เอาชนะศัตรูโดยที่ไม่ต้องต่อสู้
ทันทีที่'ผลไม้วิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์สีทอง'ปรากฏ ลมหายใจของทุกคนก็หนักหน่วงขึ้นทันที
ในช่วงเวลาปัจจุบันนั้น มีผลวิญญาณ ระดับ D ไม่มากนัก
ผลวิญญาณของ ระดับ C มีค่ามากอยู่แล้ว
ส่วนผลวิญญาณระดับ B ก็เทียบเท่ากับการมีเหมืองเป็นของตัวเอง มันช่างฟุ่มเฟือยอย่างมาก!
ดังนั้น การกระทำของชูเฟิง เป็นการสิ้นเปลืองทรัพย์สมบัติมากเกินไป
ทุกคนรู้สึกว่ามันช่างไม่คุ้มค่า
เสียสมบัติระดับ B เพื่อให้นักสู้ระดับ D สามารถเอาชนะนักสู้ระดับ D อีกคนได้?
ผลประโยชน์สูงสุดของผลวิญญาณ ระดับ B จะสามารถถูกนำออกมาได้ก็ต่อเมื่อค่อยๆเปลี่ยนมันให้กลายเป็นหมอกพลังงานอย่างช้าๆ และหลอมรวมกับวัตถุที่มีค่าอื่น ๆ
ไม่มีใครใช้มันแบบนั้น!
ฝูงชนกำลังถกเถียงกันอย่างกระตือรือร้น
เอาเป็นว่าแค่ขอให้เจ้าลิงผอมขอโทษก็แล้วกัน
ทรัพยากรอันล้ำค่าเช่นนั้นจะสูญเปล่าโดยสิ้นเชิง!
อย่างไรก็ตาม ชูเฟิงทำราวกับว่าเขาไม่ได้สังเกตเห็นสายตาของฝูงชน
มันมีค่าไหม?
ข้าไม่แม้แต่จะชายตามองมัน
แต่ถ้าข้สใช้มันเช่นนี้
ข้าจะได้ใช้ประโยชน์จากมันสักที แถมข้ายังจะได้ระบายความโกรธออกไปอีกด้วย
ชูเฟิงรู้สึกว่ามันคุ้มค่ามาก
"เฮ้ จะเอาหรือไม่เอา ถ้าไม่ ก็ลืมมันไปซะ"
ชูเฟิงเริ่มรู้สึกไม่พอใจที่เห็นว่าหลี่เผิงยังคงนั่งอยู่บนพื้น
"อะ..เอา!"
หลี่เพ็งผุดลุกขึ้นมาจากพื้นดินอย่างรวดเร็ว
เขากลืนมันได้ภายในสามคำใหญ่ๆ
เขากลัวว่าชูเฟิงจะกลับคำพูดของเขา
เขายังเหลือไว้ข้างหลังและวางแผนที่จะโยนมันให้น้องสาวของเขา
ชูเฟิงมองไปที่ผลทองคำครึ่งหนึ่งในมือที่มีน้ำลายเปรอะเปื้อน และขัดจังหวะอีกฝ่ายด้วยความรังเกียจ
"อย่า เจ้ากินมันไปแล้ว ข้ายังมีอีก ถ้าเจ้าสู้ได้ดี ข้าจะยกให้เสี่ยวหยาอีกคน" ชูเฟิงกล่าวอย่างไม่แยแส
เขามีสิ่งเหล่านี้มากมายจริงๆ
เขาได้เปิดหีบสมบัติมาเยอะมาก
ส่วนใหญ่มีแต่ของแบบนี้
ได้ยินสิ่งที่ชูเฟิงพูด ไม่เพียงหลี่เผิงเท่านั้นที่ตกตะลึง
คนอื่น ๆ ยังอ้าปากค้างในขณะที่มองไปทางชูเฟิง
พวกเขารวมตัวกันแข็งเป็นหิน
เอ็งยังมีอีกเหรอ?
