กัวจุนหยูหายไป
“พี่เสี่ยวหยิง เสื้อตัวนี้เป็นยังไงบ้าง ผมใส่แล้วดูดีหรือเปล่า”
“มันก็ดูดีอยู่นะคะนายน้อย แต่ฉันคิดว่าเสื้อตัวนี้คงไม่เหมาะสักเท่าไหร่!”
“แล้วตัวนี้ล่ะ”
“เอ่อ…ฉันคิดว่าตัวนี้ดูจริงจังเกินไปหน่อย”
“ถ้างั้นตัวนี้ล่ะเป็นไง?”
ฟางจือหยูกำลังวุ่นอยู่กับการแต่งตัวตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อวาน กัวซินหยู่ได้บอกพ่อแม่ของเธอว่าตัวเองได้คบหาอยู่กับฟางจือหยูแล้ว ประกับกอบกับสิ่งที่เขาได้ช่วยเอาไว้หลายๆอย่างในช่วงที่ผ่านมา พ่อแม่ของเธอจึงเชิญฟางจือหยูให้ไปหาที่บ้านเพื่ออยากจะขอบคุณอย่างเป็นทางการ
แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาพบกัน แต่สถานะระหว่างเขากับกัวซินหยู่นั้นแตกต่างไปจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เขาต้องไปหาพ่อแม่ของเธอในฐานะแฟน และเขาจะต้องทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด
“นายน้อย ตอนนี้ท่านทำการลองเสื้อผ้าไป 32 ชุดแล้วนะคะ!” จ้วงหยิงรู้สึกปวดหัวเมื่อมองดูกองเสื้อผ้าบนโซฟา
“มันช่วยไม่ได้นี่หน่า นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะได้ไปพบกับพ่อแม่ของซินหยู่ในฐานะแฟน ผมอยากจะทำให้พวกเขาประทับใจในตัวผมมากที่สุด” ฟางจือหยูพูดขณะเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกชุด
“เกี่ยวกับเรื่องนั้นฉันว่าไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วงหรอกนะคะ ฉันว่าท่านแค่แสดงทัศนคติดีๆออกมาก็น่าจะเพียงพอแล้ว” จ้วงหยิงรื้อกองเสื้อผ้าและหยิบชุดลำลองออกมา "ฉันคิดว่าชุดนี้เหมาะกับนายน้อยมากที่สุดในบรรดาที่ท่านลองใส่มา"
“จริงงั้นหรอ?” ฟางจือหยูหยิบเสื้อผ้ามาจากมือของจ้วงหยิง
“ฉันไม่มาพูดโกหกในเวลาแบบนี้หรอกค่ะ! นายน้อยนั่นแหละรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว ไม่งั้นมีหวังครอบครัวของคุณกัวได้หมดความประทับใจต่อท่านแน่!” จ้วงหยิงพูดพร้อมชี้ไปที่นาฬิกาแขวนขนาดใหญ่ในห้องนั่งเล่น
“ทำไมพี่ถึงไม่บอกผมให้เร็วกว่านี้!” ฟางจือหยูมองดูนาฬิกา และพบว่าตอนนี้เป็นเวลาเก้าโมงสี่สิบนาที เขานัดกับกัวซินหยู่ว่าจะไปหาตอนสิบโมง แต่ตอนนี้เขายังทำอะไรไม่เสร็จเลย และเขายังต้องใช้เวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมงในการขับรถจากที่นี่ไปยังมหาวิทยาลัยดนตรีเจียงหนาน
ฟางจือหยูรีบสวมเสื้อผ้า “เตรียมของทุกอย่างไว้พร้อมแล้วใช่หรือเปล่าพี่จ้วงหยิง?”
“ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะนายน้อย ของทุกอย่างตามที่ท่านสั่งได้ถูกนำไปใส่ไว้ในรถเบนท์ลีย์ของท่านเรียบร้อยแล้ว” จ้วงหยิงพูดอย่างใจเย็น
“โอเค ขอบคุณมากสำหรับการทำงานหนักของพี่ ผมไปก่อนนะ!” ฟางจือหยูรีบวิ่งออกไปพร้อมกับกุญแจรถ
“บรื้น!” ฟางจือหยูเหยียบคันเร่ง และรถเบนท์ลีย์ก็พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง
......
