ตอนที่ 33

นายน้อยเสเพลที่หยิ่งยโส

ไม่มีผู้ใดในเมืองชิงเหอกล้าทำอะไรจ้าวเจียงหนานเพราะมันมีผู้หนุนหลังที่แข็งแกร่ง ในฐานะที่เป็นบุตรโทนของจ้าวอู่ตี้แล้ว มันจึงมีอำนาจเพียงพอจะเย่อหยิ่ง

ตลาดมืดเป็นสถานที่ที่มีทั้งมัจฉาและมังกรผสมปนเปกันไป บรรยากาศภายในตลายกลายเป็นวุ่นว่าย ไม่มีผู้ใดกล้าตอแยจ้าวเจียงหนานมาก่อน มันออกอาละวาดโดยไม่มีผู้ใดหยุดยั้ง

เมื่อได้มาเจอกับฉินเทียน ฉินเทียนก็ไม่ไว้หน้ามันแม้แต่น้อย

ฉินเทียนเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของตระกูลจ้าว กระนั้นเขาก็ไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด ตอนนี้เขามีความสำคัญต่อตระกูลฉินอย่างมาก แน่นอนว่าตระกูลฉินย่อมต้องช่วยเขาจัดการกับเรื่องนี้

เมื่อมีตระกูลฉินหนุนหลังเขาก็ปลอดภัยไร้เรื่องราว กระนั้นฉินเทียนก็ไม่ได้รู้สึกดีนักหากว่าเขาสร้างเภทภัยให้กับตระกูล

ฉินเทียนไม่ได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับตระกูลฉิน นอกจากน้าสาวของเขาแล้ว ภายในตระกูลเขาก็ไม่ได้ใส่ใจต่อผู้ใดอีก

หลังจากที่จ้าวเจียงหนานจากไป ผู้คนที่มุงดูต่างก็หัวเราะออกมา ใบหน้าของพวกมันประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม พวกมันมีความสุขคล้ายกับกำลังอยุ่ในงานฉลองปีใหม่

ท่าทีของผู้คนที่มองดูฉินเทียนได้เปลี่ยนไป มีบางคนต้องการให้ฉินเทียนรีบจากไปให้ไวก่อนที่จ้าวเจียงหนานจะพาคนมาจัดการกับเขา

ฉินเทียนหัวเราะและขอบคุณผู้คนเหล่านั้น กระนั้นเขาก็ยังไม่ได้จากไป เขามาที่นี่เพื่อหาซื้อหญ้าวิญญาณ ดังนั้นเขาจะจากไปได้อย่างไรหากยังไม่ได้ซื้อของ?

"ขอบคุณ...ขอบคุณ..." อวิ๋นม่านก้าวออกมาจากด้านหลังของฉินเทียนด้วยใบหน้าแดงก่ำ นางไม่กล้าสบตากับเขา นางทำเพียงก้มหัวลงต่ำ

"เด็กโง่ ขอบคุณไปใย ฮ่าฮ่า" ฉินเทียนกล่าวอย่างใจกว้าง จากนั้นจึงมองไปยังหญ้าวิญญาณที่อยู่บนแผงขายของของนาง เขาถามว่า "นี่ของเจ้า?"

"อืม"

อวิ๋นม่านผงกศีรษะและเตรียมจะเก็บแผงขายของ ในใจของนางทราบดีว่าจ้าวเจียงหนานจะต้องไปหาผู้ช่วยเหลือ นางไม่ต้องการให้ฉินเทียนต้องลำบากช่วยเหลือนางอีกหน

แม้ว่าฉินเทียนจะแข็งแกร่ง เขาก็ยังไม่อาจจัดการกับผู้เชี่ยวชาญขั้นกลั่นวิญญาณได้ ตระกูลจ้าวมีผู้เชี่ยวชาญอยู่หลายคน ไม่มีผู้ใดทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากนางรั้งอยู่ต่อไป

ดังนั้นอวิ๋นม่านจึงต้องการเก็บสิ่งของและรีบออกจากตลาดแห่งนี้โดยเร็ว

ฉินเทียนก้มตัวลงหยิบหญ้าวิญญาณขึ้นมา เสียงของระบบพลันดังขึ้นในจิตใจ

ดอกบัวเงิน
ระดับ: 2
รายละเอียด: หญ้าวิญญาณที่จำเป็นในการสร้างเม็ดยาหู่เฉิง

ฉินเทียนหยิบเอาหญ้าวิญญาณขึ้นมาอีกต้น เสียงของระบบก็แจ้งเตือนข้อมูลให้กับเขา ไม่ว่าหญ้าวิญญาณนั้นจะสามารถสรา้งเม็ดยาใดได้บ้าง ระบบก็จะแสดงต่อเขา ฉินเทียนกลายเป็นตื่นเต้น เมื่อมีระบบคอยช่วยเหลือเช่นนี้ เขายังจะไม่อาจสร้างเม็ดยาได้โดยง่ายอีกหรือ?

