ราคาที่ต้องจ่าย
เสียงคำรามแฝงความกังวลของแอนเดอร์สันดังก้องอยู่ในหูของเขา
ชูเฟิงได้ยินมัน
แต่มันสำคัญไหม?
ก็ไม่
ผู้ใหญ่ต้องชดใช้ความผิดพลาดของพวกเขา
แล้วถ้าพ่อของเจ้าเป็นสมาชิกสภาล่ะ?
มันเกี่ยวอะไรกับการที่ข้าจะฆ่าเจ้า?
ชูเฟิงหยิบน้ำแห่งชีวิตขวดสุดท้ายออกจากคลังเก็บของส่วนตัวของเขา
เขาดื่มมันโดยไม่ลังเล
ในตอนแรกนั้น เขาได้วางแผนที่จะแสร้งทำเป็นอ่อนแอและใช้ความสามารถในการฟื้นฟูของน้ำแห่งชีวิต เพื่อสร้างโอกาสในการได้รับชัยชนะ
ตอนนี้ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว
เขาต้องการฟื้นกำลังอย่างรวดเร็วและฆ่านาง
ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อฆ่าหล่อน!
เขาเดินไปหาหมาป่าปีศาจสามตาอย่างเงียบๆ
ทุกย่างก้าวของเขาแรงกกดดันของชูเฟิงก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
เขาเป็นเหมือนเสือที่ดุร้ายลงมาจากภูเขา
ข้างหน้าถัวต้าและถ้วกู่มีการแสดงออกที่น่ากลัวบนใบหน้าของพวกเขา
พวกเขาไม่สามารถหยุดเขาหรือถอยกลับได้
เหม่ยเว่ยหยาเป็นเจ้านายตัวน้อยของพวกเขา
หากนางถูกชูเฟิงฆ่าต่อหน้าต่อตาพวกเขา…
ทั้งสองจะมีปัญหา
พวกเขายืนอยู่ที่นั่นอย่างแข็งทื่อ พวกเขาต้องการเกลี้ยกล่อมชูเฟิง แต่พวกเขาก็ถูกตอบโต้ด้วยดาบของชูเฟิง
มีดคมบาดตรงหน้าทั้งสองคน
ก่อนที่ทั้งคู่จะพูดได้ เสียงแหบแห้งเล็กน้อยของชูเฟิงก็ดังขึ้นในหูของพวกเขา “ถอยไปหรือไม่ก็ตาย!”
ตอนนี้ ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ถ้าเจ้าพยายามจะหยุดข้า เจ้าจะเป็นศัตรู
และศัตรูต้องตาย!
แม้ว่าเขาจะมีไพ่ที่เหนือกว่า เขาก็จะไม่ลังเลใจที่จะเพิ่มโอกาสให้มากขึ้น
ถัวต้าและถัวกู่ตกใจกับการจ้องมองของชูเฟิง
น่าเกรงขามอะไรเช่นนี้!
