การประลองคัดเลือกจักรพรรดิอาณาจักรเมฆาคราม (8)

ตอนที่ 43 การประลองคัดเลือกจักรพรรดิอาณาจักรเมฆาคราม (8)

หลังจากที่ได้ยินเฟยหลิงเทียนกล่าวออกมา ซิ่นจงแทบร้องไห้ เจ้ายังมีหน้ามาพูด? เจ้าแกร่งเกินไปต่างหาก ใช้แค่ออร่ากายเนื้อออกมาข่ม ก็สามารถทำให้ผู้คนทั้งสนามประลองลงไปนอนกับพื้นได้ทั้งหมดแล้ว
แม้แต่ท่านอาวุโสเหยากวงที่เป็นครึ่งก้าวขอบเขตสวรรค์ ยังต้องนอนหมอบกับพื้น ข้าที่อยู่ขอบเขตนภา
และใช้ทั้งอาภรณ์สัตว์เทพยังไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ แค่นั่งคุกเข่าและยังไม่หมดสติไป ก็ถือว่าดีแล้ว

' ใช้แค่พลังแรงกดดันของกายเนื้อออกมาข่ม ก็สามารถทำให้ท่านอาวุโสเหยากวงที่เป็นครึ่งก้าวขอบเขตสวรรค์ ไม่สามารถลุกขึ้นได้ ถ้าใช้พลังเต็มที่ล่ะ? จะแข็งแกร่งถึงขั้นไหน? สามารถสู้กับผู้ฝึกตนปราณสวรรค์ขั้นต้นได้? บ้าไปแล้ว กายเนื้อขอบเขตปฐพีขั้น 6 สามารถต่อสู้กับปราณสวรรค์ขั้นต้น จะท้าทายสวรรค์ไปไหน ' แค่คิดซิ่นจงถึงกับหนาวสั่น ความแข็งแกร่งของเฟยหลิงเทียนเหนือล้ำเกินจินตนาการของเขาไปไกล

เขาถึงกับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเฟยหลิงเทียน ตอนแรกที่เขาได้ยินว่าเฟยหลิงเทียนสามารถก้าวเข้าสู่กายเนื้อศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นดั่งตำนานได้ก็ประหลาดใจเล็กน้อย ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก เพราะเขามีร่างทรงสัตว์เทพอย่างเทพพยัคฆ์ขาว ยังไงก็ต้องเหนือกว่าพลังกายเนื้อ ไม่คิดว่าเมื่อมาเห็นกับตา เขาถึงกับต้องตะลึงในความทรงพลัง กายเนื้อศักดิ์สิทธิ์ที่เขาไม่ได้ให้ความสนใจ จะแข็งแกร่งน่าเกรงขามและน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้

ตอนนี้ซิ่นจงมองเฟยหลิงเทียนด้วยความเคารพ ชื่นชมและในส่วนลึกของดวงตายังเผยถึงความหวาดกลัว
อายุ 16 ปี ก็มีพลังถึงขั้นนี้แล้ว เมื่อเทียบกับตัวเขาแล้ว เขาแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไป

เมื่อเหตุการณ์ในสนามประลองเข้าสู่ความสงบ บนเวทีประลองได้มีผู้คนจากสำนักต่างๆ พาเหล่าผู้เยาว์ที่สลบจากแรงกดดันของเฟยหลิงเทียนไปยังสถานพยาบาลเพื่อให้พวกเขาได้พักฟื้น

ทางด้านเฟยหลิงเทียนและเซี่ยเยว่ฉานตอนนี้ได้นั่งอยู่ที่นั่งพิเศษ เหยากวงได้จัดให้กับเขาโดยเฉพาะ
ให้เขาได้รับชมการประลองคัดเลือกจักรพรรดิที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น แน่นอนว่าเหม่ยอวี้กับเฟยเหมยหลินได้นั่งที่นั่งพิเศษเช่นกัน

เฟยหลิงเทียนที่มีเหล่าสาวงามล้อมรอบทำให้เขาโดดเด่นเป็นอย่างมาก เหล่าชายฉกรรณ์ต่างมองมาที่เขาด้วยความอิจฉา

แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ ได้แต่ส่งสายตาอิจฉาไปเท่านั้น ใครจะกล้าทำให้นายน้อยเฟยขุ่นเคือง เหตุการณ์เมื่อครู่ยังทำให้พวกเขาหวาดกลัวไม่หาย ร่างกายยังสั่นอยู่น้อยๆ

เมื่อจัดการบนเวทีประลองเสร็จเรียบร้อย เหยากวงก็ขึ้นมาบนเวทีเป็นผู้ตัดสินการประลองคัดเลือกจักรพรรดิที่กำลังจะเริ่มขึ้น