นี่เอ็งรวยแค่ไหนกัน!
หลังจากที่ได้กินผลวิญญาณ หลี่เผิงรู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังลุกไหม้อย่างอึดอัด
อาการบาดเจ็บเล็กน้อยจากก่อนหน้านี้ได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้ว
เขาต้องการหาใครสักคนที่จะสู้รบกันครั้งใหญ่!
ในตอนนี้ ลิงผอมเป็นคู่ต่อสู้ที่ดีที่สุด
เขาพุ่งเข้าหาลิงผอมราวกับคนบ้า
ในขณะนี้ หลี่เผิงเต็มไปด้วยความกระฉับกระเฉง
ทุกหมัดและเตะมีลมอันรุนแรง
ความเร็วของเขาได้เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน และเขาก็ไม่ได้ช้าไปกว่าลิงผอมเลย
ใครที่มีดวงตาสามารถบอกได้ว่า หลี่เผิง กำลังก้าวขึ้นสู่นักสู่ระดับ C
เจ้าลิงผอมไม่สามารถต่อต้านมันได้
หลังจากถูกทุบตีไม่กี่ครั้ง เขาก็ล้มลงกับพื้น
หลี่เผิงจำคำขอของชูเฟิงได้
อย่าตีที่อื่นนะ
แค่ตบปากไอ้ลิงผอมๆนั่น
ภายในไม่กี่วินาที ลิงผอมก็ปากบวมเหมือนไส้กรอกแฮม
เขาพูดไม่ถูกด้วยซ้ำ
ด้วยความหวาดกลัวจากการถูกทุบตี ลิงผอมจึงรีบขอความช่วยเหลือจากพี่ชายของเขา
"พี่ใหญ่ป้าฉวน ตีข้าสิ! ตีข้า!"
ปากของเขาบวมและเขาไม่สามารถพูดได้อย่างชัดเจน
คำ "ช่วยข้า" ของเขาก็กลายเป็น "ตีข้า" ด้วย
ท่ามกลางฝูงชน สีหน้าของชายฉกรรจ์ดูน่าเกลียดน่ากลัวมาก
ป้าฉวน!
นักสู้ระดับ C!
เขามาจาตระกูลหวังแห่งสันเขาตอนเหนือด้วย
เขาเป็นญาติคนโตของเจ้าลิงผอมนี่
เมื่อได้เห็นน้องชายของเขาถูกกระทำเช่นนี้ ป้าฉวนจะไม่สามารถปกครองคนได้ ถ้าเขายังต้องทนกับมัน
"พอได้แล้ว หยุด!"
ป้าฉวนตะโกนด้วยความโกรธเคือง
เขาต้องการหยุดหลี่เผิง
แต่หลี่เผิงจะสนใจเขาได้ยังไงกัน?
คำพูดของชูเฟิงคือสวรรค์!
ถ้าชูเฟิงไม่ได้สั่งให้เขาหยุด หลี่เผิงจะไม่หยุด แม้ว่าเขาจะถูกทุบตีจนตาย!
เขายังคงต่อยลิงผอมต่อไป
"ข้าบอกให้หยุดไง! เจ้าไม่ได้ยินเหรอ"
เสียงของป้าฉวนเริ่มเย็นชามากขึ้นแล้ว
ชูเฟิงแคะหูของเขา
"สหาย นี่มันผิดกฎนะ ตอนที่สหายของข้าถูกซ้อมก่อนหน้านี้ ข้าก็ไม่ได้ขอให้การแข่งขันจบลงใช่ไหม?"
ป้าฉวนพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา
เขาพลาดเอง
"ไว้หน้าข้าสักครั้งเถอะ และข้าจะยอมรับเจ้าในฐานะสหายของข้าจากนี้ไป."
