จงไม่เห็นข้า!
ในขณะนั้นหลี่เผิงอยากจะร้องไห้จริงๆ
ตอนนี้เขากลายเป็นเนื้อที่แห้งตายไปแล้ว!
เมื่อกี้เขาคิดว่า ในที่สุดเขาก็ได้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และเสียงของเขาก็ไม่เบาเช่นกัน
ด้วยความสามารถของชูเฟิง เขาเชื่อว่าชูเฟิงต้องได้ยินสิ่งที่เขาพูดก่อนหน้านี้
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ไม่ค่อยยิ้มบนใบหน้าของชูเฟิง หลี่เผิงก็แสดงออกถึงการตัดสินใจที่ไม่ธรรมดาในขณะนั้น
แปะ! แปะ!
เขาตบปากตัวเองสองครั้ง
จากนั้นเขาก็มองไปทางชูเฟิงด้วยสายตาอ้อนวอน
โคโค่ที่อยู่ข้างๆ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“เสี่ยวหยา พี่ชายของเจ้ากำลังทำอะไรอยู่? ทำไมถึงทำร้ายตัวเอง?”
ในขณะที่หลี่หยารู้เรื่องราวทั้งหมด นางพูดอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “ไม่ต้องไปสนใจเขา เขาสมควรได้รับมัน!”
หลี่เผิงพูดอย่างเชื่องช้า “โอ้ เมื่อกี้มียุง ข้าเลยตบมัน”
แน่นอน แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เชื่อเหตุผลเช่นนี้
มีใครตบตัวเองแรงขนาดนี้ เพื่อตบยุงบ้างไหมล่ะ?
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน ชูซือโหรวและลุงของนางซุนเจี้ยนปินได้ไปข้างหน้านานแล้วและช่วยถือกระเป๋าจากชูเฟิงและคนอื่น ๆ
เมื่อยืนนิ่งอยู่ตั้งนาน น้ำตาที่สวยงามของชูซือโหรวก็ไหลออกมา
“พ่อ แม่ เสี่ยวเฟิง ข้าคิดถึงพวกท่านมากเหลือเกิน”
ดวงตาของชูเทียนไหลและซุนเหนียนอิงเริ่มแดงขึ้น
เนื่องจากการลดลงอย่างกะทันหันของหุบเหว คู่สามีภรรยาจึงไม่สามารถกังวลเกี่ยวกับชูซือโหรวที่อยู่ในเมืองหลวงได้
พวกเขาสามารถสื่อสารผ่านวิดีโอคอลได้เท่านั้น
พวกเขารู้สึกว่าพวกเขาเป็นหนี้บุตรสาวมาก
ในทางกลับกัน ชูซือโหรวก็กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของครอบครัว นางต้องเป็นกังวลในทุกๆวัน
มันเยี่ยมมาก
ในที่สุดครอบครัวของพวกเขาก็กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง
ชูเฟิงตะโกนด้วยรอยยิ้มที่ยิ้มแย้ม “พี่สาว ท่านสวยขึ้นอีกแล้ว”
“ไร้สาระ!”
ชูซือโหรวม้วนตามองไปทางชูเฟิง
ต่อหน้าครอบครัว ชูซือโหรวละเลยการสงวนท่าทีของนาง
ชูเฟิงหัวเราะอย่างโง่เขลา
เขาสนิทสนมกับพี่สาวตั้งแต่ยังเด็ก
'ตอนที่เขาออกไปต่อสู้เมื่อตอนที่เขายังเด็ก เขาขี้อายและถูกรังแก มีเพียงพี่สาวเท่านั้นที่ปกป้องเขา'
พี่สาวของเขาอ่อนโยนขึ้นโดยไม่คาดคิด แต่เขากลับกลายเป็นคนรุนแรงแทน
ระหว่างที่พี่น้องคุยกัน ลุงซุนเจี้ยนปินก็รีบเข้าหาชูเทียนไหลและซุนเหนียนอิง "เทียนไหล เสี่ยวอิง ทั้งสองคงเหนื่อยจากการเดินทางมากแล้ว รีบไปพักผ่อนที่บ้านฉันเถอะ ข้าเตรียมที่พักให้แล้ว อยู่ติดกับบ้านของข้านี่แหละ และของทุกอย่างก็มีพร้อม รอเพียงแค่ให้พวกเจ้าย้ายเข้ามา”
"ขอโทษที่รบกวนด้วยนะ"
FB:หนอนนักแปล
ชูเทียนไหลรู้สึกขัดเขินเล็กน้อย
แต่ซุนเหนียนอิงกลอกตาไปมา
“พี่ชายของข้าเตรียมสิ่งนี้ให้ข้า มันไม่ใช่เรื่องของเจ้า"
"อ่า ข้าก็แค่ทำตัวสุภาพน่ะ ทำไมเจ้าถึงกระวนกระวายใจเช่นนี้?"
ชูเทียนไหลฉีกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
ฉากนี้ทำให้ซุนโคโค่และคนอื่นๆ หัวเราะอย่างมีความสุข
แน่นอนว่ามีคนหนึ่งที่ไม่สามารถหัวเราะได้
แม้ว่าเขาจะยิ้ม มันก็เป็นรอยยิ้มที่ขมขื่น
หลี่เผิงรู้ดีว่าเขาเพิ่งใช้ประโยชน์จากชูเฟิงโดยการหยอกล้อพี่สาวของเขา
ชูเฟิงคงจะใจดีมากที่ไม่ทุบตีเขาให้ตาย
หลี่เผิงมีไหวพริบมากและเริ่มทำตัวเหมือนนกกระจอกเทศ พึมพำเบาๆว่า “จงมองไม่เห็นข้า เจ้าไม่เห็นข้า…”
ด้วยการรับรู้ของชูเฟิงแน่นอนว่า เขารู้ว่าผู้ชายคนนี้กำลังทำอะไรอยู่
มันเป็นเพียงแค่เขาไม่ได้สนใจอะไร
มันจะทำลายบรรยากาศถ้าเขาจะทุบตีอีกฝ่ายในตอนนี้!
หลังจากที่ซุนโคโค่ทักทายเหล่าผู้อาวุโสเสร็จ นางก็ละทิ้งหลี่หยาและกอดหัวของชูเฟิง ในขณะที่นางพูดด้วยความยินดีว่า "เจ้าเด็กบ้า!"
“คิดถึงลูกพี่ลูกน้องคนนี้บ้างไหม หืม..”
'เจ้าเด็กบ้า'เป็นชื่อเล่นที่ซุนโคโค่ตั้งให้ชูเฟืงเมื่อตอนที่เขายังเด็ก
มีเพียงลูกพี่ลูกน้องที่ไร้ความกังวลคนนี้เท่านั้นที่ชอบเรียกเขาแบบนั้น
รู้สึกถึงความนุ่มนวลของสัมผัสต่อหน้าเขา ทำให้ชูเฟิงรู้สึกหมดหนทาง
พี่สาว ท่านไม่รู้หรือว่าควรรักนวลสงวนตัวต่อเพศตรงข้าม?
พวกเขาโตแล้ว
มันไม่ถูกต้องที่จะทำตัวเหมือนตอนเด็กๆ ใช่ไหม
อย่างไรก็ตาม เขาต้องดูมีความสุขให้มาก
"ข้าก็คิดถึงท่าน! ข้าถึงกับหมดความอยากอาหารและเครื่องดื่มในทุกๆวัน!”
“ฮ่าฮ่า นั่นมันมากกว่านั้น! ให้ข้าบอกเจ้าอย่างลับๆว่าลูกพี่ลูกน้องของเจ้าผู้นี้ก็เป็นผู้ฝึกตนระดับ D เช่นกัน ถ้ามีใครรังแกเจ้าในอนาคต ข้าจะช่วยเจ้สทุบตีเขา!” โคโค่โอ้อวดอย่างภาคภูมิใจ
สิ่งนี้ทำให้ชูเฟิงประหลาดใจ
ชูเฟิงปล่อยตัวมากเกินไปก่อนหน้านี้และไม่มีเวลาตรวจสอบมัน
มันไม่เป็นไรถ้าเขาไม่ได้มอง แต่ก็ต้องแปลกใจ พี่สาวสองคนของเขากลายเป็นผู้ฝึกตนระดับ D แล้ว
เมื่อเห็นการจ้องมองที่ประหลาดใจของชูเฟิง โคโค่ก็ภูมิใจมากขึ้น
“การประเมินของมหาวิทยาลัยนักสู้ กำลังจะเริ่มขึ้นไม่ใช่หรือ? มหาวิทยาลัย กองทัพ และองค์กรอื่น ๆ ทั้งหมดมีตัวชี้วัดภารกิจที่ได้รับจากบุคคลระดับสูง”
“เพื่อเพิ่มอัตราการผ่านของนักศึกษา มหาวิทยาลัยของเราได้เตรียมทีมอบรมพิเศษไว้แล้ว ข้ากับซือโหรวต่างก็มีความสามารถมากและผ่านรอบคัดเลือกมาแล้ว หลังจากนั้น เราได้รับทรัพยากรบางส่วนและได้เข้าไปโดยตรง พวกเรานี่เป็นอัจฉริยะจริงๆ!”
“ใช่ อัจฉริยะจริงๆ”
ชูเฟิงทำได้เพียงแค่เห็นด้วยเท่านั้น
นี่ก็ดีเหมือนกัน
เดิมทีชูเฟิงวางแผนที่จะใช้ทรัพยากรของเขาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ครอบครัวของเขา
อย่างน้อยที่สุด พวกเขาสามารถป้องกันตัวเองได้
แน่นอน มันจะดีกว่านี้ถ้าพรสวรรค์ของพวกเขาไม่เลว
อาจเป็นเพราะนางรู้สึกว่าชูเฟิงทำเหมือนกับไม่เชื่อ ซุนโคโค่จึงทำหน้ามุ่ยบุ้ยปาก
“เจ้าเด็กบ้า เจ้าไม่เชื่อข้สหรือ! ฮึ่ม! ข้าก็คิดว่าข้สใจดีพอจนอยากจะแนะนำผู้เชี่ยวชาญที่ยอดเยี่ยมสักคนสองคนให้รู้จักสักหน่อย!”
