ต่อกรเสเพลไร้พ่าย (1)
ตอนที่ 59 ต่อกรเสเพลไร้พ่าย (1)
ร่างแยกเงาจิตของเฟยหลิงเทียนยังคงยืนอยู่ด้านหลังของกลุ่มของหลินอี้ พวกหลินอี้ไม่สามารถตรวจจับการคงอยู่ของร่างแยกเงาจิตได้แม้แต่น้อย เมื่อได้ฟังทั้ง 3 คนคุยกัน เฟยหลิงเทียนก็สรุปได้คร่าวๆแล้ว พวกหลินอี้น่าจะมาจากทวีปอื่น เพราะคำพูดที่หลุดมา
ของหลินอี้ มีชื่อหนึ่งที่เฟยหลิงเทียนไม่มีข้อมูลอยู่เลย ' ลั่วเซวียน '
' ลั่วเซวียน เป็นชื่อที่ไม่คุ้นเลย ยิ่งเป็นคนที่แข็งแกร่งระดับนั้นด้วยแล้ว ย่อมต้องมีผู้คนพูดถึงบ้าง แต่ในอาณาจักเมฆาคราม
หรือทั่วทั้งทวีปเมฆาสวรรค์ กลับไม่มีข้อมูลอยู่เลย ' เฟยหลิงเทียนขมวดคิ้วครุ่นคิด
' ช่างเถอะ เรื่องของลั่วเซวียนนั่นปล่อยไว้ก่อน แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ ลั่วเซวียนผู้นี้กลับเป็นผู้ที่เปลี่ยนให้หลินอี้กลายเป็นคนเสเพล? หรือว่าจะเป็นหญิงสาวที่หลินอี้กล่าวถึง? แต่เรื่องที่หลินอี้ผู้นี้เป็นชายเสเพล ทำเรื่องชั่วช้ามามากมายก็เป็นเรื่องจริง ข้าไม่ใจอ่อนมองเจ้าดีขึ้นหรอกนะ หลินอี้ ' ร่างแยกเงาจิตปล่อยแสงสีฟ้าเป็นประกายเย็นเยียบออกมา
' หลินอี้ ที่เจ้าเป็นเช่นนี้ เพราะตัวเจ้าดันอ่อนแอเอง ปล่อยให้ผู้อื่นชักจูงอยู่ฝ่ายเดียว แต่เรื่องของหลินอี้ก็เป็นบทเรียนให้ข้าได้เช่นกัน
คนอ่อนแออยู่บนโลกของผู้แข็งแกร่งไม่ได้ ข้าต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้ ' ประกายตาของเฟยหลิงเทียนมีความมุ่งมั่นวาบผ่าน
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่ง กลับกระตุ้นให้จิตใจของเขาเข้มแข็งขึ้น ปณิทานอันแรงกล้าส่งผลให้ ' วิถีแห่งจิตเทพ ' โคจรเองโดยที่ชายหนุ่มไม่รู้สึกตัว นี่คือเหตุการณ์ประหลาดเหมือนกับยามที่ชายหนุ่มยกระดับจิตใจได้เป็นครั้งแรก
ในเวลานี้เฟยหลิงเทียนรู้สึกว่า เขาจิตใจสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บรรยากาศรอบด้านคล้ายจะหยุดนิ่งไปชั่วครู่
' วิ้ง '
' บูม '
' จิตนภา ขั้นที่ 4 '
' บูม '
' จิตนภา ขั้นที่ 5 '
' บูม '
' จิตนภา ขั้นที่ 6 '
' บูม '
' จิตนภา ขั้นที่ 7 '
แหล่งพลังจิตวิญญาณของเฟยหลิงเทียน เดิมมีดวงดาวสีฟ้าขนาดใหญ่แค่ 3 ดวงหมุนวนเป็นวงกลม แต่ตอนนี้กลับมีพลังวิญญาณ
อันแข็งแกร่งรวมตัวขึ้นมาเป็นดวงที่ 4 ดวงที่ 5 ดวงที่ 6 และดวงที่ 7 ดวงดาวสีฟ้า 7 ดวง หมุนวนอยู่ในแหล่งพลังจิตวิญญาณของ
เฟยหลิงเทียน พวกมันแผ่ออร่าอันสูงส่ง กลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์เหนือสวรรค์และปฐพีออกมา
' อะไรกัน!!! พลังจิตวิญญาณเพิ่มขึ้น ' เฟยหลิงเทียนอึ้งงัน แต่เมื่อครุ่นคิดดูให้แน่ชัด ชายหนุ่มก็ทราบที่มาของพลังจิตวิญญาณที่เพิ่มขึ้นอย่างกระทันหัน
' ข้ายกระดับจิตใจหรือ? ฮ่าๆๆๆ หลินอี้ บทเรียนของเจ้า ช่วยข้าได้มากทีเดียว ' เฟยหลิงเทียนหัวเราะร่าในใจ
ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะแข็งแกร่งขึ้นของชายหนุ่ม กลับทำให้เขายกระดับจิตใจได้เป็นครั้งที่ 2 มันไม่ใช่เพียงใช้แค่ความมุ่งมั่นธรรดาๆ แล้วจะยกระดับจิตใจขึ้นมาได้ แต่ต้องมีเหตุการณ์บางอย่างมาช่วยกระตุ้นด้วย เช่นในครั้งนี้ ที่เฟยหลิงเทียนไม่อยากเป็นเยี่ยงหลินอี้ที่โดนคนอื่นชักจูง เขาต้องการแข็งแกร่งขึ้น ปณิทานแห่งความมุ่งมั่นที่พุ่งออกมาจากส่วนลึก ช่วยให้เขายกระดับจิตใจได้เป็นผลสำเร็จ
' มาได้เวลาพอดีเลย หลินอี้ เสเพลไร้พ่ายหรือ? เจ้ากล้ามาก ที่เล็งเป้าหมายมาที่ภรรยาข้า ' เฟยหลิงเทียนยิ้มเย็น
ด้านอาวุโสที่ควบคุมดูแลการคัดเลือกด่านทดสอบที่ 1 เขากวาดสายตามองสำรวจเหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลายที่มีจิตใจฮึกเหิม
ก่อนประกาศเริ่มทดสอบด้วยน้ำเสียงกึกก้อง
เหล่ารุ่นเยาว์ที่มีประกายตาคึกคักฮึกเหิม ต่างเร่งฝีเท้าตามเหล่าอาวุโส มุ่งสู่ป่าด้านหลังสำนักมังกรฟ้า พวกหลินอี้ก็ตามไปด้วยท่าทางเบื่อหน่าย
เฟยหลิงเทียนและเสวี่ยเหยียนที่กำลังจะตามไป พลันเห็นเงาวูบวาบร่อนลงที่เบื้องหน้า กลับเป็นสามหญิงงามอย่างเฟยเหมยหลิน
เหม่ยอวี้ และเซี่ยเยว่ฉาน
" พี่หญิง พวกท่านทำไมถึงมาที่นี่? ข้าว่าจะไปหาพวกท่านหลังจากจบการทดสอบเข้าสำนัก " เฟยหลิงเทียนกล่าวถามออกมา
" ฮ่าๆ น้องชายข้า เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าพี่หญิงเสวี่ยเหยียนอายุเกินเกณฑ์ที่จะเข้าสำนักแล้ว สำนักเปิดรับรุ่นเยาว์อายุตั้งแต่ 15-20 ปี
แต่พี่หญิงเสวี่ยเหยียนอายุ 28 ปีแล้ว " เฟยเหมยหลินกล่าว
" แต่เมื่อครู่อาวุโสที่รับลงทะเบียนยังให้นางลงทะเบียนได้อยู่เลย " เฟยหลิงเทียนกับเสวี่ยเหยียนมองหน้ากันด้วยความมึนงง
" อ่อ ข้าคิดว่าอาวุโสผู้นั้นคงเห็นว่า พี่หญิงเสวี่ยเหยียนมาด้วยกันกับเจ้า เลยให้ลงทะเบียนสมัครได้ น้องชายของข้าเจ้าสำนักสี่สัตว์เทพพาคนรู้จักมาลงสมัคร เจ้าคิดว่าอาวุโสผู้นั้นจะกล้าขัดขวางหรือ? " เฟยเหมยหลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ฟังคำอธิบายจากเฟยเหมยหลิน ทั้งเฟยหลิงเทียนและเสวี่ยเหยียนพลันกระจ่าง ทั้งสองหน้าแดงด้วยความอาย
เหม่ยอวี้กับเซี่ยเยว่ฉานพากันหัวเราะขบขันกับท่าทางของทั้งสอง
" เรื่องเกี่ยวกับพี่หญิงเสวี่ยเหยียน ข้าได้ฟังจากเยว่ฉานแล้ว ข้าจะให้นางเป็นผู้ช่วยพี่หญิงอวี้ ดูแลจัดการสมุนไพรในการหลอมเม็ดยา ส่วนเจ้าก็ไปเล่นสนุกในป่า ล่าสัตว์กลับมาให้ได้เยอะๆล่ะ " เฟยเหมยหลินกล่าวหยอกเย้าน้องชาย
" พี่หญิงพูดเหมือนข้าเป็นเด็กไปได้ "
สาวงามทั้งสามต่างอมยิ้ม มองดูสองพี่น้องที่หยอกเย้ากันไปมา
" เจ้าก็เป็นเด็กในสายตาข้าเสมอ " เฟยเหมยหลินยิ้มอย่างอ่อนโยน ใช้มือลูบไล้ศรีษะน้องชายอย่างแผ่วเบา
