การประลองคัดเลือกจักรพรรดิอาณาจักรเมฆาคราม (4)

ตอนที่ 39 การประลองคัดเลือกจักรพรรดิอาณาจักรเมฆาคราม (4)

' ข้าเปิดโรงเตี้ยมสีเหลืองได้ไม่นาน ก็มีคนเข้ามาใช้บริการมากมาย จนกระทั่งได้พบกับเจ้า เฉิงเอ๋อ
มันทำให้ข้าคึกคัก แจ่มใสยิ่งนัก และเจ้าเป็นเพชรเม็ดงามอย่างแท้จริง ไม่คิดว่าข้าที่อายุเกือบจะพันปีจะมีโอกาสได้พบร่างทรงเทพเต่าทมิฬในตำนานในสถานที่เล็กจ้อยอย่างเมืองหมอกม่วง ข้าได้ฝึกฝนเจ้าทุกค่ำคืนจนกระทั่งเจ้าปลุกร่างทรงเทพเต่าทมิฬขึ้นมาได้ และข้าก็ตัดสินใจยกโรงเตี้ยมให้เจ้า เปลี่ยนชื่อโรงเตี้ยมสีเหลืองเป็นโรงเตี้ยมทวารทองคำ นับว่าข้าคิดถูกจริงๆ ชื่อนี้ช่างไพเราะยิ่งนัก
เจ้าเป็นความภาคภูมิใจของข้า เฉิงเอ๋อ เจ้าจงไปแสดงให้ผู้คนได้เห็นถึงพลังของโรงเตี้ยมทวารทองคำซะ '

ชายชราหัวลานรูปร่างกำยำใหญ่โตคิดในใจด้วยความภาคภูมิ เขานั่งอยู่ในกลุ่มโรงเตี้ยมทวารทองคำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม กวาดสายตาอันหยาดเยิ้มมองเหล่าชายหนุ่มที่นั่งชมภายในลานประลอง

ภายใต้สายตาอันร้อนแรงนั้น ทำเอาเหล่าชายหนุ่มขนทั่วร่างลุกตั้งชี้ชัน หน้าตาขาวซีด รู้สึกได้ว่าทวารของพวกเขาจะรับรู้ได้ถึงอันตรายที่ย่างกรายเข้ามา มันร้อนผ่าวจนพวกเขานั่งอยู่ไม่เป็นสุข

ด้านเหล่าหญิงสาวที่รู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ ก็มองสำรวจทันที แล้วก็เห็นสายตาอันเร้าร้อนของกลุ่มโรงเตี้ยมทวารทองคำ ที่กวาดสายตามองเหล่าชายหนุ่ม ไม่เว้นแม้แต่เด็กจนถึงวัยกลางคน พวกเขาพากันหลบสายตาเหล่านั้นของกลุ่มโรงเตี้ยมทวารทองคำ เหล่าหญิงสาวเมื่อรู้ถึงสาเหตุก็หัวเราะลั่นทันที

เสียงหัวเราะอันดังสนั่นของเหล่าหญิงสาว ดึงดูดความสนใจของเหล่าผู้ฝึกตนระดับสูง
พวกเขารู้สึกสงสัยว่าทำไม่หญิงสาวเหล่านั้นอยู่ๆ ถึงได้หัวเราะ ไม่นานพวกเขาก็มีใบหน้าเหยเก
รู้สึกกระอักกระอ่วนเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งเหยากวงก็ยังมีใบหน้าแปลกๆ เขาไม่สามารถทำอะไรได้ จึงได้ไอแห้งๆออกมา ปล่อยให้ดำเนินต่อไปแบบนั้น ไม่ได้ไปขัดขวางพวกชายรักชาย

เวลาผ่านไปใกล้จะถึงเที่ยงตรง เฟยหลิงเทียนและเหม่ยอวี้ที่กำลังจะลงไปเข้าร่วมการประลองเพื่อชิงสิทธิ์ในการเข้าสู้ศึกระดับทวีป ก็พลันหยุดชะงัก มองไปที่ห่างไกล เมื่อเพ่งมองให้ดีก็จะเห็นหญิงสาวสองคนบินมาด้านนี้ด้วยความรวดเร็ว ทั้งสองนาง หน้าตาสวยสดงดงาม มีรูปร่างเย้ายวน ความงดงามนั้นเปรียบได้กับเซียนสาวที่ลงมาจากสวรรค์