ความเงียบงัน ไม่แยแสผสมกับเจตนาฆ่า
มันทำให้พวกเขาตกใจสุดขีด
พวกเขาถอยออกไปโดยไม่รู้ตัว
ในขณะนี้ การต่อสู้ทั้งหมดหยุดลง
สายตาของทุกคนจับจ้องไปทางชูเฟิง
แม้แต่โม่หลัวก็มองชูเฟิงด้วยสีหน้าจริงจัง
ชูเฟิงเดินต่อไป
เขาพึมพำกับตัวเองขณะเดิน
FB:หนอนนักแปล
เสียงของเขาไม่ดังหรือเบา
ก็เพียงพอแล้วที่ทุกคนจะได้ยิน
“อันที่จริง… ข้าอดทนต่อเพื่อนร่วมทีมที่ต่อสู้เคียงข้างข้ามาก ไม่เป็นไรถ้าเพื่อนร่วมทีมของข้าอ่อนแอ ถ้าพวกเขาไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ ข้าจะคิดหาทางช่วยเหลือ ไม่เป็นไรแม้ว่าพวกเขาจะทำลายแผนของข้าเพราะพวกเขาอ่อนแอ ข้าจะหาวิธีแก้ไข แต่ข้าจะไม่โทษพวกเขาหรืออะไรทั้งนั้น... หากแต่ข้าทนไม่ได้กับความโง่เขลานี่... เพราะความโง่เขลาของเจ้า สถานการณ์ที่ข้าทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างมันกับพังไม่เป็นท่า เพราะความใจดีที่น่าสมเพชของเจ้า อาจทำให้ทุกคนถูกกวาดล้างได้ คนแบบนี้สมควรตาย”
เสียงของชูเฟิงนั้นเบามาก
มันเบามากจนรู้สึกราวกับว่าเขาไม่ได้โกรธ
เขาเพียงแค่ระบุความเป็นจริงง่ายๆก็เท่านั้นเอง
หลังจากหยุดชั่วคราว ชูเฟิงก็พูดต่อ
เขาดูเหมือนกำลังคุยกับแอนเดอร์สัน
“เจ้าบอกว่าบิดาของเจ้าเป็นหนึ่งใน 16 สมาชิกสภาของกองทัพปฏิวัติ ถ้าข้าฆ่านาง พวกเขาจะแก้แค้นข้า พูดตามตรงข้าไม่สนใจหรอก ในความเป็นจริงกองทัพปฏิวัติของเจ้าไม่มีอะไรมากไปกว่าขยะในสายตาของข้า ถึงแม้ว่าพวกมันจะมีขุมพลังอันยิ่งใหญ่ แต่พวกมันก็แข่งขันกันเพื่อแย่งชิงอำนาจและกีดกันซึ่งกันและกันอยู่เสมอ นับเฉพาะตัวเจ้าเองตลอดหลายปีที่ผ่านมามีการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จกี่ครั้งแล้ว? มีผู้เสียชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วน แต่ผลตอบแทนที่ได้รับช่างน้อยนิด องค์กรดังกล่าวจะเป็นอะไรไปได้อีกนอกจากขยะ? แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ธุรกิจกงการอะไรของข้า ถ้าเจ้าอยากแก้แค้น ข้าจะรับมันไว้เอง ก็แค่นั้นแหละ ระดับ A+ อะไร ระดับ S อะไร หรือแม้แต่การดำรงอยู่ที่แข็งแกร่งกว่า มาฆ่าข้าเถอะ ถ้าข้าถูกพวกเจ้าฆ่า นั่นเป็นเพราะข้าไร้ความสามารถ อย่างไรก็ตาม หากเจ้าไม่สามารถฆ่าข้าได้ เจ้าก็รอการแก้แค้นจากข้าไว้ได้เลย ข้าจะยกให้เจ้าอยู่ในตำแหน่งเดียวกับเผ่าปีศาจ ข้าจะถอนรากถอนโคนพวกเจ้าทั้งหมด และข้าก็มีความมั่นใจที่จะทำเช่นนั้น”
เมื่อถึงจุดนี้ ชูเฟิงก็ยืนอยู่ตรงหน้าหมาป่าปีศาจสามตาและเหม่ยเว่ยหยา
เขาใกล้กันอย่างมาก
เขามองขึ้นไปทางหมาป่าปีศาจสามตาและยิ้ม
“เจ้าจะมอบนางให้ข้าหรือไม่? ไม่ต้องกังวล. ในทางกลับกัน ข้าจะไม่แตะต้องเจ้าจนกว่าเจ้าจะหายดี ข้าอาจชอบทำสิ่งต่าง ๆ อย่างไร้ยางอาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าให้ความสำคัญมาก นั่นคือการรักษาคำพูดของข้า ให้นางกับข้าถ้าเจ้าเชื่อใจข้า”
หมาป่าปีศาจสามตาตกตะลึง
รู้สึกว่าสมองของมันไม่เพียงพอที่จะประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้
ให้เชื่อเจ้า?
