ร่างแยกราชัน
ตอนที่ 92 ร่างแยกราชัน
เฟยอู่จี้มองดูราชาเมฆาสวรรค์ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะใช้หมัดวายุเยือกแข็งหลอมกระดูกอัดกระแทกเข้าไปในร่างกายของราชาเมฆาสวรรค์ จนมันปลิวลอยออกไปพร้อมใบหน้าขาวซีด กระอักโลหิตออกมาแต่ฉับพลันก็เปลี่ยนเป็นแข็งตัว วายุลูบไล้ร่างกายเขาทว่าเย็นเยียบยิ่งนัก
เฟยอู่จี้ไม่ได้มองดูราชาเมฆาสวรรค์อีกต่อไป ก่อนจะเบนสายตาไปมองกลุ่มของราชวงศ์เมฆาสวรรค์ที่อยู่บนลานกว้างทิศเหนือ
ตอนนี้เองที่สือหม่าหลิงหยุนกับสือหม่าเต๋ออันเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าด้านหลังของพวกมันมีชายวัยกลางคนสวมใส่อาภรณ์สีทองลวดลายมังกรยืนอยู่ ท่าทางของมันทั้งสง่างามทั้งน่าเกรงขาม
ร่างกายของสือหม่าหลิงหยุนกับสือหม่าเต๋ออันพลันแข็งทื่อก่อนจะค่อยๆหันไปมองด้านหลัง ทั้งสองต่างตื่นตะลึงจนปากอ้าตาค้าง
"ทา..ท่า.น...ท่านพ่อ!!! "
ใบหน้านั้นทำให้พวกมันตื่นตะลึง ไม่เฉพาะพวกมันเท่านั้น ผู้ฝึกตนหลายคนที่ยังมึนงงเพราะการปรากฏตัวของเฟยอู่จี้ พลันเห็นสายตาของเขามองไปทางกลุ่มของราชวงศ์เมฆาสวรรค์ พวกมันจึงรีบหันไปมองตามสายตานั้นทันที ก่อนที่จะอ้าปากค้างเหมือนกับสือหม่าหลิงหยุนและสือหม่าเต๋ออัน
ใช่แล้วผู้ที่พวกมันมองเห็นคือ ราชาเมฆาสวรรค์ ไม่สิต้องเรียกว่า ราชันแดนเหนือ สือหม่าฉิงเทียน
ผู้คนทั้งหลายต่างมึนงงสงสัย บ้างตื่นตกใจ บ้างมองชายกลางคนชุดทองที่ยืนด้านหลังสือหม่าหลิงหยุนกับสือหม่าเต๋ออันสลับกับชายกลางคนที่ชุดทองขาดวิ่นลอยแน่นิ่งอยู่กลางอากาศ
" นั่นคือ ร่างแยกราชัน!!! " ชายคนหนึ่งที่มาจากแดนเซียนจ้องมองร่างที่ลอยแน่นิ่งอยู่กลางอากาศกล่าวออกมาหลังจากหายตกตะลึง
" ร่างแยกราชัน!!! "
" เป็นเกียรติของข้าจริงๆที่ได้เห็น ร่างแยกราชันในตำนาน "
" มันคือสิ่งใดกัน? หายากนักหรือ? "
" หายากสิ "
" เมื่อผู้ฝึกตนเลื่อนขั้นเป็นเซียนราชัน จะมีความสามารถในการแยกร่างได้ แต่จะแยกออกมาได้เพียงหนึ่งร่างเท่านั้น นั่นก็คือร่างแยกราชัน ทว่าระดับพลังของร่างแยกจะด้อยกว่าร่างจริงเพียงขั้นเดียว ไม่มีใครจับพิรุธร่างแยกกับร่างจริงได้ เพราะมันคือคนๆเดียวกันนั้นแหละ นอกซะจากจะมีพลังที่ลึกล้ำกว่ามาก "
" มีร่างแยกแบบนี้ก็ดีสิ ทั้งร่างแยกยังมีพลังด้อยกว่าร่างหลักเพียงขั้นเดียวเอง "
