ม๋อเส้าเฟินผู้หลงงมงายในความรัก
ตอนที่ 75 ม๋อเส้าเฟินผู้หลงงมงายในความรัก
สามวันผ่านไป เฟยหลิงเทียนได้เป็นศิษย์ของสำนักมังกรฟ้า ได้นำผลึกหรือแกนอสูรปฐพีขั้นสูงมามากมาย ผ่านการทดสอบอีกสองด่านที่เหลือ ทำให้ได้รับคะแนนเป็นอันดับหนึ่งของการทดสอบ ได้รับรางวัลอันล้ำค่าไป เหล่ารุ่นเยาว์ที่เข้าร่วมการทดสอบต่างกัดฟันด้วยความอิจฉา
อีกด้านหนึ่ง ณ โรงเตี้ยมเลิศรส หม่าเฉิงได้พักรักษาตัวสามวัน อาการบาดเจ็บต่างๆก็ดีขึ้นเป็นลำดับ สามารถลุกขึ้นมาเดินเหินพูดคุยกับเถาป๋ายและม๋อเส้าเฟินได้แล้ว
หลังจากได้ฟังการพูดคุยของผู้คนที่มาโรงเตี้ยมว่า สือหม่าเต๋ออันทะลวงขั้นนภาได้แล้ว ไฟแห่งการต่อสู้ของหม่าเฉิงก็ลุกโชน ม๋อเส้าเฟินก็กำหมัดแน่นมีความกระหายการต่อสู้ไม่ต่างกัน
เถาป๋ายเห็นเช่นนั้นก็อดยกยิ้มไม่ได้
"พักมาสามวันแล้ว ถึงเวลาที่ข้าจะพาพวกเจ้าไปสำนักเทพยุทธ์สักที"
หม่าเฉิงกับม๋อเส้าเฟินเผยใบหน้าตื่นเต้นดีใจ สำนักเทพยุทธ์เป็นสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดของทวีปเมฆาสวรรค์ พวกมันแทบอดใจรอไม่ไหว คะยั้นคะยอเร่งรัดให้เถาป๋ายรีบพาพวกมันไปทันที
ระหว่างเดินทางไปสำนักเทพยุทธ์ ม๋อเส้าเฟินมีสีหน้ากลัดกลุ้ม สามวันมานี้มันไม่เคยลืมความลุ่มหลงที่มันมีต่อโฉมสะคราญนางโลมนาม ฉางหลิง มันพยายามหาช่องทางในการติดต่อเพื่อที่จะได้พูดคุยกับนาง
แต่ทว่ากลับเจออุปสรรคมากมาย ฉางหลิงเป็นหญิงสาวที่งดงามที่สุดของหอนางโลม ผู้ที่สามารถร่วมคืนอันเร่าร้อนกับนางได้ต้องผ่านเงื่อนไขสามข้อ
หนึ่งต้องทุ่มเงินทองเป็นจำนวนที่ทางหอนางโลมพึงพอใจ สองต้องผ่านความเห็นชอบของฉางหลิง และสุดท้ายต้องสามารถเล่นเครื่องดนตรีให้หญิงงามพอใจ
ทว่ามันไม่ใช่เพียงแค่นั้น ผู้คนที่อยากจะผ่านเงื่อนไขทั้งสามข้อของหอนางโลมนั้นมีมากมายยิ่งนัก ทำให้ม๋อเส้าเฟินร้อนใจยิ่ง มันไม่รู้ว่าหญิงสาวผ่านมือชายฉกรรจ์มามากเท่าใดแล้ว
ยิ่งมันเห็นผู้ที่มาจับจองค่ำคืนอันเร่าร้อนกับนางมากถึงเพียงนี้ ใจของม๋อเส้าเฟินยิ่งเย็นเยียบอยากจะบุกเข้าไปชิงตัวนางออกมาจากหอนางโลม ไม่อยากให้นางอยู่ในที่แห่งนั้นแม้แต่เสี้ยวลมหายใจเดียว