" แต่เจ้าต้องระวังชายหนุ่มชุดดำผู้นั้นด้วย ข้าสัมผัสได้ถึงพลังปราณอันแข็งแกร่งที่มันแผ่ออกมา ข้ามองพลังการฝึกตนของมันไม่ออก แต่จากประสบการณ์ของข้า พลังปราณของมันต้องเกิน ปราณสวรรค์ ขั้นที่ 5 ขึ้นไปแล้วแน่ๆ " เฟยเหมยหลินกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
' พี่หญิงสัญชาตญาณของท่าน ยอดเยี่ยมจริงๆ พลังปราณของหลินอี้ คือ ปราณสวรรค์ ขั้นที่ 7 ' เฟยหลิงเทียนทึ่งกับการคาดเดาของพี่สาวเขาเป็นอย่างมากถึงจะไม่แม่นยำแต่ก็ใกล้เคียง
คำพูดของเฟยเหมยหลินทำให้เฟยหลิงเทียนอบอุ่นในหัวใจ ชายหนุ่มพลันโอบกอดเฟยเหมยหลินอย่างอ่อนโยน
ก่อนจะกระซิบข้างหูนาง
" เรื่องชายชุดดำผู้นั้นท่านไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจัดการได้ "
ได้รับการโอบกอดจากน้องชายกระทันหัน หญิงสาวพลันหน้าแดงด้วยความเขินอาย
"เทียน..เทียนเอ๋อร์ ภรรยาของเจ้ามองดูอยู่นะ"
" ฮ่าๆๆ ข้ากอดพี่สาวข้า พวกนางไม่ว่าอะไรหรอก " เฟยหลิงเทียนหัวเราะออกมากับความน่ารักของพี่สาว
ก่อนจะฉวยโอกาสหอมแก้มนางฟอดหนึ่ง
"ม๊วบบ"
เฟยเหมยหลินพลันหน้าแดงก่ำ ที่โดนน้องชายหอมแก้มท่ามกลางผู้คนมากมาย อย่าลืมว่ายังมีกลุ่มผู้ปกครองและข้ารับใช้ของ
เหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลายอยู่
เฟยหลิงเทียนเมื่อหอมแก้มพี่สาวเสร็จ ก็พุ่งทะยานสู่ด้านหลังสำนักมังกรฟ้าอย่างรวดเร็ว ทิ้งเสียงหัวเราะสุขใจไว้เบื้องหลัง
" ฮ่าๆๆๆ "
" เจ้า..เทียนเอ๋อร์ เจ้ากลับมาเมื่อไหร่ ข้าจะตีก้นเจ้า "
เหล่าภรรยาของเฟยหลิงเทียนต่างหัวเราะออกมากับความขี้เล่นของชายหนุ่ม
ณ ป่าด้านหลังสำนักมังกรฟ้า
เหล่ารุ่นเยาว์ ต่างพากันแยกย้ายกันตามล่าสัตว์อสูรเพื่อทำคะแนน บ้างก็ลุยเดี่ยว บ้างก็เกาะกลุ่มกัน พลังปราณระเบิดสนั่นหวั่นไหว
แต่ส่วนใหญ่จะอยู่กันที่รอบนอกของป่า พวกเขายังไม่กล้าเข้าไปลึกมากนัก
แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่เข้าไปเขตกลางของป่า พวกที่มั่นใจในพลังฝีมือของตนเอง หนึ่งในนั้นมีหญิงสาวงดงาม เปี่ยมไปด้วยความน่ารัก
ในชุดสีชมพู นางกำลังต่อสู้กับสัตว์อสูร ระดับปฐพี ขั้นที่ 1 ถ้าเฟยหลิงเทียนมาเห็นต้องรู้จักนางแน่นอน นางคือ เยว่หลาน
ผู้ที่ถูกอาวุโส สำนักมังกรฟ้า เชื้อเชิญเข้าเป็นศิษย์หลัก แต่นางเป็นคนดื้อรั้น ไม่ต้องการเข้าสำนักด้วยวิธีการเช่นนี้ นางต้องการเข้าสำนักด้วยฝีมือของนางเอง
ห่างออกไปไม่ไกล มีบุรุษชุดดำกับข้ารับใช้ 2 คน ยืนบนกิ่งไม้ มองดูหญิงงามในชุดสีชมพูด้วยใบหน้าหื่นกระหาย
พวกเขาไม่ใช่ใครอื่น กลุ่มของหลินอี้นั่นเอง
....................................................................................................................................