จิ้งจอกน้อยชื่ออะไรหรอค่ะ?
หน้ากรงสุนัขจิ้งจอก
มีเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ สวมหมวกปีกกว้างและกระโปรงสีขาวจับมือแม่ของเธอกระโดดอย่างมีความสุข ใช้มืออีกข้างชี้ไปที่สุนัขจิ้งจอกสองสามตัว และเธอก็ตะโกนว่า "สวัสดิจิ้งจอกน้อย สวัสดิจิ้งจอกน้อย!"
แม่ของเด็กยิ้มและพูดว่า "ใช่ จิ้งจอกน้อย! จิ้งจอกน้อยหลับสนิท!"
ชายคนหนึ่งคิดว่าสุนัขจิ้งจอกสองสามตัวกำลังนั้นหลับอยู่และไม่มีอะไรให้ดู เขาเลยตบราวบันได: "เฮ้ ตื่นสิ!!"
เอ็ดเวิร์ดยังคงหลับเหมือนหมูตาย ไม่ขยับเขยื้อน และมุมปากของมันก็มีน้ำลายไหลออกมา
เสี่ยวเฉียวลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย และ เหลือบมองผู้ชายที่ตบราวบันไดและกลอกตาไปมา
เป็นการดูถูกที่เกินคำบรรยายที่สุด และ เสี่ยวเฉียวไม่สนใจชายคนนั้นเลยแล้วหลับต่อ
เพียงแค่เหล่ตา มันก็แสดงให้เห็นถึงอารมณ์ของมันได้เป็นอย่างดี ว่ามันนั้นหงุดหงิดมาก!
ผู้ชายที่ตบราวบันได:? ? ? ?
เขารู้สึกเหมื่อนโดนถูกสุนัขจิ้งจอกดูหมิ่น
เสี่ยวเหอเดินไปหาชายคนั้นแล้วชี้ไปที่ป้ายข้างๆ เขา “คุณครับ ได้โปรดอย่าเคาะราวบันได นี่เป็นพฤติกรรมต้องห้ามในสวนสัตว์ของเรา…”
ชายคนนั้นก้มลงแล้วทำสีหน้าไม่พอใจออกมา
ชายคนนั้นสาปแช่งอย่างไม่ปกปิด: “เ -ี้ ย สวนสัตว์กากๆ นี้ไม่หน้ามาเลยจริงๆ”
และชายคนนั้นก็หันหลังแล้วเดินออกไป ดูเหมือนว่าเขาไม่ทนที่จะอยู่ที่นี้อีกต่อไป
เสี่ยวเหอยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้: “ผมขอโทษ...”
“คนพวกนี้มันทำกันเกินไปแล้ว!” หลานเล่ยขมวดคิ้วและพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
ฟางเย่หัวเราะ: “ไม่เป็นไรหรอกน่า”
ฟางเย่รำคาญมากสำหรับคนเหล่านี้ แต่เขาก็รู้ดีว่าสถานการณ์แบบนี้มันเป็นเรื่องปกติ
สำหรับสวนสัตว์
ในการสร้างสวนสัตว์ ทั้งหมดสามารถแบ่งออกได้สี่องค์ประกอบหลักได้แก่
นักท่องเที่ยว สัตว์ พนักงาน การทำงาน
ในหมู่สี่องค์ประกอบนั้นนักท่องเที่ยวมาเป็นอันดับแรก
แล้วทำไมสัตว์ถึงไม่เป็นอันดับแรกละ?
เพราะสวนสัตว์ไม่ใช่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ เป้าหมายสูงสุดของสวนสัตว์คือการโน้มน้าวจิตใจผู้คนและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์และให้ความรู้เกี่ยวกับพวกสัตว์ต่างๆ
แน่นอนว่าการจัดอันดับให้นักท่องเที่ยวมาก่อนไม่ได้หมายความว่านักท่องเที่ยวจะสามารถทำเรื่องพวกนี้ได้ เช่น การให้อาหาร ตบราวบันได ฯลฯ
การที่สวนสัตว์ต้องตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวบางคนมันอาจจะสร้างความเสียหายต่อสวัสดิภาพของสัตว์และขัดขวางการทำงานของสวนสัตว์ ในระยะยาว และมันจะทำลายผลประโยชน์ของนักท่องเที่ยวทุกคนในที่สุด
ดังนั้นสวนสัตว์จึงต้องสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของนักท่องเที่ยวและสวัสดิภาพของสัตว์
นักท่องเที่ยวที่มาสวนสัตว์นั้นหวังว่าจะได้เห็นฉากที่น่าสนใจและเป็นธรรมชาติของสัตว์ต่างๆที่ดูมีชีวิตชีวาและน่ารัก
เช่นเดียวกับผู้ชายที่ตบราวบันได เขานั้นแค่คิดว่ามันน่าเบื่อสำหรับจิ้งจอกแดงที่จะนอนอยู่ที่มุม เขาต้องการเห็นพวกมันทำอย่างอื่น เขาจึงต้องเคาะราวบันไดเพื่อที่ปลุกพวกมัน
แม้ว่าจะมีสาเหตุที่สวนสัตว์ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ แต่พฤติกรรมดังกล่าวก็ไม่เหมาะสมจริงๆ
วิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาประเภทนี้คือให้แขวนป้ายที่เขียนว่า "ห้ามตับหรือแตะราวบันได" และก็ให้เจ้าหน้าที่ รปภ. ค่อยลาดตระเวน
เมื่อออกแบบสวนสัตว์ สวนสัตว์จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับสวนสัตว์ และให้โอกาสสัตว์ในการแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกมันออกมามากขึ้น
ตัวอย่างเช่น หากคุณวางพุ่มไม้ไว้ตรงกลาง สุนัขจิ้งจอกแดงสามารถที่จะไปเล่นซ่อนหาได้
ถ้าใส่ลำธาร พออากาศร้อนขึ้นมา พวกมันก็จะว่ายน้ำเล่นตามธรรมชาติ แทนที่จะซ่อนตัวอยู่ในรมเงาเพื่อนอนหลับ
หลังจากที่ชายผู้ตับราวบันได "บูม บูม" ออกไปแล้ว
ถังเปาที่หลับในท่าสะพานโค้งแปลกๆ ดูเหมือนจะตื่นขึ้น ยกเท้าหลังขึ้น เอียงศีรษะ และเริ่มเกาที่ขนปุยสีขาวที่คอของเขา...