และก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลของเฟยหลิงเทียน เป็นพี่สาวกับภรรยาของเขา เฟยเหมยหลินกับเซี่ยเยว่ฉานนั่นเอง

"นั่นคงเป็นพี่สาวกับภรรยาของเจ้าใช่หรือไม่" เหม่ยอวี้กล่าวออกมา

"ใช่แล้ว เป็นพวกนาง"

การมาของทั้งสองคนดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่ระดับสูงของตระกูลใหญ่และสำนักใหญ่
เหล่าชายหนุ่มต่างมองทั้งสองด้วยความหลงใหล ไม่เว้นแม้กระทั่งศิษย์หลักอันดับ 1 ของหุบเขาขจีและสำนักเมฆาโลหิต ความเป็นชายของพวกเขานูนเด่นขึ้นมา เมื่อเห็นเสน่ห์และความงามของทั้งสอง

เหยากวงหน้าเปลี่ยนสี สลัดท่าทางอันสง่างามทิ้งไป ก้มลงคารวะเฟยเหมยหลินด้วยความเคารพ

"เหยากวง คารวะเจ้าสำนักสี่สัตว์เทพ"

คำพูดของเหยากวงทำให้ทุกคนในลานประลองตื่นตะลึง อ้าปากตาค้างกันทุกคน ไม่เว้นแม้แต่เฟยหลิงเทียน
เขาไม่รู้แม้แต่น้อยว่าพี่สาวของเขาจะเป็นถึงเจ้าสำนักสี่สัตว์เทพ และท่าทางที่เคารพนอบน้อมเช่นนั้นก็ทำให้เฟยหลิงเทียนสงสัยทันที เจ้าสำนักของสำนักเมฆาโลหิตที่แข็งแกร่งเป็นอันดับ 1 ของอาณาจักรเมฆาคราม ทำไมถึงได้เคารพพี่สาวของเขาเช่นนั้น

เจ้าสำนักมังกรฟ้า เจ้าสำนักวิหคเพลิง เจ้าสำนักพยัคฆ์ขาวและเจ้าสำนักเต่าทมิฬ
เมื่อเห็นเฟยเหมยหลิน พวกเขามีสีหน้ายินดีทันที ก่อนที่จะโค้งตัวลงคารวะอย่างนอบน้อม

"คารวะเจ้าสำนักใหญ่"

อาวุโสอันดับ 1 ของสำนักเมฆาโลหิต หลังจากที่หายตกตะลึง เขาไม่พอใจเป็นอย่างมากที่เจ้าสำนักของพวกเขาก้มหัวคารวะให้กับรุ่นเยาว์ แถมยังเป็นหญิงสาวนางหนึ่ง และที่สำคัญยังเป็นเจ้าสำนักสี่สัตว์เทพอันอ่อนแอ

"ท่านเจ้าสำนัก ทำไมท่านถึงต้องก้มหัวให้กับหญิงสาวนางนี้ด้วย นางเป็นแค่รุ่นเยาว์ที่อ่อนแอ
ถึงนางจะเป็นเจ้าสำนักสี่สัตว์เทพ แต่ก็ต้องให้ความเคารพผู้อาวุโสกว่ามิใช่หรือ?"

อาวุโสอันดับ 1 กล่าวอย่างเย่อหยิ่งพร้อมกับ ปล่อยพลังลมปราณนภา ขั้นที่ 8 ออกมา
เหยากวงหน้าเปลี่ยนสีอีกครั้ง เขากำลังจะเข้าไปห้าม แต่ก็ไม่ทัน อาวุโสอันดับ 1 ได้พุ่งลอยออกไปแล้ว

"ลงมา แล้วคุกเขาลงคารวะเจ้าสำนักของข้าซะ" อาวุโสอันดับ 1 คำรามกร้าวพร้อมสะบัดมือ
ปล่อยลมปราณโลหิตอันน่ากลัวออกมา กดลงทับเฟยเหมยหลินที่ยังลอยตัวเหนือลานประลองอย่างสง่างาม

เฟยเหมยหลินเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้หันไปมองแม้แต่น้อย โบกมือเรียวสวยเบาๆ ไปทางอาวุโสอันดับ 1 สำนักเมฆาโลหิต

-ฟิ้ว-

"ตูมมมม"

