักเมฆาโลหิต สำนักใหญ่แห่งเมืองสีชาด และยังเป็นสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรเมฆาคราม

ผู้ชมทั้งหลายตอนนี้มีความรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้เจอเจ้าสำนักเมฆาโลหิตที่ปกติเขามักจะปิดด่านฝึกตน น้อยครั้งนักที่จะได้ออกมาด้านนอก

ไม่เว้นแม้แต่เจ้าสำนักใหญ่คนอื่นๆ ประมุขตระกูลใหญ่ ไปจนถึงลูกศิษย์ของสำนักต่างๆ ที่ตื่นเต้นไม่แพ้กัน

เพราะมีผู้เฒ่าเหยากวงเป็นผู้นำถึงได้พาสำนักเมฆาโลหิตขึ้นเป็นสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรเมฆาครามได้และได้รับความเคารพนับถือจากผู้คนเป็นอย่างมาก

"คารวะท่านเหยากวง"

"คารวะท่านเจ้าสำนัก"

"คารวะท่านผู้เฒ่าเหยากวง"

"คารวะท่านเจ้าสำนักเมฆาโลหิต"

เหล่าผู้คนที่อยู่ในลานประลองต่างก็คารวะทักทายเหยากวง ผู้ที่เป็นแบบอย่างที่ดีของเหล่าผู้ฝึกตน ต่างก็พากันทักทายในแบบของตนเอง แบบทางการหรือแบบเป็นกันเอง ซึ่งผู้เฒ่าเหยากวงก็คารวะทักทายตอบเช่นกันด้วยท่าทางที่สง่างาม

"โฮะๆๆ ข้าก็ขอคารวะทุกท่านเช่นกัน ในวันนี้ข้าได้รับเกียรติให้เป็นผู้ตัดสินการประลองคัดเลือกว่าใครที่จะได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ของอาณาจักรเมฆาครามของเรา" ผู้เฒ่าเหยากวงกล่าวด้วยเสียงที่อบอุ่น แฝงด้วยพลังลมปราณอันแข็งแกร่งทำให้ได้ยินกันทั่วทั้งลานประลอง

"เฮ" เหล่าผู้ชมต่างส่งเสียงเฮดังสนั่น

"เอาล่ะ ก่อนที่จะทำการประลองคัดเลือกจักรพรรดิ ทุกท่านคงสังเกตเห็นแล้วว่าทำไมวันนี้สำนักใหญ่จากเมืองต่างๆ ถึงได้พาเหล่าศิษย์หลักมาด้วย ก่อนหน้านี้สำนักใหญ่ทั้งหลายต่างก็ปรึกษาหารือกันล่วงหน้าแล้ว ว่าจะมีการคัดเลือกรุ่นเยาว์ของอาณาจักรเมฆาครามเราเข้าสู้ศึกการประลองครั้งใหญ่ของทวีปเมฆาสวรรค์ ที่จะมีขึ้นที่ลานประลองศักดิ์สิทธิ์หุบเขาทวยเทพ ในอีก 4 ปีข้างหน้านี้"

"แน่นอนว่าผู้ฝึกตนทั่วไปหรือผู้ฝึกตนเร่ร่อนก็สามารถเข้าร่วมการประลองคัดเลือกเป็นตัวแทนได้ แต่ก็มีกฎข้อบังคับคือ ต้องเป็นเหล่ารุ่นเยาว์ที่มีอายุระหว่าง 15-35 ปีเท่านั้น ถึงจะสามารถเข้าร่วมการประลองระดับทวีปได้"

"เนื่องจากในครั้งนี้ได้มีการประลองคัดเลือกจักรพรรดิองค์ใหม่พอดี พวกเราก็เลยตัดสินใจให้ในวันนี้จะมีการคัดเลือกรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นทั้ง 5 คน ขอย้ำสิทธิ์ที่จะได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประลองระดับทวีป มี 5 ที่เท่านั้น ที่จะได้เป็นตัวแทนของอาณาจักรเมฆาครามเรา เราเลื่อนมาคัดเลือกในวันนี้ก็เพราะเราจะได้มีเวลาในการเตรียมตัว ชี้แนะฝึกสอนรุ่นเยาว์ทั้ง 5 ให้มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น ตอนนี้เหลือเวลาเพียงแค่ 4 ปีเท่านั้น" เมื่อสิ้นเสียงของผู้เฒ่าเหยากวง เหล่าผู้คนต่างแตกตื่นทันที

"ฮือฮา"

"การประลองครั้งใหญ่ระดับทวีป?"