" แต่มันมีข้อเสียใหญ่ ข้อหนึ่ง เซียนราชันที่มีร่างแยก จะเลื่อนขั้นสู่ขั้นต่อไปยากขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะพลังส่วนหนึ่งจะถูกส่งต่อให้ร่างแยกด้วย ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์ จิตวิญญาณ เจตจำนงแห่งราชัน เป็นสิ่งที่ราชันจะขาดไปไม่ได้เลย พอพลังส่วนนี้ถูกแยกออกไป จึงยากเป็นอย่างมากที่จะเลื่อนสู่ขั้นต่อไปได้ ฉะนั้นเซียนราชันส่วนใหญ่ถึงเลือกที่จะไม่แยกร่างออกมา ไม่อยากเสี่ยงกับปัญหาใหญ่ข้อนี้ "
" งั้นทำไมราชาเมฆาสวรรค์ถึงได้แยก ' ร่างแยกราชัน ' ออกมา "
" ใครจะไปรู้กัน "
ผู้คนส่วนใหญ่ต่างพูดคุยกันอย่างออกรส ผู้เชี่ยวชาญที่มาจากแดนเซียนก็ออกมาคุยโวโอ้อวดบอกเล่าเรื่องราวกันใหญ่
ทางด้านเฟยอู่จี้ เขาเพียงจ้องมองร่างจริงของราชาเมฆาสวรรค์ หรือก็คือ ราชันแดนเหนือ ด้วยท่าทางเรียบเฉย ก่อนจะกล่าวออกมาจนผู้ฝึกตนทั้งหลายต่างหันมามองด้วยความสนใจ การสนทนาของผู้ยิ่งใหญ่แดนเซียน พวกเขามีความอยากรู้อยากเห็นอย่างมาก
" จะให้ข้าเรียกเจ้าว่า ราชันแดนเหนือ หรือว่า ราชาเมฆาสวรรค์? "
" ที่นี่คือโลกเบื้องล่าง เรียกข้าว่า ราชาเมฆาสวรรค์ดีกว่า " ราชันแดนเหนือกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แม้ว่าคนตรงหน้าจะเป็นราชันบูรพา เฟยอู่จี้
" เจ้ามีแผนการอะไรกันแน่? ถึงปล่อยให้ข้ากำจัดร่างแยกของเจ้าอย่างง่ายดายเยี่ยงนี้ " เฟยอู่จี้กล่าวพลางมองร่างแยกราชันที่ลอยกลางอากาศก่อนจะค่อยๆสลายหายไป เพราะ เคล็ดวิชา วายุเยือกแข็งหลอมกระดูก
เหล่าผู้ฝึกตนต่างสั่นสะท้านเมื่อเห็นร่างแยกราชันสูญสลายหายไป นั่นคือร่างแยกราชันเชียวนะ
แต่ราชันแดนเหนือกลับไม่ได้มีท่าทีใดๆกับการที่ร่างแยกราชันของเขาโดนฆ่าตาย เหล่าผู้ฝึกตนต่างประหลาดใจกับท่าทีเช่นนั้น
เฟยหลิงเทียนที่อยู่ด้านหลังเฟยอู่จี้ตื่นตะลึงจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว ทั้งการปรากฏตัวของเฟยอู่จี้ ทั้งชายวัยกลางคนที่หน้าเหมือนราชาเมฆาสวรรค์อีก
ตอนนั้นเองที่มีเสียงอันนุ่มนวล ถูกส่งเข้ามาในหูของเขา เป็นสัมผัสเซียนของเฟยเหมยฮวานั่นเอง
เฟยหลิงเทียนหันไปมองเบื้องล่าง เห็นแม่ของเขากำลังโบกมือเรียก ชายหนุ่มจึงลอยตัวลงไปยืนด้านข้าง ก่อนจะโดนแม่ของเขารวบตัวเข้าไปโอบกอด
