อร่อย

ที่ชั้นบนสุดของโรงแรมพาเลซนั้นอยู่สูงมาก และตามข้างทางก็ถูกแกะสลักด้วยไม้จันทน์


ซึ่งในห้องเต็มไปด้วยความหรูหราและสง่างามราวกับว่าเป็นที่อยู่อาศัยของพวกขุนนาง


จากนั้น เจิ้งคงก็เดินเข้ามาพร้อมกับถือถ้วยกระเบื้องขอบทองสามใบ


“นี่คือสตูที่ใส่เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ลงไปเป็นวัตถุดิบ ใส่เครื่องปรุงรสอีก 18 ชนิด และเคี่ยวอีก 48 ชั่วโมง...มีน้ำซุปเข้มข้น เนื้อนุ่มจนละลายในปาก แม้แต่จักรพรรดิ์เมื่อสมัยก็ยังต้องเอ่ยปากชม!"


ขณะพูด เจิ้งคงก็เปิดฝาหม้อออกมา


"ฟึบ!"


ซึ่งทันทีที่เปิด กลิ่นหอมของมันก็กระจายไปทั่วทั้งห้องทันที


จากนั้น เจิ้งคงก็เสิร์ฟอาหารสีแดงลงบนโต๊ะ


"นี่คือผัดลิ้นนกฟีนิกซ์ เป็นอาหารต้นตำรับที่ทำมาจากลิ้นของนกฟีนิกซ์ ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้จะสูญพันธุ์และกลายเป็นสัตว์ล้ำค่าไปแล้ว"


"แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เชฟของเราทำการวิจัยมาหลายปี ก็สามารถทำลิ้นนกฟีนิกซ์พันธุ์เทียมขึ้นมาได้ โดยการใช้ ไก่ เป็ด ห่าน นกพิราบ ฯลฯ ผสมกับเครื่องปรุง 11 ชนิด ก็จะได้มันขึ้นมา ซึ่งรสชาติก็ไม่ได้ไปด้อยกว่าของแท้เลยแม้แต่นิดเดียว!"


จากนั้น เจิ้งคงก็เสิร์ฟอาหารสีทองอร่ามลงบนโต๊ะ


"นี่คือซี่โครงหมูตุ๋น"


“ในอดีตกาล พวกเจ้าชายและคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่จะชอบใช้กระเป๋าที่ทำจากผ้าไหมสีทองและผ้าซาติน ดังนั้น พ่อครัวของจักรพรรดิจึงได้ทำอาหารเลียนแบบสีของกระเป๋า”


"อาหารจานนี้ทำมาจากเนื้อซี่โครงหมูชั้นดี แมกโนเลียสไลด์ เห็ดชิตาเกะ ไข่ และวัตถุดิบอร่อยๆ อีกมากมาย และมันก็เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ของเจ้าชายและคณะรัฐมนตรี"


หลังจากนั้นไม่นาน เจิ้งคงก็นำหม้อโบราณสีทองจำนวนมากมาอีก


เขาวางหม้อไว้ตรงกลางแล้วค่อยๆยกฝาหม้อขึ้น


"ฟึบ!"


ทันใดนั้น เสียงสีทองอร่ามก็เปร่งประกายขึ้นมาทันที


เจิ้งคงพูดต่อ "นี่คือเป็ดยักษ์ตุ๋น"


"หลังจากล้างเป็ดจนสะอาดกับใส่เครื่องปรุงรส 15 ชนิดแล้ว ก็นำมันมาใส่ไว้ในขวดพอร์ซเลนพร้อมกับนึ่งด้วยไฟอ่อน ๆ เป็นเวลา 3 วัน เนื้อของมันจะนุ่มจนละลายในปาก... จากนั้นก็ทำน้ำซุปชั้นดีแล้วเคี่ยวอีก 12 ชั่วโมงเพื่อเพิ่มความหอม..."


ทุกครั้งที่เจิ้งคงเปิดฝา เขาก็จะพูดรายละเอียดของวัตุถุดิบในแต่ละจาน


“อึก!”