เราเป็นศัตรูที่จะต้องต่อสู้กันจนลมหายใจสุดท้าย!
เพื่อที่จะฆ่านางผู้หญิงโง่นี่ เจ้าเต็มใจที่จะยอมแพ้ต่อสถานการณ์อันยิ่งใหญ่ที่เจ้าสร้างขึ้นเมื่อครู่นี้จริง ๆ หรือ?
เช่นเดียวกับที่หมาป่าปีศาจสามตาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร...
ในระยะไกลโม่หลัวก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“ฮ่าฮ่า ปีศาจหมาป่า ฟังเขาเถอะ มอบนางให้เขา”
หลังจากที่เขาพูดคำเหล่านั้นเสร็จ เขาก็มองไปที่ชูเฟิงและยิ้ม
“ชูเฟิง เจ้าได้เปิดโลกทัศน์ของข้าให้กว้างขึ้นอย่างแท้จริง ถ้าไม่ใช่เพราะว่าจุดยืนของเราต่างกัน ข้าก็อยากจะเป็นเพื่อนกับเจ้าอยู่หรอก”
ชูเฟิงหันกลับมาและยิ้มตอบเขา อย่างไรก็ตาม น้ำเสียงของเขาหนักแน่นมาก
“ข้าต้องขอโทษ แต่ข้าจะไม่เป็นเพื่อนกับปีศาจ ยังไงก็ขอบคุณที่ให้นางกับข้า”
เขาหันกลับมาอีกครั้งและยิ้มให้หมาป่าปีศาจสามตา
“ตอนนี้ให้นางได้หรือยัง”
ด้วยคำสั่งของเจ้านาย หมาป่าปีศาจสามตาจึงไม่ลังเลอีกต่อไป
เขาปล่อยกรงเล็บของเขา
"ขอขอบคุณ."
ชูเฟิงพยักหน้า
เมื่อมองดูเหม่ยเว่ยหยาที่ตัวสั่นเทา เขายิ้มและถามเบาๆ ว่า “เจ้ารู้ความผิดพลาดของเจ้าหรือไม่?”
เมื่อเหม่ยเว่ยหยาได้ยินเช่นนั้น นางคิดว่าชูเฟิงจะปล่อยนางไป ดังนั้นนางจึงรีบพูดขึ้นว่า “ขะ..ข้ารู้ว่าข้าคิดผิด! ข้าเสียใจ! ช้าเอาแต่ใจและใจอ่อนเกินไป ข้าไม่มีประสบการณ์ ข้าคิด…"
ชูเฟิงโบกมือเพื่อบอกให้นางหยุดพูด
เหม่ยเว่ยหยา รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
“ฉ-ฉะนั้น ข้าขอตัวก่อน!”
ชูเฟิงส่ายหัว
"คุกเข่า!"
"คุกเข่าลง? เพื่ออะไร?"
เหม่ยเว่ยหยามองไปทางชูเฟิงด้วยความสับสน
ทันใดนั้น เสียงของชูเฟิงก็ดังขึ้นอีก
“คุกเข่า!”
เสียงของเขาสั่นสะเทือนภูเขาและแม่น้ำ
มันส่งแรงกดดันเข้าใส่ขาของเหม่ยเว่ยในทันที
นางคุกเข่าลงอย่างแรง
มันเจ็บปวดมากจนเหม่ยเว่ยหยาถึงกับหลั่งน้ำตา
“อะไร… เจ้าจะทำอะไร? เจ้าไม่สามารถฆ่าข้าได้ บิดาข้าคือ…"
แต่ก่อนที่นางจะพูดจบประโยค...
พัฟ!