ชายหนุ่มทั้งรู้สึกอาย ทั้งอบอุ่น เหล่าผู้ฝึกตนด้านข้างต่างมองดูด้วยความรู้สึกหลากหลาย บ้างรู้สึกนับถือชายหนุ่ม บ้างรู้สึกอิจฉาที่ได้ซุกอกนุ่มของหญิงงาม
ใบหน้าเฟยหลิงเทียนแนบเข้ากับหน้าอกอวบอิ่ม ความนุ่ม ความหอมของเรือนร่างเฟยเหมยฮวาทำให้ชายหนุ่มเคลิบเคลิ้มแทบไม่ได้ฟังคำพูดแม่ของเขาเลย
" นี่แนะ เจ้าเด็กตัวแสบ ฟังอยู่หรือเปล่า? " เฟยเหมยฮวาดีดหน้าผากลูกชายด้วยความรักเอ็นดู
" ฟังอยู่ขอรับ ท่านแม่ ร่างแยกราชันใช่ไหม? " เฟยหลิงเทียนใบหน้าแดงรีบกล่าวแก้ตัว ถูไถใบหน้ากับอกอวบอิ่มอย่างออดอ้อน
" ใช่แล้ว ที่เจ้าสู้ด้วย คือ ร่างแยกราชันของราชันแดนเหนือ สือหม่าฉิงเทียน " เฟยเหมยฮวากล่าวด้วยรอยยิ้มพลางลูบศรีษะบุตรชาย ก่อนจะบอกเล่าเรื่องทุกอย่างที่ชายหนุ่มจำเป็นต้องรู้เอาไว้
" เป็นแบบนี้นี่เอง มิน่าข้าถึงได้รู้สึกว่ามันแข็งแกร่งนัก ทั้งยังปราณราชันนั่นอีก เซียนราชันที่กดขั้นพลังลงมา น่ากลัวจริงๆ "
เฟยหลิงเทียนกล่าวพลางถอนหายใจ ที่เขาจะสู้ไม่ได้ก็ไม่แปลก ราชาเมฆาสวรรค์คือเซียนราชันผู้ยิ่งใหญ่ ถ้าราชาเมฆาสวรรค์พ่ายแพ้ให้กับเขาได้ คงถูกหัวเราะเยาะ เป็นประเด็นในการพูดคุยในวงสุราอย่างแน่นอน
" ถึงราชามฆาสวรรค์จะเป็นเซียนราชันที่กดขั้นพลังลงมาอยู่ในขั้นเสมือนเซียน เจ้าก็ต้องระวังตัวเอาไว้ เพราะยังไงตัวตนแท้จริงก็ยังเป็นเซียนราชันอยู่ดี "
" ขอรับ ข้าจะจำคำกล่าวของท่านแม่เอาไว้ "
เฟยหลิงเทียนครุ่นคิด เขาประมาทเกินไปจริงๆ ใครจะไปคิดว่าคนระดับเซียนราชันจะแอบซ่อนตัวอยู่ที่โลกเบื้องล่างแห่งนี้ ทั้งอยู่มานานจนไม่มีเซียนคนใดสงสัยเลย มันทำได้อย่างไร มีแผนการอะไรอยู่กันแน่?
แต่ก่อนที่เฟยหลิงเทียนจะได้ครุ่นคิดต่อไป ชายหนุ่มพลันนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมา
" เดียวก่อน ทำไมพวกท่านถึงรู้เรื่องเซียนราชันทุกอย่างดีอย่างนี้? หรือว่าพวกท่านคือ? !!! " เรื่องนี้ทำเอาเฟยหลิงเทียนตกใจจริงๆ ชายหนุ่มมองบิดาของเขาที่ลอยอยู่บนฟ้าด้วยท่าทางน่าเกรงขาม จากนั้นมองมารดาของเขาที่อยู่ตรงหน้า
หญิงงามมองหน้าเขาด้วยรอยยิ้มขี้เล่น เหมือนรู้สึกได้หยอกล้อชายหนุ่มสำเร็จ
" ใช่แล้ว พวกข้าคือ เซียนราชัน "
............................................................