อาวุโสอันดับ 1 ใบหน้าแข็งค้าง กระอักเลือดออกมา ปลิวลอยออกไปด้วยความรวดเร็ว พุ่งชนกำแพงลานประลองอย่างรุนแรง ด้วยท่าทางที่อนาจเป็นอย่างมาก เสื้อผ้าขาดกระจาย เผยร่างกายผอมแห้ง เนื้อหนังของเขาเหมือนโดนกระบี่นับหมื่นฟัน รอยแผลมากมายปรากฏบนร่าง มันยับเยินจนดูแทบไม่ได้ เลือดพุ่งสาดกระจายออกมาจากร่าง

เหล่าชนชั้นสูงและเหล่าผู้ชมยังไม่มีปฏิกิริยาอะไร พวกเขาก็มองเห็นอาวุโสอันดับ 1 ที่หยิ่งยะโสบินมาติดกำแพงแล้ว พวกเขาพากันอ้าปากตาค้าง นี่คืออะไร นี่เป็นผู้อาวุโสอันดับ 1 ของสำนักเมฆาโลหิต ที่มีพลังลมปราณนภา ขั้นที่ 8 เชียวนะ แค่โบกมือเบาๆทีเดียว ผู้อาวุโสอันดับ 1 ก็ปลิวไปแล้ว นี่ขอบเขตนภานะ ไม่ใช่ใบไม้

ฮุ่ยเหรินกับหยางเจี๋ยที่เมื่อครู่แสดงใบหน้าหื่นกระหาย มีท่าทางหลงใหล ใบหน้าพวกเขาก็พลันขาวซีด ร่างกายสั่นสะท้าน ส่วนนูนตรงเป้ากางเกง เหี่ยวลงอย่างรวดเร็ว

เหยากวงหลั่งเหงือเย็นเยียบ เขาก้าวเดินออกมา ร่างกายสั่นน้อยๆ โค้งคารวะอย่างนอบน้อมอีกรอบ

"ขอบคุณเจ้าสำนักสี่สัตว์เทพที่ยั้งมือ"

เหล่าชนชั้นสูงและเหล่าผู้ชมทั้งหมดเกือบจะกระอักเลือดออกมา พวกเขาคิดออกมาแทบจะเหมือนกัน

' นี่ยังจะเรียกว่ายั้งมือ? '

เฟยหลิงเทียนก็ตะลึงเช่นกัน ชายหนุ่มสำรวจพี่สาวของเขาทันที ไม่นานใบหน้าเขาก็เผยความประหลาดใจ

"พี่เหมยหลิน มีลมปราณขั้นสวรรค์? แถมยังอยู่ในขั้นที่ 2 ด้วย!!! มิน่าตาแก่เหยากวงถึงมีท่าทีเช่นนั้น"

"อืม พี่สาวของเจ้ามีพลังลมปราณสวรรค์ ขั้นที่ 2 จริงๆ ถ้าข้าไม่ได้มีพลังที่แข็งแกร่งและบริสุทธิ์กว่าคงไม่สามารถบอกระดับของนางได้" เหม่ยอวี้กล่าวออกมา นางก็ตะลึงเช่นกัน ไม่นึกว่าพี่สาวของเฟยหลิงเทียนจะแข็งแกร่งเช่นนี้

"ตอนนี้มีพี่สาวเจ้าและข้าอยู่ คงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับอาณาจักรเมฆาทมิฬอีกต่อไป" เหม่ยอวี้เผยรอยยิ้มออกมา

"คงเป็นเช่นนั้น พวกอาณาจักรเมฆาทมิฬคงคิดไม่ถึงว่าอาณาจักรเมฆาครามของเราจะมีผู้ฝึกตนของเขตสวรรค์ถึง 2 คน และก็ยังมีครึ่งเซียนที่ไม่ทราบสถานะแน่ชัดอยู่ด้วย"

"ครึ่งเซียนท่านนั้นคงไม่ได้เป็นศัตรูแน่ๆ ดูจากท่าทางของหม่าเฉิงแล้ว พวกเขาคงเป็นศิษย์อาจารย์กัน" เหม่ยอวี้คาดเดาออกมา

"คงใช่ แต่นิสัยของเขาออกจะวิปริตนิดหน่อย" เฟยหลิงเทียนขนลุกซู่เมื่อเห็นสายตาอันร้อนแรงของตาแก่ครึ่งเซียนมองเหล่าชายหนุ่ม

