คฤหาสน์ราชินี
“มีใครไม่พอใจกับการตัดสินใจของฉันหรือเปล่า?” ฟางจือหยูทำตัวเหมือนกับหัวหน้าใหญ่ “ถ้าไม่พอใจก็ค้านมาได้เลย ฉันจะได้ทำเรื่องไล่ออกให้!”
นี่เป็นครั้งแรกที่เหล่าผู้บริหารได้พบกับประธานเผด็จการ แม้ว่าจะไม่ค่อยชอบใจ แต่การที่อีกฝ่ายมีหุ้นส่วนใหญ่อยู่ในครอบครองทำให้พวกเขาไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ทั้งสิ้น
“ดีมาก ทุกคนคิดถูกแล้วที่ไม่คิดจะทำตัวมีปัญหากับฉัน ถ้าอย่างนั้นฉันจะประกาศกฎใหม่สำหรับบริษัทเหลียนหัวเลยก็แล้วกัน!” ฟางจือหยูพูดอย่างหนักแน่น
ในขณะเดียวกัน เหล่าผู้บริหารทุกคนก็รอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ในบริษัทเหลียนหัว ไม่อนุญาตให้มีการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและชาติพันธุ์เด็ดขาด ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนประเทศไหนเชื้อชาติใด เขาจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้จึ้นอีกครั้ง คนที่ฝ่าฝืนจะถูกไล่ออกทันที ส่วนคนที่มารายงานว่าใครทำผิด ฉันจะให้รางวัลเป็นการส่วนตัว เข้าใจที่พูดใช่หรือเปล่า”
กรรมการทุกคนพยักหน้าขึ้นลงอย่างช้าๆ แม้ว่าพวกเขาจะลังเล แต่คำสั่งนี้ก็ไม่ได้กระทบอะไรต่อหน้าที่การงานของตัวเอง ดังนั้นพวกเขาจึงพอที่จะเชื่อฟังและทำตามได้
"คุณชาร์ลส์ ชายชราผู้นี้เป็นใครมาจากไหน" ฟางจือหยูถามเพิ่มเติม แม้ว่าเขาจะถูกลงมติไล่ออกจากบริษัทไปแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทเหลียนหัว
"เขาเป็นประธานของบริษัทร่วมทุนชื่อปูการ์ ถือหุ้นเหลียนหัวกรุ๊ปอยู่ 8.7% หากไม่นับรวมนายน้อย เขาถือว่าเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในบรรดาของผู้ถือหุ้นทั้งหมด!"
"ถือหุ้นอยู่จำนวนไม่น้อยเลย" เขาคนเดียวคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของหุ้นที่เหลืออีก 29%นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นผู้มีอำนาจรองลงมา "พี่เสี่ยวหญิง มันพอจะมีวิธียึดหุ้นเหล่านั้นคืนมาจากเขาอยู่หรือเปล่า”
“มีหลายวิธีเลยค่ะนายน้อย ถ้าให้แนะนำ วิธีที่เร็วที่สุดก็คงจะเป็นการขอซื้อจากเขาโดยตรง แต่วิธีนี้มันจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อเขาเต็มใจที่จะขายให้กับเรา”
“แน่นอน ฉันรู้เรื่องนี้ดี แต่เพื่อประโยชน์มหาศาลของตัวเองแล้ว เขาคงไม่มีทางที่จะขายหุ้นที่ถืออยู่อย่างแน่นอน” ฟางจือหยูพูด
“ไม่ต้องห่วงค่ะนายน้อย นั่นเป็นแค่วิธีที่เร็วที่สุดเท่านั้น เมื่อกี้คุณชาร์ลส์บอกใช่มั้ยล่ะคะว่าเขามีบริษัทร่วมทุนปูการ์ หากเราทำให้เขามีปัญหาเรื่องเงินจนเกือบจะล้มละลาย สถานการณ์จะบีบบังคับให้เขาขายหุ้นในมือให้กับเราเอง!” จ้วงหยิงพูดอย่างมั่นใจ เธอรู้ดีถึงความยิ่งใหญ่ของครอบครัวฟาง และรู้ดีว่าในโลกนี้ไม่มีใครที่สามารถต่อกรกับครอบครัวฟางได้
ชาร์ลส์ที่ได้ยินการสนทนาระหว่างทั้งสองคนก็คิดว่านายน้อยฟางคนนี้เด็ดขาดและโหดเหี้ยมมากๆ หากใครตั้งตัวเป็นศัตรูกับจีน เขาจะบดขยี้ถึงรากถึงโคนอย่างไม่ลังเล
“คุณชาร์ลส์ ฉันฝากจัดการเรื่องบริษัทร่วมทุนปูการ์หน่อยนะ อย่าทำให้ฉันต้องผิดหวังล่ะ!” ฟางจือหยูสั่งอีกครั้ง
“รับทราบครับนายน้อย ผมจะทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจ!”
