ความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างลึกลับ
เช้าวันถัดมา
เวลา 06.30 น. เสียงนาฬิกาปลุกก็ดังขึ้น
ฟางเย่หาว ขยี้ตาที่ง่วง ล้างและแปรงฟัน และเดินลงไปข้างล่าง
โรงอาหารอยู่ตรงข้ามหอพักพนักงาน ก่อนเข้าประตู กลิ่นซาลาเปาหอมๆ ก็ลอยมา
“ไง เหลาจาง วันนี้มีอะไรกินบ้าง”
ฟางเย่จำได้เล็กน้อย ขึ้นเสียงและตะโกนตามปกติ เขานั่งลงที่โต๊ะ
โรงอาหารว่างเปล่า และไม่มีใครนอกจากเขา และมันก็ดูเหงามาก
หนึ่งคือมีพนักงานน้อย ปัจจุบันสวนสัตว์ หลินไห่ มีพนักงานไม่เกิน 20 คน ซึ่งรวมถึงพนักงานตรวจตั๋ว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และ พ่อครัวในโรงอาหาร
อีกอย่างคืออยู่ไกลจากตัวเมืองและนักท่องเที่ยวมาสายจึงไม่ต้องตื่นเช้าไปทำงาน
ใบหน้าที่อวบอิ่มของ เหลาจาง ยื่นออกมาจากหน้าต่างทำอาหารเคลือบฟันสีขาว และเขาก็ทักทายฟางเย่อย่างอบอุ่นด้วยสำเนียงภาษาถิ่น: “ท่านประทานตื่นแล้วหรอ! เช้าวันนี้มีแป้งทอด ซาลาเปา เต้าหู้ ผักดอง! ผัดมันฝรั่ง ผัดมะเขือ ผัดมะระ และผัดผักหมู แล้ว ท่านประทานจะสั่งอะไรบ้างครับ"
ฟางเย่ยิ้มและพยักหน้า: “เต้าหู้ชามหนึ่งแล้วโรยต้นหอมด้วย แป้งทอดสองแผ่น และหัวไชเท้าดองที่ภรรยาของคุณเป็นทำ!”
"ดี!" รอยบุ๋มสองอันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ เหลาจาง และดวงตาของเขาหรี่ลง “ถ้าท่านประทานชอบ ผมจะให้เธอดองให้อีกในครั้งหน้า!”
สวนสัตว์หลินไห่เพิ่งสร้างเสร็จในปี ค.ศ. ซึ่งเหลาจางก็เป็นพักนักงานที่เข้ามาทำงานตั้งแต่ช่วงแรกๆของการเปิดสวนสัตว์ ด้วยเหตุนี้เหลาจางจึงอายุมากกว่าพนักงานคนอื่นๆ และเขาเคยได้เห็นช่วงเวลาที่สวนสัตว์ดังที่สุด และตกต่ำที่สุดด้วย!
ในตอนเช้ามืดของทุกวัน เหลาจางจะขับรถคันเก่าไปที่ตลาดการเกษตรกรที่ใกล้ที่สุดเพื่อซื้อผักสดและเนื้อสัตว์รวมทั้งอาหารสัตว์ด้วย และเหลาจางก็จะกลับมาทำอาหารเช้ากับภรรยาด้วยความขยัน
ดังนั้น ฟางเย่ จึงเคารพ เหลาจาง มาก
เต้าหู้ชิ้นใหญ่สีขาวและนุ่มแช่อยู่ในน้ำซุปสีน้ำตาลเข้มและมีแสงเล็กน้อยส่องประกาย ผักชีสีเขียวมรกตและต้นหอมมีกลิ่นหอมน่าที่หน้าดึงดูดที่ทำสามารถให้คนกลืนน้ำลายได้
เขาหยิบแผ่นแป้งที่มีสีเหลืองทองขึ้นมาแล้วจุ่มลงไปในซุปเต้าหู้ ขณะที่เปิดแผงระบบขึ้นมาดูไปด้วย
อืม?
