เกาะต้องสาป

แอนเดอร์สันรู้สึกเหมือนเป็นผู้หญิงที่กำลังคร่ำครวญ

เขากำลังแสดงความกังวลอยู่ฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจเลย

สิ่งนี้ทำให้แอนเดอร์สันรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก

จากนั้นชูเฟิงก็จำมันได้

“โอ้ ข้าเกือบลืมไปเลย ข้าขอโทษจริงๆ"

"เจ้า!.. ลืมมันไปซะ!”

แอนเดอร์สันขยุ้มหัวตัวเองด้วยความหงุดหงิด

นี่ไม่ใช่ความผิดของชูเฟิง

สิ่งที่ชูเฟิงมองเห็นนั้น ไม่ว่าเขาจะฆ่าบุตรสาวของสมาชิกสภาหรือไม่

มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่

สำหรับการแก้แค้น?

คนของสมาชิกสภาจะไปที่โลกได้หรือไม่?

ครั้งต่อไปที่เขามายังหุบเหวห้วงลึกอเวจีนั้น พวกเขาจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะปลอมตัวเป็นอะไร

พวกเขาจะไปแก้แค้นใคร?

ไม่ว่าในกรณีใด แม้ว่าพวกเขาอยากจะแก้แค้น นั่นก็คือสิ่งที่ชูเฟิงต้องการ

อะไรคือความเสียใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาในการมาหุบเหวห้วงลึกอเวจี?

แน่นอนว่าสายเลือดของเขาไม่ได้รับการยกระดับที่มากพอ!

สายเลือดแห่งการทำลายล้างพัฒนาขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

อย่างไรก็ตามสายเลือดอมตะโบราณไม่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งใดๆเลย

ชูเฟิงกำลังไตร่ตรองว่าเขาควรเสริมสร้างสายเลือดของเขาอย่างไร

ในชีวิตก่อนหน้านี้จักรพรรดิอมตะนั้นแข็งแกร่งมาก จะต้องมีวิธีการพิเศษที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นแน่ๆ

ดูเหมือนว่าสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองจะถูกแบ่งออกเป็นระดับชั้น

อย่างไรก็ตาม เขารู้เรื่องพวกนี้น้อยเกินไป

เขายังคงต้องค่อยๆคิดหาทางออก

ยิ่งสมาชิกสภาส่งคนมามากเท่าไร เขาก็ยิ่งซึมซับเลือดได้มากขึ้นเท่านั้นโดยการฆ่าพวกเขาทั้งหมด

สำหรับเรื่องของความร่วมมือ ชูเฟิงไม่ได้มีความคิดเช่นนั้น

ในช่วงเวลาปัจจุบันของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ก็ยังไม่เหมาะสมสำหรับพวกเขาที่จะติดต่อกับกองทัพปฏิวัติ

ประการแรก พวกเขายังไม่มีกองกำลัง ประการที่สอง พวกเขาไม่มีความมั่นใจ

ถ้าร่วมมือกันก็จะเสียเปรียบ

มันจะดีกว่าที่จะปล่อยให้ธรรมชาติดำเนินไปตามแนวทางของมัน

ชูเฟิงไม่ได้วางแผนที่จะเข้าไปแทรกแซง

เมื่อเห็นสีหน้าเฉยเมยของชูเฟิง แอนเดอร์สันก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

เขากลัวว่าเขาจะหายใจไม่ออกหากยังคงเก็บมันไว้

“ลืมมันไปเถอะ ข้าไม่ต้องการให้เจ้าถามข้าอีกต่อไป ข้าควรจะบอกเจ้าทีเดียวไปเลยและจบเรื่องนี้ซะ ข้าก็แค่ต้องกลับไปและสร้างปัญหาให้ตัวเอง”

เขาไม่รอให้ชูเฟิงตอบ

FB:หนอนนักแปล

เขาไม่อยากได้ยินมัน

เขาเพียงแค่กล่าวว่า “บิดาของเหม่ยเว่ยหยา,เหม่ยหลง เป็นหนึ่งในสมาชิกสภาที่มีเพียง 16 คน ของการประชุมโต๊ะกลม เขาเป็นผู้นำของไวท์เอลฟ์และมีอิทธิพลค่อนข้างมากในเผ่าพันธุ์เอลฟ์ทั้งหมด”

“โอ้ ใช่ นอกจากประธานและรองประธานกองทัพปฏิวัติแล้ว สมาชิกสภาทั้ง 16 คนเหล่านี้มีอำนาจสูงสุด พวกเขาสามารถระดมคนระดับ A+ ได้”

“ข้าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อปกปิดสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้สำหรับเจ้า แต่ไม่นาน ความจริงก็จะปรากฏ เหม่ยหลงจะรู้ในไม่ช้าก็เร็ว ท้ายที่สุด มีคนมากมายที่ยังมีชีวิตอยู่ที่นี่”

เมื่อพูดจบ แอนเดอร์สันก็เหลือบมองคนอื่นๆ รวมทั้งพี่น้องถัวต้าและถัวกู่

ทันใดนั้นสีหน้าของพวกเขาก็ซีดลง

“เราจะไม่… ชีวิตของเราได้รับการช่วยชีวิตโดยพี่ใหญ่ชูเฟิง!”