"คิก คิก เจ้าคงต้องระวังตัวบ้าง ยิ่งเจ้ามีความหล่อเหลาอย่างนี้แล้ว คงยิ่งถูกใจครึ่งเซียนท่านนั้นเป็นแน่" เหม่ยอวี้หัวเราะขำขัน

"พี่อวี้ ท่านคงจะไม่ปล่อยให้สามีตัวน้อยของท่านตกอยู่ในอันตรายหรอกนะ ใช่หรือไม่?" เฟยหลิงเทียนหน้าขาวซีด ถ้าตาแก่ครึ่งเซียนนั่นต้องตาเขาจริงๆ คงต้องใช้ความสามารถทุกอย่างที่เขามีหนีอย่างสุดชีวิต
ไม่ยอมปล่อยให้ทวารของเขาต้องตกอยู่ในอันตรายเด็ดขาด

"คิก คิก" เหม่ยอวี้หัวเราะจนพอใจ ก่อนจะโอบกอดชายหนุ่มด้วยความอ่อนโยน ศรีษะของเฟยหลิงเทียนซบเข้ากับอกอวบอึ๋มนุ่มนิ่มของหญิงสาว

การแสดงท่าทางของเฟยหลิงเทียนช่างได้ผลยิ่งนัก เขาซบอกของนางด้วยความสบายใจ กลิ่นหอมจากกายนาง ทำให้เขาผ่อนคลาย

บนเวทีประลอง เหยากวงกล่าวด้วยความเคารพ

"ข้าไม่คิดว่าเจ้าสำนักเฟยจะมาด้วยเช่นนี้ ทำให้ไม่ได้ต้อนรับอย่างเหมาะสม"

"ไม่เป็นไร ผู้อาวุโสเหยา ข้าเพียงพาศิษย์ของข้ามาเข้าร่วมการประลองและข้าจะเข้าร่วมด้วย" เฟยเหมยหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงแจ่มใส

เหยากวงและผู้คนในลานประลองอึ้งกันหมด และจากนั้นไม่นานพวกเขาก็มีสีหน้าที่ยินดีและตื่นเต้น
เฟยเหมยหลิน นางเพิ่งจะอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น ถึงจะเป็นเจ้าสำนักสี่สัตว์เทพ แต่ก็ยังเป็นรุ่นเยาว์ด้วยเช่นกัน

"ด้วยพลังของท่านเจ้าสำนักเฟยตอนนี้ เกรงว่าเหล่ารุ่นเยาว์ที่เข้าประลองคงไม่อาจเอาชนะได้
ท่านไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมประลองในครั้งนี้ก็ได้หรอกขอรับ สิทธิ์ 1 ที่ในการเข้าประลองระดับทวีปเป็นของท่าน" เหยากวงกล่าวออกมา

เฟยเหมยหลินได้ยินเหยากวงกล่าวออกมา นางก็พยักหน้าเป็นที่เข้าใจ จากนั้นเซี่ยเยว่ฉานก็ลอยลงมาที่เวทีประลอง

"เยว่ฉาน คารวะผู้อาวุโสเหยา" เซี่ยเยว่ฉานคารวะอย่างสง่างาม

"โอ้ คุณหนูเซี่ยให้เกียรติมาร่วมประลองด้วย ข้ายินดีเป็นอย่างมากที่มีรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้น งั้นก็มาวัดระดับพลังได้เลย" เหยากวงยินดีทันที ที่การประลองวันนี้มีศิษย์หลัก อันดับ 1 ของสำนักใหญ่ มากันครบทั้ง 4 คน

"เซี่ยเยว่ฉาน อายุ 18 ปี พลังลมปราณปฐพี ขั้นที่ 8 ผ่าน"

หลังจากที่นางได้กินยาเพิ่มลมปราณที่เฟยหลิงเทียนได้ให้ไว้ ทำให้พลังของนางเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
นางปิดด่านฝึกตนหลายวัน จนกระทั่งเฟยเหมยหลินมาตามนางไปเข้าร่วมการประลอง เพื่อชิงสิทธิ์ที่จะไปสู้ศึกระดับทวีป

"ฮือฮา"

"อายุ 18 ปี พลังลมปราณปฐพี ขั้นที่ 8 !!!"