ฟางเย่กัดแผ่นแป้งที่จุ่มซุปเต้าหู้เข้าไป และทันใดนั้นเขาก็ตกตะลึง
ฟางเย่ที่กำลังดูแผงระบบอยู่นั้นเขาก็รู้สึกเหมื่อนมีบางอย่างผิดปกติ?
หลังจากค้นหาอยู่นาน ในที่สุดเขาก็พบจุดที่ผิดปกติ ฟางเย่ตะลึง: "ค่าความนิยม 352?"
ทำไมค่าความนิยมถึง 352? ถ้าจำไม่ผิด เมื่อวานยัง 43 อยู่เลยไม่ใช่เหรอ?
ความนิยมที่เพิ่มขึ้นย่อมเป็นสิ่งที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งหมายความว่าความนิยมของสวนสัตว์เพิ่มขึ้น และยังสามารถใช้สำหรับการจับรางวัลลอตเตอรีได้อีกด้วย แต่ที่สำคัญคือทำไมมันเพิ่มขึ้นได้ละ?
แปลก แปลกมาก
ฟางเย่ขมวดคิ้วและครุ่นคิด ในขณะที่ปากของเขายังคงเคี้ยวต่อไป และใช้มือไปหยิบตะเกียบสองอันขีบหัวไชเท้าดองขึ้นมาอย่างเงียบๆ
...
หลานเล่ยครุ่นคิดและเดินเข้าไปในโรงอาหาร
นั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามของฟางเย่และเหมื่อนอยากจะพูดอะไรบ้างอย่าง
ฟางเย่อเงยศีรษะขึ้นและพบว่ามีคนมานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม และพูดอย่างร่าเริง: “โย่ หลานเล่ย! คุณจะตามผมไปทำความสะอาดบ้านเสือหรือป่าววันนี้”
ฟางเย่พูดไปครึ่งเรื่องแล้วพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ: "เกิดอะไรขึ้น ทำไมทำตัวเหมื่อนเด็กที่ทำความผิดมาเลยละ"
หลานเล่ยแตะปลายนิ้วชี้และพูดว่า “ผู้อำนวยการ ฉันขอโทษ! ฉันอัปโหลดรูปของคุณที่กำลังเล่นเสือเมื่อวานนี้เอาไปลงที่กลุ่มเพื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคุณ คุณ...จะหักเงินเดือนฉันใหม!"
“ไม่เป็นไรหรอก” ฟางเย่โบกมือ แล้วจู่ๆเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
ความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติก่อนหน้านี้ ต้องเป็นเพราะเรื่องนี้แน่ๆ!
ใบหน้าของหลานเล่ยแดงเล็กน้อย และเธอก็รีบอธิบาย: "ผู้อำนวยการ มันไม่ใช้แค่นั้นนะสิ เพื่อนบางคนของฉันได้เอารูปถ่ายนั้นไปโพสต์ลงรูปถ่าย Weibo ต่อนะสิ และ ผลของมันก็คือมันได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นอย่างมาก เลยทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากแซร์โพสต์นั้นต่อกันไปเลยๆ และฉันคิดว่ามันอาจจะส่งผลเสียต่อคุณได้... ฉันไม่ได้เลยคาดหวังว่ามันจะเป็นแบบนี้”
เธอรู้สึกเสียใจอย่างมาก แต่เธอไม่ได้คาดหวังว่าภาพถ่ายสองสามรูปที่เธอส่งไปให้เพื่อนดูะบังเอิญทำให้เกิดคลื่นบนโลกอินเทอร์เน็ตได้
เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างระมัดระวัง แต่กับพบว่าสีหน้าของฟางเย่ไม่ใช่ความบูดบึ้งอย่างที่เธอคิดเอาไว้เมื่อได้ยินข่าวนี้ แต่... คิ้วขมวดมาก?
