การประลองชิงจ้าวเทพยุทธ์ ร่างทรงเทพกิเลนอัสนี (5)
ตอนที่ 102 การประลองชิงจ้าวเทพยุทธ์ ' ร่างทรงเทพกิเลนอัสนี ' (5)
ลั่วเซวียนตื่นตะลึงอ้าปากค้าง ใบหน้าอันหล่อเหลาปรากฏความรู้สึกอันหลากหลาย ในความตื่นตะลึงแฝงความมึนงงสงสัย ชายหนุ่มดึงสติกลับมาจดจ่อกับการต่อสู้ ก่อนจะหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง
" ฮ่าฮ่าฮ่า โอหังจริงๆ มีพลังลมปราณแค่นี้ถึงกับกล่าววาจาใหญ่โต แล้วนั่นมันอะไรกัน? ในอดีตกาลนานมาแล้ว มีร่างทรงสัตว์เทพปรากฏออกมาเพียงสี่เท่านั้น คือ ร่างทรงเทพมังกรฟ้า ร่างทรงเทพพยัคฆ์ขาว
ร่างทรงเทพวิหคเพลิงและร่างทรงเทพเต่าทมิฬ แล้วเจ้าล่ะ รูปลักษณ์แบบนั้นคิดจะเลียนแบบร่างทรงสัตว์เทพทั้งสี่อย่างงั้นรึ? ช่างน่าขำจริงๆ " ลั่วเซวียนกล่าวเย้ยหยันพลางหัวเราะลั่น
หลังจากหายตกตะลึง เหล่าผู้ชมทั้งหลาย รวมทั้งเซียนที่มาชมการประลองต่างเห็นด้วยกับคำกล่าวของลั่วเซวียน เพราะในอดีตนั้นมีร่างทรงปรากฏออกมาเพียงแค่สี่เท่านั้น
แล้วเสินเต้าหนิงที่มีเงาร่างมายาเทพรูปลักษณ์เป็นกิเลนอัสนีอยู่ด้านหลังนั่น เป็นอะไรกัน? หรือว่าเป็นของปลอม?
ชิงจ่ายสือ เจ้าสำนักเทพยุทธ์จ้องมองเสินเต้าหนิงจนตาแทบจะถลนออกมา
' อะไรกัน!!! สำนักของข้ามีผู้เยาว์ที่แข็งแกร่งแบบนี้แอบซ่อนอยู่ด้วยรึ? รูปลักษณ์แบบนั้น ใช่ร่างทรงสัตว์เทพจริงหรือ? '
ชิงสุ่ยที่เป็นผู้แข็งแกร่งของตระกูลชิง อยู่มาอย่างยาวนาน สะสมองค์ความรู้ไว้มากมาย ยังมีสีหน้าตื่นตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า ชายชราเกิดความรู้สึกหลากหลายขึ้นในจิตใจ
' สวรรค์เล่นตลกอะไรกัน? นี่คือยุคของเหล่าร่างทรงหรืออย่างไรกัน? ไม่เพียงสี่สัตว์เทพที่มาเกิดในยุคนี้พร้อมกัน ทั้งยังอยู่โลกเบื้องล่างเหมือนกันอีก แล้วยังผู้เยาว์ที่มีรูปลักษณ์กิเลนอยู่เบื้องหลัง นี่มันคืออะไร?
ร่างทรงสัตว์เทพตนใหม่? เป็นไปได้ด้วยหรือ? ในภายภาคหน้ามันจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน? '
ด้านเสินเต้าหนิงที่เป็นจุดสนใจของผู้ชมทั้งสนามประลอง ชายหนุ่มเพียงก้าวเท้าเข้าหาลั่วเซวียนอย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ แต่เมื่อได้ยินลั่วเซวียนกล่าวเย้ยหยัน เสินเต้าหนิงพลันมองลั่วเซวียนเหมือนมองตัวโง่งมคนหนึ่ง
" ก็จริงที่ในอดีตนั้นมีร่างทรงสัตว์เทพปรากฏออกมาเพียงแค่สี่เท่านั้น แต่เจ้าก็ช่างโง่งมจริงๆ ในตำนานก็มีเทพหรือสัตว์เทพต่างๆปรากฏออกมามากมาย จะมีร่างทรงสัตว์เทพตนใหม่อย่างข้าเกิดขึ้นก็ไม่แปลกจริงไหม?