"ข้าจำได้แล้ว ดูเหมือนจะเป็นการประลองทุกๆ 10 ปีของอาณาจักรในทวีปเมฆาสวรรค์"

"จริงด้วย ข้าลืมไปได้อย่างไร และดูเหมือนว่าครั้งนี้จะประลองกันที่ลานประลองศักดิ์สิทธิ์ของหุบเขาทวยเทพ ในครั้งก่อนๆ จะประลองกันที่ลานประลองของราชวงศ์เมฆาสวรรค์เท่านั้น ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่ธรรมดาซะแล้ว"

"ลานประลองศักดิ์สิทธิ์ของหุบเขาทวยเทพ?"

"อะไร!!! เจ้าไม่รู้? งั้นข้าจะเป็นคนเล่าให้คนหลังเขาอย่างเจ้าได้ฟัง" ชายผู้หนึ่งยืดอกกล่าวขึ้นด้วยท่าทางภาคภูมิใจ ที่ตัวเองนั้นมีความรอบรู้

"ว่ากันว่าในอดีตเคยมีการจัดการประลองที่ลานประลองศักดิ์สิทธิ์ด้วย และดูเหมือนทีมที่ได้อันดับ 1 จะได้เข้าไปในหุบเขาทวยเทพด้วย มีการคาดเดาจากผู้คนมากมายว่าที่ในครั้งก่อนๆ ไม่ได้จัดที่ลานประลองศักดิ์สิทธิ์ และไม่ให้เข้าไปในหุบเขาทวยเทพ เพราะต้องการให้ทรัพยากรในการฝึกฝนมากมายของหุบเขาทวยเทพเจริญเติบโตได้เต็มที่ และในอดีตบางคนยังได้รับโชควาสนาอันยิ่งใหญ่จากหุบเขาทวยเทพด้วย แต่ด้านในหุบเขาก็เต็มไปด้วยอันตรายมากมายเช่นกัน ลือกันว่าคนที่ได้รับโชควาสนาอันยิ่งใหญ่มานั้น เขาได้ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเข้าสู่ขั้นครึ่งเซียนได้"

"!!!"

เหล่าผู้คนที่ได้ฟัง มีสีหน้าที่ตกตะลึง พวกเขาพากันกลืนน้ำลาย บางคนยังปรากฏความโลภขึ้นบนใบหน้า

"ครึ่งเซียน!!!"

"ในทวีปเมฆาสวรรค์คนที่ได้เป็นครึ่งเซียนมีน้อยคนนัก และได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่และสูงส่งของขุมกำลังใหญ่ต่างๆ หากว่าข้าได้รับโชควาสนาอันยิ่งใหญ่กลายเป็นครึ่งเซียนได้ ข้าก็มีความสุขมากแล้ว"

"ดูเหมือนว่ารางวัลของผู้ชนะ ช่างล่อตาล่อใจยิ่งนัก"

"แต่คัดเลือกรุ่นเยาว์ที่จะเป็นตัวแทนแค่ 5 คน? ช่างน้อยนิดยิ่งนัก"

"ที่ได้แค่ 5 คน เพราะอาณาจักรเราอ่อนแอที่สุดอย่างไรล่ะ ถึงได้สิทธิ์เข้าร่วมแค่นั้น แต่อีก 3 ทวีปที่เหลือ
พวกเขาจะได้สิทธิ์อาณาจักรละ 15 คน แบ่งได้เป็น 3 ทีมด้วยกัน"

"บัดซบ!!! ช่างไม่ยุติธรรมยิ่งนัก อาณาจักรเราได้แค่ทีมเดียว แต่อาณาจักรอื่นได้ 3 ทีม"

"อ่อนแอก็โดนกดขี่ข่มเหง วิธีแก้ไขง่ายนิดเดียวคือต้องแข็งแกร่งกว่าเท่านั้น"

"อืมเจ้าพูดถูก โลกใบนี้นั้น ผู้แข็งแกร่งคือกฎ"