แต่กฎของเมืองมิอาจให้มันทำเช่นนั้นได้ ถ้ามันบุกเข้าไปแล้วถูกจับได้ขึ้นมา ต้องถูกลงโทษอย่างหนักแน่ ไม่ได้มีเพียงม๋อเส้าเฟินคนเดียวที่มีความคิดเช่นนี้ กระทั่งสือหม่าเต๋ออัน เหล่าตระกูลใหญ่ ผู้มีเงินทองมากมายก็ไม่เว้น แต่ราชวงศ์เป็นผู้ดูแลบ้านเมืองไม่อาจให้เกิดการกระทำอันต่ำช้าเช่นนั้นได้ และผู้ที่เป็นเจ้าของหอนางโลมแห่งนั้นก็เป็นถึงผู้แข็งแกร่งครึ่งเซียน จะมีใครกล้าตอแยหาเรื่องใส่ตัว
มีผู้แข็งแกร่งครึ่งเซียนอยู่เบื้องหลัง ผู้ที่มีความคิดชั่วร้ายก็พลันสลายหายไปในกลีบเมฆ ได้แต่ต้องทำตามเงื่อนไขของหอนางโลม
แต่ถ้าต้องการไถ่ตัวฉางหลิงต้องจ่ายเงินจำนวนห้าพันล้านเหรียญทอง แต่ใครจะยิมยอมจ่ายเงินมากถึงเพียงนั้น คนมั่งมีเงินทองเหล่านั้นยินยอมทำตามเงื่อนไขสามข้อมากกว่าการที่จะไถ่ตัวฉางหลิงออกมาเพราะมันไม่คุ้มค่า
เถาป๋ายมองเห็นความกลัดกลุ้มบนในหน้าของม๋อเส้าเฟิน มันอดที่จะถอนหายใจไม่ได้ มันครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นก็เอ๋ยปากชี้ทางสว่างแก่ชายหนุ่ม
"เส้าเฟินน้อย ไม่ใช่ว่าข้าอยากจะห้ามปรามมิให้เจ้าหลงรักหญิงนางโลมแต่อย่างใด แต่เงื่อนไขของหอนางโลมมันโหดหิน เงื่อนไขข้อแรก ใครจะไปรู้ว่าหอนางโลมต้องการเงินทองจำนวนเท่าใดที่ทำให้พวกมันพอใจ อย่างต่ำข้าคิดว่าคงจะประมาณร้อยล้านเหรียญทอง เงื่อนไขที่สอง คงต้องเดาใจแม่หนูฉางหลิงแล้ว ว่าจะเห็นชอบหรือไม่ เงื่อนไขสุดท้าย เล่นเครื่องดนตรีให้นางพอใจ นี่ยากอย่างยิ่ง!!! " มันกล่าวถึงตรงนี้ก่อนจะเหลือบมองท่าทีม๋อเส้าเฟิน
"แ..แต่.ข้าหลงรักนางเข้าแล้ว ท่านอาวุโสโปรดหาหนทางช่วยเหลือข้าด้วย" ม๋อเส้าเฟินมีสีหน้ากลัดกลุ้ม หันไปขอความช่วยเหลือจากเถาป๋าย
"น้องเฟิน หญิงนางโลมผู้นั้นมีสิ่งใดดี? ข้าต่างหากถึงเป็นคนที่ท่านสามารถทุ่มเทใจให้เต็มที่ได้" หม่าเฉิงกล่าวกับม๋อเส้าเฟินด้วยรอยยิ้ม
"เจ้าหุบปากไปเลย หม่าเฉิง!!!" ม๋อเส้าเฟินตวาดพร้อมถลึงตาดุดัน
"............" หม่าเฉิง
"เฮ้อ มิใช่ไม่มีหนทาง แต่ว่า....." เถาป๋ายกล่าวออกมา
"แต่ว่าอะไรขอรับ?" ม๋อเส้าเฟินถามด้วยความหวัง มันตื่นเต้นดีใจขึ้นมาเมื่อเถาป๋ายมีหนทางช่วยเหลือ
"แต่ว่าเจ้าต้องได้อันดับหนึ่งของการประลองศึกชิงจ้าวเทพยุทธ์ของสำนักเทพยุทธ์ในอีกสามปีข้างหน้า!!!" เถาป๋ายกล่าวพลางมองม๋อเส้าเฟินด้วยสีหน้าจริงจัง
