หม่าเฉิงสู้องค์ชายแปด

ตอนที่ 66 หม่าเฉิงสู้องค์ชายแปด

หม่าเฉิงยืนขึ้นหันไปเผชิญหน้ากับสือหม่าเต๋ออันที่กระโดดลอยมายืนต่อหน้ามันด้วยท่าทางเหนือกว่า

"เจ้าพวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง รู้หรือไม่ว่าข้าเป็นองค์ชายของทวีปเมฆาสวรรค์แห่งนี้? เมื่อครู่ข้าให้พวกเจ้าไสหัวไป แต่พวกเจ้ากลับเมินเฉยต่อคำกล่าวของข้า ดี ดี ดี กล้าเมินเฉยต่อข้าเท่ากับกบฏ ข้าจะเอาหัวพวกเจ้าไปแขวนไว้หน้าเมือง"

เหล่าผู้คนที่นั่งดื่มกินที่ชั้นห้า ต่างส่งเสียงฮือฮากันยกใหญ่ ' มาแล้วนิสัยชั่วร้ายขององค์ชายแปด '

กลุ่มหม่าเฉิงมีสีหน้าอึ้งงัน พวกเขาเพิ่งจะเคยเห็นคนนิสัยเช่นนี้ มันจะเกินไปไหม

"เป็นถึงองค์ชายแต่กลับขาวเป็นดำได้หน้าตาเฉย พวกข้ามาถึงก่อน นั่งโต๊ะตัวนี้ก่อน ผู้คนที่นั่งอยู่สามารถเป็นพยานได้ แล้วเจ้าล่ะมาทีหลัง แล้วยังมามีหน้าไล่คนอื่นให้ไสหัวไปอีก ตอนนี้กลับกล่าวหาว่าพวกข้าคิดกบฏ ช่างเป็นองค์ชายที่ควรเอาเป็นแบบอย่างจริงๆ"

หม่าเฉิงกล่าวแดกดันด้วยน้ำเสียงกึกก้อง มันจงใจเน้นคำหลังสุด

"เจ้า!!!"

สือหม่าเต๋ออันใบหน้าเขียว มันเพิ่งจะเคยโดนกล่าวแดกดันต่อหน้าแบบนี้เป็นครั้งแรก ทั้งยังต่อหน้าผู้คนมากมายเยี่ยงนี้อีก ทำให้มันสั่นระริก มันยกมือชี้หน้าหม่าเฉิง คิดจะกล่าวตอบไปแต่ไม่รู้จะสรรหาคำมากล่าวได้ ได้แต่ยืนอ้าปากพะงาบๆ

ผู้คนต่างประหลาดใจกับหม่าเฉิง มันยืนประจันหน้ากับองค์ชายด้วยความห้าวหาญ แถมคำพูดของมันยังคมกริบ บาดลึกเข้าไปในจิตใจองค์ชายแปด

"เจ้า เจ้าช่างมีฝีปากที่ไม่เลว กล้าสามหาวต่อหน้าข้าองค์ชาย ข้าจะตบปากสั่งสอนเจ้าเอง"

สือหม่าเต๋ออันมองหม่าเฉิงอย่างดุร้าย มันแค้นหม่าเฉิงจับใจ ที่ทำให้มันขายหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า มันปล่อยลมปราณปฐพี ขั้นที่ 9 ออกมารอบกาย
มันไม่สนใจว่าสถานที่แห่งนี้เป็นโรงเตี๊ยม ไม่เหมาะสำหรับที่จะต่อสู้ แต่ในมุมหนึ่งของชั้นห้าตอนนี้ได้มีชายชราผมเทายืนอยู่ มันยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีใครสังเกตเห็นนอกจากเถาป๋าย

ชายชราผมเทาคารวะเถาป๋าย ก่อนที่จะดีดนิ้วหนึ่งครั้ง พลังปราณสายหนึ่ง เข้าปกคลุมชั้นห้า ต่อให้องค์ชายแปดและหม่าเฉิงปลดปล่อยพลังเต็มที่ก็ไม่สามารถทำลายข้าวของใดๆในชั้นนี้ได้ นี่เป็นพลังปกป้องของครึ่งเซียน พลังปฐพีอันกระจ้อยร่อยจะไปทำลายได้อย่างไร