ชูเฟิงยิ้มและส่ายหัว

“ถ้าข้าจำไม่ผิด แอนเดอร์สันไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่นำโดยเหม่ยหลง มิฉะนั้น ไอ้หมอนี่คงไม่ได้บอกอะไรข้ามากนัก ส่วนเจ้าทั้งสอง จงตอบตามที่สมาชิกสภาถาม ไม่จำเป็นต้องทำสิ่งต่างๆให้มันยุ่งยากสำหรับตัวของพวกเจ้าเอง”

ถัวต้าและถัวกู่ส่ายหัวอย่างมั่นคง

“คราวนี้เราสองคนพี่น้องก็เห็นเช่นนั้นด้วย.. ในตระกูลเหม่ย พวกเราเอลฟ์ใช้นามสกุลต่างกัน เพราะถูกมองว่าเป็นแค่ข้ารับใช้เท่านั้น และสามารถถูกดุด่าได้ตามใจชอบ เนื่องจากเป็นเช่นนั้น เราก็เลยยอมแพ้ ครั้งนี้เราไม่ได้วางแผนที่จะกลับไป.. อย่างมากที่สุด เราจะเดินเตร็ดเตร่ไปทั่ว ในอนาคต ถ้าพี่ใหญ่ชูเฟิงต้องการพวกเรา เราทั้งสองจะกลับมาอย่างแน่นอน”

อย่างไรก็ตาม แอนเดอร์สันเลิกคิ้วขึ้น

“อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจไม่กลับไป! พวกเจ้าคือกระดูกสันหลังของกองทัพปฏิวัติ! หากพวกเจ้าไม่ต้องการกลับไปที่ตระกูลเหม่ย ให้มาที่ตระกูลแอนของเราสิ! ตระกูลเราไม่มีกฎเกณฑ์มากเท่ากับตระกูลเหม่ย!”

ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตแปลงวิญญาณ!

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ไม่ธรรมดา

มันจะเป็นการดีที่จะแย่งชิงพวกมันจากตระกูลเหม่ย!

ชูเฟิงเหลือบมองแอนเดอร์สันอย่างหงุดหงิด ชายคนนี้ค่อนข้างเก่งในการฉกฉวยโอกาส

อย่างไรก็ตาม มันอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับสองพี่น้อง

เนื่องจากตระกูลแอน ได้ชายสองคนนี้ไป ก็หมายความว่าพวกเขาก็ควรจะปลอดภัยแล้ว

ไม่น่าเป็นไปได้ที่เหม่ยหลงจะไล่ล่าพวกเขา

เรื่องนี้จึงได้รับการแก้ไขแล้ว

แอนเดอร์สันมีความสุขมาก เขาเพิกเฉยต่อสายตาที่ดูถูกเหยียดหยามของชูเฟิง และกล่าวต่อ “ที่จริงแล้ว เจ้าเป็นมนุษย์คนแรกที่มาเยือนหุบเหว นอกเหนือจากเหม่ยหลงที่อาจจะหาทางแก้แค้นเจ้า กองกำลังอื่นๆในกองทัพปฏิวัติอาจจะไม่สายตาสั้นนัก พวกเขาอาจจะพยายามหยุดเหม่ยหลงไม่ให้แก้แค้นเจ้า และตระกูลของเราจะช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องต่างๆให้อีกด้วย”

“นอกจากนี้ มนุษย์ยังมีฝีมือมากในการปลอมตัว นักรบขอบเขตแปลงวิญญาณไม่สามารถมองทะลุผ่านมันได้ เหม่ยหลงจะตามหาเจ้าเจอได้อย่างยากลำบาก”

“เจ้าไม่ควรปล่อยให้เราเห็นรูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของเจ้า นั่นเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด”

ชูเฟิงพยักหน้าอย่างเฉยเมย

ต่อให้แอนเดอร์สันไม่พูด เขาก็คงไม่โง่พอ ที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเขาต่อหน้าผู้คนมากมาย

“โอ้ใช่! เจ้ามีหินสื่อสารไหม ทิ้งเครื่องหมายไว้ เราจะได้ติดต่อกันในอนาคต"

แอนเดอร์สันไม่ต้องการที่จะไม่สามารถติดต่อกับชูเฟิงได้อีกในอนาคต

หากเป็นเช่นนั้น การติดต่อกับมนุษย์จะไม่ถูกตัดขาดหรือ?

