การสร้างฐาน
บนต้นไม้ขนาดใหญ่ ลำต้นของมันใหญ่มาก และมันก็สูง ใบแต่ละใบของมันใหญ่เท่าตัวคน พอปีนขึ้นไป หลินเฟิงก็เห็นโพรงขนาดใหญ่อยู่ในต้นไม้
แมลงที่ไม่รู้จักและสัตว์ร้ายที่ไม่รู้จักเพิ่มบรรยากาศเก่าแก่
หลินเฟิงล้มลงอยู่ข้างในโพรงต้นไม้และพยายามขดร่างกายของเขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกลัว
ในเวลาเพียงไม่นานเขาก็เห็นสัตว์ดุร้ายสองสามตัวผ่านใต้ต้นไม้ ทั้งแมลงสีเงินแวววับ เสือตัวยักษ์และงูที่มีหลายสี...
สัตว์เหล่านี้เป็นไปไม่ได้ที่จะปรากฏบนโลกและพืชใบใหญ่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
....
....
ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง
หลินเฟิงเป็นนักเรียนมหาวิทยาลัยธรรมดา
เมื่อเข้าสู่เดือนสิงหาคม หลินเฟิงตั้งใจที่จะเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดเจียงซี ครอบครัวของเขามีอาชีพทำการเกษตร ช่วงที่มหาลัยปิดของทุกปีหลินเฟิงจะต้องกลับบ้านมาช่วยพ่อแม่ทำงาน
ครอบครัวของเขามีรายได้ในแต่ละเดือนไม่มากนัก เรื่องที่จะไปชื้อรถขับนั้นเป็นไปไม่ได้ หลินเฟิงจึงเดินทางกลับโดยรถไฟ
หลินเฟิงขึ้นมาบนรถไฟ เขามองหาที่นั่งสำหรับพักผ่อน คนบนรถไฟตอนนี้มีไม่มากนักทำให้มีที่นั่งว่างอยู่เยอะ หลินเฟิงวางกระเป๋าสัมภาระของตัวเองไว้บนชั้นวางและนั่งลง การเดินทางด้วยรถไฟเต็มไปด้วยความน่าเบื่อ เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาเล่น ในเว็บไซต์ เขาเห็นผู้คนถ่ายรูปภาพของตัวเองลงพร้อมแคบชั่นต่างๆ นิ้วของเขาแตะที่หน้าจอโทรศัพท์และเลื่อนเพื่อดูโพสน่าสนใจ
การเดินทางค่อนข้างใช้เวลา ผ่านไปสักพักเขาเก็บโทรศัพท์และมองออกไปนอกหน้าต่าง อากาศที่เย็นสบายทำให้เขาเริ่มง่วงนอน ถึงตอนนี้จะเป็นเดือนสิงหาคมและอากาศค่อนข้างร้อนแต่ในรถไฟนั้นมีเครื่องปรับอากาศเพื่อให้ความเย็นอยู่ เขาหลับตาของเขาและจมลงสู่นิทรา
......
"ว้ายยยย..!"
เสียงผู้หญิงกรีดร้องขึ้น ทำให้หลินเฟิงตื่นขึ้นทันที เขาหันมองไปที่ผู้หญิงคนนั้น ไม่ใช่แค่หลินเฟิงคนเดียวที่หันไปมองแต่เกือบทุกคนในห้องโดยสารที่ให้ความสนใจ ดูเหมือนเธอจะตกใจกับสิ่งที่เธอเห็นในโทรศัพท์
"เฮ้ คุณผู้หญิง เป็นอะไรมั้ยครับ" ผู้ชายที่อยู่ใกล้ๆถามขึ้น
"ทุกคนดูข่าวในโทรศัพท์สิ!! "ผู้หญิงคนนั้นพูดเสียงดัง หน้าของเธอแสดงอาการหวาดกลัว ผู้คนที่อยู่ในห้องโดยสารเริ่มหยิบโทรศัพท์มือถือ ขึ้นมาดูข่าว
"โอ้! นั้นมันตัวอะไร "
" เฮ้ย ช้างตัวนั้นตัวใหญ่กว่าตึกอีก โอ้ไม่! มันกำลังจับคนเข้าปากไปแล้ว.."
