เครื่องทำนายแผ่นดินไหว

หลังจากที่หลินฟานออกจากห้องสมุด เขาก็เดินกลับไปที่หอพัก


ในตอนนี้ หอพักนั้นว่างเปล่าและเงียบสงบมาก


[คุณต้องการรับเครื่องทำนายแผ่นดินไหวและหลักการสร้างของมันใช่หรือไม่? 】


"ใช่!" หลินฟานพูดเบาๆ


"ติ๊ง!"


เวลาต่อมา เครื่องจักรรูปทรงสี่เหลี่ยมสีดำขนาดประมาณ 1 ลูกบาศก์เมตรก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา


นี่คือเครื่องทำนายแผ่นดินไหว!


มีเอกสารจำนวนมากวางอยู่บนเครื่องทำนายแผ่นดินไหว


ที่หัวข้อของเอกสาร มีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนไว้เก้าตัว—หลักการสร้างเครื่องทำนายแผ่นดินไหว


หลินฟานเหลือบมองไปที่เครื่องสีดำก่อนจะพึมพำ "นี่คือเครื่องทำนายแผ่นดินไหวใช่ไหม มันดูเหมือนกล่องเลย"


จากนั้นหลินฟานก็หยิบเอกสารขึ้นมาพลิกดูอย่างรวดเร็ว


"ฟึบบๆๆ!"


ใช้เวลาไปประมาณ 3 นาที หลินฟานก็จำเนื้อหาทั้งหมดเกี่ยวกับหลักการผลิตเครื่องทำนายแผ่นดินไหวได้แล้ว


“ทำนายแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้า 5 วัน ก็ไม่เลวนัก”


ทำนายแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าถึง 5 วัน!


ไม่เลวนักหรอ?


หากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องแผ่นดินไหวได้ยินเข้า เกรงว่าเขาจะต้องกรีดร้องออกมา


รู้ไหมว่า ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมนุษย์ในปัจจุบัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการทำนายแผ่นดินไหวล่วงหน้า 5 วันเลย แค่ 5 นาทีก็เป็นไปไม่ได้แล้ว!


หลินฟานหาวแล้วนอนลงบนเตียงก่อนจะผล็อยหลับไป


เพราะเมื่อคืนเขาไม่ได้นอน ถึงแม้ว่าหลินฟานจะมีทักษะการโจมตีที่สวยงามที่ช่วยทำให้ร่างกายของเขาก็แข็งแรงขึ้นก็จริง แต่เขาก็ยังต้องนอนอยู่ดี


...


ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์


“ทึกกๆๆ!”


เสียงทื่อ ๆ ดังขึ้นทีละคน


ผ่านไปนานก็ค่อย ๆ หยุดลง


เมื่อดูข้อมูลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ หวังกั๋วไห่ก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้


จงเหวินถิงที่ยืนอยู่ข้างๆก็พูดออกมาอย่างตื่นเต้น "มาจัดเรียงข้อมูลเหล่านี้กัน ด้วยข้อมูลพวกนี้ เราจะสามารถเผยแพร่บทความ SCI พวกนี้ได้หลายฉบับ!"


"ใช่แล้ว" หวังกั๋วไห่พยักหน้า


“แล้วจะมัวรออะไรกันอยู่ ไปทำงานกันต่อสิ!” จงเหวินถิงพูด


...


หลินฟานนอนหลับสบายมาก


เมื่อแสงแดดอ่อนๆส่องลงมาบนใบหน้าของเขา หลินฟานก็ค่อยๆลืมตาขึ้น


“ติ๊ง!”


ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ในกระเป๋าของเขาสั่นขึ้น


12:00!


ซองแดงปรากฏ!


