ขอซื้อที่นั่ง

ฟางจือหยูใช้เวลาสักพักในการพูดคุยทางโทรศัพท์กับจ้วงหยิงว่าเขาไม่ได้เป็นบ้าหรือป่วย แต่พฤติกรรมในตอนนี้ของเขานั้นถือว่าแตกต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาเฝ้าบอกกับตัวเองว่าอย่าทำตัวเกินจริงในชีวิตประจำวัน ให้ใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาต่อไป กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เขากลายเป็นคนใช้เงินฟุ่มเฟือยเหมือนกับพวกมหาเศรษฐีคนอื่นๆแล้ว?

  

แน่นอนว่าที่จ้วงหยิงพูดจาขัดฟางจือหยูก็เพื่อสนองความสุขของตัวเองเท่านั้น เธอไม่ได้กังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการใช่เงินฟุ่มเฟือยของฟางจือหยูเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเธอรู้ดีว่าเขาคือคนที่มีความมั่งคั่งมหาศาลจนไม่มีวันใช้ได้หมดในชั่วชีวิตนี้

  

เนื่องจากอีกไม่นานจะเป็เวลาบ่ายสาม ฟางจือหยูจึงเดินมารออยู่ที่บูธของแพลตฟอร์มแบบมบูไลฟ์ โดยบูธแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดิจิทัลจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังมีการนำเหล่านักไลฟ์สตรีมยอดนิยมมากมายมาพบกับผู้ติดตาม

  

ดังนั้น บูธของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งต่างๆในไชน่าจอยจึงไม่ได้ต่างไปจากงานแฟนมีตติ้งขนาดใหญ่เลย



คืนก่อนวันเริ่มงาน หวังฉงได้เตรียมคอนเสิร์ตขนาดใหญ่เอาไว้แล้ว เพื่อให้เหล่านักไลฟ์สตรีมได้ขึ้นมาโชว์ความสามารถของตัวเองบนเวที

  

แม้ว่ากัวซินหยู่จะโด่งดังและเป็นนักไลฟ์สตรีมยอดนิยมได้เพียงแค่ไม่กี่วันก็ตาม แต่จากฝีมือการร้องและเล่นเปียของเธอ ประกอบกับการที่เธอไม่เคยแสดงใบหน้าให้เหล่าผู้ติดตามได้เห็นมาก่อนเลย ผู้คนจึงมารอชมเธออย่างมากมาย ซึ่งส่งผลให้สถานที่จัดแสดงโชว์ของแบบบูไลฟ์ไม่เหลือที่ว่างแม้แต่นิดเดียว

  

ที่นั่งทั้งหมดเต็ม และที่ว่างในงานก็ล้วนแต่มีคนยืนอยู่ ควบคู่ไปกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ยืนล้อมรอบๆ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองเห็นหน้านักแสดงถ้าไม่ได้อยู่ข้างใน

  

อย่างไรก็ตาม เรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับฟางจือหยูเลย เพราะเขาได้รับของดีจากหวังฉงก่อนที่จะกลับมาเข้าร่วมงาน

  

“ขอโทษนะครับ ตอนนี้คนเต็มแล้ว คุณไม่สามารถเข้าไปข้างในได้!” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหยุดฟางจือหยูเอาไว้

  

เมื่อเห็นว่าเป็นเช่นนี้ ฟางจือหยูจึงหยิบการ์ดใบเล็กๆที่มีคำว่า "บัตรวีไอพี" ออกมาจากกระเป๋าของตัวเอง หวังฉงบอกกับเขาเอาไว้ว่าเพียงแค่โชว์บัตรใบนี้ เขาจะสามารถเดินเข้าไปได้ทุกที่ในสถานที่จัดงานได้อย่างง่ายดาย

  

“ขออภัยครับท่าน เมื่อกี้ผมหุนหันพลันแล่นเกินไป เชิญท่านเข้าไปในงานได้เลยครับ!” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเปิดทางให้ฟางจือหยูเดินเข้าไปในทันที

  

ต้องรู้ว่าบัตรวีไอพีใบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆจะหามาได้ ผู้ที่ถือครองมันอย่างน้อยจะต้องเป็นคนใหญ่คนโตที่ลงทุนกว่าหลายสิบล้านหยวนหรือเป็นคนที่มีสถานะพิเศษ เป็นตัวตนยิ่งใหญ่ที่ใครก็ห้ามไปทำให้เขารู้สึกขุ่นเคืองเด็ดขาด

  