"นี้มันนกบ้าอะไรกัน แย่แล้ว มันกำลังบินไปหาเด็ก.. มันกินเด็กเข้าไป ไม่นะ! ฉันทนดูไม่ได้แล้ว..."
"บ้าไปแล้ว เสือตัวนั้นมีปีก!"
"แจ้งตำรวจรึยัง"
"นี้มันเกิดอะไรขึ้น"
"ฉันก็ไม่รู้"
ผู้คนบนรถไฟเริ่มส่งเสียงโวยวายออกมา
หลินเฟิงกำลังจ้องหน้าจอโทรศัพท์ของเขา เพียงแค่เปิดหน้าเว็บไซต์ มันมีแต่ภาพของสัตว์ร้ายและวิดิโอที่เผยแพร่เกียวกับสัตว์ร้ายต่างๆ เขาเห็นงูยักษ์ที่กำลังกินคนเข้าไปในทีเดียว สัตว์ร้ายพวกนั้นคืออะไร? ช้างที่ตัวใหญ่กว่าตึก! และนกยักษ์ที่กินคนได้ในทีเดียว! มันเกิดบ้าอะไร! เขาเลือนหน้าจอโทรศัพท์ของเขา มันมีแต่ข่าวสัตว์ประหลาดกินคน
หลินเฟิงอ่านข้อความของแต่ละโพส บทความบนคลิบต่างๆเขียนแทบจะตรงกัน มันเขียนคร่าวๆว่า อยู่ดีๆก็มีประตูมิติขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นทั่วโลก จากนั้นสัตว์ร้ายจำนวนมหาศาลเริ่มออกมาอาละวาด สัตว์พวกนั้นบางตัวเคยเห็นบนโลกและบางตัวก็ไม่เคยเห็นมาก่อน พลังของพวกมันเหนือกว่าจินตนาการ กำลังทหารเหมือนเด็กในสายตาของพวกมัน พวกมันบางตัวเคลื่อนไหวเร็วยิงกว่ากระสุนปืน และบางตัวกระสุนปืนก็ไม่สามารถเจาะทะลุผิวหนังของมันได้ ที่น่ากลัวที่สุดคือสติปัญญาของพวกมัน อาวุธและยุทโธปกรณ์พิเศษกลายเป็นของเด็กเล่น รถถังหุ้มเกาะไม่สามารถป้องกันการโจมตีของพวกมันได้ พวกมันกำจัดสิ่งที่คิดว่าเป็นอันตรายต่อชีวิตพวกมันเป็นอันดับแรก ถึงรถถังจะมีประสิทธิภาพในการทำลายสูง แต่ถ้าดึงศักยภาพของมันออกมาไม่ได้ก็เปล่าประโยชน์ และด้วยจำนวนมหาศาลต่อให้ยิงถล่มพวกมันเป็นพันครั้งก็ไม่แน่ว่าจะจัดการพวกมันได้ทั้งหมด
เสียงโวยวายของผู้คนบนรถไฟยังคงดังขึ้นต่อเนื่อง
ขณะที่หลินเฟิงกำลังดูโทรศัพท์อยู่ รถไฟก็ค่อยๆชะลอความเร็วลง เสียงของพนักงานดังขึ้น เขามองออกไปนอกหน้าต่าง พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน และตอนนี้เขาก็มาถึงสถานีรถไฟในจังหวัดเจียงซีแล้ว หลินเฟิงไม่รอช้าเขายกกระเป๋าของเขาออกไปทันที
มีคนจำนวนมากลงสถานีนี้ หลังจากที่ประตูรถไฟเปิดออก ผู้คนรีบเดินออกไปจากรถไฟอย่างเร่งรีบ ความแตกตื่นและหวาดกลัวปรากฎอยู่บนใบหน้าของพวกเขา
หลินเฟิงก้าวออกมา เขาพบว่ามันแปลกมาก ที่บริเวณสถานีไม่มีคนเลย แม้แต่เจ้าหน้าทีประจำสถานี ตอนเขาอยู่บนรถไฟด้วยความเร่งรีบและแตกตื่นทำให้เขายังไม่ได้สังเกตุเห็น แต่พอลงมาแล้วเขาเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆ หลินเฟิงเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี
ทันใดนั้น!
