บริษัทเทคโนโลยีเล่ยถิง
ในขณะที่ถิงหมิงหุยรู้สึกกังวลจนหัวใจแทบจะเข้าสู่สภาวะล้มเหลว รถที่ขับมาอย่างนุ่มนวลตลอดทั้งทางก็หยุดลง นี่คือชุมชนอุตสาหกรรมไฮเทคในใจกลางเมืองเจียงหนาน บริษัทที่มีชื่อเสียงเกือบทั้งหมดล้วนแต่ก่อตั้งขึ้นในสถานที่แห่งนี้ทั้งสิ้น
บริษัทที่จะสามารถอยู่รอดได้จะต้องมีรากฐานที่แข็งแกร่งหรือมีอำนาจที่สูงส่งต่อผู้คน เป็นไปได้มั้ยว่าบริษัทเกมของถิงหมิงหุยอยู่ในที่แห่งนี้?
รถหยุดอยู่หน้าตึกใหญ่ แม้ว่าตึกนี้จะไม่งดงามเท่าบริษัทเกมชั้นนำอย่างเนเทรดเล่ยหัว แต่ตัวอาคารนั้นสูงมากกว่าสิบชั้น และการออกแบบที่วิจิตรงดงามเช่นนี้ก็ทำให้เขารู้ได้เลยว่าต้องเป็นฝีมือของดีไซเนอร์ชั้นสูง เกรงว่าตึกนี้คงจะมีราคาหลายสิบล้านหยวน ไม่สิ บางทีอาจจะมากถึงหนึ่งร้อยล้านหยวนเลยก็เป็นได้
“ท่านถิง ผมคงต้องขอตัวไปจอดรถก่อน ผู้จัดการฟางรอคุณอยู่ที่ห้อง ท่านเข้าไปพบกับเขาได้เลยครับ!” คนขับรถโค้งคำนับและขับรถไปที่โรงรถใต้ดินของอาคาร
“นี่…” ถิงหมิงหุยเหมือนกับคนที่สูญเสียกระดูกสันหลัง เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำยังไงต่อไป
เขาเคยมาที่เขตอุตสาหกรรมไฮเทคนี้กับเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆมาก่อน และเขาจำได้ว่าอาคารนี้เป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีเล่ยหยุน! แม้ว่าบริษัทนี้จะไม่ใช่บริษัทชั้นนำ แต่ธุรกิจของบริษัทครอบคลุมตั้งแต่เกมพีซีไปจนถึงเกมมือถือ และบัญชีที่ดำเนินการรายเดือนก็สูงถึงหลายหมื่นล้าน
คุณต้องรู้ว่าบัญชีปัจจุบันของเกมมือถือที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดในประเทศจีนมีเพียง 2 พันล้านต่อเดือน ดังนั้น บริษัทนี้จึงมีการแข่งขันสูงมาก แน่นอนว่าอัตราการเติบโตของผลงานและการโปรโมตก็สูงมากเช่นกัน
ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฟางจือหยูได้มาเป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัทนี้? แม้ว่าเขาจะมีความมั่งคั่งมากก็ตาม แต่เขาจะมีอำนาจที่ถึงขั้นทำให้ทั้งบริษัทร่วมแสดงละครกับเขาเลยอย่างงั้นหรอ?
“เสี่ยวถิง รีบพาพวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ!” หวางหยานอดกลั้นความอยากรู้ของตัวเองเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอจะได้เข้าไปในอาคารของบริษัทที่งดงามเช่นนี้
"เสี่ยวถิง นี่เป็นบริษัทของเธอจริงๆหรอ" ฟู่ฉางหงยังไม่อยากจะเชื่อ
“นั่นสิ ฉันเองก็อยากรู้เรื่องนี้เหมือนกัน!” เหมิงเสี่ยวหยางเห็นถิงหมิงหุบยืนนิ่งอยู่หน้าอาคาร และความสงสัยของเขาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ “ทำไมนายไม่เข้าไปสักที นี่คงไม่ใช่การจัดฉากให้คนขับรถมารับเพื่อหลอกคุณลุงกับป้าใช่มั้ย บอกตามตรงเลยคือฉันสงสัยในตัวตนของนายมาก!”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ถิงหมิงหุยก็ยิ่งรู้สึกประหม่าหนักมากกว่าเดิม เขาเป็นเพียงแค่นักศึกษาจะสามารถดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของบริษัทเกมขนาดใหญ่แบบนี้ได้ยังไง? ถ้าเดินเข้าไปเรื่องทั้งหมดจะต้องถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน เอายังไงดี ฉันควรทำยังไงดี?
