เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว

“สวัสดีกัปตันฟาทอลิกและรองกัปตันนอวิก!” จ้วงหยิงมือจับมือกับหนุ่มรัสเซียสุดหล่อ “ ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง ชีวิตในประเทศจีนของพวกคุณโอเคกันดีมั้ย?”



“โอ้ มันดีมากเลยล่ะคุณจ้วงหยิง!” กัปตันฟาทอลิกพูด งานของพวกเขาในทุกๆวันนั้นง่ายมาก เพราะนอกเหนือจากการฝึกฝนตัวเองแล้วก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรอีกเลย



ปีนี้เป็นปีที่สองของพวกเขาแล้วที่ได้มาอาศัยอยู่ในประเทศจีนในฐานะคนขับเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวให้กับคนของตระกูลฟาง แต่ในช่วงสองปีผ่านมานั้นพวกเขาไม่เคยได้ไปส่งใครเลย แถมยังคงได้รับเงินเดือนที่มหาศาลตามปกติเหมือนเดิม กล่าวได้เลยว่าเป็นชีวิตที่ผู้คนต่างรู้สึกอิจฉา



“ท่านคงจะเป็นนายน้อยฟางสินะครับ” กัปตันฟาทอลิกจับมือกับฟางจือหยู “ท่านฟาง พวกเราจะเป็นคนให้บริการท่านในการเดินทางครั้งนี้ และพวกเราสัญญาว่าจะมอบประสบการณ์การบินที่ดีที่สุดให้กับท่าน!”



“งั้นขอฝากตัวด้วยนะ!” ฟางจือหยูจับมือพวกเขาทีละคน ซึ่งในตอนที่ได้จับมือกับเหล่าแอร์โฮสเตส เขาก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยว่านิ้วของพวกเธอถูไปมาเบาๆในฝ่ามือของเขา และดวงตาของพวกเธอก็เต็มไปด้วยความเสน่ห์หา



ฟางจือหยูเคยได้ยินคนอื่นพูดว่าท่าทางแบบนี้เป็นสัญญาณพิเศษของผู้หญิง ซึ่งหมายความว่า...



แม้ว่าพวกเธอจะเป็นแอร์โฮสเตสระดับมิสเวิลด์ แต่พวกเธอต่างก็รู้ดีว่าตัวเองไม่มีทางที่จะสวยสดงดงามได้ตลอดไป เมื่ออายุมากขึ้น ความแก่จะทำให้ความงามที่เป็นจุดขายของพวกเธอนั้นจางลง และมันจะส่งผลกระทบต่อบั้นปลายของชีวิตอย่างแน่นอน ดังนั้น การได้เป็นแฟนกับมหาเศรษฐีจึงเป็นความต้องการและความฝันสู.สุดของพวกเธอ



ขอเพียงแค่ฟางจือหยูบอก แอร์โฮสเตสทั้งหกคนก็พร้อมที่จะถวายตัวให้ทันที



ฟางจือหยูรีบดึงมือของตัวเองกลับมา มันไม่ใช่ว่าสาวงามทั้ง 6 คนนี้ไม่ถูกใจเขาแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะว่าเขาไม่ใช่คนที่จะสามารถทำอะไรแปลกๆกับคนที่เพิ่งรู้จักได้เพียงไม่กี่นาที



“ฟาทอลิก คุณช่วยตรวจสอบเครื่องบินเจ็ตอีกที ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดีเราจะออกเดินทางกันเลย!” ฟางจือหยูให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก



“ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ท่านฟางเชิญเดินตามผมมาได้เลยครับ!”