ตึก!
ตึก!
ตึก!
เสียงเท้าของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ดังขึ้น เสียงเอะอะโวยวายเริ่มเงียบลง ทุกสายตามองไปยังต้นเสียง
"เฮ้! เรื่องจริงใช่ใหมเนี่ย?"
กอลิล่ายักษ์ สูงประมาณ 6 เมตรกำลังมองมาที่ผู้คนตรงหน้า ดวงตาของมันดูน่ากลัว ไม่มีเวลาให้ทุกคนได้ตกใจ กอลิล่ายักษ์กระโดดไปข้างหน้า เพียงพริบตามันก็มาอยู่ข้างหน้าผู้หญิงที่อยู่แถวหน้าสุด จากนั้นมืออันใหญ่ของมันก็ทุบลง!!
"อย่า..."
แกร๊ก ปัง!
ร่างของหญิงสาวถูกบดขยี้ภายใต้มือนั้น เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ผู้คนที่เงียบอยู่ค่อยๆรู้สึกตัว
"หนีเร็ว"
"วิ่ง.."
"ไม่นะ ช่วยฉันด้วย ขาฉันขยับไม่ได้"
"ฉันยังไม่อยากตาย"
กอลิล่ายักษ์เริ่มไล่ฆ่าคนที่อยู่ใกล้ตัวของมันที่สุด มือขนาดยักษ์ของมันจับไปที่ผู้ชายที่โชคร้าย และใช้ปากของมันกัดลง ร่างของเขาขาดครึ่ง เลือดและเครื่องในต่างๆไหลออกมา พอมันกลืนลงไปกอลิล่าก็โยนร่างที่เหลือของเขาเข้าไปในปาก
ด้วยสถานะการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ไม่มีใครคิดเรื่องช่วยเหลือผู้อื่น ทุกคนดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด รวมถึงหลินเฟิงด้วย โชคดีที่กอลิล่าไม่ได้อยู่ที่ประตูรถไฟทางฝั่งเขาและกอลิล่ายักษ์ก็มีแค่ตัวเดียว คนที่ลงในสถานีนี้ค่อนข้างเยอะ ระหว่างที่เจ้ากอลิล่ายักษ์กำลังให้ความสนใจคนอื่นอยู่ เขารีบวิ่งออกจากสถานีรถไฟ
ถนนหน้าสถานีเต็มไปด้วยรถจอดเต็มไปหมด สภาพของรถยนต์แต่ละคันนั้นอยู่ในสภาพที่เสียหายหนัก รอยเลือดที่ยังไม่แห้งสาดกระจายอยู่เต็มรถ ดูแล้วน่าจะเป็นฝีมือของสัตว์ร้าย คราบเลือดที่ยังไม่แห้งและเศษอวัยวะอยู่เต็มพื้นถนน
"อ้ากกก ช่วยฉันด้วยย"
ชายที่วิ่งมาก่อนหน้าหลินเฟิง ถูกหมาป่ากัดเข้าที่ขา ในมือของเขาถือไม้เบสบอล ชายคนนั้นเอาไม้เบสบอลทุบไปที่หัวของหมาป่าหลายครั้ง แต่มันไม่เป็นผลและดูเหมือนมันออกจะรำคาญด้วย หมาป่าจึงเริ่มสะบัดหัวของมัน จนขาของเขาหลุดออกจากร่าง
"ม่ายยย ฉันเจ็บ ช่วยฉันด้วย"
คนที่อยู่รอบๆไม่มีใครขยับ พวกเขาไม่มีใครอยากเอาชีวิตตัวเองไปทิ้ง ไม่ว่าฝูงกระต่ายจะมีมากแค่ใหน พวกมันก็ไม่อาจฆ่าหมาป่าได้ โลกนี้ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ผู้แข็งแกร่งเป็นผู้ล่าและผู้อ่อนแอเป็นผู้ถูกล่า!