ตอนที่ข้าปลุกพลังของร่างทรงขึ้นมาได้ ข้ายังตกใจพลั้งมือปล่อยสายฟ้าออกมา จนทำให้เกิดรอยแผลด้านซ้ายบนใบหน้าของข้า ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีร่างทรงสัตว์เทพตนใหม่เกิดขึ้นอีกก็ได้ ใครจะรู้ "
เมื่อผู้ชมทั้งหลายได้ยินเสินเต้าหนิงกล่าวออกมา ก็พลันหน้าแดงด้วยความอับอาย ถึงจะรู้ว่าเสินเต้าหนิงกล่าวกับลั่วเซวียนก็เถอะ แต่มันดูเหมือนเสินเต้าหนิงด่าพวกเขาโง่งมไปด้วย พวกเขาต่างมองหน้ากัน ก่อนที่จะพูดคุย
แสดงความคิดเห็นกันออกมา
" ที่เสินเต้าหนิงกล่าวออกมาก็ถูกเหมือนกัน "
" มีร่างทรงสัตว์เทพตนใหม่เกิดขึ้น ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ "
" บางทีอาจจะมี ร่างทรงเทพคุนเผิง หรือ ร่างทรงเทพจิ้งจก เกิดขึ้นก็ได้ "
" พรูดดดดดดดดดดดด "
" ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆ "
" บัดซบ!!! ร่างทรงเทพจิ้งจก เจ้าก็ยังคิดออกมาได้ "
" อาจจะมีจริงๆก็ได้ ใครจะรู้ "
" อาจจะเป็นเจ้าก็ได้ที่เป็น ร่างทรงเทพจิ้งจก "
" น้องสาวเจ้านะสิ!!! ร่างทรงเทพจิ้งจก "
" ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆ "
เหล่าผู้ชมต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
ส่วนบนบเวทีประลอง คลื่นปราณครึ่งเซียน ขั้นที่ 4 ของลั่วเซวียนไม่สามารถกดดันต่อเสินเต้าหนิงได้เลย กลับกันพลังสายฟ้าพลันทะยานรุกไล่บดขยี้เข้าใส่ลั่วเซวียนแทน
" ข้าจะให้เจ้าได้รู้ว่า พลังเลียนแบบที่เจ้าว่านั้น มีรสชาติเป็นอย่างไร " เสินเต้าหนิงเดินมาหยุดตรงหน้าของลั่วเซวียนก่อนจะซัดหมัดที่เต็มไปด้วยสายฟ้าอันบ้าคลั่งออกไป
' หมัดเทพกิเลนอัสนี '
สายฟ้าก่อตัวเป็นรูปร่างกิเลนพุ่งเข้าใส่ลั่วเซวียนอย่างฉับพลัน ใบหน้าของมันทั้งบิดเบี้ยวทั้งซีดขาว ชายหนุ่มป้องกันไม่ทันเพราะมันกระชั้นชิด และรวดเร็ว ทั้งยังสบประมาท ดูถูกเสินเต้าหนิงจนเกินไป
ก่อนจะโดนหมัดสายฟ้าอันแข็งแกร่งของเสินเต้าหนิงเข้าอย่างจัง จนต้องเปล่งเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวน
" อ๊ากกกกกกก เ..จ้าาาาาาาา เสินเต้าหนิงงง!!! อย่าคิดว่าพลังเพียงแค่นี้จะโค่นข้าได้ " ลั่วเซวียนคำรามกร้าว
นัยน์ตาของลั่วเซวียนเปล่งแสงสีเขียววาบ จนเสินเต้าหนิงขนลุกซู่
