อุบัติเหตุ

รถสปอร์ตสีม่วงเข้มกำลังขับอยู่บนท้องถนนตามความเร็วที่กำหนดของกฎหมาย แม้ว่าที่แห่งนี้จะเป็นหนึ่งในมหานครท่องเที่ยวระดับนานาชาติก็ตาม แต่ไม่มีใครเคยเห็นรถสปอร์ตแบบนี้มาก่อนเลย ทุกสายต่างมองมาที่รถในทุกๆสถานที่ที่ผ่านไป



จากการพูดคุยกับซูหลุนและคนอื่นๆ ฟางจือหยูจึงได้รู้ว่าจุดประสงค์ของงานปาร์ตี้คืออะไร มันเป็นเพียงการรวมตัวกระชับมิตรของเหล่ายักษ์ใหญ่ในวงการบันเทิงเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์และทำให้อุตสาหกรรมเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม



หลายคนในวงการบันเทิงต่างชวนพ่อแม่ของตัวเองมาร่วมงานปาร์ตี้ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นบุคคลในงานนี้จึงเต็มไปด้วยคนยิ่งใหญ่เกินจินตนาการ และบางทีชายหนุ่มที่คุณพบเจอระหว่างทางก็อาจจะเป็นผู้สืบทอดของบริษัทบันเทิงในอนาคต



โรงแรมเอดิชั่นเป็นโรงแรมที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในซ่านย่า มันสร้างขึ้นกลางทะเล และมีสไตล์การตกแต่งที่เหมาะสมมากสำหรับการท่องเที่ยวในวันหยุด นอกจากนี้ยังมีสวนสนุก สระว่ายน้ำ และสถานบันเทิงอื่นๆอีกมากมาย ถ้าหากเทียบกับโรงแรมระดับห้าดาวล่ะก็ โรงแรมเอดิชั่นถือว่าคุ้มค่ามากที่สุดในโรงแรมทั้งหมดที่มี



“ฉันว่าฉันมาก่อนเวลาแล้วนะ!” หลังจากขับรถเข้ามาในโรงแรม ฟางจือหยูก็พบว่าที่จอดทั้งหมดนั้นเต็ม ซึ่งสิ่งนี้ก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลและเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา



“นายน้อย ท่านเคยเห็นคนที่เป็นเจ้าของโรงแรมมองหาที่จอดรถในโรงแรมของตัวเองหรือเปล่า” จ้วงหยิงตบหน้าผากของเธอ “โรงจอดรถใต้ดินของโรงแรมมีที่จอดรถพิเศษสำหรับท่านโดยเฉพาะอยู่!”



“แล้วตั้งนานทำไมพี่ไม่บอกผม!” ฟางจือหยูในตอนนี้ตื่นเต้นมากจนควบคุมอารมณ์ตัวเองแทบไม่ได้เลย หลังจากค้นหารอบๆโรงแรมเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็พบกับทางเข้าโรงรถใต้ดิน



แต่ในขณะที่เขากำลังจะเลี้ยวและขับรถลงไป รถเบนท์ลีย์ก็ขับออกมาจากโรงรถด้วยความเร็วสูง แม้ว่าฟางจือหยูจะตอบสนองทันทีและหมุนพวงมาลัยเพื่อพยายามหลบอย่างรวดเร็วแล้วก็ตาม แต่รถทั้งสองคันก็ยังชนกันอยู่ดี



“ปัง!” หลังจากเกิดแรงกระแทก ฟางจือหยูก็รู้สึกเจ็บปวดไปทั้งใจในทันที เขาขับรถคันนี้มาได้ไม่ถึงครึ่งเดือน แม้ว่าเปลือกนอกของรถจะทำขึ้นเป็นพิเศษก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารถจะไม่ได้รับความเสียหายจากอะไรเลย



“พี่เสี่ยวหยิงโอเคหรือเปล่า?” ฟางจือหยูหันไปมองจ้วงหยิง



“ฉันไม่เป็นไรค่ะนายน้อย!” การเบรกกะทันหันทำให้เธอตกใจและเผลอกัดริมฝีปากของตัวเอง แต่โชคดีที่ไม่ได้กัดรุนแรงเกินไป