อาศัยจังหวะที่หมาป่าไม่ได้สนใจพวกเขา บางคนเรื่มวิ่งหนีออกไปตามถนน บางคนหารถที่ใช้การได้ หลินเฟิงกัดฟัน เขาวิ่งเข้าไปในป่าข้างถนน
เท่าที่เห็นหมาป่าที่อยู่ตรงนี้มีเพียงตัวเดียว หลินเฟิงคาดว่าพวกสัตว์ประหลาดมันจะต้องวิ่งตามรถที่ขับผ่านไป ถ้าวิ่งไปตามถนนก็ต้องเจอพวกมันแน่นอน ส่วนเรื่องหารถยนต์เพื่อขับไปนั้นเขาเลิกคิดถึงมันทันที ดูจากสภาพรถที่พังอยู่ตามถนนแล้ว ถ้าเขาขับไปชะตากรรมของเขาคงไม่ต่างกัน ถ้ารอเวลาอยู่ที่นี้ก็ไม่รู้ว่าเจ้ากอลิล่ายักษ์จะโผล่มาตอนใหน หลินเฟิงไม่รู้ว่าในป่านี้จะมีพวกมันอยู่รึเปล่า เขาไม่มีทางเลือกมากนัก พระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว ถ้าไม่มีแสงละก็จะทางใหนก็คือความตายเหมือนกัน
อีกอย่างหลินเฟิงเป็นห่วงพ่อแม่ของเขา กว่าพระอาทิตย์จะตกก็คงอีกสักครึ่งชั่วโมง ถ้าเขาวิ่งไปก็อาจจะทัน ทางที่จะไปหมู่บ้านของพ่อแม่เขา ปกติถ้าขับรถก็จะต้องอ้อมป่านี้ไปและระยะทางค่อนข้างไกลกว่ากันมาก แต่ถ้าวิ่งตรงผ่านป่านี้ไปก็จะถึงไร่ของพ่อแม่เขา
....
....
จนสุดท้ายหลินเฟิงก็มาหลบอยู่บนต้นไม้
โดยทั่วไปหลินเฟิงจะหลงระเริงในนวนิยายแนวเอาชีวิตรอด เขาไม่เพียงแต่ไม่มีการคัดค้าน แต่ยังโหยหามาก
อย่างไรก็ตามถ้าให้เขาพูดอีกครั้ง เขาคงจะพูดว่า ฉันเกลียดมัน! ฉันไม่ต้องการย้อนกลับไปสมัยโบราณ ที่มีแต่สัตว์ประหลาดเดินเต็มไปหมด ดูเสือตัวนั้นสิ มันเต็มไปด้วยพละกำลังและความกระหายเลือดของมัน ...