"หญ้าวิญญาณพวกนี้ เจ้าขายมันเท่าใด?"

"เอ๊ะ?" อวิ๋นม่านคิดว่านางฟังคำพูดของเขาผิดไปจึงมองฉินเทียนด้วยความสงสัย หญ้าวิญญาณเหล่านี้สามารถสร้างได้เพียงเม็ดยาระดับต่ำ ดังนั้นมันจึงไม่ได้มีค่ามากนัก เหตุผลที่นางเก็บพวกมันมาก็เพราะต้องการช่วยหาเงินให้กับครอบครัว

ครอบครัวของอวิ๋นม่านมีพื้นเพธรรมดา เมื่อครั้งนางยังเยาว์ บิดาของนางก็เสียชีวิตลง มารดาของนางต้องลำบากกล้ำกลืนเลี้ยงดูนางมา ในทุกๆวัน มารดาของนางจะรับซักเสื้อผ้าเพื่อหาเลี้ยงชีพ หลังจากตรากตรำมานาน นางก็ล้มป่วยลง อาการป่วยของนางเลวร้ายจนกระทั่งไม่อาจลุกขึ้นจากเตียง

ด้วยความสิ้นหวัง อวิ๋นม่านจึงต้องเก็บหญ้าวิญญาณเพื่อหาเงิน

อย่างไรก็ตาม ร้านค้าภายในเมืองชิงเหอกลับรับซื้อพวกมันในราคาที่ต่ำ นางที่ไม่มีทางเลือกจึงต้องหอบของมาขายยังตลาดมืดแห่งนี้

"ข้าต้องการซื้อหญ้าวิญญาณบางชนิดเช่นกัน เจ้ารังเกียจที่จะขายพวกมันทั้งหมดให้กับข้าหรือไม่?" ฉินเทียนถามซ้ำ

อวิ๋นม่านมองฉินเทียน จิตใจของนางพลันสับสนยุ่งเหยิง ไม่ทราบว่านางรู้สึกอย่างใด ไฉนผู้บ่มเพาะระดับสูงเช่นเขายังจะต้องการหญ้าวิญญาณระดับต่ำเช่นนี้?

ภายในใจของนาง นางสรุปได้ว่าฉินเทียนต้องการจะช่วยเหลือนาง

ดวงตาของนางกลายเป็นรื้นขึ้นมาคล้ายกับน้ำตาจะหยดลงได้ทุกเมื่อ ฉินเทียนที่เห็นดังนั้นจึงถามออกมา "มีอะไร? ข้าต้องการพวกมันจริงๆ"

ยิ่งฉินเทียนกล่าวออกมา นางก็ยิ่งคิดว่าฉินเทียนต้องการจะช่วยเหลือนาง

นางต้องการเงินมหาศาลเพราะนางยังมีมารดาที่ล้มหนอนนอนเสื่อรอการรักษาอยู่ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางก็กล่าวว่า "พวกมันราคาห้าสิบสองเหรียญเงิน"

"ไฉนจึงถูกนัก?"

ฉินเทียนตกตะลึง บนแผงขายของของนางมีต้นสมุนไพรอยู่อย่างต่ำก็ร้อยกว่าต้น ดังนั้นจึงอธิบายด้วยคำอื่นไม่ได้นอกจากคำว่าถูก เมื่อเห็นอวิ๋นม่านก้มหน้าลงและไม่กล่าวสิ่งใด เขาก็พอจะเดาออกได้ลางๆว่าเกิดอะไรขึ้น เขายิ้ม "ข้าจะให้เจ้าสองพันเหรียญเงิน แต่ไม่ว่าในอนาคตเจ้าจะเก็บได้หญ้าวิญญาณชนิดใด มันจะต้องเป็นของข้า เจ้าว่าอย่างไร?"

"สองพันเหรียญเงิน?"

อวิ๋นม่านมองฉินเทียนอย่างตกใจและไม่อาจทำใจเชื่อลง "นี่มากไป มันมากไป..."

"เด็กโง่"

ฉินเทียนอดบีบจมูกนางไม่ได้ หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจอีก เขาหยิบเงินออกมาสองพันเหรียญเงินและยัดมันใส่มือของนาง

หลังจากที่ย้ายมาโลกใบนี้ ฉินเทียนก็ไม่รู้ค่าของเงินเท่าใด สำหรับมูลค่าของสองพันเหรียญเงินนั้น เขาเองก็ไม่รู้

อย่างไรก็ตาม สำหรับอวิ๋นม่านแล้ว เงินสองพันเหรียญเงินนี้นับว่ามากที่สุดในชีวิตของนาง นางไม่ทราบว่านางสมควรทำเช่นไรกับมัน

ฉินเทียนหยิบหญ้าวิญญาณใส่เข้าไปในแหวนมิติและลอบยินดีอยู่ในใจ โชคดีที่คังเทียนจี๋ทิ้งแหวนวงนี้ไว้ให้ มิเช่นนั้นเขาก็ไม่ทราบจะเก็บสิ่งของไว้ที่ใด