“ไอ้โง่หน้าไหนกันที่ขับรถแบบนี้?” ฟางจือหยูลงจากรถ ใบหน้าของเขามืดมนและเต็มไปด้วยความโกรธ เขาขับรถตามปกติโดยไม่ได้ละเมิดกฎจราจร ในความคิดของเขา คนที่ผิดคือคนที่ขับรถเบนท์ลีย์คันนี้เต็มๆ



คนที่อยู่ในรถเบนท์ลีย์เองก็เดินลงมาจากรถเช่นกัน พวกเขาเป็นผู้ชายกับผู้หญิงสองคน และคาดว่าพวกเขาน่าจะมีความสัมพันธ์แบบพิเศษ ผู้ชายสวมชุดลำลอง หมวกทรงแหลม มีสร้อยทองล้อมอยู่รอบคอ และย้อมผมสีเทา



ส่วนผู้หญิงดูอายุไม่เยอะและมีหน้าตาที่สวยงาม อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้เธอกำลังขมวดคิ้วและทำหน้าไม่พอใจ



“นายขับรถแบบนี้ได้ยังไงวะ” ชายหนุ่มพูดเสียงดัง



อย่างไรก็๖าม ฟางจือหยูไม่ได้มองเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เขาเดินไปข้างหน้าและมองดูรถของตัวเอง ซึ่งก็พบว่าไฟหน้ารถของเขานั้นมีรอยแตกยาว



โชคดีที่วัสดุของรถมีความแข็งแรงมากพอ แรงกระแทกที่เกิดจากการชนในครั้งนี้จึงทำให้รถมีการเสียรูปเพียงแค่นิดเดียว แต่ยังไงเขาก็คงหลีกเลี่ยงการนำส่งกลับไปซ่อมไม่ได้อยู่ดี



ส่วนสภาพของเบนท์ลีย์นั้นค่อนข้างน่าตกใจ หน้ารถยุบ ไฟหน้าแตก ชิ้นส่วนทั้งหมดพังจนแทบไม่เหลือชิ้นดี



“นี่ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไงฮะ!” ชายหนุ่มพูดเสียงดังและจับจ้องไปที่ฟางจือหยุอย่างดุเดือด แต่วินาทีถัดมา เขาก็มองเห็นจ้วงหยิง และดวงตาของเขาก็หรี่ลงเป็นเส้นบางๆราวกับว่ากำลังคิดอะไรบางอย่าง



“ขับรถแบบนี้ได้ยังไง? นี่มันควรจะเป็นคำถามที่ฉันต้องถามนายหรือเปล่า” แววตาของฟางจือหยูเต็มไปด้วยความเย็นชา เขาเป็คนที่โกรธจริงๆจังๆยากมาก แต่ถ้าเขาได้โกรธขึ้นมาล่ะก็อารมณ์ของเขานั้นจะรุนแรงยิ่งกว่าใครๆเป็นเท่าตัว



“ว่าไงนะ นายกล้าดียังไงถึงมาพูดจากับฉันแบบนี้” ชายหนุ่มทำหน้าเหมือนคนพาล



“ความเร็วที่ขับในโรงจอดรถต้องไม่เกิน 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่นายขับเกินความเร็ว 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอย่างเห็นได้ชัดเลย คนที่ทำผิดอย่างนายไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดอะไรทั้งนั้น” ฟางจือหยูพูดอย่างเฉยเมย



“พี่เสี่ยวอิง ช่วยสอบถามให้ผมหน่อยสิว่าเราจะต้องจ่ายค่าซ่อมแซมรถเป็นมูลค่าเท่าไหร่” แม้ว่าโรงงานรถยนต์จะเป็นของครอบครัวเขาและรวยพอที่จะไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ฟางจือหยูอยากจะสั่งสอนพวกคนเลว



จ้วงหยิงถ่ายรูปแล้วส่งไปห้ผู้ดูแลโรงงาน ซึ่งก็ได้รับการตอบกลับในทันที



“นายน้อย โรงงานบอกว่าค่าแซ่มแซมที่ต้องจ่ายคือ 1.28 ล้าน” จ้วงหยิงพูดต่อ “แน่นอนว่าสกุลเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐ!"