คุณกำลังหวังอะไรกับป่าแห่งนี้ มองไปที่สัตว์ดุร้ายเหล่านั้น มันสนใจแค่เนื้อและเลือดของคุณเท่านั้น หากคุณเผลอคุณจะตาย มันจะเคี้ยวร่างและทิ้งศพไว้ในถิ่นทุรกันดารแห่งนี้
ความหวังเดียวคือก้อนหินรูปไข่ข้างๆเขา - ดูเหมือนว่าจะเป็นซากดึกดำบรรพ์ของไข่ไดโนเสาร์
มันตั้งอยู่ที่ใจกลางโพรงต้นไม้ หลินเฟิงคิดว่ามันค่อนข้างแปลก ที่มีใข่มาตั้งอยู่ใจกลางโพรงขนาดใหญ่
หลินเฟิงผู้ซึ่งมีความเพ้อฝันมาตลอด มีเหตุผลเต็มร้อยที่จะเชื่อว่านี่คือนี้คือสิ่งที่พระเจ้ามอบให้กับตัวเอง
"พระเจ้าดูเหมือนว่าท่านยังคงไม่ทอดทิ้งฉัน เมื่อท่านปิดทางของฉัน ท่านยังคงหาทางออกจากสถานะการณ์นี้ให้ฉัน"
ในฐานะแฟนนิยายที่มีประสบการณ์ หลินเฟิงเริ่มคิดไปถึงความเป็นไปได้ที่ไข่ตรงหน้าเขาจะสามารถช่วยให้เขารอดตายได้
ก่อนอื่นเขาเอื้อมมือไปเคาะไข่ เขาเอียงหูไปฟังและไม่ได้ยินอะไรผิดปกติ
เขาวางนิ้วเข้าไปในปากและกัดมันลง - มันเจ็บ! เลือดหยดหนึ่งหยดลงบนไข่
วิธีการหยดเลือดลงบนสิ่งของเป็นวิธีที่พบมากที่สุดในนิยาย!
ตาของหลินเฟิงเต็มไปด้วยความคาดหวัง และเมื่อเห็นเลือดหยดนี้สัมผัสกับฟอสซิลมันก็เหมือนกับหยดน้ำบนฟองน้ำและละลายหายไปอย่างรวดเร็ว
"มันได้ผล!"
ดวงตาของหลินเฟิงสว่างขึ้นและจ้องไปที่ไข่ฟอสซิล รู้สึกว่าไข่ไดโนเสาร์นี้ยังมีชีวิตอยู่ และเขาก็รู้สึกได้ว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงของเขา
ในไม่ช้าก็มีบางอย่างเกิดขึ้น ไข่ฟอสซิลที่หลังจากดูดซับเลือดไปแล้ว ก็เริ่มเปล่งแสงเล็กน้อย แสงอ่อนมาก หลินเฟิงเห็นมันเริ่มขยับและขยับมากขึ้น
ตุบ!
ตุบ!
หลังจากเวลาผ่านไป ไข่ก็เริ่มขยับและค่อยๆพัฒนาเป็นจังหวะการเต้นของหัวใจ
มันมีชีวิต!
เห็นได้ชัดว่าไข่นี้ยังมีชีวิตอยู่
ตาของหลินเฟิงสว่างขึ้น เขาคาดหวังให้สัตว์เลี้ยงของเขาเกิดมา แต่ทันใดนั้นไข่ก็ใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนกับม่านและคลุมร่างของหลินเฟิง
หลินเฟิงหมดสติไปในทันที "แม่! ฉันไม่ได้คาดหวังให้สัตว์เลี้ยงของฉัน กินเจ้านายของมันในครั้งแรกที่ฟักออกมา"
หลินเฟิงที่หมดสติ ไม่เห็นเหตุการณ์หลังจากนั้น ไข่ใบใหญ่ห่อร่างเขาเอาไว้มันก็เริ่มเปล่งแสงสีแดงกระพริบ จากนั้น -
"ติ้ง -"
เสียงที่คมชัดดังขึ้น ตามมาด้วยด้วยเสียงเครื่องกล
"ฐานการผลิตอาวุธชีวภาพ เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ การสแกนยีนบุคคลที่เปิดใช้งานเป็นผู้สืบเชื้อสายและระบุพันธุกรรมตรงตามเงื่อนไข"
"วิ้งง -"
หลินเฟิงไม่ทราบว่าเขาเกือบเอาชีวิตของเขาไปสู่ความตายแล้ว หากผลของการสแกนประเภทพันธุกรรมของเขาไม่ตรงตามเงื่อนไข เขาก็จะตายในทันที
"ข้อมูลเริ่มถ่ายโอน!"
