แผนการ

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะนายน้อย!” ดาราชายหลายคนเข้ามาและขอชนแก้วกับหวังฉง“ทำไมเดี๋ยวนี้คุณไม่ค่อยเข้าเกมมาเล่นเกมกับฉันเลย คุณกำลังยุ่งกับโปรเจ็กต์ใหม่อยู่หรอ?”



ฟางจือหยูรู้จักดาราชายคนนี้ เขาชื่อเหว่ยซิน เป็นนักแสดงมากความสามารถและมีนิสัยส่วนตัวที่ค่อนข้างดี ประกอบกับอารมณ์ขันและรูปลักษณ์ที่ดีของเขา ความนิยมของเหว่ยซินในหมู่สาวๆ จึงสูงเป็นอันดับต้นๆของวงการบันเทิง



ในบรรดาดารา เขานั้นถือว่าเป็นคนที่ค่อนข้างติดดินและติดต่อยาก เพราะตราบใดที่เขาว่าง เขาจะเล่นเกมกับนักไลฟ์สตรีมและหวังฉงเป็นประจำ



“ใช่ ช่วงนี้ฉันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ” หวังฉงพูดต่อ “เหว่ยซิน นายรู้ใช่มั้ยว่าตอนนี้ฉันกำลังวุ่นอยู่กับเรื่องถ่ายทำภาพยนตร์ ฉันต้องคอยไปดูสถานที่และติดต่อนักแสดงอยู่ทุกวันจนน้ำหนักของฉันลดลงเกือบสิบกิโล แต่ละวันของฉันเต็มไปด้วยความเหนื่อย ดังนั้นฉันคงจะไม่ได้เข้าไปเล่นเกมกับนายพักใหญ่เลย"



"ใช่ภาพยนตร์เรื่อง "ทะลวงเวหา" ที่นายน้อยพูดถึงครั้งก่อนหรือเปล่า แล้วสถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไง คุณยังคงขาดนักแสดงอยู่มั้ย ถ้าสนใจฉันสามารถไปรับบทเป็นตัวร้ายให้ได้นะ ฮ่าฮ่าฮ่า!" เหว่ยซินพูดติดตลก



“ใบหน้าของนายมันเหมาะกับหนังแนวไอดอลวัยรุ่นมากกว่า ฉันเกรงว่าเรื่องนี้คงจะไม่เหมาะกับนายสักเท่าไหร่!” หวังฉงพูดอย่างไม่ลังเล



“ยังไงก็เถอะ ฉันได้ยินมาว่าเหิงเฉิงคิวถ่ายทำเต็มตลอดทั้งปีเลยไม่ใช่หรือไง คุณวางแผนที่จะเริ่มถ่ายทำปีหน้าอย่างงั้นหรอ?”



“ไม่ เราไม่ได้วางแผนที่จะถ่ายทำในเหิงเฉิง!” หวังฉงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น



"ไม่ได้ถ่ายทำในเหิงเฉิง?" เหว่ยซินตกตะลึง เขารู้ว่าภาพยนตร์ที่มีโครงเรื่องขนาดใหญ่เช่นนี้ต้องใช้พื้นที่ถ่ายทำจำนวนมากและสถานที่ธรรมดาก็ไม่สามารถรองรับทีมงานดังกล่าวได้ มีเพียงเหิงเฉิงเท่านั้นที่เป็นสถานที่ถ่ายทำที่ดีที่สุด " หรือว่าคุณวางแผนจะไปถ่ายทำที่ต่างประเทศ?”



“ไม่ เราวางแผนที่จะสร้างเมืองภาพยนตร์ขึ้นมาเอง!” หวังฉงพูด “อาณาจักรจามา ทะเลทรายทากอ และนิกายหยุนหลาน เราวางแผนที่จะสร้างสถานที่ถ่ายทำเฟสแรกของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยสัดส่วนหนึ่งต่อหนึ่งออกมาให้เสร็จภายในหนึ่งปี!”