แม้ว่าฟางจือหยูจะเดินเข้าไปในงานได้ แต่ก็ไม่มีที่เหลือให้เขานั่งเลย



ฟางจือหยูเดินไปตรงกลางของแถวหน้าที่มีคู่หนุ่มสาวกำลังนั่งกินขนมอยู่ และหลังจากมองเห็นเสื้อผ้าของทั้งสองคน เขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าพวกเขาไม่ใช่คนที่มีฐานะร่ำรวย

  

“เฮ้ พี่ชาย เรามาคุยกันหน่อยสิ!” ฟางจือหยูตบไหล่ชายหนุ่มที่มีอายุราวๆคราวเดียวกับเขา

  

“มีอะไร?” ชายหนุ่มกำลังคุยกับแฟนสาวของเขาอย่างสนุกสนาน แต่จู่ๆเขาก็ถูกฟางจือหยูขัดจังหวะ สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

  

“ฉันขอที่นั่งตรงนี้ได้หรือเปล่า?”

  

“นี่นายจะบ้าหรือไง” ชายหนุ่มตะโกนใส่แล้วหันหัวหนีทันที ต้องรู้ว่าเพื่อที่จะได้ตำแหน่งนี้มา เขาต้องเริ่มเข้าคิวนอกสถานที่ตั้งแต่ตอนตีห้า และเขาต้องวิ่งแข่งกับคนอื่นอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อชิงที่นั่งแถวหน้าตรงกลางมา เขาจะยอมยกให้คนอื่นได้ยังไงกัน?

  

“ฉันจะจ่ายให้เอง!”

  

ชายหนุ่มยังคงเพิกเฉยใส่เขาเหมือนเดิม แต่หญิงสาวหันกลับมาแล้วถามอย่างรวดเร็ว "คุณจะจ่ายให้เราเท่าไหร่"

  

“100,000 หยวน!” ฟางจือหยูตอบทันที

  

“หยุนหยุน กว่าฉันจะจองที่นั่งตรงนี้ได้ฉันต้องลำบากมากเลยนะ เราไม่...”

  

“แป๊ะ!” หญิงสาวตบหัวชายหนุ่ม “นี่นายโง่หรือไง เขาขอซื้อที่นั่งของเราในราคา 100,000 หยวนเลยนะ!”

  

100,000 หยวนเป็นเงินก้อนโตสำหรับคนที่อยู่ในวัยเรียน ด้วยการวางแผนเพียงเล็กน้อย คุณสามารถนำเงินก้อนนี้ไปใช้เที่ยวเล่นได้หลายประเทศ ได้รับจำนวนเงินเท่านี้เพียงแค่สละที่นั่งอย่างงั้นหรอ คุ้มกว่านี้มีอีกหรือเปล่า?

  

“คุณต้องการกี่ที่นั่งหรอคะ” หญิงสาวถามอย่างตื่นเต้น เธอกลัวว่าฟางจือหยูจะเปลี่ยนใจกะทันหัน

  

"ที่เดียวก็พอแล้ว!"

  

“ตกลง ฉันจะขายที่นั่งนี้ให้คุณเอง แต่ฉันไม่รับเงินผ่อนนะ!”

  

“ไม่ต้องห่วง คุณแสดงคิวอาร์โค้ดรับเงินมาได้เลย!” ฟางจือหยูพูดอย่างสบายๆ

  

ซึ่งหญิงสาวก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอออกมา เปิดคิวอาร์โค้ด และยื่นออกไปให้ทันที หลังจากเกิดการสั่นสะเทือนของโทรศัพท์มือถือ เธอก็พบว่าในบัญชีของเธอมีเงินเพิ่มขึ้นมา 100,000 หยวน!

  

“เงินเข้าเรียบร้อยแล้ว งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ!” หญิงสาวรีบคว้ากระเป๋าของเธอและลุกออกจากที่นั่งทันที ราวกับว่าเธอกลัวฟางจือหยูจะเปลี่ยนใจและขอให้โอนเงินคืน...

  

“มีเงินนี่มันดีจริงๆเลย!” ฟางจือหยูนั่งลงอย่างสบายใจ และแน่นอนว่าทุกคนที่อยู่รอบๆตัวเขานั้นเห็นเรื่องการซื้อที่นั่งด้วยเงินจำนวน 100,000 หยวนอย่างชัดเจน

  

“ดูสิ ถ้านายวิ่งเร็วกว่านี้ เงิน 100,000 หยวนก็คงจะตกเป็นของพวกเราแล้ว!” ข้างหลังฟางจือหยูมีเสียงของคู่หนุ่มสาวดังขึ้นมา

  

อย่างไรก็ตาม ตัวเขานั้นไม่ได้สนใจอะไรเลย เพราะตอนนี้การแสดงโชว์ของคนที่อยู่บนเวทีได้จบลงไปแล้ว และตามเวลา คนที่จะปรากฏตัวต่อไปบนเวทีก็คือกัวซินหยู่!



