แม่เลี้ยงใจร้าย
อีกหนึ่งปีต่อมาหลังจากนั้น จ้าวซิ่วหลัน ก็รอดชีวิตโดยอาศัยเสบียงในมิติช่องว่างของเธอ
ในตอนนั้นเอง ก็บังเอิญเกิดอุบัติเหตุตอนกำลังช่วยชีวิตเพื่อนคนหนึ่ง และหลังจากได้รับบาดเจ็บและหมดสติก็มาโผล่ร่างนี้ในยุคนี้
มันอาจจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง หรือไม่มีเหตุผลอะไรซักอย่าง อาจจะเป็นแค่พระเจ้าหรือสวรรค์เผลอหลับในหรือทำอะไรผิดพลาดโดยไม่รู้ตัว แล้วทำให้เธอมาโผล่ที่นี่ จะเพราะอะไรก็ตาม ก็ชั่งมันเถอะ ตอนนี้มันไม่สำคัญแล้ว
ด้วยพื้นที่มิติเก็บของในมือเธอ ชีวิตของจ้าวซิ่วหลันคงไม่ยากเกินไป แม้แต่ในยุคที่ขาดแคลนอาหาร เหมือนเกิดใหม่ จากเลเวลศูนย์เป็นเลเวลเก้าเก้า
แต่ไหนเลยจะมีเรื่องง่ายดายขนาดนั้น มีเพียงตัวเอกในนิยายขายฝันที่แมรี่ซู ส่วนตัวละครธรรมดาหน้าตาบ้านๆและสมองเหมือนวัวอย่างเธอที่หนีจากยุคโลกแตก อย่าได้ฝันว่าจะมีชีวิตสุขสบายได้ง่ายๆ…
…
หน้าผากยังคงเจ็บปวดอย่างรุนแรง และทั้งศีรษะของ จ้าวซิ่วหลัน ก็มึนงง
เธอเอื้อมมือไปแตะหน้าผากของเธอ มันร้อนเหมือนเตาไฟ น่าจะเกินสี่สิบองศา ไข้สูงแบบนี้ทำให้ จ้าวซิ่วหลัน ไม่สบายใจมากนัก คงไม่ใช่ว่าย้อนเวลามาไม่กี่วันก็ตายอีกรอบหรอกนะ
ครั้งนี้ ไข้สูงของเจ้าของร่างเดิมเกิดจากน้องสาวที่เกิดจากแม่เลี้ยงของเจ้าของเดิมที่ชื่อหลี่ลี่จวนเป็นคนทำ
เรื่องมีอยู่ว่า หลิวเจียงอู๋ ลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้าน ชอบเจ้าของร่างเดิม และดูแลเจ้าของร่างเดิมพอสมควร มีอยู่วันหนึ่ง หลี่ลี่ฮวน ริษยาหรือหึงหวง หรืออะไรซักอย่างนี่แหละ ก็เลยเกิดเรื่องขึ้น
หลังจากมีปากเสียงกับเจ้าของร่างเดิมหลายครั้ง ในขณะที่นางกำลังคุยกับ หลิวเจียงอู๋ หลี่ลี่ฮวนก็ผลักหรือถีบเจ้าของร่างเดิมลงไปในแม่น้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ
แม้ว่าเจ้าของร่างเดิมจะได้รับการช่วยเหลือทันเวลา แต่ก็มีไข้สูงและเสียชีวิต และจิตวิญญาณของ จ้าวซิ่วหลัน ก็เข้ามาแทนที่และครอบครองร่างกายนี้ เหมือนพล็อตนิยายออนไลน์หลายๆเรื่องนั่นแหละ…
…
ก่อนที่ จ้าวซิ่วหลันจะสงสารประสบการณ์ที่น่าเศร้าของเจ้าของร่างเดิม เธอได้ยินเสียงที่แหลมเล็กจากนอกประตู
“แก นังขี้เกียจ เลี้ยงเสียข้าวสุก จะนอนจนแดดเผาตูดแกหรือไง แกไม่ลุกมาทำข้าวเที่ยว แล้วฉันจะกินอะไร”
จ้าวซิ่วหลันขมวดคิ้ว นี่เป็นเสียงแม่เลี้ยงของเธอ หม่าหยูเหม่ย เจ้าของร่างเดิมต้องทนทุกข์กับมือตีนของหม่าหยูเหม่ยผู้นี้อย่างมาก และกลัวเธอมาก
ตอนนี้เธอมีไข้สูงขนาดนี้แล้ว ยังให้เธอลุกไปทำอาหารให้กิน มันจะใจร้ายไปไหม
พอจ้าวซิ่วหลันเงียบ หม่าหยูเหม่ย เตะประตูด้วยความโกรธ "จ้าวซิ่วหลัน แกหูหนวกเป็นใบ้หรือไง แกต้องการให้ใครมาเชิญเสด็จหรือไง ลุกขึ้นมาเร็วๆ ไม่งั้นฉันจะฆ่าแกซะ!"
ขณะที่หม่าหยูเหม่ยพูด เธอยกผ้าห่มคลุม จ้าวซิ่วหลันออก และหยิบจ้าวซิ่วหลันขึ้นมาจากเตียง
ต่อหน้า หม่าหยูเหม่ย จ้าวซิ่วหลัน ร่างกายผอมแห้ง เธอจึงถูกยกขึ้นมาเหมือนไก่
จ้าวซิ่วหลัน ขมวดคิ้วมากยิ่งขึ้นและพยายามผลักจ้าวซิ่วหลันออกไป เพียงแต่เธอไม่มีแรงเท่าไหร่
เมื่อได้ยินดังนี้ จ้าวซิ่วซู่น้องสาวของเธอ ก็ตามเข้าไปในบ้านและอ้อนวอนหม่าหยูเหม่ย "ป้าเหม่ย พี่สาวของฉันมีไข้สูง ให้เธอพักผ่อนเถอะ ฉันจะทำอาหารเอง…”
เมื่อจ้าวซิ่วซู่พูดจบ หม่าหยูเหม่ย ก็เย้ยหยัน "เป็นไข้… คนไหนป่วยและไม่ทำงาน ถือว่าไม่มีค่า อีกอย่างถ้าป่วยก็ต้องขยับตัวมากขึ้น! ลุกขึ้นไปทำอาหาร อย่าทำสำออย"
“แต่ป้าเหม่ย พี่สาวฉันคงไม่ไหว” จ้าวซิ่วซู่ ตอบกลับ หม่าหยูเหม่ย และมองไปที่ใบหน้าที่อ่อนแอของ จ้าวซิ่วหลัน ผู้เป็นพี่สาวอย่างกังวล
“หืม เธอแค่แกล้งทำเป็นขี้เกียจและไม่อยากทำงาน” เสียงประชดประชันดังขึ้นอีกมุม นั่นคือเสียงของ หลี่ลี่จวนน้องสาวเลี้ยงของ จ้าวซิ่วหลัน
เมื่อได้ยินคำพูดของ หลี่ลี่ฮวน จ้าวซิ่วซู่ ก็ก้มศีรษะลงเพราะกลัวว่า หลี่ลี่ฮวน จะรังแกเธอ…