"อันดับหนึ่ง จ้าวเทพยุทธ์!!!" ม๋อเส้าเฟินกับหม่าเฉิงอุทานตกตะลึงพร้อมกัน
"ใช่แล้ว"
"ศึกชิงจ้าวเทพยุทธ์จัดขึ้นหกปีครั้งนึง สามปีที่แล้ว องค์ชายสี่สือหม่าหลิงหยุนได้อันดับหนึ่ง ครองตำแหน่งจ้าวเทพยุทธ์อย่างยิ่งใหญ่ อีกสามปีข้างหน้านี้ ข้าคิดว่าสือหม่าหลินหยุนจะไม่เข้าร่วมประลองอย่างแน่นอน เพราะอีกสี่ปีต่อจากนี้จะมีการประลองระดับทวีป เพื่อชิงสิทธิ์ในการเข้าสู่หุบเขาทวยเทพ สือหม่าหลินหยุนต้องปิดด่านฝึกฝนอย่างหนักแน่นอน" เถาป๋ายกล่าวอธิบาย
"ครั้งที่แล้วองค์ชายสี่สือหม่าหลิงหยุนได้อันดับหนึ่ง!!! แต่ถ้าศึกชิงจ้าวเทพยุทธ์ที่จะถึงนี้องค์ชายสี่ไม่เข้าร่วมประลองแล้วล่ะก็ โอกาสที่เจ้าจะได้อันดับหนึ่งก็คงไม่ยาก" หม่าเฉิงกล่าวพร้อมมองม๋อเส้าเฟิน
"เจ้าคิดง่ายไปแล้ว ต่อให้ไม่มีสือหม่าหลิงหยุน ก็ยังมีศิษย์หลักที่เก่งกาจมากมาย อย่างโจวเฟยหลงแห่งตระกูลโจว ไห่เสินจากตระกูลไห่และยังมีเว่ยจื่อหยาง ที่ว่ากันว่าใกล้จะทะลวงขั้นที่ 5 ขอบเขตปราณสวรรค์"
"!!!" หม่าเฉิงมีสีหน้าตกใจ มันลืมคิดไปว่ายังมีศิษย์หลักขอบเขตปราณสวรรค์อยู่ ม๋อเส้าเฟินมีสีหน้าเคร่งเครียด ไม่นานพวกมันสองคนก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป
"ด...เดี่ยว...ถ้าเว่ยจื่อหยางผู้นั้นทะลวงเข้าสู่ขอบเขตลมปราณสวรรค์ ขั้นที่ 5 งั้นมันก็จะได้เป็นศิษย์สืบทอด!!!"
"ไม่ใช่เว่ยจื่อหยางเพียงคนเดียว โจวเฟยหลงกับไห่เสินก็กำลังจะทะลวง ขั้นที่ 4 ขอบเขตปราณสวรรค์สำเร็จเหมือนกัน ทั้งสองคนก็จะได้เป็นศิษย์สืบทอดเช่นกัน"
"!!!"
"ทำไมท่านอาจารย์ถึงรู้เรื่องพวกนี้ได้?" หม่าเฉิงถามอย่างงุ่นงง
"ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆ เด็กน้อยอย่างพวกเจ้าจะไปรู้อะไร ข้าเถาป๋ายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ หูตากว้างไกล เรื่องในเมืองหลวงแห่งนี้ ข้ารู้หมดทุกซอกทุกมุม แม้กระทั่งเรื่องบ้านเล็กบ้านน้อยของเหล่าตระกูลใหญ่ข้าก็รู้หมด" เถาป๋ายหัวเราะลั่น พร้อมกล่าวอย่างโอ้อวด
ม๋อเส้าเฟินไม่สนใจกับท่าทางโอ้อวดของชายชรา ชายหนุ่มกล่าวถามเรื่องที่เขาสงสัยยิ่งนัก
"ท่านอาวุโส การได้อันดับหนึ่งในศึกชิงจ้าวเทพยุทธ์ เกี่ยวอะไรกับการที่ข้าจะพาฉางหลิงออกมาจากหอนางโลมได้?"