"ติ๊ง! ยินดีด้วย คุณได้รับเงิน 10 หยวน"


"ติ๊ง! ยินดีด้วย คุณได้รับเงิน 1999 หยวน"



“ติ๊ง! ยินดีด้วย คุณได้รับเงิน 50,000 หยวนแล้ว”


"ติ๊ง! ยินดีด้วย คุณได้รับเงิน 1 หยวน"


วันนี้ หลินฟานได้เงินมาทั้งหมด 72,121 หยวน


หลังจากดูจำนานเงินทั้งหมด เขาก็เก็บโทรศัพท์กลับเข้าไปในกระเป๋า แล้วเดินออกจากห้องไปอย่างช้าๆ


ไม่นานหลังจากที่หลินฟานเดินออกไป เจิ้งจินเป่า หม่าจงและซงหยี่ก็เดินเข้ามาพอดี


"นี่คืออะไร?" หม่าจงชี้ไปที่เครื่องทำนายแผ่นดินไหวและถามขึ้น


"ถ้ามันสูงกว่านี้ก็อาจจะใช้เป็นโต๊ะได้เลยนะ" ซงหยี่พูด


เจิ้งจินเป่าเหลือบไปมองอย่างสงสัย แต่ในไม่ช้าเขาก็หันความสนใจไปที่คอมพิวเตอร์



ก่อน 12.00 น. ที่โรงอาหารนั้นมีคนมาต่อคิวยาวเหยียด


และถ้าเลยหลัง 12.00 น. คนจะหนาแน่นกว่ายิ่งกว่าเดิม


หลินฟานเองก็ไม่ต้องการเบียดเข้าไปซื้ออาหาร เขาจึงขับรถลัมโบร์กินี่ตรงไปยังร้านอาหาร A ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล


เกี๊ยวกุ้งคริสตัล ผักใบเขียว ซุปนกพิราบ เนื้อเหลืองทอดชิ้นเล็กๆ...


อาหารกลางวันที่เรียบง่ายและราคาไม่แพงราคา 600 หยวนทำให้หลินฟานพึงพอใจมาก


หลังอาหาร หลินฟานเดินออกจากร้านอาหาร A เพื่อเตรียมตัวกลับไปที่มหาวิทยาลัย


ทันใดนั้น หลินฟานก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นเคยที่อยู่ไม่ไกล


“จางซ่ง!” หลินฟานตะโกนเรียก


จางซ่งเพื่อนสนิทของหลินฟานในสมัยมัธยมปลาย


เหตุผลที่หลินฟานเข้างานเลี้ยงรุ่นครั้งล่าสุดก็เพราะเขาต้องการพบจางซ่ง


จางซ่งที่ได้ยินคนเรียกชื่อตัวเองก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับมา


จางซ่งตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจ "นายคือ... หลินฟานหรอ?"


เมื่อเห็นว่าจางซ่งจำตัวเองได้ หลินฟานก็พูดอย่างมีความสุข "ฮ่าฮ่า! นี่ฉันเอง ไม่คิดว่าจะได้เจอกันที่นี่"


จางซ่งเองก็ดูมีความสุขมากที่ได้เจอเพื่อนในสมัยมัธยม เขาพูด “ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน!”


หลินฟานพูดขึ้นอีกครั้ง "นายมาถึงเจียงเป่ยตอนไหน?"


“ฉันย้ายมาอยู่ที่เจียงเป่ยนานแล้ว” จางซ่งพูด


“อะไรนะ? ทำไมนายไม่บอกฉันล่ะ ฉันเองก็อยู่ที่เจียงเป่ยเหมือนกัน! ใช่แล้ว ห้องเรียนของเราพึ่งมีงานเลี้ยงรุ่นกันเมื่อไม่นานมานี้!” หลินฟานพูด


จางซ่งพูด “อย่าง…อย่างนั้นหรอ?”


ที่จริงแล้ว จางซ่งรู้เรื่องงานเลี้ยงก่อนแล้ว


แต่เขามีเรื่องที่ไม่ถูกกับเพื่อนบางคนในห้อง ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไม่ไปร่วมงาน


หลินฟานพูดต่อ"ที่ฉันไปงานเลี้ยงก็แค่อยากไปพบเพื่อนสนิทสักสองสามคน แต่พวกนายกลับไม่มีใครไปเลย ถ้ารู้แบบนี้ฉันก็จะไม่ไปเหมือนกัน"


"ตืดด!"