ชูเฟิงเป่าขี้หูที่เขาเพิ่งขุดออกมาอย่างสบายใจ
"ใว้หน้าของเจ้า? มันมีค่าเท่ากับผลทองคำศักดิ์สิทธิ์ไหม? "
ทันทีที่เขาพูดอย่างนั้น หลี่หยาก็อดหัวเราะไม่ได้
ชูเฟิงช่างประชดประชันกันเกินไป!
เขาโยนผลทองคำศักดิ์สิทธิ์ทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ
แต่ตอนนี้ เขากำลังเปรียบเทียบป้าฉวน กับผลทองคำศักดิ์สิทธิ์
นี่ไม่ได้หมายความว่า เขาได้พูดอย่างชัดเจนแล้วว่าใบหน้าของป้าฉวนนั้น มันไม่มีอะไรเลยไม่ใช่หรือ?
การแสดงออกของป้าฉวนเปลี่ยนเป็นเย็นชาสุดๆ
ชูเฟิงทำให้เขารู้สึกถูกคุกคาม
ดังนั้น เขาจึงไม่ได้ตั้งใจที่จะต่อสู้เพียงลำพัง
พวกเขามีข้อได้เปรียบในด้านกำลังคน ดังนั้นการรวมกลุ่มกันสู้จะทำให้ชูเฟิงเหนื่อยจนตายได้!
"พวกเจ้าโจมตีมัน! ข้าต้องการให้เจ้าเด็กคนนี้ได้รู้ผลที่ตามมาจากการปากดีของตัวเอง!"
ฝูงชนแข็งทื่อทันที
แม้ว่าพวกเขาจะมองไม่เห็นความแข็งแกร่งของชูเฟิง แต่พวกเขาก็ยังสามารถบอกได้ว่าชูเฟิงเป็นอัจฉริยะ
อย่างไรก็ตาม ป้าฉวนได้ครอบงำจิตใจพวกเขามานานแล้ว
บางคนยังคงเดินเข้าไปหาชูเฟิงอย่างช้า ๆ
เมื่อเห็นเช่นนั้น ชูเฟิงก็ยิ้มเบา ๆ
ทันใดนั้นเขาก็ถามหลี่หยาว่า "เสี่ยวหยา, เจ้ารู้ไหมว่าขอบเขตที่สูงที่สุดของนักสู้คืออะไร?"
หลี่เหยาตกตะลึง
นางไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ชูเฟิงถึงถามเช่นนี้
นางอยากรู้อยากเห็นจริงๆ
"มันคืออะไร?"
ชูเฟิงยิ้มตอบ
"ขอบเขตสูงสุดของนักสู้ มันเรียกว่าพิชิตศัตรูได้โดยไม่ต้องต่อสู้!"
แล้วในชั่วพริบตาถัดไปนั้น แถวของผลวิญญาณระดับ B ก็ปรากฏขึ้นในทันทีที่ด้านหน้าของชูเฟิง
ไม่มีสักอันที่ด้อยไปกว่าผลทองคำศักดิ์สิทธิ์
ทันทีที่พวกมันปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน พลังวิญญาณในอากาศดูเหมือนจะหนาแน่นขึ้นอย่างรวดเร็ว
ชูเฟิงกล่าวอย่างไม่แยแสว่า "ตอนนี้ข้าจะเริ่มให้รางวัล.. ข้าจะให้ผลวิญญาณระดับ B ส่วนเล็กๆหนึ่งชิ้นเป็นรางวัลสำหรับการตีไอ้โง่ตัวใหญ่ที่ชื่อป้าฉวนนั่น ข้าจะให้ผลวิญญาณระดับ B ส่วนเล็กๆสองชิ้น สำหรับการตบหน้าของเขา และสามชิ้นเล็กๆสำหรับการตบปากของเขา ใครก็ตามที่น็อคชายคนนี้ได้ ข้าจะตอบแทนเขาด้วยผลวิญญาณระดับ B ทั้งหมดแก่คนๆนั้น พวกเจ้าสามารถเริ่มได้เลยในตอนนี้."