“นี่มันไม่มากเกินไปหน่อยหรือไง?” กัวซินหยู่เห็นของมากมายในรถ เมื่อวาน เธอได้ย้ำกับฟางจือหยูซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าให้นำของมาฝากนิดๆหน่อยๆก็พอ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ฟังเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
ท้ายรถแทบจะไม่เหลือที่ว่าง มันเต็มไปด้วยอาหารทะเล ไวน์แดง อาหารเสริม และโสมที่มีอายุมากกว่า 500 ปี ฟางจือหยูได้ยินมาว่านี่คือโสมที่บรรพบุรุษของเขาปลูกเอาไว้บนภูเขาฉางไป่เมื่อ 1,200 ปีก่อน
นอกจากนี้เขายังเตรียมของเล่นมาให้กัวจุนหยูด้วย ในครั้งก่อนกัวจุนหยูบอกกับเขาว่าอยากเป็นนักบินอวกาศ ดังนั้นฟางจือหยูจึงได้เตรียมกล้องโทรทรรศน์ราคาแพงมาให้
“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะได้ไปบ้านของเธอในฐานะแฟน ผมต้องทำให้ทุกคนประทับใจสิ!”
“พวกเราไม่ถือว่าบ้านที่คุณซื้อให้เป็นบ้านของตัวเองหรอกนะ!” กัวซินหยู่พูด “ตอนนี้พ่อและเพื่อนกลุ่มเดิมเริ่มร่วมมือกันทำธุรกิจอีกครั้งแล้ว หากสถานการณ์ที่บ้านดีขึ้นเมื่อไหร่ พวกเราจะออกไปจากที่นั่นทันที..”
“หืม? ทำไมถึงย้ายออกล่ะ? บ้านที่ผมซื้อให้มันไม่ดีอย่างงั้นหรอ?”
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก พ่อแม่ของฉันแค่ไม่ชอบการพึ่งพาคนอื่น” กัวซินหยู่พูด
“แต่ผมไม่ใช่คนอื่นหนิ ผมเป็นแฟนของเธอ และเราก็จะเป็นครอบครัวกันในอนาคต!” ฟางจือหยูพูด “เดี๋ยวผมจะพูดเรื่องนี้กับพวกเขาเอง”
ในเวลานี้ กัวชูและเหยายี่ฟางกำลังรอพวกเขาอยู่ที่ชั้นล่าง
ในความเป็นจริง หลังจากที่รู้ว่ากัวซินหยู่และฟางจือหยูคบหากัน หัวใจของทั้งสองคนก็เต็มไปด้วยความสุขสองรูปแบบ หนึ่งคือกัวซินหยู่ได้พบกับคนที่ไว้ใจได้ และสองคือฟางจือหยูนั้นเป็นคนที่ร่ำรวยมากๆ
“ทำไมถึงเอาของมาให้เราเยอะขนาดนี้ล่ะลูกชาย” น้ำเสียงที่เหยายี่ฟางพูดกับฟางจือหยูเป็นน้ำเสียงไพเราะที่ไม่เคยใช้กับกัวซินหยู่มาก่อน สิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกน้อยใจและแสดงใบหน้าบูดบึ้งออกมา
“ผมคิดว่ามามือเปล่ามันคงไม่ดีสักเท่าไหร่น่ะครับ” ฟางจือหยูเดินขึ้นไปชั้นบนพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่ในมือ
“เสี่ยวหยูยังไม่กลับมาหรอครับ” ฟางจือหยูถามอย่างสงสัย
“วันนี้เขามีเรียน แต่อีกไม่นานเขาน่าจะกลับมาแล้วล่ะ” กัวชูพูด กัวจุนหยูศึกษาอยู่ในโรงเรียนเอกชน และเขาก็มักจะมีคาบเรียนพิเศษในวันหยุดเป็นประจำ
เหยายี่ฟางเดินไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหาร ส่วนทั้งสามคนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น