ชูเฟิงยกดาบขึ้นและฟันลง
หัวกลมแยกออกจากร่างกาย
เลือดพุ่งกระฉูด
ร่างของเหม่ยเว่ยหยาล้มลงกับพื้น
ชูเฟิงไร้ความรู้สึก
“ข้าจะไม่ทำอะไรทั้งนั้น ข้าแค่จะตัดหัวของเจ้า”
ในขณะนั้นก็เกิดความเงียบงันขึ้น
ทุกคนมองไปทางชูเฟิงและร่างหญิงสาวภายใต้เท้าของเขา! นางตายและคงจะไม่ตายมากไปกว่านี้!
หลังจากทำสิ่งเหล่านี้ ชูเฟิงก็มองไปทางหมาป่าปีศาจสามตา
“ด้วยร่างกายของเจ้า เวลาห้านาทีก็มากเกินพอสำหรับเจ้าในการฟื้นฟู ข้าจะไม่แตะต้องเจ้าเป็นเวลาห้านาที ถัวต้า, ถัวกู่ เจ้าสองคนไม่ได้รับอนุญาตให้แตะต้องเขาเช่นกัน มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าพวกเจ้าสองคนก่อน”
ด้วยเหตุนี้สิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับกับความลังเลใจของสองพี่น้องคนนี้ ก็พัฒนามาถึงขั้นนี้
แน่นอนว่าชูเฟิงไม่สามารถมองข้ามมันไปได้
จากนั้น ไม่สนใจปฏิกิริยาของถัวต้าและถัวกู่ เขากระโดดออกไปหลายสิบเมตรในขั้นตอนเดียว
เพียงไม่กี่ก้าว เขามาถึงตรงหน้าโม่หลัวด้วยรอยยิ้มจางๆ
“ข้าขออภัยเกี่ยวกับโชว์โง่ๆต่อหน้าเจ้า ข้าไม่ได้คาดหวังให้บุคคลดังกล่าวอยู่ในทีมของข้า”
โม่หลัวตกตะลึงอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่จะส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม
“ทำไมเราไม่ยุติการต่อสู้ในห้านาทีนี้”
“ไม่จำเป็น สู้ต่อไป. ท้ายที่สุดเจ้าจะมีข้อได้เปรียบ”
หลังจากที่เขาพูดจบ ชูเฟิงก็ไม่ยอมให้โอกาสโม่หลัวปฏิเสธ
เขาเหลือบมองไปทางแอนเดอร์สันซึ่งยังคงมึนงงอยู่
“ยังสู้ได้อยู่ไหม”
แอนเดอร์สันกลับมารู้สึกตัวและมองไปทางชูเฟิงด้วยสายตาที่ซับซ้อน
เขาพยักหน้า.
“ตราบใดที่ข้ายังไม่ตาย ข้าจะสู้ต่อไป”
ชูเฟิงยิ้ม
“ที่จริงข้าลืมบอกไปว่าตอนนี้เจ้าไม่ใช่ขยะ หากกองทัพปฏิวัติเต็มไปด้วยผู้คนเช่นเจ้า เผ่าพันธุ์ปีศาจคงจะปวดหัวอยู่ตลอดเวลา”
แอนเดอร์สันพูดไม่ออก
นี่เจ้ากำลังชื่นชมข้า?
เขายังคงไม่ชินกับมัน
เมื่อเห็นท่าทางประหม่าของแอนเดอร์สัน ชูเฟิงก็หัวเราะออกมาทันที
เขาใช้ดาบสองคมและฟันไปทางโม่หลัว
ขับไล่ความคิดที่วอกแวกไปทั้งหมด เขาผลักคลื่นลูกแรกของศาสตร์แห่งเพลงดาบเก้าคลื่นจนถึงขีดสุด
เปลี่ยนเป็นเงาดาบนับพัน เขาฟันใส่โม่หลัว
ภายใต้สภาวะจิตใจที่สงบอย่างยิ่ง ในขณะที่เขาชักดาบออกมา ชูเฟิงก็รู้สึกแตกต่างเล็กน้อย
FB:หนอนนักแปล