“เข้าไปกันเถอะ!” ฟู่จือเดินไปหาถิงหมิงหุยและจับมือของเขา “ ฟางจือหยูบอกว่าเขาได้จัดการทุกอย่างแล้วไม่ใช่หรือไง เชื่อใจในตัวเพื่อนของคุณหน่อยสิ?”
“อื้ม!” ถิงหมิงหุยพยักหน้า ตอนนี้เขาอยู่ในสถานการณ์ที่เหมือนกับว่ากำลังนั่งอยู่บนหลังเสือ ถ้าเขาไม่เข้าไป มันจะเป็นการพิสูจน์ทุกอย่างว่าทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องหลอกลวงเท่านั้น และสถานการณ์ระหว่างเขากับครอบครัวของฟู่จือก็จะยิ่งแย่ลงไปมากกว่าเดิม
“สวัสดีครับ ท่านถิง!” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองคนโค้งคำนับและเปิดประตูให้พวกเขา
ซึ่งเมื่อได้ยินการเรียกอย่างสุภาพแบบนี้ ถิงหมิงหุยก็ตะลึงทันที เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนนี้รู้จักเขาได้ยังไง? เขาไม่เคยอยู่ในบริษัทเกมนี้มาก่อน เรื่องทั้งหมดมันเป็นมายังไงกันแน่?
ในขณะที่เขากำลังสงสัย พนักงานหนุ่มที่ผ่านไปผ่านมาก็ทักทายเขาด้วยความเคารพ เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าทุกคนในบริษัทรู้จักเขาเป็นอย่างดี แต่เขาไม่รู้จักคนเหล่านั้นแม้แต่คนเดียวเลย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน เต็มไปด้วยความมึนงง และเต็มไปด้วยความหวาดกลัว!
“หมายความว่ายังไง?” ถิงหมิงหุยเดินไปที่แผนกต้อนรับของบริษัทด้วยความมั่นใจ โดยทั่วไปแล้ว ใบอนุญาตประกอบกิจการของทุกบริษัทจะถูกติดไว้ที่นี่!
"บริษัทเทคโนโลยีเล่ยถิง ตัวแทนทางกฎหมาย: ถิงหมิงหัว!" เมื่อถิงหมิงหัวเห็นชื่อด้านบน เขาก็รู้สึกราวกับว่าถูกค้อนขนาดใหญ่ทุบเข้าที่หัวอย่างรุนแรง เขาเป็นนิติบุคคลของบริษัทนี้จริงๆ แต่นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปมั้ย?
"นี่มันบริษัทจดทะเบียนไม่ใช่หรือไง" เหมิงเสี่ยวหยางตกตะลึง กระบวนการตั้งแต่การจดทะเบียนไปจนถึงการจัดหาเงินทุนสำหรับบริษัทที่จะเผยแพร่ออกสู่สาธารณะอาจกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องที่ยากมากที่สุด เป็นเรื่องปกติที่บริษัทธรรมดาจะใช้เวลามากกว่าสิบปี และมีหลายคนที่ต้องเสียชีวิตเพราะความยากลำบากระหว่างทาง
ถิงหมิงหุยอายุเท่าไหร่? เขาเริ่มธุรกิจของตัวเองตั้งแต่ที่เขาอยู่ในมหาวิทยาลัยเลยงั้นหรอ? ทุนเริ่มต้นของเขาอยู่ประมาณไหน นอกจากนี้ ถ้าเริ่มตั้งแต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็เพิ่งจะผ่านมาเพียง 3 ปีเพียงเท่านั้น เขาใช้เวลาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทจนถึงเข้าจดทะเบียนบริษัทเพียงแค่ 3 ปีเนี่ยนะ!
“ไม่มีทาง บางทีนี่อาจจะเป็นแค่คนที่มีชื่อเหมือนกันก็ได้!” เหมิงเสี่ยวหยางยังคงไม่เชื่อ แต่เมื่อเขาเห็นภาพในใบอนุญาต เขาก็ถึงกับพูดไม่ออก เพราะชายในภาพนั้นเหมือนกับถิงหมิงหุยไม่มีผิดเลย
“นี่… เสี่ยวถิง นี่คือบริษัทของเธอจริงๆงั้นหรอ?” ฟู่ฉางหงอดไม่ได้ที่จะถามคำถามเดิม
“มันไม่ใช่ของผมคนเดียวหรอกครับ ผมร่วมทำกับเพื่อนอีกสองสามคน…” ถิงหมิงหุยไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะชื่อของบริษัทนี้เพิ่งจะได้รับการจดทะเบียนโดยพวกเขาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ทำไมถึงสามารถจดทะเบียนเต็มรูปแบบได้ล่ะ?