“เสี่ยวฟาง ฉันจะไม่พูดอะไรให้มากความ พวกเราไม่คัดค้านเลยที่นายกับซินหยู่คบหากัน แต่เรามีข้อแม้เพียงข้อเดียว คือนายจะต้องปฏิบัติต่อลูกสาวของเราอย่างดีและอย่าปล่อยให้เธอตกอยู่ในอันตรายเด็ดขาด นายทำได้หรือเปล่า? กัวชูถามอย่างตรงไปตรงมา
“ตามหลักแล้วจะต้องพูดเรื่องนี้ระหว่างรับประทานอาหารหรือหลังรับประทานอาหารไม่ใช่หรือไง?” ฟางจือหยูพึมพำในใจ เขาไม่คิดมาก่อนว่ากัวชูจะถามคำถามนี้ออกมาทันทีหลังจากที่เขานั่งลง
“แน่นอน ผมจะไม่ทำให้เธอเสียใจและไม่ปล่อยให้เธอตกอยู่ในอันตรายเป็นอันขาด!” ฟางจือหยูพูดอย่างหนักแน่น “หากผมทำไม่ได้อย่างที่พูด คุณลุงหาไม้มาตีหัวของผมได้เลย!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ลูกผู้ชายพูดแล้วเขาไม่คืนคำกันหรอกนะ!” กัวชูหัวเราะลั่น
หลังจากนั้น กัวชูก็ชวนฟางจือหยูคุยเกี่ยวกับเรื่องทหารและการเมืองเหมือนกับมนุษย์พ่อทั่วไป
“แปลกจัง ทำไมเสี่ยวหยูถึงยังไม่กลับมา ปกติในเวลานี้เขาน่าจะต้องกลับมาแล้วไม่หรือไง?” เหยายี่ฟางที่กำลังนั่งกินข้าวกับทุกคนเหลือมองนาฬิกา และพบว่าตอนนี้เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว
“น้องยังไม่คุ้นชินกับพื้นที่หรือเปล่าเลยกลับมาถึงบ้านช้า” กัวซินหยู่พูด
“ไม่น่าจะใช่” กัวชูพูด สถานที่แห่งนี้ได้รับการคัดเลือกมาเป็นพิเศษโดยฟางจือหยู ซึ่งมันอยู่ห่างจากโรงเรียนของกัวจุนหยูเพียงแค่สิบนาทีเท่านั้น “โทรหาเสี่ยวหยูเดี๋ยวนี้เลย! "
เนื่องจากกลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อการศึกษา ครอบครัวกัวจึงไม่ได้ซื้อโทรศัพท์มือถือให้กัวจุนหยู แต่เพื่อความสะดวกในการติดต่อ พวกเขาจึงใช้สมาร์ทวอทช์เป็นการทดแทน
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทวอทช์ของกัวจุนหยูได้เลย และเหตุการณ์นี้ก็ทำให้ทุกคนในครอบครัวกัวต่างวิตกกังวล
“บางทีสมาร์ทวอทช์อาจจะแบตหมดก็ได้” ฟางจือหยูพูด “เราลองโทรหาอาจารย์ก่อนมั้ยครับ”
“นั่นสินะ!” เหยายี่ฟางรีบกดเบอร์และโทรไปหาอาจารย์ แต่อาจารย์บอกกับเธอว่าวันนี้คาบเรียนพิเศษของโรงเรียนจบไปนานแล้ว และทางโรงเรียนก็ได้ให้เด็กทุกคนออกจากโรงเรียนไปตั้งแต่ก่อนจะสิบเอ็ดโมง . .
“ทำยังไงดี...” ฟางจือหยูตื่นตระหนกหลังจากได้ยินคำพูดของอาจารย์
“เราไปตามหาเสี่ยวหยูแถวละแวกโรงเรียนกันเถอะ บางทีอาจจะมีคนเห็นเขาก็ได้” ฟางจือหยูลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“คุณคะ เราแจ้งตำรวจเลยดีมั้ย” เหยายี่ฟางเต็มไปด้วยความสับสน
“อย่าเพิ่ง บางทีอาจจะเป็นแค่ความล่าช้าทางท้องถนน” กัวชูพูดด้วยท่าทางสงบนิ่ง “ตอนนี้เราออกไปค้นหาเสี่ยวหยูกันก่อน ถ้าไม่พบจริงๆก็ค่อยแจ้งตำรวจ!”