ฟาทอลิกนำทางและพาพวกเขาเข้าไปในเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว



“นี่...นี่คือเครื่องบินเจ็ตจริงๆอย่างงั้นหรอ?” ฟางจือหยูอดไม่ได้ที่จะโพล่งออกมา



การตกแต่งภายในของห้องโดยสารถูกแบ่งออกเป็นห้องที่กว้างขวางและสว่างสดใส สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาคือห้องนั่งเล่น โซฟา โต๊ะกาแฟ ทีวี และอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งหมดมีอยู่ในห้องห้องนี้



“เฟอร์นิเจอร์และพื้นไม้ต่างๆทำด้วยหนานมู่สีทองและไม้มะฮอกกานีคุณภาพสูง ตามคำขอของท่านฟางฮุย เราได้เชิญโพลแมน สถาปนิกชื่อดังมาทำการตกแต่งภายใน สิ่งที่คุณเห็นในเครื่องบินเจ็ตส่่วนตัวลำนี้ไม่ใช่สิ่งของเดิม แต่เป็นของคุณภาพสูงที่ต่อเติมเข้าไป มันเป็นเครื่องบินส่วนตัวที่มีเพียงแค่ลำเดียวในโลก!” ฟาทอลิกพูดอย่างมั่นใจ



“กลิ่นหอมนี้คืออะไร?” ฟางจือหยูได้กลิ่นหอมจางๆตอนที่เดินเข้ามา



“โอ้ นี่คือกลิ่นอำพันจากประเทศของท่าน ราคาต่อกรัมสูงถึงหลายพันดอลลาร์ มันจะช่วยทำให้ท่านรู้สึกสบายทางจิตใจ มีความสุขระหว่างการเดินทาง และมีผลทำให้ประสาทสงบลง!”



ห้องโถงเป็นเหมือนร้านอาหาร มีโต๊ะยาวสีทองขนาดยาวกว่าสิบเมตรวางอย่างเรียบร้อย และมีเก้าอี้นุ่มสไตล์ยุโรปวางเรียงสองแถวเหมือนห้องพักในโรงแรม



ด้านบนของโต๊ะยาวมีโคมระย้าคริสตัลที่สวยงาม การตกแต่งทั้งหมดส่องแสงภายใต้เงาสะท้อนของโคมระย้านี้



“ท่านฟาง เพื่อป้องกันอัตราการเกิดอุบัติเหตุให้มากที่สุด เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของท่านจึงบรรทุกส่วนผสมได้จำนวนจำกัด ดังนั้นหากท่านต้องการที่จะเดินทางอีกในอนาคต รบกวนท่านช่วยบอกพวกเราล่วงหน้าก่อนว่าท่านจะกินอะไร เราจะได้จัดหาวัตุดิบมาเก็บเอาไว้!" ฟาทอลิกพูด



“มีเครื่องดื่มอยู่ตรงนี้ หากท่านต้องการดื่ม ท่านสามารถหยิบเองได้เลย!” เขาเปิดช่องแช่แข็งด้านข้าง และไวน์แดงหลายขวดที่วางอย่างเรียบร้อยก็ปรากฏออกมา “ไวน์พวกนี้มาจากร้านลิชเบิร์ก แกรนด์ ทุกขวดที่อยู่ตรงหน้าของท่านต่างบ่มมาเป็นเวลากว่า 82 ปี!”



ถัดมาเป็นห้องหรูหราที่สงวนไว้สำหรับฟางจือหยุโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีห้องอ่านหนังสือขนาดหลายสิบตารางเมตร ซึ่งในห้องอ่านหนังสือนี้ก็มีหนังสือและภาพวาดของจิตรกรชื่อดังอยู่มากมาย



ส่วนด้านหลังมีห้องพยาบาล และพื้นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่บนเครื่องบิน



“พื้นที่ภายในของเครื่องบินเจ็ตลำนี้มีขนาดเกือบ 4,800 ตารางฟุต หรือก็คือ 450 ตารางเมตร ท่านฟางฮุยซื้อเครื่องบินลำนี้มาในราคาประมาณ 400 ล้านดอลลาร์!” จากนั้นฟาทอลิกก็ให้รายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ตอนที่เครื่องบินตก



“สุดยอดมาก เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลำนี้แทบไม่ต่างอะไรจากคฤหาสน์ที่บินอยู่บนท้องฟ้าเลย!” ฟางจือหยูพอใจอย่างยิ่ง