ชูเฟิงส่ายหัว

“ข้าเป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง ข้าจะมีสิ่งของจากหุบเหวได้อย่างไร”

“ข้ามีอยู่หนึ่งชิ้น แต่มันเป็นของคุณภาพต่ำ มันสามารถส่งข้อความได้ภายในระยะหนึ่งพันไมล์เท่านั้น" ถัวต้ารีบหยิบหินก้อนเล็กๆที่มีความผันผวนเป็นพิเศษออกมา

ชูเฟิงรับมาโดยไม่ลังเลใจ

สิ่งนี้เป็นเหมือนโทรศัพท์ของมนุษย์และไม่แพงเลย ในชีวิตก่อนหน้านี้ เขาก็ได้รับหินสื่อสารคุณภาพสูง

สามารถใช้เพื่อส่งข้อความไปทั่วหุบเหวห้วงลึกอเวจีได้ทั้งหมด

พวกเขาทิ้งร่องรอยไว้ให้กันและกัน

ชูเฟิงไม่รอช้า เขาเก็บราชาอสูรกลืนกินฝันร้ายไว้ในลูกบอลสัตว์เลี้ยงและบินขึ้นไปบนท้องฟ้า

ด้านล่าง แอนเดอร์สัน, ถัวต้าและถัวกู่ เฝ้าดูร่างของชูเฟิงค่อยๆลอยหายไปในขอบฟ้าไกล

แอนเดอร์สันถอนหายใจยาวและพึมพำ “ข้ามีความรู้สึกว่าหุบเหวจะไม่มีวันสงบสุขอีกเพราะเจ้าสัตว์ประหลาดนี่แน่ๆ…”

หลังจากที่ชูเฟิงจากไป เขาก็บินขึ้นไปบนเมฆสูง

แม้แต่สัตว์บินธรรมดาก็ไม่อาจมาที่นี่ได้

ตอนนั้นเองที่เขาปลอดภัย

ชูเฟิงยังคงบินไปทางใต้ด้วยความเร็วแปดเท่าของเสียง

ความทรงจำในชีวิตก่อนของเขาฉายซ้ำภายในจิตใจ

ทางใต้ของชั้นสองเป็นทะเลอันกว้างใหญ่

มีอันตรายมากมายในมหาสมุทร สัตว์ร้ายที่ทรงพลัง และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่น่ากลัว…

ดังนั้นไม่มีใครรู้ว่าขอบเขตของมันอยู่ที่ใด

สถานที่ที่ชูเฟิงต้องการไปนั้นตั้งอยู่บนเกาะห่างไกลในมหาสมุทรแดนใต้

เป็นที่ที่มนุษย์เรียกว่าเกาะต้องสาปในชีวิตก่อนหน้านี้

เป็นเพราะสัตว์ดุร้ายที่อาศัยอยู่ที่นั่น

ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด ก็ไม่มีใครสามารถก้าวไปสู่ระดับ A ได้

ราวกับว่ามีข้อจำกัดบางอย่าง

ยับยั้งสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ถูกพันธนาการไว้

ในชีวิตก่อนหน้านี้ มนุษย์ระดับ B ขั้นสูงสุดเคยทดลองมาก่อน

ตราบเท่าที่คนหนึ่งอยู่บนเกาะต้องสาป ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร มันก็เป็นไปไม่ได้ที่คนๆนั้นจะก้าวหน้าต่อไปได้

ใครก็ตามที่เหยียบลงบนเกาะนี้ จะรู้สึกเหมือนถูกสาป

ทางเดียวที่จะก้าวหน้าได้คือต้องออกจากที่นั่น

สิ่งมีชีวิตใดที่อยู่เหนือระดับ A จะตายอย่างลึกลับหลังจากเหยียบลงบนเกาะ

แม้แต่ผู้ที่อยู่ในระดับ A+ ก็ไม่มีข้อยกเว้น!

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงถูกเรียกว่าเกาะต้องสาป

ที่นี่คือสวรรค์ของสัตว์อสูรระดับ B

ชื่อไม่เป็นมงคล แต่แท้จริงแล้วเป็นขุมทรัพย์สำหรับการฆ่ามอนสเตอร์!

ฝูงของสัตว์ดุร้ายระดับ B อาศัยอยู่ที่นั่น

เขาสามารถฆ่ามอนสเตอร์ได้จนกว่ามือของเขาจะหมดแรง

ชูเฟิงเป็นเพียงระดับ C ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเขาไม่สนใจคำสาป

นอกจากนี้ เขาได้เก็บ ราชาอสูรกลืนกินฝันร้าย ไว้ในลูกบอลสัตว์เลี้ยงของเขาแล้ว

ในชีวิตก่อนหน้านี้ มนุษย์ได้ทดสอบว่าสัตว์สัตว์เลี้ยงระดับ A จะไม่ตายหากพวกมันอยู่ใน ลูกบอลสัตว์เลี้ยง

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่พวกมันถูกปล่อยออกมา พวกมันจะต้องตายอย่างแน่นอน!

แม้แต่ผู้ที่พยายามหลบหนีทันที ก็ไม่มีข้อยกเว้น

เกาะต้องคำสาปนี้ช่างแปลกจริงๆ

เขาบินทั้งวันทั้งคืน

เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น ในที่สุด ชูเฟิงก็สามารถมองเห็นเค้าโครงต่างฟของเกาะเล็กๆ ได้จากที่ไกลๆ

จากมุมมองนี้ ทำให้หัวใจของชูเฟิงสั่นไหวอย่างรุนแรง

มองลงมาจากท้องฟ้า…

เกาะเล็กๆนี้มันยังไงกันแน่!

นี่มันสุสานชัดๆ!

ตอนก่อน

จบบทที่ เกาะต้องสาป

ตอนถัดไป