กรงเล็บสีเขียวอันพรั่นพรึงทะลวงออกมาจากสายฟ้าที่ยังกระหน่ำร่างของลั่วเซวียน ก่อนจะโฉบเข้าใส่เสินเต้าหนิงที่ยังยืนขนลุกอยู่ตรงหน้า
' กรงเล็บพิษสลายวิญญาณ '
ร่างกายของเสินเต้าหนิงสั่นสะท้าน ก่อนจะแค่นเสียงอย่างเย็นชา เงาร่างมายาเทพเบื้องหลังเปล่งประกายปลดปล่อยออร่าอันน่าเกรงขามออกมา
พลังอันยิ่งใหญ่ของสัตว์เทพแผ่ออกมาจนกรงเล็บสีเขียวต้องชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ห่างจากใบหน้าของเสินเต้าหนิงเพียงไม่กี่ชุ่น
เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดออกมาจากหน้าผากของเสินเต้าหนิง ชายหนุ่มถอนหายใจออกมา ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินเสียงอันแหบพร่าของลั่วเซียน
" หยุดได้เหรอ? ทว่าไม่ง่ายอย่างนั้น ' พันฝ่ามือพิษ ' "
กรงเล็บพิษที่อยู่ตรงหน้าของเสินเต้าหนิงสั่นสะเทือน เปล่งแสงสีเขียวเจิดจ้า แยกออกมาเป็นฝ่ามือสีเขียวมากมายนับพัน จนหลุดพ้นออกมาจากพลังอันยิ่งใหญ่ของกิเลนอัสนี
พันฝ่ามือพิษโหมกระหน่ำเข้าใส่เสินเต้าหนิงที่มีสีหน้าตื่นตะลึง
' แย่แล้ว!!! ' เสินเต้าหนิงร่ำร้องในใจ
แต่ก่อนที่พันฝ่ามือพิษจะโดนตัวของเสินเต้าหนิง เงาร่างมายาเทพกิเลนอัสนีที่อยู่เบื้องหลังของชายหนุ่มพลันเคลื่อนกายเข้ามาปกป้อง
- เปรี๊ยงงงงงงง เปรี๊ยะ ปร๊ะ -
พันฝ่ามือพิษโหมกระหน่ำเข้าปะทะกันกับเงาร่างมายาเทพกิเลนอัสนีอย่างแรงจนสะเก็ดสายฟ้าบนร่างเงามายาเทพกิเลนอัสนีแตกออก กระจัดกระจาย ทะลวงเวทีประลองจนเป็นรูพรุนหลายแห่ง
ชิงจ่ายสือที่ลอยตัวเหนือเวทีประลองก็กางม่านพลังปราณเข้าครอบคลุมเวที เพื่อป้องกันไม่ให้พลังจากการต่อสู้ของลั่วเซวียนกับเสินเต้าหนิงกระเด็นออกไปโดนผู้ชม
ทางฝั่งที่นั่งชมการประลองทิศตะวันออก อ้วนน้อยนั่งอยู่บนตักอันหอมกรุ่นของเฉินอวี่ซีอย่างผ่อนคลายสบายตัว หยิบซาลาเปาออกมาทานเล่นพลางชมการประลองไปด้วย
เด็กน้อยไม่ได้สนใจสายตาอาฆาตของเฉินชิงหยูแม้แต่น้อย บางครั้งก็ยังเย้าแหย่เฉินชิงหยูเล่น ด้วยการขยับตัวเล็กน้อยกระตุ้นให้เฉินอวี่ซีต้องมาโอบกอดอย่างอ่อนโยน ศรีษะเล็กๆก็หนุนกับเต้าอวบนุ่มนิ่ม
สูดดมกลิ่นกายหอมหวานของโฉมสะคราญอย่างเพลิดเพลิน
......................................................................