"นี่ยังร้ายกาจกว่าหม่าเฉิงอีก ช่างเป็นพรสวรรค์ที่น่ากลัวอะไรเยี่ยงนี้"

"ความเร็วการเติบโตช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก"

"คุณหนูเซี่ยช่างงดงามยิ่งนัก สมกับเป็นหญิงงามอันดับ 1 ของอาณาจักรเมฆาคราม"

"ข้าเห็นด้วย"

"คุณหนูเซี่ยช่างแข็งแกร่ง ข้าคิดว่าอีก 4 ปีข้างหน้า คงแซงศิษย์อันดับ 1 ของอีก 3 สำนักเป็นแน่"

เหล่าผู้ชมต่างตื่นตะลึง พูดคุยเกี่ยวกับเซี่ยเยว่ฉานอย่างเมามันส์

ใบหน้างามของเสวี่ยเหยียนเปลี่ยนเป็นไม่น่าดู นางอิจฉาพรสวรรค์ของเซี่ยเยว่ฉานเป็นอย่างมาก
อายุ 18 ปี ก็มีพลังลมปราณปฐพี ขั้นที่ 8 แล้ว นี่ทำให้นางรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก อายุของพวกนางห่างกันตั้ง 10 ปี แต่ความเร็วของการฝึกตนเซี่ยเยว่ฉานช่างน่ากลัว อีกขั้นเดียวก็ตามนางได้ทันแล้ว

ฮุ่ยเหรินกับหยางเจี๋ยเมื่อรับรู้ถึงความสามารถของเซี่ยเยว่ฉาน ก็ยิ่งทำให้พวกเขาทั้งสองต้องมองนางด้วยความสนใจ อยากได้นางมาครอบครอง เผยใบหน้าหื่นกระหายออกมา สิ่งที่ทั้งสองไม่รู้ก็คือเซี่ยเยว่ฉานแต่งงานแล้วนั่นเอง ทั้งสองปิดด่านฝึกตนมานาน ทำให้ไม่ได้รับรู้ข่าวสารภายนอกมากนัก

เฟยหลิงเทียนที่อยู่บนท้องฟ้ามองฮุ่ยเหรินกับหยางเจี๋ยด้วยใบหน้าเย็นเยียบ บังอาจมามองภรรยาของเขาด้วยใบหน้าหื่นกระหาย

เหม่ยอวี้ที่อยู่ด้านข้างแอบพอใจกับท่าทางของเขา ที่ชายหนุ่มให้ความสำคัญกับภรรยาเป็นอย่างมาก

"ไม่ต้องเป็นห่วง เจ้าค่อยจัดการพวกมันในการประลองก็ได้" เหม่ยอวี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม

"ข้าก็คิดเช่นนั้น"

จากนั้นเฟยหลิงเทียนก็ปลดการอำพรางตัว กุมมือเหม่ยอวี้ลอยลงไปด้านล่าง

"น่าเสียดายจริงๆ ที่วันนี้นายน้อยเฟยไม่ได้มาด้วย"

"ข้าก็คิดเช่นนั้น ถ้านายน้อยเฟยมา.ด้..ว......" ชายหนุ่มกำลังจะกล่าว ก็ต้องอ้าปากตาค้าง เมื่อมองเห็นเฟยหลิงทียนที่ลอยจากฟ้าลงมาพร้อมกับเหมยอวี้

"เจ้าเป็นอะไรไป ทำไมถึงไม่พูดให้จบ" จากนั้นชายด้านข้างก็มองไปตามสายตาของชายที่กล่าวก่อนหน้านี้ เขาก็ตะลึงเช่นกัน

เฟยหลิงเทียนกับเหม่ยอวี้ที่ลอยลงมา ราวกับเทพเซียนหนุ่มกับเทพธิดาสวรรค์ ออร่าของทั้งสองคนช่างเจิดจ้าบาดตาผู้คนยิ่งนัก

เหล่าผู้คนที่สังเกตเห็นทั้งสองก็ตกตะลึงกับความหล่อเหลาและความงดงามของเฟยหลิงเทียนและเหม่ยอวี้
ไม่เว้นแม้แต่ผู้คนระดับสูงของตระกูลใหญ่กับสำนักใหญ่

.................................................................................................................................

ตอนก่อน

จบบทที่ การประลองคัดเลือกจักรพรรดิอาณาจักรเมฆาคราม (4)

ตอนถัดไป