อักขระพลังแห่งเซียน
ตอนที่ 84 อักขระพลังแห่งเซียน
หลังจากที่เฟยหลิงเทียนเผชิญหน้ากับทัณฑ์มรรคาแห่งสวรรค์ ชายหนุ่มก็ปิดด่านฝึกตนที่สำนักมังกรฟ้าทันที ทำความคุ้นเคยกับพลังใหม่ที่ได้รับมา
เฟยหลิงเทียนตื่นตะลึงยิ่ง ไม่คิดว่ากายเนื้อของเขาจะพัฒนาได้รวดเร็วเช่นนี้ จากกายเนื้อมนุษย์ขั้นศักดิ์สิทธิ์ไปเป็นกายเซียนขั้นศักดิ์สิทธิ์
' ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดกายเนื้อของข้าก็พัฒนาไปเป็นกายเซียนแล้ว เมื่อรวมพลังแฝงเศษเสี้ยวกายเทพเข้าไป ไม่รู้ว่าร่างกายของข้าจะทรงพลังถึงขั้นใด!!! '
เฟยหลิงเทียนกำหมัดแน่นเผยสีหน้าตื่นเต้นยินดีออกมา จากนั้นชายหนุ่มก็หันความสนใจไปตรวจสอบพลังอีกอย่างของเขาอย่าง พลังจิตวิญญาณ
' นี่มัน!!! '
เฟยหลิงเทียนเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ภายในส่วนลึกของจิตวิญญาณ แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ดอกไม้ทั้งเก้า ดวงตะวันทั้งเก้า ยังคงหมุนรอบประตูโบราณสีฟ้าเหมือนเดิม
' ไม่มีอะรเปลี่ยนแปลงเหรอ? ไม่สิ มีบางอย่างเปลี่ยนไป '
หลังจากที่สำรวจดูอีกครั้ง เฟยหลิงเทียนกลับพบว่ามีบางอย่างแปลกๆ ชายหนุ่มพุ่งเข้าไปใกล้ประตูบานใหญ่สีฟ้าทันที เมื่อเข้ามาใกล้ๆเฟยหลิงเทียนถึงสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง บนบานประตูหรือแม้แต่เสาประตู มันมีอักขระแปลกๆมากมายปรากฏ เปล่งแสงสีฟ้าอันศักดิ์สิทธิ์ออกมา
' อักขระแปลกๆเหล่านี้คือสิ่งใด? ช่างลึกลับยิ่งนัก '
ด้วยความอยากรู้ เฟยหลิงเทียนลองยื่นมือไปสัมผัสกับอักขระเหล่านั้นดู เมื่อนิ้วมือสัมผัสกับอักขระ พลังอันยิ่งใหญ่ก็พุ่งเข้าสู่ร่างของเขา
เฟยหลิงเทียนถึงกับขนลุกซู่ ชายหนุ่มรีบดึงมือกลับทันที ร่างกายของเขาหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมา
' พลังอันใดกัน? ช่างน่าหวาดกลัวจริงๆ หรือว่านี่คือพลังของเซียน? '
ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ชายหนุ่มยิ่งรู้สึกว่าน่าหัวเราะ ถ้านี่คือพลังของเซียน มันก็เป็นพลังของเขาเอง เขาถึงกลับหวาดกลัวพลังของตัวเอง?
เฟยหลิงเทียนถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมาจริงๆ ถึงจะไม่รู้ว่าอักขระเหล่านี้คือสิ่งใด สามารถทำอันใดได้บ้าง เขาก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปครุ่นคิด เพราะยิ่งครุ่นคิดเท่าใด ชายหนุ่มก็ยิ่งจนปัญญา
' คัมภีร์วิถีแห่งจิตเทพ ช่างทำให้คนปวดหัวได้จริงๆ เนื้อหาภายในไม่ได้เขียนรายละเอียดอธิบายเกี่ยวกับอักขระเหล่านี้เอาไว้เลย '
' ถ้าอักขระเหล่านี้คืออักขระแห่งพลังเซียน งั้นพลังเซียนของข้าในตอนนี้คือขั้นใด? '
เฟยหลิงเทียนเผยสีหน้าจนปัญญาอีกครั้ง ชายหนุ่มจะไม่รู้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะโลกเบื้องล่างแห่งนี้ระดับพลังสูงที่สุดคือ เสมือนเซียน
ตอนนี้พลังของเขาได้ก้าวข้ามเสมือนเซียนไปแล้ว เหนือกว่าขีดความรู้ความเข้าใจของเขาไปไกล ต่อให้อ่านหนังสือต่างๆของโลกเบื้องล่างทั้งหมด ก็ไม่มีทางเข้าใจพลังแห่งเซียนได้ เพราะผู้คนเบื้องล่างไม่คุ้นเคยกับพลังแห่งเซียน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชายหนุ่มอ่อนประสบการณ์อย่างเฟยหลิงเทียน
เฟยหลิงเทียนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ฉับพลันนั้นนัยน์ตาของเขาก็เบิกโพรงขึ้นมา
' ทำไมข้าช่างโง่เยี่ยงนี้ หนิงเซียนของข้าเคยเป็นเซียนมาก่อนย่อมคุ้นเคยกับพลังแห่งเซียน เรื่องง่ายอย่างนี้ทำไมถึงคิดไม่ออก ในเมื่อไม่รู้ก็ต้องถามผู้เชี่ยวชาญ '
หลังแก้ไขปัญหาได้แล้ว เฟยหลิงเทียนก็พุ่งเข้าไปใน ' โลกาจิตพิสุทธิ์ ' พาเยว่หนิงเซียนออกมายืนอยู่เบื้องหน้าประตูโบราณสีฟ้าอีกครั้ง