"เพราะผู้ที่ได้อันดับหนึ่งจะได้รับเงินรางวัลจำนวนห้าพันล้านเหรียญทอง!!! เจ้าสามารถนำเงินจำนวนมากนี้ไปไถ่ตัวหญิงที่เจ้าหลงรักได้" เถาป๋ายกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"อะ..อะไรนะ ห้าพันล้านเหรียญทอง!!!" หม่าเฉิงกล่าวด้วยความตกตะลึง
ม๋อเส้าเฟินมีสีหน้าอึ้งงัน ไม่นึกว่าเงินรางวัลของผู้ที่ได้อันดับหนึ่งจะมากมายถึงเพียงนี้ จากนั้นมันก็มีสีหน้ายินดี
"เพราะเหตุนี้ไง จึงไม่มีผู้ใดกล้าที่จะไถ่ตัวหญิงนางโลมผู้นั้น จำนวนเงินมันมากมายเกินไป ต่อให้เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดของเมืองหลวงเมฆาสวรรค์แห่งนี้ก็ไม่มีทางจ่ายเงินห้าพันล้านเหรียญทองเพื่อแลกกับหญิงสาวเพียงคนเดียวเด็ดขาด" เถาป๋ายกล่าวอธิบาย
"ถ้าเจ้าได้อันดับหนึ่ง เงินห้าพันล้านเหรียญทอง สามารถให้เจ้าใช้จับจ่ายซื้อโอสถเม็ดยาต่างๆ ฝึกฝนจนถึงลมปราณสวรรค์ขั้นปลายได้เลยนะ จะใช้มันเพื่อแลกกับหญิงนางโลมเพียงคนเดียวจริงๆ? นางกระทั่งไม่รู้จักเจ้าเลยด้วยซ้ำ นางอาจจะไม่ยอมมากับเจ้าก็ได้ เจ้าเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทัน" เถาป๋ายกล่าวหยั่งเชิงม๋อเส้าเฟินอีกครั้ง
"ข้าไม่เปลี่ยนใจเด็ดขาดขอรับ ข้าหลงรักนางจริงๆ" ม๋อเส้าเฟินกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
"เฮ้ออออ" หม่าเฉิงถอนหายใจด้วยความอกหัก
เถาป๋ายมองสายตาที่มีแต่ความยึดมั่น แน่วแน่ ของม๋อเส้าเฟิน ก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้
' ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่มุ่งมั่นในความรักดีแท้ '
"เอาล่ะ ในเมื่อเจ้ามีความมุ่งมั่นเช่นนี้ ข้าจะไม่กล่าวอะไรให้มากความ เจ้าในตอนนี้ไม่พอเป็นคู่มือของศิษย์สายในด้วยซ้ำ จะเอาพลังที่ไหนไปสู้กับศิษย์สืบทอด แต่ว่ายังเหลือเวลาอีกสามปี เส้าเฟินน้อย เจ้าต้องทุ่มเทฝึกฝนให้เต็มที่ ด้วยศักยภาพของร่างทรงเทพวิหคเพลิงในตัวเจ้า และทรัพยากรฝึกตนของสำนักเทพยุทธ์ ข้าเชื่อมั่นว่า เจ้าสามารถทะลวงขอบเขตสวรรค์ได้ในสามปีแน่นอน" เถาป๋ายกล่าวด้วยรอยยิ้ม แต่ทว่ามันก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมา
เห็นสีหน้าจริงจังของชายชรา ม๋อเส้าเฟินรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก ใบหน้าชายหนุ่มกระตุกยิกๆ
"เจ้าจะสามารถทะลวงขอบเขตสวรรค์ในสามปีได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าแล้ว นั่นคือความคาดหวังของข้า ในศึกชิงจ้าวเทพยุทธ์ยังมีศิษย์สืบทอดสามคนที่เก่งกาจ พวกนั้นมีลมปราณสวรรค์ขั้นกลาง เจ้าไม่อาจมองข้ามพวกมันได้ ทว่าเจ้าก็อย่าหลงลืมไป คู่ต่อสู้ที่แท้จริงของเจ้าคือ สือหม่าหลิงหยุนผู้มีลมปราณสวรรค์ขั้นปลาย ร่างทรงเทพมังกรฟ้าผู้นั้น" เถาป๋ายกล่าวกำชับก่อนที่จะเดินนำหม่าเฉิงและม๋อเส้าเฟินมุ่งหน้าไปสำนักเทพยุทธ์
"จริงสินะ คู่ต่อสู้ที่แท้จริงของข้าคือร่างทรงเทพมังกรฟ้า สือหม่าหลิงหยุน และยังมีร่างทรงเทพพยัคฆ์ขาว ซิ่นจง ข้าจะไม่ยอมอยู่ใต้เท้าพวกนั้นเด็ดขาด" ม๋อเส้าเฟินกล่าวด้วยความมุ่งมั่น ไฟในการต่อสู้ลุกโชน ก่อนจะเดินตามเถาป๋ายไป
"น้องเฟิน เจ้าอย่าลืมข้าสิ!!!" หม่าเฉิงร้องตะโกนไล่หลัง
...........................................................................................