หม่าเฉิงมองสือหม่าเต๋ออันอย่างหยียดหยาม

"เจ้าว่าฝีปากข้าไม่เลว ข้อนั้นข้าไม่เถียง แต่ปากของเจ้า ไม่เหมาะให้ข้าได้บดขยี้ เพราะว่าปากของเจ้ามันเหม็นโฉ่เกินข้าจะรับไหว"

ผู้คนทั้งชั้นห้าต่างหน้าตกตะลึง เมื่อได้ฟังคำกล่าวของหม่าเฉิง มันเหยียดหยามกันชัดๆ แต่ม๋อเส้าเฟินกลับมีสีหน้าเหยเก มีเพียงชายหนุ่มและเถาป๋ายเท่านั้นที่รู้ว่าหม่าเฉิงกล่าวถึงเรื่องใด แต่ผู้คนเหล่านี้กลับคิดว่าหม่าเฉิงเหยียดหยามองค์ชายอยู่

องค์ชายแปดสีหน้ามืดครึ้ม มันโกรธหม่าเฉิงจับใจ ไม่เคยมีใครกล่าววาจากับมันเช่นนี้

"บอกนามเจ้ามา!!! หรือว่าเจ้าไม่ต้องการให้ผู้อื่นรับรู้"

"ย่อมได้ แคะหูของเจ้าให้สะอาดและตั้งใจฟังให้ดี นามของข้าคือหม่าเฉิง ผู้สยบองค์ชาย" มันกล่าวด้วยท่าทางเหี้ยมหาญ พร้อมพลังของสุดยอดกายเนื้อปฐพี ขั้นที่ 4 แผ่ออกมารอบกาย

อ่อร่าสุดยอดกายเนื้อสีดำหมุนวนรอบหม่าเฉิง ทำให้ผู้คนต่างสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าไป อายุน้อยแค่นี้ก็ฝึกกายถึงขั้นสุดยอดแล้ว
ช่างมีพรสวรรค์อันล้ำเลิศ ในเมืองแห่งนี้ผู้ที่ฝึกกายถึงขั้นสุดยอด มีเพียงศิษย์หลักที่สำนักเทพยุทธ์เท่านั้น และยังมีน้อยคนอีกด้วย แทบนับได้ด้วยนิ้วมือเดียว

สือหม่าเต๋ออันผงะถอยหลัง มันไม่คิดว่าคู่ต่อสู้ที่มันเผชิญอยู่จะฝึกกายเนื้อถึงขั้นสุดยอดแล้ว แต่เมื่อมองดูระดับฝึกตนหม่าเฉิงที่มีพลังปฐพีแค่ ขั้นที่ 4
มันก็ระบายลมหายใจออกมา มันมีปราณปฐพี ขั้นที่ 9 มีความต่างกันถึงห้าขั้น ทำให้มันมองหม่าเฉิงอย่างเยาะเย้ย

' คิดจะสยบข้าหรือ? หึ '
มันสุดจะทนกับหม่าเฉิง ระเบิดลมปราณพุ่งเข้าใส่ทันที

องค์ชายแปดยื่นมือออกไป กางเป็นกรงเล็บ คลื่นสายลมหมุนเป็นเกลียวรอบๆนิ้วมือ คลื่นเกลียวลมปราณห้าสายทะยานเข้าใส่อกหม่าเฉิง มันเสยะยิ้มด้วยความเย้ยหยัน

"แหลกไปซะ เจ้ากบฏ ' เหยี่ยวสายลมตัดเมฆา!!! ' "

ด้านหม่าเฉิงเมื่อเห็นคลื่นเกลียวลมปราณห้าสายทะลวงเข้ามา มันรู้สึกแสบกายไปหมด ผิวหนังอันแข็งแกร่งเริ่มปรากฏรอยแผลมากขึ้น
เกลียวลมปราณยังมาไม่ถึงตัว แต่หม่าเฉิงกลับได้รับบาดเจ็บ รอยแผลปรากฏตามตัวมากมาย นี่แสดงให้เห็นว่าพลังของราชวงศ์เมฆาสวรรค์ไม่อาจดูถูกได้