“แคว่ก!” ฟางจือหยู่ฉีกสัญญาโอนหุ้นในมือทิ้ง เขาไม่เคยคิดที่จะเอาทรัพย์สินส่วนนี้กลับคืนมา เขาเพียงแค่อยากจะลงโทษเหล่าผู้บริหารที่ดูถูกชาวจีน ดังนั้น เมื่อเรื่องทั้งหมดได้จบลงแล้ว เขาจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดำรงตำแหน่งประธานต่อไป
“เชิญประชุมกันต่อได้เลย!” ฟางจือหยูหมุนเก้าอี้กลับไปด้านหลังและมองออกไปนอกหน้าต่าง
อย่างไรก็ตาม เหล่าผู้บริหารทุกคนได้รู้เกี่ยวกับตัวตนของฟางจือหยูแล้ว ถึงแม้สิทธิ์และอำนาจทั้งหมดจะถูกคืนให้กับชาร์ลส์ แต่ความเป็นจริงที่บริษัทนี้เป็นของชายหนุ่มจากประเทศจีนก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง!
รายได้ของเหลียนหัวกรุ๊ปในปีนี้คาดว่าน่าจะมากกว่า 5 หมื่นล้านยูโร กำไรจากการดำเนินงานหลักมาจากอาหารและเครื่องดื่ม ตามสัดส่วนของหุ้น ฟางจือหยูจะได้รับผลตอบแทนจำนวนมากในทุกๆปี
“ตอนนี้ใกล้จะได้เวลาแล้ว เรารีบไปกันเถอะ!” การประชุมยังคงดำเนินต่อไป แต่ฟางจือหยูมีงานเลี้ยงที่ต้องเข้าร่วมจึงต้องกลับก่อน อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เดินทางด้วยรถ แต่เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว
งานเลี้ยงจัดขึ้นในคฤหาสน์ของราชินีบนเกาะส่วนตัว หากขับรถหรือนั่งเรืออาจจะไม่ทันการณ์
“นายน้อย ท่านในตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนเยอะมากจริงๆ!” จ้วงหยิงเปิดปากพูดหลังจากที่เดินออกมาจากอาคาร
"ยังไงหรอ"
“อย่าโกรธฉันนะคะถ้าคำพูดมันดูรุนแรง” จ้วงหยิงพูดด้วยรอยยิ้ม
“โอเค พูดมาได้เลย ผมสัญญาว่าจะไม่โกรธ”
จ้วงหยิงกระแอมในลำคอก่อนจะพูด “ในตอนที่ได้พบกับนายน้อยครั้งแรก ฉันรู้สึกว่าท่านเป็นเพียงแค่เด็กน้อยธรรมดาคนนึงที่บังเอิญโชคดีได้เกิดมาในครอบครัวมหาอำนาจ และคงจะใช้ชีวิตแบบพวกลูกเศรษฐีทั่วไป”
“ฮึ่ม แล้วตอนนี้ล่ะ?”