เบียดเสียดกับพื้นและพลิกกลับ
ยืนขึ้น ส่ายหัว ส่ายตัว ส่ายหาง เหมื่อนว่าถังเปาจะไม่ถูกรบกวนจากการนอนหลับเลยจากการที่มีคนมาทำเสียงดัง
หลับสบายมาก!
เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ มีความสุขมาก: "หม่าหม๊า สวัสดิจิ้งจอกน้อยมาแล้ว!"
“เจ้าจิ้งจอกน้อยตื่นแล้ว ทักทายเขาหน่อยซิ”
ระหว่างที่เด็กน้อยกำลังพูดอยู่นั้น ถังเปาก็วิ่งเหยาะๆ ไปที่ราวบันได และไปเยี่ยมนักท่องเที่ยวใหม่ด้วยความสนใจอย่างมาก
ดวงตาของมันดูเหมือนจะเกิดมาพร้อมกับเสียงหัวเราะ ซึ่งทำให้คนดูมีความสุขโดยไม่รู้ตัว
"จิ้งจอกน้อยสวัสดี!" เด็กหญิงตัวน้อยทักทายอย่างจริงจัง “ฉันชื่อซวนซวน คุณชื่ออะไร”
ถังเปา:…?
“หม่าม๊า ทำไมจิ้กจอกน้อยถึงไม่พูดล่ะ”
แน่นอนเพราะว่าสุนัขจิ้งจอกมันพูดไม่ได้!
แม้ว่านี่จะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง แต่ก็ไม่มีใครพูดออกมาตรงๆ ทุกคนมองสาวน้อยด้วยรอยยิ้ม
นี่ละเด็ก
บางครั้งเด็กๆ ก็จะพูดอะไรที่ไร้เดียงสาออกมา
เด็กที่ไร้เดียงสาและน่ารักและสัตว์ที่ไร้เดียงสาสามารถผ่อนคลายจิตใจของคนได้
แม่ของเด็กดูเขินอายเล็กน้อยและไม่รู้จะตอบยังไง
คุณยายคนหนึ่งก้มลงแล้วตะโกน: "ว้า~a~a~a..."
ถังเปาอ้าปากกว้าง และดูตกใจ:? ? ?
แล้วตะโกนว่า: "อิ้ๆๆๆ"
คุณยายหยิบซาลาเปานึ่งออกจากถุงเล็กแล้วเขย่าสองครั้ง: "อะ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ฟางเย่:...
ไม่มีเวลาที่หยุดคุณยายคนนั้น
คุณยายเฒ่าฉีกซาลาเปาชิ้นหนึ่งแล้วโยนเข้าไปในกรง
มันยากที่จะป้องกัน!
ถังเปา ดมซาลาเปานึ่งสองครั้ง จากนั้นใช้อุ้งเท้ากดมัน จากนั้นเงยหน้าขึ้น ดูเหมือนไม่สนใจ
เสี่ยวเหอรีบพูดว่า: “คุณยายครับขอโทษนะครับ สวนสัตว์ของเราไม่อนุญาตให้ให้อาหารสัตว์”
คุณยายผู้เฒ่ารู้สึกไม่พอใจ และยังคงทำต่อไป: "โอ้ ฉันรู้แล้ว คุณก็ให้คุณไปสิ ฉันก็ให้ฉัน!"
หลานเล่ยอดไม่ได้ที่จะก้าวไปข้างหน้าและโน้มน้าว: "คุณยายค่ะ หนูรู้ว่างคุณยายหวังดี แต่สัตว์เหล่านี้ไม่ได้ขาดอาหาร และสูตรอาหารปกติก็จับคู่อย่างระมัดระวังโดยพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของเรา ลองคิดดู ถ้าหลานชายของคุณยายอยากกินขนมและให้ขนมเขา แล้วถ้าเขาไม่อยากกินข้าวเย็นขึ้นมาละ? หรือค่อยๆ กลายเป็นคนกินจุ มันจะไม่ดีต่อสุขภาพเหรอ..."
การเคลื่อนไหวด้วยความรักและพูดด้วยเหตุผล
จะดีหรือไม่ดี หญิงชราก็เก็บซาลาเปาอย่างไม่เต็มใจ
ฟางเย่ ถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ
ในใจของเขา ความคิดในการสร้างสวนสัตว์ขึ้นใหม่โดยเร็วที่สุดได้กลายเป็นความมุ่งมั่นมากขึ้น!