หลังจากเก็บหญ้าวิญญาณไปหมดแล้ว อวิ๋นม่านก็ยังคงนิ่งค้างอยู่เช่นนั้น

ผู้คนที่ผ่านไปมาล้วนมองนางด้วยความอิจฉา เงินสองพันเหรียญย่อมไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลย มันเพียงพอจะเลี้ยงดูครอบครัวทั่วไปได้นับสิบปี

"เอาล่ะสาวน้อย ไปกันได้แล้ว"

ฉินเทียนหัวเราะ อวิ๋นม่านเรียกคืนสติกลับมาและติดตามอยู่ทางด้านหลัง นางก้มศีรษะลงต่ำ ขาของนางยังก้าวเดินต่อไปขณะที่คิดถึงเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น

...........................................

ที่ลานฝึกฝีมือตระกูลจ้าว

จ้าวเจียงหนานก้าวเข้ามาอย่างกระฟัดกระเฟียด เมื่อเห็นจ้าวยี่ที่กำลังจดจ่ออยู่กับการฝึก ใบหน้าของมันก็เผยรอยยิ้มออกมาขณะตรงเข้าหาจ้าวยี่

"จ้าวยี่ เจ้าต้องการเรียนรู้ทักษะ 'ฝ่ามือลวงตา' หรือไม่?"

จ้าวยี่หันกลับมามองจ้าวเจียงหนาน มันปาดเช็ดเหงื่อก่อนจะถามออกมา "ว่ามาสิ ปัญหาอะไรที่เจ้าต้องการให้ข้าช่วย?"

ทุกครั้งที่จ้าวเจียงหนานมาหามัน มันทราบว่าตนจะได้รับประโยชน์ไม่น้อย กระนั้นมันก็ไม่เคยคาดคิดว่ารางวัลครั้งนี้จะเป็นถึงทักษะ 'ฝ่ามือลวงตา' นี่ทำให้มันตื่นเต้นขึ้นมา

จ้าวเจียงหนานยกยิ้มมุมปาก "ช่วยข้าฆ่าคนผู้หนึ่ง ข้าต้องการเห็นมันตกตายอย่างทรมาณ ให้มันตายอย่างสยดสยอง...."

"ไม่มีปัญหา แต่สำหรับ 'ฝ่ามือลวงตา'...." ใบหน้าของจ้าวยี่เผยให้เห็นถึงความโลภ ในใจของมันเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ทักษะ 'ฝ่ามือลวงตา' ที่มันเฝ้าฝันถึงมาตลอด กำลังจะตกเป็นของมันแล้ว

จ้าวเจียงหนานล้วงเอาตำราเล่มหนึ่งออกมาจากป้ายไม้มิติและโยนมันให้กับจ้าวยี่ จากนั้นทั้งสองจึงหัวเราะออกมา....

จ้าวยี่เป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นก่อตั้งวิญญาณระดับสาม มันทั้งแข็งแกร่ง โหดเหี้ยม กระทำทุกสิ่งได้เพื่อบรรลุเป้าหมาย

ในสายตาของจ้าวเจียงหนานแล้ว มันก็เป็นเพียงบ่าวไพร่ชั้นต่ำที่กระทำได้ทุกสิ่งเพื่อเงินตรา

จ้าวเจียงหนานไม่ต้องการให้เรื่องราวที่มันเพิ่งถูกอีกฝ่ายทุบตีมาแพร่กระจายออกไป ดังนั้นมันจึงตัดสินใจหาคนมาล้างแค้น อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ต้องการให้อีกฝ่ายตกตายได้โดยง่าย มันต้องการให้ฉินเทียนตกตายอย่างทรมาณ

ตระกูลจ้าวถือเป็นตระกูลที่มากอิทธิพล การจะหาคนที่พร้อมจะขายชีวิตให้จึงไม่ยาก ตำราทักษะระดับสูงในสายตาของมันก็เป็นเพียงสิ่งของทั่วไป

ด้วยความแข็งแกร่งของจ้าวยี่แล้ว มันจึงมีความมั่นใจอย่างมาก

จากที่มันทราบมา ฉินเทียนเพียงอยู่ในขั้นฝึกตน ไม่สำคัญว่าเขาจะแข็งแกร่งเพียงใด มันยังจะสามารถเป็นคู่ต่อสู้กับผู้เชี่ยวชาญขั้นก่อตั้งวิญญาณ จ้าวยี่ได้อีกหรือ?

ในความคิดของจ้าวเจียงหนาน หากผู้ใดกล้ามาทำให้มันมีโทสะ มันจะต้องทุกข์ทรมาณในไม่ช้า

หลังจากตกลงกันได้แล้ว ทั้งสองก็ออกจากลานฝึกฝีมือในทันที....

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 33

ตอนถัดไป