ซุนโคโค่ทำหน้ามุ่ยมากยิ่งขึ้น แต่นางก็ยังดึงพี่น้องคนนี้ไปอยู่เคียงข้างนาง
“ดูสิ นี่แฟนข้าหลี่หยา และพี่ชายของนางหลี่เผิง พวกเขาทั้งคู่เป็นผู้บ่มเพาะพลังวิญญาณที่ทรงพลัง ให้ข้สบอกความลับกับเจ้านะ พวกเขายังเป็นผู้ฝึกตนกำลังภายในโบราณอีกด้วย! สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขาเอาไว้นะ เมื่อเจ้ากลายเป็นผู้ฝึกตนในอนาคต พวกเขาจะสามารถพาเจ้าไปที่หุบเหวได้!”
ข้างๆนาง หลี่หยารีบดึงที่มุมเสื้อเชิ้ตของซุนโคโค่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
นางกระซิบด้วยความเขินอาย “โคโค่ หยุดพูด!”
นางกำลังสาปแช่งอยู่ภายในใจ
น้องชายของเจ้สแข็งแกร่งเกินไป
เขาทุบตีพี่ชายของข้าเหมือนกำลังตีลูกไก่
พาเขาไปหุบเหว?
ถามงี้ดีกว่าว่าเขาจะพาเราไปไหม?
อย่างไรก็ตาม ซุนโคโค่คิดผิด ราวกับว่านางได้ค้นพบโลกใหม่
"อา! เสี่ยวหยา เจ้าเขินอายเหรอ? พระเจ้า! เจ้าชอบลูกพี่ลูกน้องของข้าใช่ไหม นั่นมันเยี่ยมมาก!”
หลี่หยาเขินอายจนแทบจะฉีกรองเท้าให้ขาดเป็นชิ้นๆ
นางมองไปทางพี่ชายของนางหลี่เผิง เพื่อขอความช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม นางก็ตระหนักว่าหลี่เผิงได้หดคอของเขาลง เขาไม่กล้าแม้แต่จะมองไปทางชูเฟิง
เขายังคงพึมพำ “เจ้าไม่เห็นข้า เจ้าไม่เห็นข้า…”
หลี่หยาโกรธจนอยากจะบีบคอเขาให้ตาย!
ชูเฟิงยิ้มและพยายามทำให้ทุกอย่างราบรื่น
“ในกรณีนี้ ข้าจะต้องขอรบกวนพวกท่านสองคนให้ดูแลข้าในอนาคตด้วยนะ”
“แน่นอน แน่นอน” หลี่หยารีบตอบ
หลี่เผิงไม่ได้ยิน
ที่ด้านข้าง ลุงซุนเจี้ยนปิน ชูเทียนไหล และซุนเหนียนอิงกำลังร้องเรียกพวกเขา
“กลับบ้านกันก่อน แม่ของโคโค่ทำอาหารอร่อยเต็มโต๊ะเลย!”
ในฐานะเจ้าบ้าน ซุนเจี้ยนปิน ดึงน้องสาวและน้องเขยเข้าไปในรถ
ชูซือโหรวติดตามมาอย่างใกล้ชิด
ชูเฟิงต้องการนั่งในรถคันเดียวกับพ่อแม่ของเขา
อย่างไรก็ตาม หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง เขาก็ยิ้มและรีบบอกกับลุงของเขาทันที “ท่านลุงสอง ข้าจะไปกับรถของพี่สาวโคโค่”
โดยไม่รอให้อาคนที่สองตอบกลับ เขาก็ขึ้นรถเล็กๆ ของโคโค่ทันที
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดีอีกแล้ว หลี่หยา ก็คว้าที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าอย่างเร่งรีบ นางไม่ต้องการนั่งกับชูเฟิง!
พี่ชายของนางทำให้เขาขุ่นเคืองตลอดทาง
เขาควรรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของตัวเอง!
หลี่เผิงถูกทิ้งไว้ทั้งน้ำตา
เขาก้าวเดินไปนั่งบนเบาะหลังอย่างระมัดระวัง
เขาพยายามอย่างเต็มที่ที่จะติดกับหน้าต่าง และทำตัวให้ห่างจากชูเฟิง
“พี่เผิง ท่านเมารถหรือเปล่า? ให้ข้าเปิดหน้าต่างให้ท่านดีไหม” โคโค่ถามด้วยความงุนงง
“มะ-ไม่ใช่ ข้าไม่ได้เมา แค่ขับรถไป…”
หลี่เผิงกระแอมไอออกมาอย่างกระอักกระอ่วน
ขณะนั้นเสียงจากรถก็ดังขึ้นพร้อมกับที่แล่นออกไป ในเวลาเดียวกันชูเฟิงก็พูดด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน หลี่เผิงจึงได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจน
เสียงของเขาแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยการข่มขู่คุกคาม
“ถ้าทำอะไรไม่ดีต่อพี่สาวสองคนของข้า.. ข้าจะชำระทั้งของเก่าและของใหม่กับเจ้า เข้าใจไหม!”
*//แถม