" นี่คืออักขระพลังแห่งเซียนจริงๆ แต่เป็นอักขระที่เก่าแก่มาก ข้าอ่านไม่ออก "
เยว่หนิงเซียนเหม่อมองอักขระพลังแห่งเซียนด้วยสีหน้าตื่นตะลึง นางไม่เคยเห็นอักขระเช่นนี้มาก่อน ทั้งยังรู้สึกสงสัยในตัวเฟยหลิงเทียนมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นประตูโบราณบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า หรือโลกาจิตพิสุทธิ์ที่อยู่ภายใน ช่างเป็นเรื่องแปลกประหลาดพิศดาร เป็นเรื่องยากเกินกว่าจะเข้าใจ
เมื่อเห็นสีหน้าที่ทั้งตื่นตะลึงทั้งสงสัยของหญิงสาว เฟยหลิงเทียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจอธิบายเรื่องราวให้นางได้ฟัง
" เพราะฝึกวิชาที่แปลกพิศดารเช่นนี้นี่เอง มิน่าสามีของข้าถึงมีดินแดนอยู่ภายในจิตวิญญาณได้ อืม ข้าเข้าใจแล้ว " เยว่หนิงเซียนกล่าวพลางพยักหน้า
" เจ้าอย่าเรียกวิชาที่ข้าฝึกว่าแปลกพิศดารสิ ฟังแล้วมันรู้สึกว่าข้าเป็นพวกนอกรีต ฝึกวิชามารยังไงไม่รู้สิ "
เฟยหลิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
เยว่หนิงเซียนหัวเราะคิกคักให้กับคำกล่าวของชายหนุ่ม
" เอาล่ะ แล้วพลังเซียนของข้าตอนนี้อยู่ขั้นไหนแล้ว? " เฟยหลิงเทียนไม่สนใจคำพูดหยอกล้อของนาง
" อืมม ถึงพลังของข้าตอนนี้จะเป็นแค่ครึ่งเซียนสูงสุดเท่านั้น แต่ข้าก็สามารถบอกได้ว่าพลังของเจ้าอยู่ในขั้นใด "
เฟยหลิงเทียนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา จนต้องขยับไปโอบกอดหญิงงามจากด้านหลัง ชายหนุ่มย่อมอยากรู้ในพลังของตนเองว่าเขาในตอนนี้แข็งแกร่งขึ้นเท่าใดแล้ว
" อยู่ขั้นใด? "
เยว่หนิงเซียนสัมผัสกับอักขระพลังแห่งเซียนอีกครั้งก็ยังคงตื่นตะลึงอยู่ดี เฟยหลิงเทียนอายุเท่าใดกัน? เพียง 16 ปีเท่านั้น สามารถบรรลุเป็นเซียนด้วยวัยเพียง 16 ปี แม้เป็นแดนเซียนอันยิ่งใหญ่ก็ยังไม่เคยปรากฏมาก่อน
" เซียนสามัญขั้นสูงสุด!!! "
เก้าเดือนต่อมา เสวี่ยเหยียนก็คลอดทารกชายอ้วนท้วนสมบูรณ์ทั้งยังมีพลังแฝงอันน่ามหัศจรรย์ออกมา ทำให้เฟยหลิงเทียนตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก
เพราะลูกชายของเขาไม่ได้มีระดับกายเนื้อหรือลมปราณพิเศษแต่อย่างใด เป็นแค่ระดับทั่วไปเท่านั้น แต่ที่ทำให้เฟยหลิงเทียนสนใจคือ จิตวิญญาณที่อยู่ภายใน
ต้องบอกว่าสมกับเป็นลูกชายของเขาจริงๆ เด็กน้อยได้สืบทอดพลังจิตเทพจากเขามาด้วย ทั้งลูกชายเขายังใช้พลังลมปราณได้อย่างผู้คนทั่วไป ไม่เหมือนอย่างเขาที่ใช้พลังลมปราณไม่ได้ ภายภาคหน้าเด็กน้อยต้องกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน
เฟยหลิงเทียนตั้งชื่อบุตรชายว่า เสวียน เขาใช้เวลาเลี้ยงดูเฟยเสวียนร่วมกับเหล่าภรรยาทั้งสี่ภายในโลกาจิตพิสุทธิ์จนเวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหลือเวลาไม่ถึง 1 ปี ก่อนที่การประลองระดับทวีปอันยิ่งใหญ่จะเริ่มต้นขึ้น
ณ เมืองเมฆาสวรรค์ ผู้คนมากมายพากันทยอยเดินเข้าเมือง เนื่องด้วยอีกไม่กี่วันต่อจากนี้จะมีงานประลองครั้งยิ่งใหญ่่ของสำนักเทพยุทธ์ ซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 6 ปี ผู้คนมากหน้าหลายตา มีทั้งคนธรรมดา ทั้งผู้ฝึกตน ต่างกระตือรือร้น ตั้งหน้าตั้งตารอชมงานประลองครั้งนี้กันอย่างยิ่ง
บนโรงเตี้ยมแห่งหนึ่งภายในเมือง ชายหนุ่มชุดขาวหน้าตาหล่อเหลาดั่งเทพเซียน นั่งกินอาหารอยู่ริมหน้าต่าง มองดูผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาบนถนนด้วยความรู้สึกกลากหลาย ชายหนุ่มผู้นี้คือ เฟยหลิงเทียน
...................................................................................................................................................