กระทบกระเทือนจิตใจ

ตอนที่ 50 กระทบกระเทือนจิตใจ

การปรากฏตัวของเฟยหลิงเทียนกับเสวี่ยเหยียนดึงดูดความสนใจของกลุ่มคนในห้องโถงเป็นอย่างมาก
จ้านเลี่ยเมื่อเห็นเสวี่ยเหยียน เขาถึงกับเหม่อลอย ลุ่มหลงมัวเมาในความเย้ายวนของนาง ความหื่นกระหายของเขายังมีมากกว่าชายหนุ่มชุดเหลือง ดวงตาของเขามีความกระหายใคร่อย่างสัตว์ป่า น้องชายตัวน้อยของเขาพองโตแทบจะระเบิดออกมา

"เหยียนเอ๋อของข้า ในที่สุดเจ้าก็มาแล้ว ข้าคิดถึงเจ้ายิ่งนัก" จ้านเลี่ยกล่าวออกมาด้วยความใคร่ เขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ดีที่เขายังคุมสติได้ ไม่งั้นเขาต้องดีดตัวพุ่งเข้าไปโอบกอดนาง ฉีกกระชากเสื้อผ้านุ่มสลวยของนางออก ขย้ำนางอย่างสุขสมไปแล้ว

"ใครเป็นเหยียนเอ๋อของเจ้า" เสวี่ยเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา นางมีใบหน้าไม่พอใจ คนที่เรียกนางเช่นนี้ได้ มีเพียงครอบครัวของนางและสามีตัวน้อยที่ยืนด้านข้างเท่านั้น แต่จ้านเลี่ยเป็นตัวอะไร? กลับเรียกนางเช่นนี้

เสวี่ยเหยียนเหลือบมองกลุ่มคนของจ้านหลิวด้วยใบหน้าเย็นชา แต่เมื่อสายตาประสานกับสายตาอันร้อนแรงของบุรุษหนุมชุดเหลือง นางพลันหวาดกลัวขึ้นมา

เฟยหลิงเทียนเห็นเสวี่ยเหยียนมีสีหน้าหวาดกลัว เขากุมมือนาง หันไปยิ้มให้ด้วยความอบอุ่นอ่อนโยน
เสวี่ยเหยียนรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นบนฝ่ามือ นางพลันรู้สึกสบายใจ ยิ้มอย่างอ่อนหวานให้กับเฟยหลิงเทียน
ไม่ได้มีความเย็นชาอยู่บนใบหน้าแม้แต่น้อย

เสวี่ยหมิงไห่อึ้งไปครู่หนึ่ง เขาไม่เคยเห็นบุตรสาวของเขายิ้มอย่างนี้ให้กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวเช่นนี้

เมื่อเห็นเฟยหลิงเทียนปรากฏตัวพร้อมกับเสวี่ยเหยียน ความรู้สึกสิ้นหวังในตอนแรกของเขาพลันหายไป ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด? เขาแอบมีความหวังเล็กๆซ่อนอยู่

เขาไม่ต้องการให้บุตรสาวต้องหมั้นหมายกับจ้านเลี่ย หัวเด็ดตีนขาดยังไงเขาก็ไม่มีทางยินยอม แต่เมื่อจ้านหลิวขู่ว่าจะบดขยี้ตระกูลเสวี่ย เขาพลันสิ้นหวัง ยิ่งจ้านหลิวมีตระกูลหยางหนุนหลังอยู่ด้วยแล้ว เขาแทบจะทำอะไรไม่ได้ เขาไม่ได้อยากให้ตระกูลเสวี่ยล่มสลายไปเพราะความดื้อดึงของเขา

ขณะที่ฝืนใจจะตอบรับคำขอของจ้านหลิว เฟยหลิงเทียนก็พลันปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับบุตรสาวของเขา ด้วยความแข็งแกร่งของเฟยหลิงเทียน ทำให้เขามีความหวังขึ้นมา แต่เมื่อมองทางตระกูลหยาง เขาก็มีสีหน้ากังวลอย่างอดไม่ได้

เสวี่ยหมิงไห่รีบกล่าวกับเฟยหลิงเทียนผ่านสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ เขาบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ชายหนุ่มได้ฟัง

' ท่านพ่อตาโปรดวางใจ ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง ' เฟยหลิงเทียนกล่าวให้กำลังใจเสวี่ยหมิงไห่

เมื่อได้ยินเสียงเฟยหลิงเทียนในจิตใจ เสวี่ยหมิงไห่พลันรู้สึกมึนงง บุตรสาวของเขาไปมีความสัมพันธ์เช่นนี้กับเฟยหลิงเทียนตั้งแต่เมื่อไหร่?