"เยี่ยมมาก! ฉันกำลังพยายามจะเพิ่มความนิยมให้กับสวนสัตว์ของเราอยู่ และมีกี่คนที่แซร์โพสต์นี้"
ฟางเย่ตบต้นขา เปิดเว่ยป๋ออย่างกระตือรือร้น และค้นหาคีย์เวิร์ดคำว่าเสือโดยตรง
“เอ่อ มีคนแซร์โพสต์เป็นโหล และคอมเมนต์เป็นร้อย...” หลานเล่ยกะพริบตา อย่างไม่มั่นใจนัก “ผู้อำนวยการมันสำคัญจริงหรอ?”
“เห้อ.. ทำไมมีคนแซร์โพสต์แค่สิบครั้งเองห่ละ” ฟางเย่ริมฝีปากด้วยความผิดหวัง
ฟางเย่มองหลานเล่ยที่นั่งตัวสั่นอยู่ และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าเด็กคนนี้ชังซื่อสัตย์ดีจริงๆ!
เมื่อเห็นหลานเล่ยกลัว.
เขาเลยปลอบโยนเธอเล็กน้อย: "ทำดีแล้ว นอกจากนี้คุณก็ไม่ได้ตั้งใจทำนิถูกใหม"
"จริงหรือ?"
“อืม!”
ในที่สุด หลานเล่ยก็มีรอยยิ้มบนใบหน้า เธอเอามือแตะหน้าอก และถอนหายใจด้วยความโล่งอก!
“เหลาจาง ขอเต้าหู้สักชามและซาลาเปาให้ฉันหน่อยได้ไมค่ะ!”
ผลการค้นหาจะจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องโดยค่าเริ่มต้น ฟางเย่คลิกหนึ่งครั้งและจัดเรียงตามเวลา คนแรกที่อยู่บนสุดคือตัวเขาเอง
นอกจากภาพที่มีเสือนอนอยู่บนตักแล้ว ยังมีภาพที่เขายิ้มและจับคอของเจียงเจียง และอื่นๆ
และมีชาวเน็ตที่แสดงความคิดเห็นด้วย!
"น่ารักมาก!"
"เฮ้ เฮ้ ไม่ด้วยที่จะโดนกัดหรอ!"
“ฉันเคยมีเพื่อนที่เป็นเหมือนเขา แต่ตอนนี้ไปอยู่ในหลุมศพแล้ว!”
“รูปตัดต่อ ใครมันจะกล้าไปเล่นกับเสือแบบนี้!”
“นี้คือการตลาดที่มุ่งร้าย! ใช้การตายแบบนี้เพื่อดึงดูดความสนใจ”
"/โกรธ/โกรธ คนสมัยนี้กล้าทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้กลายเป็นคนดังบนโลกอินเทอร์เน็ต!!"
“ในฐานะนักวิจัยสัตว์ ผมอยากจะบอกกับทุกคนว่านี่เป็นพฤติกรรมที่อันตรายมาก แม้ว่าฉากนี้จะอบอุ่นมาก แม้ว่าเสือจะเชื่อฟัง แต่จริงๆ แล้วมันเป็นภาพลวงตา! ไม่มีมาตรการป้องกันใดๆเลย บางทีมันอาจจะหันหลังมากันกันคุณตอนไหนก็ได้!”
“คนนี้เป็นใคร ทำไมเขาถึงเข้าไปในกรงกรงเสือได้ สวนสัตว์อะไรเนี่ย!”
ผู้คนในโลกนี้ยังคงมีความรู้น้อยเกินไป
ข่าวเสือโคร่งนั้นโดยพื้นฐานแล้ว "สยอง! "เสือกัดในสวนสัตว์ ****", "ผู้ชายถูกเสือกัดตาย "...มักจะมีแต่ข่าวแง่ลบแบบนี้
ในความคิดของคนส่วนใหญ่ มีเพียงสองความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์คือเหยื่อ!
เคารพธรรมชาติและอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน? มันไม่มีอยู่จริง
ในความเห็นของพวกเขา ความใกล้ชิดระหว่างมนุษย์กับเสือแบบนี้เป็นเรื่องที่แปลกมากๆ