โอ้สุนัขจิ้งจอก!
ฟางเย่เลิกคิ้วเล็กน้อยและค่อยๆ ยื่นมือออกไปข้างหน้า
อันตราย ห้ามลอกเลียนแบบ!
คำเตือนของเสี่ยวเฉียวดูเหมื่อนจะไม่เป็นผลและมันเลยทำให้เธอโกรธเล็กน้อย
เธอจ้องมองไปที่ฟางเย่ เธอโค้งหลังขึ้นแล้วทำท่าทางขู่ออกมา
และเสี่ยวเฉียวแยกเขี้ยวเผยให้เห็นฟันที่แหลมคมในปากของเธอ
เพื่อเตือนฟางเย่ว่าสุนัขจิ้กจอกนั้นไม่ใช้สัตว์กินพื้ช!
ภายใต้รูปลักษณ์ที่สวยงามและนุ่มนวลของสุนัขจิ้งจอกนั้น กับมีความอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายใน
เขี้ยวยาวสองซี่ในขากรรไกรส่วนล่างนั้นเด่นนั้นชัดอย่างมาก มันเป็นเหมือนกับมีดสั้นสองคมอย่างไงอย่างงัน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้ามันกัดคุณละก็ จบไม่สวยแน่
เสี่ยวเฉียวแยกเขี้ยวและส่งเสียงคำเตือนออกมา: " อี้อี้อี้!!!”
อย่ามายุ่งฉันนะเจ้ามนุษย์!
เมื่อยูยู่ได้ยินเสียงขู่ของเสี่ยวเฉียว ก็ได้กระโดดหนีออกจากอ้อมแขนของหลานเล่ยและก็วิ่งหายไปพร้อมกับถังเปา
แม้แต่เจ้าเจ้าชายที่หลับอยู่ในตอนแรก ก็ดูเหมือนจะสังเกตเห็นกลิ่นอายการฆ่าฟันบางอย่างในอากาศขณะที่มันกำลังหลับอยู่
หูของเจ้าเจ้าชายสั่นไปมาและน้ำลายของมันหยุดไหล
มันลืมตาขึ้นมาแล้วหันไปมองรอบๆ และทันทีที่มันหันศีรษะไป มันก็เห็นเสี่ยวเฉียวที่กำลังโกรธจัด พอมันเห็นแบบนั้นก็ตัวสั่นด้วยความกลัวทันที่
พอมันเห็นแบบนี้เข้ามันก็ได้รีบวิ่งหนีไปทันที่
ท่าทางการวิ่งของมันเหมือนลูกบอลที่กำลังกลิ้งอยู่บนพื้นแล้ววิ่งไปหา ยูยู่ กับ ถังเปา ทันที่
“อี้?”
"อี้~"
"อี้อี้!!!"
พวกมันส่งเสียงร้องออกมาเหมื่อนกับว่าจิ้งจอกแดงสามตัวกำลังพูดคุยกันอยู่เลย
“ทำไมเธอดุจัง!!”
ฟางเย่ รู้สึกตกใจเล็กน้อยกับออร่าที่ดุร้ายของเสี่ยวเฉียว
ขณะที่เขาพึมพำกับตัวเองอยู่นั้นเขาได้เปิดใช้ทักษะ [ความสัมพันธ์]
พลังจิตหนึ่งในสามของฟางเย่ ได้ถูกใช้ออกไปในทันที่
หลังจากที่ฟางเย่เปิดใช่ทักษะ[ความสัมพันธ์] เขารู้สึกเหมื่อนมีออร่า
บางอย่างได้แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา โดยที่มันกินพื้นที่สามเมตรรอบตัวของเขา
และเขายังสามารถควบคุมมันได้อย่างอิสระ
การแสดงออกของเสี่ยวเฉียว ที่มีต่อฟางเย่มีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
เสี่ยวเฉียวรู้สึกว่ามนุย์ที่อยู่ตรงหน้าของเธอนั้น ใจดีและหน้า
มองมากขึ้น และ ลมหายใจของเขานั้นอบอุ่นราวกับแสงจากดวงอาทิตย์ยามเช้า พร้อมกับมีกลิ่นอายของสายลมในฤดูใบไม้ร่วง
เสี่ยวเฉียวเก็บเขี้ยวที่แหลมคมแล้วกับมาอยู่ในความสงบ
ถ้าเจ้าสัมผัสข้า ข้าจะไม่ยกโทษให้แน่!!
