บุคคลลึกลับ
ตอนที่ 55 บุคคลลึกลับ
อายสังหารอบอวล ทำให้ผู้คนในห้องโถงที่เมื่อครู่โห่ร้องดีใจ เปลี่ยนเป็นหน้าขาวซีด พวกเขาหายใจติดขัด เนื่องจากอายสังหารอันเข้มข้นนี้มาจากชายชราที่ดูอ่อนโยนคนนั้น แต่ตอนนี้เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดวงตาแดงก่ำ ทั้งร่างแผ่ปราณสังหารออกมา
เฟยหลิงเทียนเหมือนอยู่ในเรือลำเล็กท่ามกลางเกรียวคลื่นมหาสมุทร อายสังหารพุ่งเข้าหาชายหนุ่ม จนเขาต้องแผ่รัศมีกายเทพออกมาต้าน แต่ดูเหมือนว่าเศษเสี้ยวของกายเทพก็ยังไม่อาจต้านได้ ความต่างเริ่มสังเกตเห็นชัดขึ้น
' อย่างที่คิด ถึงภายนอกจะดูอ่อนโยน แต่ในภายในแฝงด้วยความอำมหิตโหดร้าย ไม่รู้ว่าหยางชุนผู้นี้สังหารผู้คนมามากมายเท่าใดกัน? ถึงได้มีปราณสังหารที่เข้มข้นและน่ากลัวเยี่ยงนี้ ' เฟยหลิงเทียนคิดในใจ เขาเริ่มใจสั่นปราณอันน่ากลัวคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที เศษเสี้ยวรัศมีกายเทพเริ่มอับแสงลง
' ไม่ได้การ ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป ทุกคนที่นี่ได้ตายหมดแน่ พลังของข้าก็เหลือแค่ส่วนเดียว จะทำยังไงดี? '
จังหวะที่ชายหนุ่มครุ่นคิดหาวิธีอยู่นั้นเอง เขาพลันสัมผัสถึงการคงอยู่ของคนผู้หนึ่งได้นั่นเอง
' เอ๊ะ สัมผัสนี้มัน!!! '
-ฟิ้ว-
สายลมอันแผ่วเบาพัดผ่านกายของเขาไป อายสังหารอันน่ากลัวของหยางชุน พลันหายไปราวกับไม่เคยดำรงอยู่มาก่อน
หยางชุนที่มีสีหน้าโหดร้าย พลันหน้าเปลี่ยนสี เขากระอักเลือดออกมา ถอยหลังไปหกเจ็ดก้าว ทรุดลงไปกองกับพื้น เขากระอักเลือดออกมาอีกสามสี่ครั้ง อายสังหารและปราณสังหารบนร่างหายวับ
บรรยากาศโดยรอบกลับมาเป็นปกติ เหล่าคนที่อึดอัดหายใจไม่ออก ตอนนี้ต่างสูดหายใจเข้าปอดอย่างเต็มที่
เริ่มมีสีหน้าดีขึ้น เมื่อสักครู่พวกเขาคิดว่าจะต้องตายซะแล้ว อายสังหารจากผู้ฝึกตนปราณสวรรค์ช่างน่ากลัวโดยแท้ แค่แผ่อายสังหารก็สามารถปลิดชีพพวกเขาที่มีขอบเขตนภาได้แล้ว หยางชุนผู้นี้ช่างไม่ธรรมดา
แต่หยางชุนผู้ที่พวกเขาคิดว่าเป็นเทพสังหาร พลันกระอักเลือดออกมา ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ในหัวของพวกเขา เกิดคำถามมากมาย ความสับสนปรากฏบนในหน้า คำถามเดียวที่พวกเขาอยากรู้คือ มันเกิดอะไรขึ้น? วันนี้ไม่รู้ว่าพวกเขามีคำถามนี้มาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง แต่คิดว่าอย่างน้อยต้องเกี่ยวข้องกับเฟยหลิงเทียนอย่างแน่นอน พวกเขาหันไปมองเฟยหลิงเทียนด้วยสายตาเคารพเลื่อมใส
เฟยหลิงเทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่นึกว่าผู้อาวุโสท่านนั้นจะยื่นมือเข้าช่วย
"ท่านผู้สูงศักดิ์ท่านใดมากันขอรับ? เหตุใดต้องเข้ามาแทรกแซงด้วย?" หยางชุนกล่าวออมาอย่างนอบน้อม ถึงเขาจะยังหน้าขาวซีด ร่างกายสั่นสะท้านจากพลังเหนือล้ำเมื่อสักครู่ เขาก็ยังรวบรวมความกล้ากล่าวถามออกไป เขาไม่กล้าเสียมารยาท พลังที่ทำให้เขาถึงบาดเจ็บสาหัสได้ โดยที่เขาไม่สามารถสัมผัสได้นั้น ช่างเป็นพลังอันยิ่งใหญ่และน่ากลัวกว่าที่เขาจะคาดคิด
"ฮ่าๆๆๆ คนของตระกูลหยางเดี่ยวนี้ตกต่ำถึงขั้นนี้แล้วเหรอ?" เสียงหัวเราะเหยียดหยามดังออกมาท่ามกลางความว่างเปล่า
เสียงนั้นสั่นสะท้านจิตใจคนทั้งห้องโถง มันทั้งแข็งกร้าว ทรงพลัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นเสียงของผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