"เจ้าเป็นใครกัน? กล้าดียังไง มาจับมือ คู่หมั้นของข้า" จ้านเลี่ยตะโกนออกมาด้วยความโกรธ เขาไม่ได้ไปร่วมงานประลองคัดเลือกจักรพรรดิ มีเพียงบิดาของเขาที่ไปร่วมงาน ทำให้เขาไม่รู้จักเฟยหลิงเทียนแม้แต่น้อย

"คู่หมั้นของเจ้า? ให้มันน้อยๆหน่อย พิธีอะไรก็ยังไม่มี นางไปเป็นคู่หมั้นของเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่?" เฟยหลิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เสวี่ยเหยียนมองจ้านเลี่ยด้วยสีหน้าเย็นชา มีความพอใจในคำพูดของเฟยหลิงเทียน

"เจ้า!!!" จ้านเลี่ยผงะ เขาพูดอะไรไม่ออก ที่เฟยหลิงเทียนเอ่ยออกมาถูกต้องทุกอย่าง

"และคำถามของเจ้าที่ถามว่าข้าคือใคร? ข้าจะบอกเจ้าก็ได้ กางหูบานๆของเจ้าไว้ให้พร้อม" เฟยหลิงเทียนขบขัน เมื่อมองหูบานๆของจ้านเลี่ย

จ้านเลี่ยแทบกระอักเลือด เขาเกลียดคนที่พูดถึงหูของเขาเป็นอย่างมาก และยิ่งเห็นท่าทางขบขันของฝ่ายตรงข้ามด้วยแล้ว เขายิ่งโมโห กำมือแน่น มองเฟยหลิงเทียนด้วยความโกรธและเกลียดชัง

ไม่รู้ใครหัวเราะออกมาเป็นคนแรก แต่คนที่หัวเราะส่วนมากจะเป็นกลุ่มคนของตระกูลเสวี่ย

จ้านเลี่ยแทบจะเป็นบ้า ยิ่งเห็นเสวี่ยเหยียนร่วมหัวเราะด้วย เขาแทบลงไปดิ้นอยู่บนพื้น มุดหนีลงไปด้วยความอาย เขาเสียหน้าเป็นอย่างมาก

"เจ้า!!! เจ้า ข้าจะฆ่าเจ้า" จ้านเลี่ยตะโกนด้วยความแค้น

"อ้าว เจ้าไม่อยากรู้ว่าข้าเป็นใครแล้วหรือ? แต่ไม่เป็นไร ข้าจะบอกเจ้าก็ได้ ข้า คือ เฟยหลิงเทียน เป็นสามีของเสวี่ยเหยียน"

ราวกับอัสนีบาตดังก้องหู ร่างของจ้านเลี่ยที่พร้อมจะกระโจนเข้าห้ำหั่นกับเฟยหลิงเทียนพลันแข็งค้าง ชะงักงัน ยืนอย่างโง่งม เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของเฟยหลิงเทียน

ชายหนุ่มชุดเหลืองก็เช่นกัน เขาแทบไม่อยากจะเชื่อ เป็นประโยคที่เขาไม่อยากจะได้ยินแม้แต่น้อย
หญิงสาวที่ทำให้เขาหลงใหลเป็นครั้งแรก กลับเป็นภรรยาของคนอื่น? เหมือนอัสนีบาตฟาดผ่าเขากลางวันแสกๆ ใบหน้าเขาพลันซีดเผือด เขาได้รับความกระทบกระเทือนไม่น้อย

กลุ่มคนของตระกูลเสวี่ยแม้จะตกตะลึงและสับสนงุ่นงง แต่พวกเขากลับมีสีหน้าที่ตื่นเต้นดีใจ เฟยหลิงเทียนดีกว่าจ้านเลี่ยเป็นไหนๆ จะไม่ให้พวกเขามีความสุขได้อย่างไร? ที่ได้เฟยหลิงเทียนเป็นบุตรเขย ให้เลือกระหว่างเฟยหลิงเทียนและจ้านเลี่ย แน่นอนว่าพวกเขาย่อมเลือกเฟยหลิงเทียน

"เจ้า!!! เป็นเจ้าที่กล่าวเองเมื่อครู่ เจ้าก็ยังไม่ได้ทำพิธีแต่งงานกับเหยียนเอ๋อ จะเป็นสามีนางได้เช่นไร?"
เป็นจ้านเลี่ยที่ได้สติกลับมา เขาสวนกลับคำพูดเหน็บแนมของเฟยหลิงเทียนก่อนหน้านี้

"อ้อ เจ้าสงสัยข้อนี้? หูเจ้าไม่ได้ล้างตั้งแต่ชาติที่แล้วหรืออย่างไร? ข้ากับเหยียนเอ๋อมีความสัมพันธ์กันแล้ว ก็ต้องเป็นสามีภรรยากัน หรือว่าข้ายังกล่าวไม่ชัดเจน?" เฟยหลิงเทียนกล่าวตอกหน้าจ้านเลี่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พร้อมกับดึงเสวี่ยเหยียนเข้ามาโอบกอดอย่างแนบแน่น

อัสนีบาตลูกที่สองผ่าลงมา ร่างกายของจ้านเลี่ยก้าวถอยหลัง ใบหน้าซีดเผือด ใจเขาถูกกระทบกระเทือนเป็นอย่างมาก เหมือนของรักของหวงโดนขโมยไป เขากระอักเลือดออกมา มองเฟยหลิงเทียนด้วยดวงตาแดงก่ำ ความโกรธเกลียดแผ่ออกมา