ในขณะเดียวกัน อาเหมยที่นั่งอยู่และได้กลิ่นอาหารก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย


หลินฟานยิ้มและพูดว่า “ กินได้เลยนะ เดี๋ยวมันจะเย็นซะก่อน”


แต่อย่างไรก็ตาม ซูหนิงจิงกับอาเหม่ยก็ยังคงนั่งนิ่งๆไม่ยอมขยับ พวกเธอมองดูอาหารแสนอร่อยบนโต๊ะอย่างเงียบๆด้วยดวงตาที่เป็นประกาย


เมื่อเป็นอย่างนี้ หลินฟานก็ตระหนักได้ทันทีว่าพวกเธอกำลังรอให้เขาเป็นคนกินมันก่อน


เขาจึงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า "พวกเธอจะรอฉันกินก่อนทุกครั้งเลยหรือไง ถ้าหิวก็กินได้เลยสิ"


“อาเหม่ยเองก็น่าจะหิวมากแล้วด้วย ถ้าไม่ยอมกินร่างกายของเธอจะทนไม่ไหวอีกต่อไปนะ”


ซูหนิงจิงชินแล้วกับการกิน 'ของเหลือ' มาเป็นเวลานาน


ซึ่งเมื่อหลินฟานพูดประโยคแรกออกมา เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก


แต่หลังจากที่ได้ยินประโยคที่สองของหลินฟาน เธอก็ลังเลในทันที


เธอมองดูอาเหม่ยที่กลืนน้ำลายอยู่ตลอดเวลา และในที่สุด เธอก็พยักหน้าแล้วพูดว่า: "อา...อาเหม่ย เรามากินกันเลยเถอะ"


"อืม!" อาเหม่ยพยักหน้าอย่างจริงจัง


หลินฟาน ซูหนิงจิง และอาเหม่ย พวกเขาทั้งสามต่างทานอาหารมื้อนี้กันอย่างมีความสุข


ซึ่งก่อนจะออกมาจากโรงแรง เขาก็ได้ไปรับข้าวต้มเนื้อไม่ติดมันและอาหารเบาๆอีกมากมายที่สั่งเอาไว้


และในอีกสองวันข้างหน้า สภาพร่างกายของคุณยายก็ดีขึ้นเรื่อยๆ


ถึงแม้จะยังพูดนานๆไม่ค่อยได้ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับเรื่องการเดิน


ซึ่งเมื่อแพทย์กลุ่มหนึ่งเข้ามาทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด พวกเขาต่างก็คิดเหมือนกันว่ามันคือปาฏิหาริย์


จากนั้น เธอก็ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้


ในเวลานี้ หลินฟานก็กำลังขับรถปอร์เช่ คาเยนน์พาซูหนิงจิง อาเหมย และคุณยายโป ขึ้นไปบนภูเขา


ซึ่งระหว่างทางก็มีต้นไม้ ฝูงนก ลำธาร...


และหลังจากที่ขับรถมาสักพัก บ้านหลังหนึ่งที่อยู่บนภูเขาสูงก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็น


จากนั้น อาเหม่ยก็อุทานอย่างมีความสุข "พวกเรากลับมาถึงแล้ว!"


ซึ่งเมื่อสุนัขสีเหลืองตัวใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงประตูบ้านได้ยินเสียงและสังเกตเห็นพวกเธอทั้งสามคน มันก็รีบวิ่งเข้าไปหาอย่างมีความสุข


และหลังจากที่หลินฟานลงมาจากรถ เขาก็สูดกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของภูเขาแห่งนี้ จากนั้นเขาก็มองดูป่าที่เขียวขจี ลำธารที่มีสีฟ้าคราม น้ำตกที่กำลังไหลหล่นลงมา...


สุดยอด!


นี่แหละคือความงามของธรรมชาติ!


“ติ๊ง!”


แต่ในขณะที่กำลังชื่นชม โทรศัพท์ในกระเป๋าของหลินฟานก็สั่นขึ้นมา


12:00 ซองแดง 5 ซองปรากฏ!