"หมาย..ความ...ว่าอย่างไรรึขอรับ?" หยางชุนใจสั่น เสียงที่กล่าวออกมาบ่งบอกว่าเป็นศัตรูโดยไม่ต้องสงสัย
น้ำเสียงเหยียดหยามดังชัดเต็มสองหูหยางชุน พลังที่มากับเสียงทำให้เขาบาดเจ็บเพิ่มขึ้น มุมปากมีเลือดไหลออกมา
คนลึกลับผู้นั้นไม่แยแสคำถามของหยางชุน เขากล่าวต่อ
"กลับไปบอกกับหยางไท่หยวนด้วยว่า อย่าผยองให้มันมากนัก เก็บความทะเยอทะยานอันไร้ค่านั้นยัดทวารไปซะ"
เสียงที่ออกมาจากความว่างเปล่าทำให้หยางชุนมีสีหน้าดูไม่ได้ เขากำหมัดแน่นด้วยความโกรธ แต่ไม่ได้เผยมันออกมา ไม่งั้นเขาต้องตายอย่างแน่นอน
"ได้ขอรับ ข้าจะเก็บคำกล่าวของท่านถ่ายทอดให้กับท่านบรรพบุรุษไม่ให้ตกหล่นแม้แต่คำเดียวขอรับ" หยางชุนกล่าวอย่างนอบน้อม
"ดี ดี ดี เจ้าไปได้แล้ว" เจ้าของเสียงลึกลับกล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดี
"ขอรับ"
หยางชุนขานรับอย่างว่าง่าย ก่อนที่จะเก็บศพของหยางเฉินเข้าแหวนมิติ และอุ้มหยางเจี้ยนจากไปโดยไม่หันมามองด้านหลังแม้แต่น้อย จ้านหลิวหน้าขาวซีด ตัวสั่นสะท้าน กำลังจะก้าวตามออกไป แต่ก็โดนสายตาของเฟยหลิงเทียนทิ่มแทงจนไม่กล้าขยับตัว
เมื่อร่างของหยางชุนหายไปจากสายตา เฟยหลิงเทียนหันไปที่มุมใกล้กับทางเข้าห้องโถง ก่อนจะโค้งตัวลงคารวะขอบคุณ
"ขอบคุณผู้อาวุโสมากขอรับ ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ" เฟยหลิงเทียนกล่าวออกมาด้วยความเคารพ
ผู้คนในห้องโถงต่างมีสีหน้าแตกตื่นรวมถึงเสวี่ยหมิงไห่และเสวี่ยเหยียน พวกเขาสัมผัสถึงบุลคลลึกลับอันทรงพลังไม่ได้แม้แต่น้อย ต่างพากันหันไปมองทิศทางที่เฟยหลิงเทียนคารวะ
ไม่นานอากาศตรงหน้าพวกเขาพลันบิดเบี้ยว ชายชราหัวล้านรูปร่างกำยำเดินออกมาจากความว่างเปล่าพร้อมกับหัวเราะด้วยความชอบใจ
"ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม สามารถสัมผัสถึงตำแหน่งที่ข้ายืนอยู่ได้โดยที่ไม่เสียเวลาไตร่ตรองแม้แต่น้อย เจ้าคงจะรู้อยู่แล้วสินะ ว่าข้ายืนอยู่ตรงนี้?" ชายชราหัวล้านกล่าวออกมาด้วยความชื่นชม
"ผู้อาวุโสชมเกินไปแล้วขอรับ ข้าสัมผัสถึงการคงอยู่ของผู้อาวุโสได้ก็ตอนที่หยางชุนผู้นั้นปล่อยอายสังหารเข้ามาใกล้ข้าแล้ว" เฟยหลิงเทียนตอบตามความจริง
ชายชราหัวล้านมีสีหน้าตกตะลึง ทว่าไม่นานก็กลับเป็นปกติ
' สัมผัสถึงตัวตนของข้าได้ตั้งแต่ตอนนั้น? นั้นมันตอนที่ข้าเข้ามาพอดิบพอดี เด็กนี่ช่างมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคมอะไรเยี่ยงนี้ ช่างน่าสนใจจริงๆ แต่มองอีกมุมหนึ่งก็ช่างน่าเสียดาย น่าเสียดาย ' ชายชราครุ่นคิดในใจ สายตาอันหยาดเยิ้มมองเฟยหลิงเทียนไม่นานก็แวบหายไป กลับมามีสายตาที่เป็นปกติอีกครั้ง จากนั้นเขาก็กวาดตามองผู้คนทั่วห้อง
เหล่าผู้คนในห้องโถงไม่รู้เป็นเพราะสัญชาตญาณ สัมผัสพิเศษหรือย่างไร? ถึงได้พากันเอามือปิดทวารเอาไว้
ขนทั่วร่างลุกตั้งชี้ชัน หน้าตาขาวซีด ถอยไปด้านหลังก้าวสองก้าว
เฟยหลิงเทียนหน้าตาเหยเก ชายหนุ่มรู้พฤติกรรมของชายชราอยู่แล้ว เพราะชายชราหัวล้านกล้ามโตไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคืออาจารย์ของหม่าเฉิงนั่นเอง
...........................................................................................................