“ได้ยินหรือเปล่า ค่าซ่อมแซมทั้งหมดคือ 1.28 ล้านดอลลาร์ รีบๆจ่ายมาซะ!” ฟางจือหยูพูด



“รถของนายพังแค่นี้แต่เรียกเก็บค่าซ่อมแซมสูงถึง 1.28 ล้านดอลลาร์ นี่กำลังรีดไถกันอยู่หรือไง” ชายหนุ่มแสดงท่าทางดุดัน



“แค่นี้? นายคงจะไม่รู้สินะว่ารถของฉันคือกัมเพิร์ต อะพอลโล,วีอี ที่มีเพียงแค่คันเดียวในโลก” ฟางจือหยูรู้ดีว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมจ่ายค่าแวซ่มแซมให้ง่ายๆ แต่เขายังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงก่อนงานปาร์ตี้จะเริ่มอย่างเป็นทางการ เขามีเวลาเล่นกับชายคนนี้อีกนาน "รถคันนี้ราคามากกว่า 12 ล้านดอลลาร์ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ค่าแซ่มจะสูงถึง 1.28 ล้านดอลลาร์"



ทันทีที่เขาได้ยินราคา ชายหนุ่มก็รู้ทันทีเลยว่าเขากำลังมีปัญหาเข้าแล้ว เขาชื่อเฉินเฉียว และพ่อของเขาชื่อเฉินเหรินตง เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทบันเทิงหัวหยู หนึ่งในบริษัทบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน แต่ถึงแม้เขาจะยิ่งใหญ่ เฉินเหรินตงก็ยังไม่เคยขับรถสปอร์ตที่มีราคามหาศาลขนาดนี้มาก่อนเลย



“เป็นไปได้มั้ยว่าเขาจะเป็นลูกชายของผู้มีอำนาจในแวดวงบันเทิง?” เฉินเฉียวพยายามค้นหาใบหน้าแบบนี้ในความทรงจำของเขา แต่เขาไม่พบว่ามีใบหน้าแบบนี้อยู่ในหมู่คนที่ไม่ควรไปทำให้ขุ่นเคือง



“หรือว่าจะเป็นดาราที่เพิ่งโด่งดัง?” แม้ว่าเฉินเฉียวจะเติบโตมาในแวดวงนี้ก็ตาม แต่ตัวเขานั้นไม่ได้สนใจเรื่องของวงการบันเทิงเลย งานอดิเรกเขามีแค่การเล่นกับเหล่าดาราหญิงหน้าใหม่เพียงอย่างเดียว



ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นของฟางจือหยูและจ้วงหยิง เขาจึงคิดว่าทั้งสองคนน่าจะต้องเป็นดารา



“คุณเป็นดาราของบริษัทไหน?” เฉินเฉียวพูดอย่างมั่นใจ “พ่อของฉันเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทบันเทิงหัวหยู ถ้านายไม่อยากสร้างปัญหาให้กับตัวเองก็จบเรื่องนี้แล้วไปให้พ้นๆหน้าฉันซะ!”



“ผู้ถือหุ้นของหัวหยู?” ฟางจือหยูรู้เรื่องบริษัทบันเทิงหัวหยูดี ซึ่งเขาก็จำได้ว่าคนที่เป็นเจ้าของบริษัทมีแซ่ว่าเซียง หมายความว่าชายหนุ่มคนนี้น่าจะเป็นลูกชายของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย แต่ถึงจะเป็นลูกของเจ้าของบริษัทเขาก็ไม่กลัวเลยแม้แต่นิดเดียว!



“สรุปจะจ่ายค่าซ่อมรถให้ฉันหรือเปล่า”

ตอนก่อน

จบบทที่ อุบัติเหตุ

ตอนถัดไป