“ตอนนี้ท่านมีบรรยากาศของชนชั้นสูงไหลเวียนอยู่รอบตัว และเป็นคนที่มีทัศนคติดีควรค่าแก่การนับถือ”
“ผมเนี่ยนะควรค่าแก่การนับถือ ฮ่าฮ่าฮ่า!”
เฮลิคอปเตอร์ลงจอดไม่ไกลจากบริษัท เนื่องจากเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่มีขนาดสำหรับคนไม่กี่คน รถของฟางจือหยูจึงไม่สามารถนำกลับไปด้วยได้
“พี่เสี่ยวหยิง ผมวานช่วยขับรถกลับไปให้หน่อย และบอกให้กู่ยี่มาหาผมด้วย” นี่เป็นงานเลี้ยงใหญ่ของราชวงศ์สำหรับคนโด่งดัง เขาได้ยินมาว่าไม่มีใครพาผู้ช่วยและบอดี้การ์ดเข้าไปในสถานที่ได้ทั้งสิ้น
แต่กู่ยี่ต่างจากคนทั่วไป เพราะขอแค่เขาอยู่ในระยะทำการ เขาก็สามารถปกป้องฟางจือหยูจากอันตรายได้ทันท่วงที
นักบินเฮลิคอปเตอร์เป็นหนุ่มชาวจีนที่มีทักษะเก่งระดับมืออาชีพขั้นสูง เขาบินไปบนท้องฟ้าอย่างสงบนิ่งและมาถึงหมู่เกาะโดยใช้เวลาไม่นาน
“คุณฟาง ที่นี่คือคฤหาสน์ของคุณ!” คนขับพูด
“มันอยู่ที่ไหน ทำไมฉันไม่เห็นคฤหาสน์เลย” ฟางจือหยูเห็นเพียงแค่หญ้าเขียวขจีและสวนผลไม้
“ก็นี่ไงครับ เกาะนี้ทั้งหมดเป็นสวนป่าของคฤหาสน์ของคุณ!”
ฟางจือหยูตกตะลึงจนพูดไม่ออก: "..."
เฮลิคอปเตอร์มาลงจอดตรงท่าเรือ และฟางจือหยูก็เดินไปยังจุดรถรับส่งที่ราชินีจัดเอาไว้ให้สำหรับแขกทุกคน
“คุณฟาง ยินดีต้อนรับค่ะ!” หญิงวัยกลางคนในชุดกระโปรงเดินผ่านมา
"คุณคือ?"
“โอ้ ฉันชื่อโครว์ลีย์ เป็นแม่บ้านของราชินีอิซาเอล ราชินีขอให้ฉันมาที่นี่เพื่อรับคุณ!”
“กู่ยี่ ฉันคงต้องไปแล้ว!” ฟางจือหยูก้าวเข้าไปในรถที่เตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับเขา
“ครับนายน้อย!” กู่ยี่พยักหน้า
รถจอดอยู่หน้าอาคารที่ดูเหมือนปราสาท ขนาดของงานเลี้ยงนี้ค่อนข้างใหญ่ และทุกคนต่างสวมชุดที่เป็นทางการ สเกลนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเมืองคานส์เลย
“คุณฟาง!” ในขณะที่ฟางจือหยูกำลังตะลึงงันและไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง เสียงของผู้ชายก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
ฟางจือหยูตอบสนองแล้วหันหลังกลับไป ซึ่งใบหน้าที่เขาเห็นก็เป็นใบหน้าที่เขารู้จักเป็นอย่างดี เพราะอีกฝ่ายคือคนที่มีรายชื่ออยู่ในนิตยสารจัดอันดับฟอร์บส์ เจ็ท ฮิลตัน อันดับที่ 16 ในรายการจัดอันดับมหาเศรษฐีของโลก แต่ว่าคนระดับนี้รู้จักกับเขาได้ยังไง?