"ติ๊ง! ยินดีด้วย คุณได้รับเงิน 5 หยวน"


"ติ๊ง! ยินดีด้วย คุณได้รับเงิน 1,000 หยวน"


…………


“ติ๊ง! ยินดีด้วย คุณได้รับ เมล็ดกาแฟสายพันธุ์พรีเมี่ยม”


"ติ๊ง! ยินดีด้วย คุณได้รับเงิน 1999 หยวน"


…………


ซองแดงของวันนี้ได้รับเงินทั้งหมด 42,121 หยวน


ซึ่งหลินฟานก็ไม่ได้สนใจเงินจำนวนเท่านี้เลย


เขาจดจ่อไปที่เมล็ดกาแฟสายพันธุ์พรีเมี่ยม


【เมล็ดกาแฟสายพันธุ์พรีเมี่ยม สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันและยังมีรสชาติที่เข้มข้น 】


สิ่งนี้...


ถึงกับทำให้ใบหน้าของหลินฟานมีลักษณะแปลกๆ


เมล็ดกาแฟสายพันธุ์พรีเมี่ยมงั้นหรอ?


จะให้ฉันไปปลูกกาแฟหรือไงกัน?


รางวัลมันเริ่มจะแปลกขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ!


หลินฟานถึงกับต้องส่ายหัวไปมา จากนั้น เขาก็หันความสนใจไปที่ระบบลงชื่อเข้าใช้


"เข้าสู่ระบบ!"


【ติ๊ง! ยินดีด้วย คุณได้รับทักษะผู้เชี่ยวชาญในการปลูก 】


【ทักษะผู้เชี่ยวชาญในการปลูก ปลูกทุกอย่างให้ขึ้นได้อย่างง่ายดาย และเมื่อเหงื่อออกก็จะเพิ่มเสน่ห์สูงสุด 】


หลินฟานกระพริบตา


“อะไรกัน เมื่อกี้ฉันก็เพิ่งจะได้รับเมล็ดกาแฟสายพันธุ์พรีเมี่ยมมา และตอนนี้ฉันยังได้รับทักษะผู้เชี่ยวชาญในการปลูกมาอีกหรอ?”


นี่กะว่า...จะให้เขาเป็นลุงชาวสวนที่สุดยอดที่สุดที่เคยมีมาเลยหรือยังไง?


"ฟึบ!"


ในขณะนั้น ซูหนิงจิงก็ได้หยิบอินทผลัมสีแดงน่าอร่อยจำนวนหนึ่งมาให้


หลินฟานถามว่า "เธอปลูกเองหรอ?"


ซูหนิงจิงพยักหน้าซ้ำๆ และกล่าวว่า “ใช่”


“งั้นฉันคงต้องขอชิมหน่อยแล้วล่ะ” หลินฟานยิ้ม


จากนั้น หลินฟานก็เปิดหีบจากระบบเพื่อที่จะนำน้ำแร่มาล้างอินทผลัม


ซึ่งเขาก็พบว่ามันมีเมล็ดกาแฟถุงใหญ่อยู่ด้วย


เขาเข้าใจทันที: ว่านี่คือเมล็ดกาแฟสายพันธุ์พรีเมี่ยมที่เพิ่งได้รับมาจากซองแดง! "


จากนั้น หลินฟานก็ทำการล้างอินทผลัมสีแดงแบบสบายๆ แล้วก็โยนมันเข้าปากของเขา


"กรึบ!"


หอม กรอบ และหวาน!


หลินฟานอุทานออกมา "หืม! รสชาติอร่อยสุดยอดเลย! ต้นพุทราปลูกที่นี่ได้ด้วยหรอ"


“ได้สิ ไม่เพียงแต่ต้นพุทราเท่านั้นนะ เรายังปลูกต้นส้ม ต้นส้มโอ ต้นพีช ต้นพลัมด้วย…ดินที่นี่ดีมากเลยล่ะ” ซูหนิงกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังทิศทางของสวน


ซึ่งหลินฟานก็อดไม่ได้ที่จะมองไปในทิศทางที่ซูหนิงชี้ไป


และเขาก็เห็น...


วัชพืชขนาดใหญ่บนทางลาด 30 องศา ไม่มีภูเขาล้อมรอบ สามารถรับแสงแดดได้เพียงพอทุกวัน ชั่งเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การปลูกจริงๆ

ตอนก่อน

จบบทที่ อร่อย

ตอนถัดไป