“ผมรู้ดีว่าทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งตารอชมการแสดงรอบถัดไป” พิธีกรเดินมากลางเวทีและพูดต่อ “เมื่อไม่นานมานี้ แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแบมบูไลฟ์มีนักไลฟ์สตรีมคนหนึ่งได้ทะยานสู่การเป็นที่นิยมอันดับต้นๆอย่างรวดเร็ว และนี่เป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของเธอต่อหน้าผู้คน ขอเชิญชมการร้องเและเล่นเปียโนเพลง " โจรสลัดของแคริบเบียน" โดยคุณหยู่!

  

“เฮ้!” ผู้ติดตามในกลุ่มผู้ชมโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นทันที

  

“บอสหลู่ ไม่สิ ต้องเรียกว่าท่านประธานหลู่ ตอนนี้ท่านประธานหลู่อยู่ที่ไหน!”

  

"คุณหลู่ ฉันรู้นะว่าคุณก็มาชมซินหยู่จังเล่นเหมือนกัน!"

  

ตราบใดที่พวกเขาเป็นผู้ติดตามของซินหยู่ พวกเขาจะรู้ว่ามีผู้ติดตามที่ร่ำรวยมากคนหนึ่งคอยส่งของขวัญให้ซินหยู่อยู่เป็นประจำ เขาคนนั้นก็คือ "หลินเซินเจี้ยนหลู่" แต่ไม่ว่าพวกเขาจะมองหาสักนานแค่ไหน พวกเขาก็ไม่เห็นวี่แววของคนที่น่าจะเป็นมหาเศรษฐีเลย

  

เวทีนี้ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ หลังจากเสียงของพิธีกรจบลงได้ไม่นาน แท่นที่อยู่ใต้เวทีก็ค่อยๆยกเปียโนคริสตัลขึ้นมา และบริเวณหน้าเปียโนก็เผยให้เห็นหญิงสาวสวมชุดสีขาวที่สวยดุจดังนางฟ้าบนสวรรค์

  

ร่างของกัวซินหยู่นั้นสูงราวๆ 165 เซนติเมตร ผมยาวสีดำสยายอยู่ข้างหลัง และสวมมงกุฎคริสตัลอยู่บนหัว เธอขยับนิ้วที่เรียวยาว และเสียงเปียโนอันแสนไพเราะก็ดังขึ้นมา

  

หน้าตาของเธอไม่เหมือนคนดังในอินเทอร์เน็ตคนอื่นๆ ใบหน้าของเธอเป็นรูปไข่ ตา จมูก และปากมีสัดส่วนพอเหมาะ ทุกสิ่งทุกอย่างดูไม่โดดเด่นเป็นพิเศษ แต่มันกับสวยงามอย่างมากเมื่ออยู่บนใบหน้าของเธอ

  

การปรากฏตัวครั้งนี้ของเธอทำลายภาพลักษณ์ที่ทุกคนต่างคิดว่าเธอคือ "เฉียวปี่โหลว" อย่างสมบูรณ์ และในความเป็นจริง เธอสามารถดึงดูดแฟนๆจำนวนมากได้ด้วยรูปลักษณ์ของเธอ!

  

หลังจากเพลงแรกจบลง เธอก็เล่นเปียโนและร้องเพลงอีกสองสามเพลง ซึ่งฟางจือหยูก็สังเกตเห็นว่าเพลงที่เธอนำมาร้องนั้นเป็นเพลงที่เขาเคยขอให้เธอร้องทั้งหมดเลย!

  

การแสดงดำเนินไปเกือบครึ่งชั่วโมง เสียงปรบมือ เสียงเชียร์ และคำชมจากผู้ชมแทบไม่จางหายไประหว่างงาน ก่อนที่กัวซินหยู่จะก้าวลงจากเวที เธอเดินไปที่กลางเวทีและโค้งคำนับให้ผู้ชมอย่างสุดซึ้ง ในขณะนั้นเอง สายตาของเธอก็สบกับสายตาของฟางจือหยู!

  

มุมปากของฟางสือหยูยกขึ้นจนเผยเป็นรอยยิ้ม และกัวซินหยู่ก็แสดงรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ออกมาเช่นกัน



แม้ว่าทั้งสองคนจะไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนเลยก็ตาม แต่ในเวลานี้พวกเขารู้สึกเหมือนกับว่ารู้จักกันมาเป็นเวลานาน บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า ความเข้าใจในตัวของคนที่ชื่นชอบอย่างถ่องแท้



ตอนก่อน

จบบทที่ ขอซื้อที่นั่ง

ตอนถัดไป