แม้ว่าจะสงสัยและไม่อยากจะเชื่อ แต่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจและรายชื่อบุคลากรระดับสูงจำนวนมากนั้นได้ยืนยันว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทเล่ยถิงจริงๆ เพราะชื่อของฟางจือหยู, ฟู่จุน และเฉิงไคก็อยู่ในรายการนี้ด้วย
เหมือนกับว่าจู่ๆทั้งบริษัทก็ย้ายจากอาคารสำนักงานที่มีพื้นที่เพียงไม่กี่ร้อยตารางเมตรมาที่อาคารบริษัทเกมนี้ การดำเนินการที่เหลือเชื่อนี่มันอะไร?
ผู้หญิงที่ดูเหมือนเลขาในชุดสูททางการเดินเข้ามาหาพวกเขา "ท่านถิง นี่เป็นใบแจ้งยอดบัญชีของเดือนที่แล้ว บัญชีที่กำลังดำเนินการของเกมมือถือใหม่ที่เราเปิดตัวเมื่อหกเดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนนี้ด้วยจำนวน 1.2 พันล้าน ส่วนเกมอื่นๆที่กำลังดำเนินการอยู่มีการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ทันเดอร์เวิลด์ 830 ล้าน แฟนตาซี ล็อต ซิตี้ 250 ล้าน..."
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ ร่างกายพ่อแม่ของฟู่จือและเหมิงเสี่ยวหยางก็สั่นอย่างรุนแรง แม้จะยังไม่ได้รับการระบุอย่างเป็นทางการจากหญิงสาวในชุดสูท แต่ตัวเลขเหล่านี้รวมกันแล้วน่าจะมากกว่า 2 หมื่นล้านใช่มั้ย? แม้ว่าจะเป็นเพียงการดำเนินการ แต่มันบ่งบอกได้ถึงความสามารถและศักยภาพของบริษัทอย่างชัดเจน ชายหนุ่มพัฒนาบริษัทให้อยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไรในเวลาเพียงไม่กี่ปี?
ดวงตาพ่อแม่ของฟู่จือที่จับจ้องถิงหมิงหุยนั้นอ่อนโยนมากขึ้นกว่าเดิมทันที มันเป็นสายตาเช่นเดียวกับผู้ปกครองที่มองดูลูกเขยในอนาคต ตรงกันข้าม เหมิงเสี่ยวหยางนั้นรู้สึกเหมือนกับถูกตบหน้าอย่างแรง
“ผู้จัดการฟางอยู่ที่ไหน” ถิงหมิงหุยถาม
“ผู้จัดการฟางรอท่านอยู่ในห้องสำนักงานค่ะ เขาสั่งให้ฉันพาท่านไปที่นั่นทันทีที่ท่านมาถึง และตอนนี้ซีอีโอของบริษัทอื่นๆก็อยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน!”
“แล้วคนที่มากับฉัน..”
“ไม่ต้องเป็นห่วง!” เลขากวักมือเรียกพนักงานแผนกต้อนรับ “เสี่ยวซู เธอมาดูแลแขกของท่านถิงที!”
“โอเคพี่ชู ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง!”
“งั้นฉันขึ้นไปก่อนนะ” ถิงหมิงหุยพูดกับฟู่จือ เขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจนแทบรอไม่ไหวแล้ว
“ติ๊ง!” ลิฟต์เปิดออก จากนั้นเลขาก็พาเขาไปที่ประตูสำนักงาน “ท่านถิง ผู้จัดการฟางและคนอื่นๆ อยู่ข้างใน เชิญท่านเข้าไปได้เลย ฉันต้องไปทำงานอย่างอื่นต่อ”
“โอเค ขอบคุณมาก!” ถิงหมิงหุยพยักหน้าและเดินเข้าไป
แต่ซีอีโออยู่ที่ไหนล่ะ? ห้องประชุมนี้มีเพียงฟางจือหยู, ฟู่จุน และเฉิงไคเพียงเท่านั้น ทั้งสามคนกำลังนั่งอยู่บนโซฟาและมองเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
เฉิงไคยกกาแฟในมือขึ้นและพูดว่า "ไงหมิงหุย เป็นประสบการณ์ที่วิเศษมากเลยใช่มั้ยล่ะที่จู่ๆก็มีบริษัทใหญ่โตแบบนี้เป็นของตัวเอง"