"เอาล่ะ การประลองคัดเลือกตัวแทนรุ่นเยาว์ที่จะไปสู้ศึกระดับทวีปในอีก 4 ปี ข้างหน้าได้สิ้นสุดลงแล้ว
ตัวแทนทั้ง 5 คน มีดังต่อไปนี้ เฟยหลิงเทียน เฟยเหมยหลิน เซี่ยเยว่ฉาน เหม่ยอวี้ และสุดท้ายซิ่นจง"

"เฮ"

ผู้คนในลานประลองส่งเสียงเฮดั่งลั่น ทุกคนตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาทั้ง 5 คน เป็นรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรเมฆาคราม มีขอบเขตสวรรค์ถึง 2 คน ถึงเซี่ยเยว่ฉานจะไม่ได้แสดงฝีมือให้เห็น แต่ต้องแข็งแกร่งอย่างแน่นอน อาจารย์ของนางเป็นถึงเจ้าสำนักสี่สัตว์เทพอย่างเฟยเหมยหลิน และเซี่ยเยว่ฉานก็ยังเป็นภรรยาของเฟยหลิงเทียนผู้มีกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์ที่สามาถกำราบผู้คนทั้งสนามประลองมาแล้ว จะให้ธรรมดาได้เยี่ยงไร และสุดท้ายคือซิ่นจงผู้มีร่างทรงสัตว์เทพอย่างเทพพยัคฆ์ขาว

พวกเขาคิดว่าการประลองในอีก 4 ปีข้างหน้า อาณาจักรเมฆาครามต้องไม่ได้ลำดับสุดท้ายเหมือนทุกครั้งอย่างแน่นอน แค่คิดพวกเขาก็แทบอยากจะให้ถึงการประลองระดับทวีปเร็วๆ

เหยากวงส่งสัญญาณมือให้ผู้คนเงียบเสียงลง เขากล่าวต่อทันที

"เนื่องจากมหาเสนาบดีหลวนคุนขอถอนตัว จึงทำให้เหลือผู้เข้าคัดเลือก 3 คน ข้าจึงคิดว่าให้ทั้ง 3 คน ขึ้นเวทีประลองพร้อมกันไปเลย เหตุผลที่ต้องทำเช่นนี้เพื่อเฟ้นหาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด"

เมื่อเห็นว่าผู้คนมีสีหน้างุ่นงง เหตุใดถึงให้ประลองเช่นนี้?

เหยากวงก็เผยรอยยิ้มออกมา เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าผู้คนต้องมีความสงสัย

"เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ ข้าจะอธิบายให้ฟัง ถ้าเป็นการต่อสู้ทั่วไป ต้องสู้กันตัวต่อตัว แต่บนเวทีตอนนี้มี 3 คนอยู่เวทีเดียวกัน แน่นอนว่า 1 คนต้องรับมือ 2 ด้าน ถ้ารับมือไม่ไหวแล้วแพ้ไป ก็ไม่สมควรที่จะเป็นองค์จักรพรรดิ แต่ถ้ารับมือทั้ง 2 ด้านและเอาชนะทั้ง 2 คนได้ล่ะ? นั่นจึงสมควรเป็นผู้ชนะ เป็นองค์จักรพรรดิคนใหม่อย่างแท้จริง ข้าคิดว่าคงไม่มีใครคัดค้าน?"

เมื่อได้ฟังคำอธิบายผู้คนก็หายสงสัยทันที พร้อมกับมีสีหน้าตื่นเต้นรอคอย

"ฮือฮา"

"ถ้าเกิด 2 คนในนั้น ร่วมมือกันโจมตีไป และคนผู้นั้นรับมือไม่ได้ ข้าก็คิดว่าไม่เหมาะสมที่จะเป็นองค์จักรพรรดิเช่นกัน แต่ถ้าสามารถรับมือได้ และยิ่งสามารถเอาชนะได้ ข้าจะไม่มีข้อสงสัยในคนผู้นั้นเลย ข้าไม่คัดค้าน"

"จริงของเจ้า ข้าไม่คัดค้านเช่นกัน"

" ข้าไม่คัดค้าน ท่านผู้อาวุโส"

" ข้าไม่คัดค้าน ท่านเหยากวง"

" ข้าไม่คัดค้าน"