"มีดีเหมือนกันนี่ ไม่งั้นข้าคงต้องผิดหวังแย่ แต่ว่าท่านอาจารย์ ท่านช่างร้ายจริงๆ คิดจะให้ข้าสร้างชื่อเสียงของตัวเองโดยการสยบองค์ชายแปด เพื่อที่จะได้สร้างเส้นสายกับตระกูลต่างๆและสามารถอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ด้วยความสามารถของตัวเอง หึ ช่างเป็นอาจารย์เจ้าเล่ห์"

"อาภรณ์เทพเต่าทมิฬ" มันกล่าวแผ่วเบา

จากนั้นมันกางขา ย่อตัวกำหมัด ออร่าทมิฬปกคลุมรอบกาย คล้ายผิวกระดองเต่า ด้านหลังหม่าเฉิง ภาพเงามายาเทพเต่าทมิฬปรากฏกายอย่างน่าเกรงขาม มันยืดตัวขึ้นเผยกล้ามอกที่มีผิวกระดองเต่าปกคลุม ตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูยิ่งใหญ่ มันคำรามเสียงดังลั่น

"คล๊ากกกกกกกกกกก"

"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว"

เหยี่ยวสายลมตัดเมฆา หมุนเป็นเกลียวห้าสายเข้าปะทะกับคลื่นเสียงคำรามเทพเต่าทมิฬ

"บูมมมมม"

คลื่นสายลมพัดข้าวของปลิวกระจัดกระจาย แต่ไม่อาจสร้างความเสียหายให้กับพวกมันได้ สมกับเป็นปราณป้องกันของครึ่งเซียน
แต่ผู้คนเหล่านั้นกลับไม่เหมือนกัน ในพวกมันคนแข็งแกร่งกางม่านลมปราณคุ้มกายอย่างสบาย ส่วนคนอ่อนแอกลับโดนคลื่นลมปราณพัดกระแทกชนกับผนัง สภาพพวกมันกระเซอะกระเซิงเป็นอย่างมาก ถึงไม่ได้รับบาดเจ็บภายในมากนัก แต่ก็อนาจพอตัว

สือหม่าเต๋ออันเผยสีหน้าตกตะลึง จ้องมองหม่าเฉิงที่สวมอาภรณ์ทมิฬ ด้านหลังมันเป็นเงามายาของเทพเต่าทมิฬ มันรู้สึกคล้ายเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

' ใช่แล้ว รูปลักษณ์แบบนี้ คล้ายท่านพี่สี่ตอนที่สวมอาภรณ์มังกรฟ้า อย่าบอกนะว่า มันคือ.... '

สือหม่าเต๋ออันจากที่เคยมีใบหน้าตกตะลึงเปลี่ยนเป็นดุร้าย

' มันจะใช่ร่างทรงเทพเต่าทมิฬแล้วอย่างไร ตอนนี้มันยังมีพลังอ่อนด้อย ถ้าข้าสามารถปราบมันได้ชื่อเสียงของข้าต้องโด่งดังอย่างแน่นอน ฮ่าฮ่าฮ่า '

คลื่นเกลียวลมปราณห้าสายฝ่าทะลุพลังคำรามของหม่าเฉิง เกลียวลมปราณกระแทกเข้ากับอาภรณ์เทพเต่าทมิฬ จนเกิดเสียงเสียดแก้วหู
ผู้คนที่มีลมปราณอ่อนด้อยต่างยกมือปิดหูด้วยใบหน้าเจ็บปวด ครึ่งเซียนผมเทาเห็นเช่นนั้นก็ดีดนิ้วส่งพลังลมปราณเข้าปกป้องพวกมัน

พลังปราณเหยี่ยวสายลมตัดเมฆาร้ายกาจสมกับที่เป็นเคล็ดวิชาของราชวงศ์ มันส่งหม่าเฉิงปลิวลอยไปด้านหลังกระแทกเข้ากับผนังห้อง

"ปังงงงงงงงง"

สือหม่าเต๋ออันเผยใบหน้าเย่อหยิ่ง หัวเราะลั่นด้วยความสะใจ แต่ทว่ามันต้องหยุดหัวเราะ เพราะหม่าเฉิงได้ลุกขึ้นยืนบิดตัว ปัดเศษฝุ่นที่ติดตามตัว
มันไม่ได้บาดเจ็บ ถึงพลังจะด้อยกว่าห้าขั้น มันที่มีอาภรณ์เทพเต่าทมิฬอันแข็งแกร่งคุ้มกาย มันจะบาดเจ็บได้อย่างไร นอกเสียจากอีกฝ่ายจะมีพลังเหนือชั้นยิ่งกว่านี้ แต่อาภรณ์เทพเต่าทมิฬใช่ว่าจะคงอยู่อย่างยาวนาน