"ร่างกายเริ่มแปลงร่าง!"
เสียงเชิงกลของโปรแกรมกำลังดำเนินการอย่างเป็นระเบียบ
จากด้านนอก ไข่ใบใหญ่ที่กลืนหลินเฟิงเข้าไป มันก็สูงกว่าสองเมตร
หลังจากรุ่งเช้ามาถึงไข่ใบใหญ่ก็เปิดออกทันที
แกร๊ก!
หลินเฟิงเปลือยกายอยู่และเดินออกมาจากไข่ ร่างกายของเขาคลุมด้วยเมือกเหลว
เมื่อมองดูที่ร่างกายของเขา หุ่นของเขานั้นดูดีมากและกล้ามเนื้อของเขาก็สวยงาม มันดูแข็งแรงมาก มันไม่ใช่เรื่องที่พูดเกินจริง มันดูเหมาะสมและสะท้อนความงามของผู้ชายออกมาอย่างเต็มที่
เขาขยับแขนไปมา หลินเฟิงรู้เลยว่ากำลังของเขาเพิ่มขึ้น แต่ไม่มาก แค่ประมาณสองเท่า
หลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้หลินเฟิงรู้สึกดีมาก
ขณะที่อยู่ในไข่มีข้อมูลต่างๆถูกส่งเข้ามาในสมองของหลินเฟิง ทำให้เขารู้ว่า ไดโนเสาร์ที่มีชื่อเสียงตั้งแต่สมัยโบราณไม่ได้เป็นสายพันธุ์ที่วิวัฒนาการตามธรรมชาติ แต่เป็นอาวุธต่อสู้ทางชีวภาพ
มันเป็นเทคโนโลยีชีวภาพอันทรงพลัง
ไข่ยักษ์ที่เหมือนฟอสซิลนี้เป็นฐานการผลิตอาวุธชีวภาพ
ความอยู่รอดเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของเขา
หลังจากที่หลินเฟิงออกมาจากไข่แล้ว ตัวไข่เริ่มที่จะขยายอย่างช้าๆ ตอนนี้ไข่ดูเหมือนสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ที่มีความสูงกว่า 3 เมตร
หลินเฟิงหยิบกระเป๋าของเขาและออกมาจากโพลงของต้นไม้ทันที พอออกมาแล้วเขามองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นสัญญาณของสิ่งมีชีวิต หลินเฟิงปีนลงจากต้นไม้ เขาหยิบเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าและสวมใส่ทันที
เปลือกไข่เป็นเหมือนกับน้ำ ขณะที่มันขยายเรื่อยๆ มันค่อยๆกลืนต้นไม้ไปเรื่อยๆ ไข่ยักษ์ขยายจนกลืนต้นไม้ยักษ์ลงไปและเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นหอคอยรูปกรวย
“ การก่อสร้างฐานแรกของฐานการผลิตอาวุธชีวภาพเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันมีไข่ 10 ฟอง และพลังงาน 1,000 หน่วย”
"ฐานระดับแรกมีความสามารถในการป้องกันทางอากาศและการป้องกันภาคพื้นดิน"
“ กำลังการผลิตของฐานระดับแรกสามารถผลิต 10 ฟองต่อวันและใช้พลังงาน100 หน่วยในการผลิตไข่แต่ละฟอง”
หลินเฟิงเป็นเจ้าของฐานการผลิตอาวุธชีวภาพ ฐานทั้งหมดเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของร่างกายของเขา เขาสามารถสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของไข่แต่ละฟอง ตอนนี้มีไข่จำนวน 10 ฟองที่ถูกปล่อยออกมาอย่างเรียบร้อยอยู่ภายในหอคอย
หลังจากไข่แต่ละฟองฟักมันจะเป็นกองทัพที่ใช้ในการต่อสู้!