หลังจากหลินฟานพูดจบ ทันใดนั้นงมือถือของจางซ่งก็มีสายโทรเข้ามาพอดี


“ฮุ่ยหลิง มีอะไรหรือเปล่า?” จางซ่งพูดผ่านโทรศัพท์


ฮุ่ยหลิง มีชื่อเต็มๆว่าจางฮุ่ยหลิง เธอเป็นน้องสาวของจางซ่ง


“แม่หกล้ม และหัวของเธอก็มีเลือดออก...” เสียงในโทรศัพท์ดังขึ้น


“อะไรนะ พี่จะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้!” จางซ่งพูดอย่างเป็นกังวล


หลินฟานที่ยืนอยู่ข้างๆนั้นได้ยินเรื่องที่ทั้งสองคุยกันอย่างชัดเจน เขาจึงพูดอย่างเร่งรีบ “ฉันจะขับไปส่งเอง รถของฉันอยู่ตรงนั้น”


"ขอบคุณ" จางซ่งพูด


หลังจากที่ทั้งสองคนเดินมาถึงรถ หลินฟานก็เปิดประตูรถLamborghiniและเข้าไปนั่งอย่างรวดเร็ว


จางซ่งตกตะลึงเล็กน้อย


เขาคาดไม่ถึงว่ารถที่หลินฟานขับนั้นจะเป็นรถซุปเปอร์สปอร์ต


หลินฟานพูด "ขึ้นมาสิ"


จางซ่งได้สติและรีบขึ้นรถทันที


ถ้าจางซ่งไม่ได้รับโทรศัพท์สายเมื่อสักครู่นี้ เขาก็อยากจะถามเกี่ยวกับรถซูเปอร์คาร์คันนี้อยู่


แต่ตอนนี้ นอกจากความประหลาดใจแล้ว เขามีแต่ความกังวลที่อยู่ในหัวเท่านั้น


หลังจากที่หลินฟานถามที่อยู่จากจางซ่งแล้ว เขาก็เหยียบคันเร่งทันที


"บูม!"


ทันใดนั้น รถลัมโบร์กีนีก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า


ไม่นานนัก หลินฟานก็ขับมาถึงโรงงานแห่งเดียวในเมืองเจียงเป่ย


โรงงานนี้เป็นโรงงานเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายทศวรรษ ภายนอกของมันดูเก่ามาก


และบ้านของจางซ่งก็อยู่ในบริเวณที่พักของคนงานในโรงงาน


"ตึกกกๆๆๆ!"


จางซ่งรีบวิ่งเข้าไปในบ้านและถามออกไปอย่างกังวล "แม่เป็นอย่างไรบ้าง"


ผู้หญิงที่มีเลือดจางๆไหลออกมาจากผ้าก๊อซที่พันรอบศีรษะของเธออยู่ พูดตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “ไม่เป็นไรมาก มันก็แค่แผลถลอกนิดหน่อย”


จากนั้นเธอก็หันไปพูดกับจางฮุ่ยหลิงด้วยน้ำเสียงตำหนิ “ฮุยหลิง ลูกก็เหมือนกัน จะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น”


จางฮุ่ยหลิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ดวงตาของเธอเริ่มแดงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เธอกลัวมาก


ในเวลานี้ ในที่สุดผู้หญิงคนนั้นก็สังเกตุเห็นหลินฟานที่มาพร้อมกับจางซ่ง เธอพูด "คนนี้คือ ... "


หลินฟานพูด "ผมเป็นเพื่อนร่วมห้องสมัยมัธยมปลายของจางซ่งน่ะครับ!"


“เป็นเพื่อนของจางซ่งนี่เอง นั่งลงก่อนสิ แต่บ้านพวกเรารกหน่อยนะ ไม่ถือสาอะไรใช่ไหม เดี๋ยวจะไปเอาชามารินให้” หลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นพูดจบ เธอก็เดินกะเผลกและเดินไปยังโต๊ะน้ำชา


จางฮุ่ยหลิงพูด “แม่ค่ะ เดี๋ยวหนูทำให้ดีกว่า”


เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้มีอัธยาศัยดีมาก


ตอนก่อน

จบบทที่ เครื่องทำนายแผ่นดินไหว

ตอนถัดไป