ผู้คนโดยรอบที่ชมการต่อสู้ของหม่าเฉิงกับองค์ชายแปดต่างตาโตอ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้เห็น

"นั่นมัน อาภรณ์สัตว์เทพใช่หรือไม่? ข้าคงไม่ได้ฝันไปหรอกนะ"

"ใช่แล้ว นั่นคือ ร่างทรงเทพเต่าทมิฬ!!!"

"ดูท่าคงจะไม่ใช่เพียงข่าวลือที่ว่ามีร่างทรงเทพเต่าทมิฬปรากฏที่เมืองหมอกม่วง"

คนของสามตระกูลใหญ่ที่นั่งโต๊ะริมหน้าต่าง นัยน์ตาพลันเป็นประกาย มองหม่าเฉิงด้วยความตื่นเต้นยินดี
จะไม่ให้พวกมันตื่นเต้นได้เช่นไร ถ้าได้ร่างทรงเทพเต่าทมิฬมาเป็นพวกพ้องได้ละก็ พวกมันก็จะสามารถต่อกรกับราชวงศ์ได้อย่างเต็มรูปแบบ

นัยน์ตาทมิฬอันลึกล้ำของหม่าเฉิงทอประกายสูงส่ง ออร่าสุดยอดกายเนื้อแผ่รอบกาย เมื่อรวมกับอาภรณ์เทพเต่าทมิฬยิ่งน่าเกรงขาม มันบินทะยานเข้าหาองค์ชายแปดราวสายฟ้าแล๊บ

"ทีข้าบ้าง หมัดเทพเต่าทมิฬ"

หมัดของหม่าเฉิงสาดประกายดำมืด รัศมีพลังเทพเต่าทมิฬปกคลุมทั้งชั้นห้าแห่งนี้ ในส่วนลึกดวงตาองค์ชายแปดเผยความยำเกรง นี่เป็นพลังของสัตว์เทพโบราณ เป็นพลังที่ผู้ฝึกตนไม่อาจจินตนาการถึงความน่าพรั่นพรึงนั้นได้

เมื่อหมัดเทพเต่าทมิฬมาถึง สือหม่าเต๋ออันได้แต่เร่งพลังลมปราณเต็มสิบส่วนป้องกัน เพราะหม่าเฉิงโจมตีสวนกลับรวดเร็วเกินไป
เมื่อครู่มันเพิ่งจะหัวเราะเยาะใส่หม่าเฉิง มันประมาทคู่ต่อสู้ ยังไม่ได้เตรียมตัวป้องกัน

หมัดหม่าเฉิงซัดเข้าใส่มันดังตูม เกราะปราณแตกเป็นชิ้นๆ มันถอยหลังเป็นเส้นยาว ฝืนป้องกันไว้ได้ แต่ก็ต้องกระอักเลือดคำโตออกมา

มันเช็ดเลือดที่มุมปาก ใบหน้าชายหนุ่มนิ่งขรึม ยิ้มไม่เชิงยิ้ม ดวงตาลุกโชนด้วยความต้องการต่อสู้ นานแล้วที่มันไม่ได้ต่อสู้เต็มที่อย่างนี้
มันเป็นองค์ชาย ผู้คนคอยแต่ประจบเอาใจมัน อยู่ที่สำนักเทพยุทธ์ก็เช่นกัน เวลามันต้องการต่อสู้ทีไร ผู้คนก็คอยแต่หลบหลีกหนีหาย มีเพียงแต่ในบรรดาองค์ชาย องค์หญิง พี่น้องด้วยกันเองถึงจะยอมต่อสู้กับมัน

ตอนนี้เมื่อมีหม่าเฉิงที่ต่อสู้กับมันอย่างเต็มที่ ในใจของมันเต็มไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ มันยิ้มในใจอย่างยินดี


..........................................................................................

ตอนก่อน

จบบทที่ หม่าเฉิงสู้องค์ชายแปด

ตอนถัดไป