“ท่านฟาง เราได้ทำการดัดแปลงใต้ห้องเครื่องให้เป็นโรงรถเล็กๆเอาไว้ หากท่านต้องการ เราสามารถนำรถของท่านมาจอดไว้ข้างในได้”



“จริงงั้นหรอ?” ฟางจือหยูดีใจมากเมื่อได้ยินเรื่องนี้ เพราะมันเท่ากับว่าเขาไม่ต้องไปมองหารถคันใหม่หลังจากที่ไปถึงเมือง



“จริงครับ ท่านต้องการที่จะนำรถไปด้วยหรือเปล่า?”



“เอาไป!” ฟางจือหยูตอบทันที



“รับทราบ ผมจะบอกคนของเราให้จัดการให้ ท่านเชิญพักก่อนได้เลย เราจะเริ่มออกเดินทางในอีกประมาณครึ่งชั่วโมง!”



“ยืนนานๆมันเหนื่อยนะ” ฟางจือหยูบอกกับเหล่าแอร์โฮสเตส “มานั่งด้วยกันสิ!”



“ไม่เป็นไรค่ะท่านฟาง นี่คืองานของเรา!” เหล่าแอร์โฮสเตสพูดอย่างหนักแน่น “เราตั้งมั่นว่าจะบริการท่านให้ดีที่สุดตลอดเวลาให้สมกับเงินที่เราได้รับมา”



“โอเค” ฟางจือหยูหันมากระซิบใส่ข้างหูของจ้วงหยิง “พี่เสี่ยวหยิง คนพวกนี้ได้เงินเดือนเท่าไหร่อย่างงั้นหรอ?”



“เงินเดือนของกัปตันอยู่ที่ 5 ล้านดอลลาร์ต่อปี รองกัปตัน 3 ล้านดอลลาร์ต่อปี และแอร์ โฮสเตสได้รับเงิน 2 ล้านดอลลาร์ต่อปี!”



“นี่มันไม่มากเกินไปหรือไง” ฟางจือหยูตกใจทันที ต้องรู้ว่าปกติแล้วกัปตันในประเทศจีนได้รับเงินไม่รวมหักภาษีหนึ่งล้านหยวนต่อปีเท่านั้น นี่มันมากกว่าถึงสิบเท่า!



“ไม่มากเกินไปหรอกค่ะนายน้อยฟาง เพราะพวกเขาแต่ละคนล้วนต่างเป็นคนมากความสามารถ!” จ้วงหยิงพูดเสริม “จากข้อมูล ทั้งในตำแหน่งนักบินและแอร์โฮสเตส พวกเขาถือว่าเป็นคนที่ทำงานได้ดีที่สุดในโลกของด้านนี้ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่พวกเขาจะได้รับเงินสูงมากกว่าคนทั่วไปในตำแหน่งเดียวกัน”



“อย่างงี้นี่เอง” ฟางจือหยูพยักหน้า



“ท่านฟาง!” กัปตันฟาทอลิกเดินตรงมา และข้างหลังของเขาก็มีผู้หญิงสวมแว่นกันแดดอายุประมาณสามสิบหรือสี่สิบปี



“มีอะไรงั้นหรอกัปตันฟาทอลิก?” ฟางจือหยูชะเง้อหัวออกไป “อ๋อ คุณจะมาบอกว่าเราจะออกเดินทางกันแล้วใช่มั้ย?”



“ไม่ใช่ครับท่านฟาง คือว่า…มีผู้หญิงคนนี้อยากจะขอความช่วยเหลือจากท่าน”



“ใครกัน?” ฟางจือหยูเดินออกไป และเมื่อเห็นผู้หญิงที่มีรูปลักษณ์อ้วนเล็กน้อย เขาก็ตกตะลึงทันที “นี่คุณ... ใช่คุณเดย์หรือเปล่า?”

ตอนก่อน

จบบทที่ เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว

ตอนถัดไป