"ฟังจากที่เจ้าเล่ามา ทำให้ข้าคันไม้คันมือ อยากจะลงไปประลองคัดเลือกตัวแทนยิ่งนัก"

"ดูหนังหน้าเจ้าก่อนเถอะ คงโดนผู้ตัดสินถีบออกมาก่อนได้ประลองแน่ๆ"

"หมายความว่าไง?" โดนชายคนนั้นด่า เขาหน้าเขียวคล้ำมองอีกฝ่ายด้วยความโกรธ

"หมายความว่าไง? เจ้าไม่ได้ฟังที่ผู้อาวุโสเหยากวงกล่าวเมื่อสักครู่? หมายความว่าอายุของเจ้ามันเกินเกณฑ์ที่เขาต้องการอย่างไรล่ะ ทุกครั้งของการประลองระดับทวีป เขากำหนดเกณฑ์รุ่นเยาว์ที่สามารถเข้าร่วมการประลองต้องมีช่วงอายุ 15-35 ปีเท่านั้น"

"15-35 ปี? บ้าไปแล้ว อย่างนั้นคนที่อายุน้อยที่สุดก็เสียเปรียบแย่สิ"

"เจ้านี่โง่จริงๆ เพราะงั้นถึงได้จัด 10 ปีครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ไม่ได้ก็รออีก 10 ปี ข้างหน้าสิ แต่ก็น่าเสียดายแทนคนที่อายุน้อยจริงๆ เพราะครั้งนี้จะเปิดหุบเขาทวยเทพให้กับทีมผู้ชนะซะด้วย ไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะเปิดให้เข้าอีกหรือไม่?"

"นั่นสิ น่าเสียดายแทนรุ่นเยาว์อายุน้อยที่จะเข้าร่วมในครั้งนี้จริงๆ ถ้ารอครั้งหน้าก็ไม่รู้ว่าจะมีรางวัลให้เข้าหุบเขาทวยเทพไหม"

"การประลองในอีก 4 ปีที่จะถึงนี้ คาดว่าคงจะมีผู้ฝึกตนอายุ 35 ปี และมีพลังแข็งแกร่งเยอะแน่ๆ"

"จริงอย่างที่เจ้าว่า"

เฟยหลิงเทียนลอยอยู่บนฟ้าเหนือลานประลอง เขาใช้พลังจิตวิญญาณอำพรางตัวเองและเหม่ยอวี้ ไม่ต้องการให้ผู้คนสัมผัสถึงการคงอยู่ของพวกเขา

เฟยหลิงเทียนกับเหม่ยอวี้ได้มาถึงตอนที่ผู้เฒ่าเหยากวงกล่าวพอดี

"การประลองประจำทวีปหรือ?" เฟยหลิงเทียนสอบถามเหม่ยอวี้ที่อยู่ข้างกาย

"ใช่ ทุกๆ10 ปี จะมีการประลองประจำทวีปเมฆาสวรรค์ขึ้น และในครั้งนี้ก็เหลือเวลาอีกแค่ 4 ปี"

"พี่อวี้ ท่านอายุเท่าไหร่รึ? ยังคงอยู่ในเกณฑ์ใช่ไหม?" ชายหนุ่มสอบถาม

"ฮิๆ หลิงเทียน เจ้าถามอายุของหญิงสาวมันไม่สมควรเลยนะ รู้ไหม"

-อึก-

เฟยหลิงเทียนหลังเหงื่อเย็นเยียบ ลอบกลืนน้ำลายทันที เขาเห็นรอยยิ้มที่ไม่เชิงยิ้มของอีกฝ่าย

"คิก คิก"

เหม่ยอวี้หัวเราะออกมา เมื่อได้แกล้งเฟยหลิงเทียน หญิงสาวเข้าไปกระซิบเบาๆที่ข้างหูของชายหนุ่ม

ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ต่อจากนี้เขาไม่คิดจะสอบถามอายุของเหล่าหญิงสาวอีกแล้ว
จากนั้นเฟยหลิงเทียนเผยรอยยิ้มออกมา

"การประลองประจำทวีป ช่างน่าสนใจ"

............................................................................................................................

ตอนก่อน

จบบทที่ การประลองคัดเลือกจักรพรรดิอาณาจักรเมฆาคราม (2)

ตอนถัดไป