เหล่าผู้คนทั้งสนามประลองต่างก็ไม่คัดค้านและให้ทำการประลองตามคำแนะนำของเหยากวง
พวกเฟยหลิงเทียนก็ไม่คัดค้านเช่นกัน ถ้าให้ประลองกันตัวต่อตัว อีกคนที่ไม่ได้ประลองจะได้เปรียบมากกว่า เพราะมีพลังเต็มเปี่ยม ได้มีเวลาวิเคราะห์วางแผนการต่อสู้ ถึงจะให้เวลาทั้ง 2 คนที่ประลองไปก่อนได้พักเพื่อฟื้นฟูพลัง ก็ไม่ยุติธรรม ไม่สู้ให้ทั้ง 3 คนประลองพร้อมกันไปเลย

เฟยหลิงเทียนยังแสดงออกถึงการชมเชยอีกฝ่ายด้วยซ้ำ ที่คิดวิธีการประลองเช่นนี้ขึ้นมาได้
สมกับเป็นจิ้งจอกเฒ่าที่อยู่มานาน ประสบการณ์โชกโชนจริงๆ

เหยากวงยิ้มแก้มแทบปริที่ผู้คนไม่คัดค้านความคิดของเขา แต่เมื่อเขาเห็นสายตาที่แสดงออกถึงความชื่นชมของเฟยหลิงเทียน เขาแทบร้องไห้ สายตานั้นมันเหมือนสายตาของผู้อาวุโสที่มองอย่างชื่นชม ให้กำลังใจกับรุ่นเยาว์ อย่างไรอย่างนั้น

เหยากวงยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนที่เขาจะหันไปที่ผู้เข้าประลองทั้ง 3 คน

"ท่านเจิ้งจิงหง ท่านหนานซิ่นเฉิง และท่านซิ่นสือ ขึ้นมาบนเวทีประลองได้ กฎการประลองก็เหมือนกับเหล่ารุ่นเยาว์ ผู้ที่ยืนอยู่คนสุดท้ายบนลานประลองคือผู้ที่จะเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ของอาณาจักรเมฆาคราม"

พวกเขาทั้ง 3 คน ลอยไปบนเวทีประลองอย่างสง่างาม ต่างเว้นระยะห่างซึ่งกันและกัน เกร็งพลังเตรียมพร้อม

เหล่าผู้ชมต่างเเฝ้ารออย่างตื่นเต้น นี่คือการประลองของยอดฝีมือขอบเขตนภา การประลองของรุ่นเยาว์ก่อนหน้านี้ ถึงเฟยหลิงเทียนจะมีพลังมากกว่าขอบเขตนภาและซิ่นจงที่มีพลังปราณนภา ขั้นที่ 6 พวกเขาก็ไม่ได้เห็นฝีมือมากนัก เพราะเฟยหลิงเทียนใช้แค่แรงกดดันเข้าข่มซิ่นจงก็พ่ายแพ้ พวกเขาไม่ได้เห็นกระบวนท่าอะไรเลย

แต่ครั้งนี้เป็นการคัดเลือกจักรพรรดิ และฝีมือของพวกเขาก็ใกล้เคียงกัน พวกเขาคาดการณ์ว่าการต่อสู้คงไม่จบอย่างรวดเร็วเป็นแน่

เหยากวงเห็นพวกเขาพร้อมแล้วก็ประกาศเริ่มการประลองทันที

"การประลองคัดเลือกจักรพรรดิ เริ่มได้"

เมื่อเหยากวงกล่าวเสร็จ ซิ่นสือที่อยู่บนเวทีปลดปล่อยพลังลมปราณนภา ขั้นที่ 7 ขั้นสูงสุดออกมา พุ่งเข้าหาทั้งสองคน ไม่รอให้พวกเขาตั้งตัว เขาไม่กล้ารับประกันว่าพวกเขาจะมีความคิดที่จะร่วมมือกันหรือไม่? เขาต้องลงมือก่อนเพื่อชิงความได้เปรียบ

"ขุนเขาทลายปฐพี"

ซิ่นสือคำรามกดฝ่ามือทั้งสองที่มีพลังปราณอันหนาแน่นเข้าใส่เจิ้งจิงหงและหนานซิ่นเฉิง ทั้ง 2 คนสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ไม่คิดว่าซิ่นสือที่เรียบเฉย มีท่าทางสบายๆ จะลงมือเร็วเช่นนี้

ปราณขุนเขาอันยิ่งใหญ่ทั้ง 2 ลูก กดทับลงมาอย่างรวดเร็ว เจิ้งจิงหงปลดปล่อยปราณนภา ขั้นที่ 6 ขั้นต้นออกมา เขาเพิ่งจะทะลวงขั้นได้เมื่อไม่นานมานี้เอง ถึงเขาจะมีปราณน้อยกว่าอีกฝ่าย แต่ว่าเจิ้งจิงหงไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย

เขาเป็นแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักร ออกรบบ่อยครั้ง ทำให้ปราณที่เขามีทั้งบริสุทธิ์และหนาแน่น
เขาขัดเกลาฝีมือในสนามรบเป็นเวลานาน มีการลับคมอยู่ตลอด และที่สำคัญคือปราณสังหารที่เขาได้มาจากการฆ่าศัตรูในสนามรบ

เจิ้งจิงหงหยิบดาบคู่ อาวุธระดับนภาออกมาจากแหวนมิติ ออกกระบวนท่าสังหารอย่างว่องไว

"เพลงดาบคู่จันทร์สังหาร กระบวนท่าที่ 1 จันทร์เสี้ยว"

พลังปราณที่มีรูปร่างเสี้ยวดวงจันทร์เปล่งประกายวาบออกมา ก่อนจะพุ่งปะทะปราณขุนเขาของซิ่นสือ

-ฟิ้ว-

-ครืนนนนนน-

ส่วนหนานซิ่นเฉิงที่เป็นประมุขตระกูลหนาน ตระกูลใหญ่ของเมืองสีชาด เขาปลดปล่อยปราณนภา ขั้นที่ 6 ขั้นสูงสุดออกมา พร้อมหยิบทวนออกมาจากแหวนมิติ เป็นอาวุธระดับนภาเช่นกัน มันเงางาม เปล่งประกายวิบวับแตกต่างจากดาบคู่ของเจิ้งจิงหงที่เก่าแก่โบราณ

เขาออกกระบวนท่า หมุนทวนเป็นวงพุ่งเข้าปะทะกับปราณขุนเขา

"เพลงทวนสายน้ำรินไหล"

ทวนที่หมุนเป็นวง สาดประกายเป็นสายน้ำอันเชี่ยวกรากต้านปราณขุนเขาอันแกร่งแกร่งของซิ่นสือเอาไว้

-ครืนนนนนน-

พลังของทั้ง 3 คนเข้าปะทะกับ คลื่นพลังสั่นสะเทือน จนอากาศคล้ายจะกระเพื่อมขึ้นลง ระรอกคลื่นอันแข็งแกร่ง กระจายออกไปด้านข้าง แต่ก็ได้เหยากวงที่กาวม่านพลังป้องกันไว้ คลื่นอันแข็งแกร่งของทั้ง 3 คนจึงไม่สามารถเล็ดลอดออกไปโดนผู้ชมข้างสนามประลอง

-เปรี้ยงงงงงงงงงงงง-

การประลองของทั้ง 3 คนดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ฝีมืออันแข็งแกร่งของซิ่นสือ ทำให้เจิ้งจงหงกับหนานซิ่นเฉิงต้องร่วมมือกัน ถึงจะต้านเอาไว้ได้ แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้ร่วมมือกันด้วยความจริงใจนัก เพราะอีกฝ่ายก็คือคู่ต่อสู้เช่นกัน

"ข้าว่าพวกเจ้ายอมแพ้ดีกว่า พวกเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า ยังไงซะหนึ่งในพวกเรา
ผู้ที่ได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ จะเป็นใครก็เหมือนๆกัน พวกเราต่างก็ภักดีกับอาณาจักรเมฆาครามเช่นกัน"
ซิ่นสือกล่าวด้วยหน้าตาเรียบเฉย

"แต่ข้าไม่คิดเช่นนั้น จริงอยู่ที่ใครจะเป็นจักรพรรดิก็เหมือนๆกัน แต่เกรงว่าจะไม่ได้
ข้าก็มีศักดิ์ศรีเช่นกัน และข้าไม่อ่อนแอกว่าเจ้าแน่นอน" หนานซิ่นเฉิงกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ จากนั้นระเบิดพลังปราณออกมา ใช้เพลงทวนสายน้ำพุ่งเข้าหาซิ่นสืออย่างรวดเร็ว

"โฮ่ ท่านหนาน ช่างมั่นใจจริงๆ" ซิ่นสือเผยรอยยิ้มออกมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเผยรอยยิ้มออกมา

เจิ้งจิงหงเห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วขึ้น เขาอยู่ในสนามรบมานาน สัมผัสต่างๆเฉียบคม รับรู้ถึงอันตรายได้รวดเร็ว เห็นซิ่นสือเผยรอยยิ้มเขาก็รู้สึกไม่ดี รีบเร่งพลังปราณอันบริสุทธิ์เตรียมป้องกันตัวทันที

................................................................................................................................

ตอนก่อน

จบบทที่ การประลองคัดเลือกจักรพรรดิอาณาจักรเมฆาคราม (8)

ตอนถัดไป