กำลังการผลิตของฐานสามารถผลิต 10 ฟองต่อวันซึ่งหมายความว่าหากมีทรัพยากรเพียงพอ ฐานสามารถฟักไดโนเสาร์ 10 ตัวในทุกวัน ถึงอาจจะฟังดูไม่มากแต่ถ้าคิดว่าผ่านไป10วันเขาจะมีกองทัพไดโนเสาร์ 100 ตัว ความเร็วนี้เพียงพอที่จะทำให้ศัตรูของเขารู้สึกหมดหวัง
“ ประเภทที่ปัจจุบันสามารถฟักได้คือ”
"แรปเตอร์ มีความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดที่แข็งแกร่งและความเร็วที่ดี การฟักต้องใช้ไข่ 1 ฟองพลังงาน 10 หน่วย เวลาฟักตัว 10 นาที"
"ไดโลโฟซอรัส มีความสามารถในการต่อสู้ระยะไกลที่ยอดเยียมและมีความเร็วที่ดี หดคอเพื่อพ่นพิษกัดกร่อน ระยะการโจมมตีระดับแรก 100 เมตร ไดโลโฟซอรัสแต่ละตัว สามารถพ่นพิษอย่างต่อเนื่องห้าครั้งต่อวัน หรือเติมพลังงานโซลูชั่น การฟักไข่ ต้องใช้ไข่ 1 ฟอง พลังงาน 50 หน่วย เวลาฟักตัว 30 นาที "
"ไดมอร์โฟดอน หน่วยสืบสวน มีดวงตาขนาดใหญ่ วิสัยทัศน์ไกล มีแข็งแกร่งมีความเร็วที่รวดเร็วและความสามารถในการซ่อนตัวที่ดีเยี่ยมและสามารถส่งข้อมูลที่ตรวจพบกลับไปยังฐานผ่านคลื่นสัญญาณ ระยะการทำงานของมันคือ 50 กม. การฟักต้องใช้ไข่ 1 ฟอง พลังงาน 20 หน่วย เวลาฟักตัว 15 นาที "
"เฮเทอโรดอนต์ เป็นหน่วยพื้นฐานของการเก็บเกี่ยวพลังงาน มีความสามารถในการเคี้ยวที่แข็งแกร่งและฟันที่แตกต่างกันทำให้สามารถกัดสิ่งต่างๆ สามารถย่อยสลายทรัพยากรต่าง ๆ รวมทั้งพลังงานชีวภาพพลังงานแร่ ฯลฯ โอนกลับไปที่ฐาน การฟักไข่ต้องใช่ไข่ 1 ฟอง พลังงาน 10 หน่วย เวลาการฟักตัว 10 นาที "
“ ฐานแรกของฐานการผลิตอาวุธชีวภาพสามารถสร้างฐานย่อยได้ ฐานย่อยไม่สามารถสร้างฐานย่อยที่มีกำลังการผลิตเท่ากันได้ การก่อสร้างฐานย่อยนั้นต้องใช้พลังงาน 1 ล้านหน่วยและเหล็ก 1000 กิโลกรัม”
"เงื่อนไขการอัพเกรดฐาน: จำนวนฐานย่อยถึง 5 ฐาน การอัพเกรดต้องใช้พลังงาน 5 ล้านหน่วย เหล็ก 3000 กิโลกรัม และทองคำ 100 กิโลกรัม"
ฐานต้องการโลหะ จะเห็นได้ชัดว่าจำเป็นต้องมีการอัพเกรด เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานเหล่านี้
แน่นอนสำหรับหลินเฟิงเขาไม่จำเป็นต้องรู้หลักการมากมาย และเขาขี้เกียจเกินไปที่จะไตร่ตรองอะไร
สัตว์ทั้งสี่ประเภทที่ฐานระดับแรกสามารถสร้างได้ทำให้หลินเฟิงรู้สึกตื่นเต้น แรปเตอร์, ไดโลโฟซอรัส, ไดมอร์โฟดอน , เฮเทอโรดอนต์... พวกมันทั้งหมดเป็นสิ่งมีชีวิตในตำนาน!
____________________________________