ชายหนุ่มชุดเหลืองสายตาว่างเปล่าไปชั่วครู่ ใจเขารับแทบไม่ไหว หญิงสาวที่เขาหลงใหลตอนนี้กลับโดนชายอื่นโอบกอด เขารับไม่ได้ มุมปากมีเลือดซึมออกมา

"ข้าจะฆ่าเจ้า" จ้านเลี่ยทนไม่ไหวแล้ว เขาระเบิดลมปราณนภา ขั้นที่ 3 พุ่งเป็นเส้นตรงเข้าหาเฟยหลิงเทียน

"หืม? ช่างอ่อนแอนัก" เฟยหลิงเทียนกล่าวอย่างเหยียดหยาม

เห็นจ้านเลี่ยพุ่งเข้าหาเฟยหลิงเทียน ใจของจ้านหลิวเต้นกระหน่ำ ความหวาดกลัวผุดขึ้นมา
พุ่งเข้าหาเฟยหลิงเทียนเช่นนั้น เจ้าอยากตายหรืออย่างไร? จ้านหลิวกำลังพุ่งเข้าไปห้าม

"อย่..า...." จ้านหลิวกำลังจะกล่าว แต่ฝ่ามือของเฟยหลิงเทียนเร็วกว่า เขาผลักออกไปด้านหน้าอย่างแผ่วเบา

แรงกดดันมหาศาลพลันกดทับจ้านเลี่ย บดขยี้ไปบนร่างกายของเขา ความหวาดกลัวพลันปรากฏออกมา

"แกร๊กก"

"อ๊ากกกกกก"

จ้านเลี่ยร้องโหยหวน ร่างกายของเขาถูกบดขยี้อย่างไม่มีชิ้นดี กลายเป็นกองเนื้ออยู่กลางห้องโถง

"........" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงตระกูลเสวี่ย หลายคนพลันสูดหายใจเฮือกใหญ่
มองเฟยหลิงเทียนสลับกับกองเนื้อ แววตาพวกเขาเผยความหวาดกลัวออกมา

"ไมมมมมมมม่" จ้านหลิวร้องออกมาอย่างปวดร้าว

กลุ่มคนของตระกูลหยางตกตะลึง เหตุการณ์เกิดเร็วเกินไป จนพวกเขายื่นมือเข้าไปห้ามไม่ทัน
พวกเขาได้สติก็ต่อเมื่อได้ยินเสียงร้องของจ้านหลิว

"ผู้อาวุโสชุน ทวงความยุติธรรมให้กับเลี่ยเอ๋อด้วย" จ้านหลิวร้องให้กอดกองเนื้อของจ้านเลี่ย กล่าวอ้อนวอนขอร้องชายชราผมขาว นามหยางชุน เขาไม่ได้ลงมือเอง เพราะรู้ว่ายังไงก็ไม่มีทางสู้เฟยหลิงเทียนได้ ขืนบุกเข้าไปอย่างขาดสติก็ต้องถูกบดเป็นกองเนื้อภายในพริบตาอย่างจ้านเลี่ย

"หนุ่มน้อย เจ้าช่างอำมหิตนัก ทำไมต้องถึงกับฆ่าแกงกันด้วย?" หยางชุนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

"อำมหิต? ท่านไม่มีตาหรืออย่างไร? เจ้าขยะนี่ระเบิดปราณพุ่งเข้ามาอย่างดุร้าย แถมยังกล่าวว่า
จะฆ่าข้าด้วย ท่านจะให้ข้ายืนเฉยๆปล่อยให้เจ้านั่นฆ่าตาย? ช่างอ่อนหัด" เฟยหลิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูก

เมื่อเจอกับคำพูดของเฟยหลิงเทียน หยางชุนถึงกับเงียบ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

ชายหนุ่มชุดเหลืองลุกขึ้นก้าวเดินออกมา เขามีความต้องการต่อสู้แผ่ออกมา หลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้
และทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา ตอนนี้เขารู้แล้วว่าชายตรงหน้านั้นคือใคร?

นามเฟยหลิงเทียนตอนนี้นั้นโด่งดังเป็นอย่างมากในอาณาจักรเมฆาคราม และยังไปถึงอาณาจักรข้างเคียงแล้วและเมื่อมาเข้าหูของชายหนุ่มแซ่หยางผู้นี้ เขาก็เกิดอยากเจอและอยากประมือกันขึ้นมา
แต่ระหว่างนั้นจ้านหลิวก็ได้เชื้อเชิญเขามาพอดี เขาเลยถือโอกาสนี้มาที่อาณาจักรเมฆาคราม

"เจี้ยนเอ๋อ?"

"ไม่เป็นไรท่านลุงชุน ชายตรงหน้าให้ข้าจัดการเอง" หยางเจี้ยนกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ
ประกายตาของเขาลุกโชนไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้

"เช่นนั้นเจ้าก็ระวังตัวด้วย" หยางชุนกล่าวด้วยความเป็นห่วง

......................................................................................................

ตอนก่อน

จบบทที่ กระทบกระเทือนจิตใจ

ตอนถัดไป