เหว่ยซินและดาราชายสองสามคนที่อยู่ด้านข้างของเขาต่างตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินทันที แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าเงินที่ใช้ก่อสร้างเหิงเฉิงมวลรวมคือเท่าไหร่ แต่เขารู้ดีว่าการที่จะสร้างเมืองภาพยนตร์ขนาดใหญ่เท่ากับเหิงเฉิงได้คงจะต้องใช้เงินหลายหมื่นล้านหยวนอย่างแน่นอน



เหว่ยซินรู้ดีว่าหวังฉงร่ำรวยมากแค่ไหน แต่เงินระดับหมื่นล้านหยวนนั้นสูงเกินไปสำหรับเขา เป็นไปมั้ยว่าหวังหลิน พ่อของเขาจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย



“ฉันขอแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนของฉัน ฟางจือหยู!” หวังฉงแนะนำ “เขาคือคนที่เอาเงินมาฟาดหน้าฉันครั้งแล้วครั้งเล่า”



“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณฟาง!” เหว่ยซินเอื้อมมือออกไปทันที เขาเคยได้ยินชื่อฟางจือหยูมาก่อน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ แต่เขาก็คิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าคงจะไม่ได้ต่างอะไรไปจากหวังฉง ฟางจือหยูคนนี้จะต้องเป็นคนจากครอบครัวที่มีภูมิหลังใหญ่โต!



“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันคุณเหว่ยซิน ฉันชอบผลงานของคุณมากเลย!” ฟางจือหยูพูดด้วยรอยยิ้ม



ในห้องโถงมีคนมากขึ้นเรื่อยๆ และหลายคนที่เห็นหวังฉงต่างก็พากันเข้ามาทักทาย



และเมื่อพวกเขาได้รู้ถึงตัวตนของฟางจือหยู ตัวตนที่แม้แต่คนระดับหวังฉงยังยอมรับว่าด้อยกว่า พวกเขาจะพลาดโอกาสที่จะทำความรู้จักได้ยัง?



“สวัสดีครับคุณฟาง ผมกู่หนาน ยินดีที่ได้รู้จักครับ!”



“ท่านประธาน ฉันชื่อหลิวหยาง ฉันเคยได้ยินชื่อเสียงของคุณในเวย์ปั๋ว ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกับคุณที่นี่ในวันนี้ ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆ!”



“ท่านประธาน คุณมีอุตสาหกรรมในวงการบันเทิงด้วยหรือเปล่า? มีปัญหาขาดแคลนศิลปินภายใต้ชื่อของคุณหรือไม่?”



กว่าครึ่งชั่วโมงที่ฟางจือหยูใช้เวลาจัดการกับเหล่าดาราที่เข้ามาทำความรู้จักโดยหวังผลประโยชน์และดาราสาวมากมายที่เข้ามากระซิบบอกหมายเลขห้องของตัวเอง



เขารู้ว่าวงการบันเทิงนั้นซับซ้อน แต่เขาไม่คิดว่ามันจะซับซ้อนขนาดนี้ และเขาก็ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย



“ไม่มีอะไรต้องแปลกใจทั้งนั้น!” หวังฉงสังเกตเห็นว่าฟางจือหยูกำลังคิดอะไรอยู่ “ในวงการบันเทิงคงจะหาดาราใสๆนิสัยดีไม่ได้หรอก ฉันไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีนะ แต่แค่มันมีน้อยมาก เดี่ยวนายก็ชินกับมันเอง!"



“จือหยู นั่นหูหยีเหยา!” หวังฉงเห็นหูหยีเหยาที่กำลังพูดคุยและหัวเราะกับคนอื่นๆอยู่ไม่ไกล



“พระเจ้า! เป็นเขาจริงๆด้วย!” ฟางจือหยูอุทาน เขาชื่นชอบหยูหยีเหยาอย่างมาก และเขาก็ติดตามหยูหยีเหยามาตั้งแต่สมัยประถมจนถึงมัธยม



แม้ว่าตอนนี้หูหยีเหยาจะอายุเกือบ 40 ปีแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังหล่อเหลาเหมือนอย่างเดิม



“คุณหู!” หวังฉงเดินเข้าไปหาพร้อมกับแก้วไวน์



“คุณหวัง!” หูหยีเหยาไม่ได้โค้งตัวลงแต่เพียงแค่พยักหน้าทักทายหวังฉงกลับไป แม้ว่าความมั่งคั่งของเขาจะไม่สูงส่งเท่ากับหวังฉงก็ตาม แต่ฐานะของเขาในตอนนี้อยู่ในจุดที่ไม่ต้องดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองบรรลุจุดประสงค์ใดๆ ดังนั้นเขาที่เป็นผู้อาวุโสกว่าจึงไม่จำเป็นต้องทิ้งศักดิ์ศรีเหมือนกับนักแสดงคนอื่นๆเพื่อเอาใจชายหนุ่มที่มีอายุน้อยกว่าตัวเอง



“คุณหูคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับสิ่งที่เราพูดคุยกันเมื่อครั้งก่อน?” หวังฉงถามเข้าประเด็น



ซึ่งคำถามนี้ก็ทำให้ใบหน้าของหูหยีเหยานั้นแสดงออกถึงภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที



ในความเป็นจริง ตัวของเขานั้นอยากเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้มาก เขาอยากจะสวมบทบาทเป็นเซียนเซี่ย ตัวละครที่เขาชื่นชอบ และเขาก็ชอบพล็อตของภาพยนตร์เรื่องนี้มากด้วย ถ้าเขาถูกเชิญไปแสดงตอนที่อายุน้อยกว่านี้ เขาคงจะตอบตกลงทันทีอย่างแน่นอน .



แต่ด้วยอายุของเขาในปัจจุบันทำให้พลังงานและความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาลดลงจากเมื่อก่อน ซึ่งส่งผลให้บทบาทการแสดงของเขาในตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และหลายปีที่ผ่านมาเขาก็แทบจะไม่เคยได้สัมผัสกับบทบาทของตัวละครประเภทนี้เลย



ที่สำคัญที่สุดคือรอยแผลเป็นตามร่างกายและรอยย่นบนใบหน้าที่เกิดจากกาลเวลา ถึงแม้ว่าเขาจะยังคงหล่อกว่าคนส่วนใหญ่ แต่ในใจของเขานั้นคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสมที่จะรับแสดงบทบาทนี้ เขาไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำออกมาได้ดี และไม่อยากจะทำให้ตัวละครที่ตัวเองรักต้องแปดเปื้อน



“คุณหู ผมเป็นเพื่อนของหวังฉง และเป็นนักลงทุนของหนังเรื่องนี้ ผมชื่อฟางจือหยู ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ!” ฟางจือหยูยื่นมือออกไป



“ปรากฎว่าคุณคือคุณฟางนี่เอง ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน!” หูหยีเหยาจับมือของฟางือหยูอย่างสุภาพ “ช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมาชื่อของคุณฟางเป็นที่พูดถึงอย่างมากบนอินเทอร์เน็ต และแต่ละการกระทำของคุณก็สุดยอดมากจริงๆ!”



“ดีใจจังที่ผมได้เป็นหนึ่งในความทรงจำของคนอย่างคุณ” ฟางจือหยูกระแอมและพูดเข้าเรื่อง “อันที่จริง ผมพอจะรู้ถึงเหตุผลที่คุณยังไม่ตกลงร่วมแสดงหนังกับเรา แต่ถ้าผมสามารถฟื้นฟูบาดแผลของคุณหูที่ได้รับจากการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ถ้าผมทำให้คุณฟื้นคืนสภาพร่างกายกลับไปแข็งแรงเหมือนเมื่อสิบปีก่อนได้ล่ะ คุณจะยินดีเข้าร่วมทำงานกับพวกเราหรือเปล่า?”



ประโยคนี้ถูกพูดเบาๆข้างๆหูของหูหยีเหยา หวังฉงที่อยู่ข้างๆจึงได้ยินไม่ค่อยชัดเจนและไม่มีปฏิกิริยาอะไร



อย่างไรก็ตาม การแสดงออกทางสีหน้าของหูหยีเหยานั้นเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดใจทันที ในฐานะนักแสดง การแสดงถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุดสำหรับเขา



“คุณฟาง คุณสามารถทำสิ่งที่พูดได้จริงๆอย่างงั้นหรอ” หูหยีเหยาไม่อยากจะเชื่อ



“ผมมีสถาบันวิจัยทางชีววิทยาภายใต้ชื่อของผม และทางสถานของผมก็เพิ่งพัฒนายาที่สามารถช่วยฟื้นฟูการทำงานของร่างกายมนุษย์ขึ้นมา แน่นอนว่ามันไม่มีผลข้างเคียง!” ฟางจือหยูยัดยาลงในกระเป๋าเสื้อผ้าของหูหยีเหยาอย่างช้าๆ



“ถ้าคุณตัดสินใจได้แล้ว คุณติดต่อหาหวังฉงได้เลย เรายินดีต้อนรับคุณทุกเมื่อ!”



ฟางจือหยูเชื่อว่าถ้าสามารถทำให้หูหยีเหยาแข็งแรงขึ้นและลบรอยแผลเป็นในอดีตได้ เขาจะต้องตอบตกลงอย่างแน่นอน!

ตอนก่อน

จบบทที่ แผนการ

ตอนถัดไป