แม้เธอจะรู้สึกขัดแย้งเล็กน้อยภายในใจก่อนตาม
ด้วนอารมณ์ที่พันพัวเสี่ยวเฉียวได้ยกหัวขึ้นและทำท่าทางที่หยิ่งยโสออกมา แต่บางครั้งเธอก็จะแบบมอกมาที่ฟางเย่ด้วยหางตาของเธอ
สุนัขจิ้งจอกตัวอื่นๆ เมื่อเห็นว่าเสี่ยวเฉียวไม่โกรธอีกต่อไป พวกเขาก็รีบวิ่งกลับมาอย่างมีความสุข
องค์ชายวิ่งไปที่ขาของฟางเย่ แล้วสกิดเขาและนอนหงายท้องเหมื่อนมันพยามอยากจะสือว่าช่วยเกาท้องให้มันหน่อย
ยูยู่ไม่ขี้อายเหมื่อนแต่ก่อน มันได้กระโดดเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของฟางเย่ทันที่
"อี้ๆๆๆ" พวกมันร้องออกมาอย่างมีความสุขและวิ่งไปรอบ ๆ ฟางเย่
"ผลของทักษะความสัมพันธ์นี้ค่อนข้างดีที่เดี่ยว!"
หลานเล่ยตะลึง: “ว้าว ผู้อำนวยการคุณทำได้ยังไง!”
ฟางเย่เริ่มหัวเราะ: "ก็เพราะฉันรักสัตว์ไงพวกสัตว์ก็รักฉันด้วย!!"
"ฮะ?" หลานเล่ย "ผู้อำนวยการ ฉันเห็นชาวเน็ตพูดว่าคุณเป็นดรูอิดเรื่องนี้จริงใหม?"
แม้ว่านี่จะเป็นเพียงแค่การล้อเลียนของชาวเน็ตก็ตาม
แต่การแสดงของฟางเย่ในเวลานี้ทำให้เธอเชื่ออย่างนั้นจริงๆ!
ฟางเย่ทำหน้าจริงจัง: "คำพูดเหล่านั้นเป็นเพียงการล้อเลียนของชาวเน็ตเท่านั้น คุณไม่ต้องไปเชื่อเรื่องพวกนั้นมากนักก็ได้"
“ฉันไม่ใช่ดรูอิด แต่เป็น Beastmaster ต่างหากห่ละ”
“ตอนที่ฉันเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 6 ฉันต้องเดินกลับบ้านด้วยตัวคนเดียว ทันใดนั้นก็ได้มีชายชราคนหนึ่งเดินมาขวางฉันและบอกกับฉันว่าฉันเกิดมาเพื่อเป็น Beastmaster และ ชายชราคนนั้นก็ต้องการที่จะรับฉันเป็นลูกศิษย์ ตอนแรกฉันคิดว่าเขาโกหก เลยปฏิเสธเขาไปแล้วใครจะไปรู้ถึงแม้ว่าฉันจะปฏิเสธไปแล้วก็ตามแต่เขาก็ยังให้วิชาการเป็น Beastmaster ให้กับฉันมา"
หลานเล่ยนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพยายามทำความเข้าใจอะไรบางอย่าง “ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้อำนวยการต้องการเปิดสวนสัตว์!”
ฟางเย่พูดไม่ออก: "ไอ้เด็กโง่! ที่ฉันพูดมาเมื่อกี่นั้นฉันแต่งมันขึ้นมาเอง"
คำว่า "อย่าพยายามโกหกฉัน" อยู่บนใบหน้าของหลานเล่ยแล้วพูดว่า"จริงเหรอ ฉันไม่เชื่อหรอก!"
ฟางเย่ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องให้ดี
จบกัน เจ้านี้เชื่อสะอย่างงัน!
เสี่ยวเฉียวพบว่าเพื่อนของเธอหลายตัวได้กระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของฟางเย่โดยไม่ยับยั้งชั่งใจ เลยกัดฟันด้วยความโกรธ
ส่วนฟางเย่และหลานเล่ยก็คุยกัน เหมื่อนกับว่าจะลืมเธอไปแล้ว
เสี่ยวเฉียวหันศีรษะไปด้านข้างอย่างเย่อหยิ่งและทำเสียง "อู้หู" ที่น่าสงสารออกมา
คุณไม่อยากสัมผัส ฉันแล้วหรอ?
เมื่อเห็นคุณมันน่าสงสาร ฉันจะยอมให้คุณสัมผัสตัวฉันก็ได้ถึงแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม เพื่อเป็นรางวัลสำหรับการทำงานหนักของคุณในการเก็บขยะ...
โง่!
คุณไม่เห็นหรือว่าฉันโพสท่าแล้ว คุณต้องการที่จะปล่อยให้สาวเป็นคนเริ่มก่อนหรือไง?
บิ๊กโง่โง่!
“อืม?”
ฟางเย่ได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญของ "เสี่ยวเฉียว" และทันใดนั้นก็มีปฏิกิริยา
เมื่อพบว่าฟางเย่มองมา เสี่ยวเฉียวก็ส่ายหัวอย่างภาคภูมิใจอีกครั้ง แสร้งทำเป็นเพิกเฉย
หางปุยขนาดใหญ่ที่ยังคงตีอยู่บนพื้นดูเหมือนจะเผยให้เห็นอะไรบางอย่าง
"ฮ่า!"
เมื่อเทียบกับมนุษย์แล้ว สัตว์ส่วนใหญ่มีจิตใจที่เรียบง่ายและคาดเดาได้ง่าย
ฟางเย่ยิ้มอย่างจริงใจ แล้วยกเสี่ยวเฉียวขึ้นมาและพูดว่า
“เสี่ยวเฉียว หึงเหรอ สวยและน่ารักขนาดนี้ ฉันจะลืมเธอไปได้ยังไง”
"อี้ๆ~"
เสี่ยวเฉียวและฟางเย่ ถูแก้มกันราวกับลืมเรื่องก่อนหน้านี้ทันที
เหล่ตาของเขาและทำเสียงฮัมอย่างมีความสุขในขณะที่เพลิดเพลินกับตัวเอง
"ผู้อำนวยการ เนี่ยรักสัตว์จริงๆ..."
หลานเล่ยประหลาดใจและถ่ายรูป!
อืม?
ฟางเย่รู้สึกว่าผลของทักษะ [ความสัมพันธ์] ที่เขาใช้เหมื่อนจะหมดลงแล้ว
ดูเหมือนว่าระยะเวลาของทักษะน่าจะประมาณ...สิบนาที
ยูยู่ กระโดดออกจากอ้อมแขนของฟางเย่อย่างรวดเร็ว และซ่อนตัวอยู่ที่มุมห้อง
ในตอนแรกเขาได้รับอนุญาตให้ทำสิ่งต่าง ๆ เพราะเขากำลังใช้ทักษะ
[ความสัมพันธ์]อยู่
เสี่ยวเฉียวดมสองครั้ง และพบว่าออร่าที่เป็นมิตรของฟางเย่อหายไป และการแสดงออกของเธอก็ค่อยๆ เย็นชา
ดวงตาหรี่ลงและเป็นสายตาที่อันตราย
ไอ้เจ้ามนุษย์ ใครอนุญาตให้มึงจับ?
ช่างกล้าเสียนี่กระไร!
【
จิ้งจอกเงิน: เสี่ยวเฉียว
อารมณ์: โกรธมาก!
ควาวอัตราย: สูงมาก!
】
เธอกัดฟันและร้องโวยวายอย่างโกรธจัด “อุอุอุอุ…”
ทันใดนั้น หันเข้าหามือของฝางเย่ เขาก็กัดลงไป!
"ว้าย!" หลานเล่ยอุทานออกมา
อย่างไรก็ตาม ฟางเย่ได้สังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติก่อนที่เสี่ยวเฉียวจะคลั่ง ดังนั้นเขาจึงโยนมันเบา ๆ แล้วโยนเธอกลับลงไปที่พื้น
"อ๊ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!"
เสี่ยวเฉียวจ้องไปที่ฟางเย่แล้วคำรามด้วยความโกรธสองครั้งหันศีรษะและจากไป
เหลือแต่ความหนาวเย็น
“โฮ้~”
ในที่สุดหลานเล่ยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อฟางเย่ไม่ถูกกัดและสงสัยอีกครั้ง: “ผู้อำนวยการ คุณกับเสี่ยวเฉียวเข้ากันได้ดีหรือเปล่า ทำไมจู่ๆ เธอถึงกลายเป็นบ้าอีกล่ะ?”
ฟางเย่ถอนหายใจออกมา
“โอ้ จิ้งจอก!”