ทันทีหลังจากที่ชูเฟิงกล่าวจบ ทั่วพื้นที่ทั้งหมดต่างก็เงียบลงในทันใด
เขาสัมผัสได้ว่าลมหายใจของทุกคนกำลังหนักหน่วงขึ้น
วินาทีต่อมา ทุกคนก็หันกลับไปมองป้าฉวนพร้อมๆกัน
ป้าฉวนผู้ที่เคยหยิ่งยโสมากๆเมื่อครู่ จู่ๆก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นในทันใด
แม้ว่าเขาจะเป็นนักสู้ระดับ C แต่เขาไม่สามารถเอาชนะผู้คนจำนวนมากได้!
เขาคงจะโชคดีมากแล้วถ้าหากไม่ถูกทุบตีจนตาย!
"พวกเจ้สกำลังก่อกบฏอยู่รึไง?" ป้าฉวนคำรามเสียงดัง
แต่ในขณะนี้ไม่มีใครสนใจเกี่ยวกับคำพูดของเขา
เจ้าไม่สามารถตำหนิพวกเราที่ไม่มีมนุษยธรรมได้นะ มันก็แค่เขาเสนออะไรให้มากเกินไปก็เท่านั้นเอง!
ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนเริ่มก่อน
ในวินาทีต่อมา ทุกคนต่างต่อสู้เพื่อจะเป็นคนแรก กลัวว่าพวกเขาจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
จู่โจมอย่างลับๆ บีบคอ เตะตูด...
พวกเขาจะทำทุกอย่าง
เดิมทีป้าฉวนต้องการปลุกระดมฝูงชนให้เอาชนะชูเฟิง
อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยคาดคิดว่าความฉลาดของเขาจะย้อนกลับมาเล่นงานตัวเอง
ทันใดนั้น เขาก็ติดกับดักของตัวเอง ถูกขังอยู่ในนั้น
หลี่หยาถึงกับพูดไม่ออก
นางมองไปทางชูเฟิง
นี่คือสิ่งที่เจ้าหมายถึงการปราบศัตรูโดยไม่ต้องต่อสู้!
ก็แค่โยนเงินออกไป!
คนๆหนึ่งเพียงแค่ต้องการที่จะโปรยเงินออกไปอย่างป่าเถื่อน
ทุกคนมีส่วนร่วมในการต่อสู้อย่างดุเดือด
หลี่เผิงรู้สึกอิจฉามาก
เขาทิ้งลิงผอมไว้เบื้องหลังและเข้าไปร่วมสนุกด้วยอีกคน
ลิงผอมซึ่งไม่ได้ถูกทุบตีอีกต่อไปได้สังเกตอยู่พักหนึ่ง
วินาทีต่อมา เขาเดินไปหาพี่ชายของเขาอย่างลังเล
"ไอ้ลิงบ้าเอ๊ย! แกกำลังพยายามที่จะกบฏ? อย่าลืมว่าข้าถูกทุบตีเพราะใคร!"
ฉากนี้ถูกพบเห็นโดยป้าฉวน
เขาโกรธมากจนตับของเขาสั่นสะท้าน
เขาประมาทและถูกต่อยเข้าที่จมูกอีกครั้ง
มันเจ็บปวดมากจนป้าฉวนเกือบจะร้องไห้
เมื่อเผชิญกับการกล่าวหาของพี่ใหญ่ของมัน ลิงผอมอดไม่ได้ที่จะตะโกนว่า "พี่ใหญ่ เราควรจะเก็บของดีไว้ให้กับตระกูล! ให้ข้าตีเจ้าสักครั้งสองครั้งหรือกระทั่งสามครั้ง! เมื่อเราได้รับผลวิญญาณมาในภายหลัง เราสามารถแบ่งปันผลพวกนั้นด้วยกันได้! "
ข้อตกลงที่ยั่วยวนนี้เกือบจะทำให้หลี่หยาแทบทรุดเพราะหัวเราะเสียงดังลั่น
นางถูกกุมท้องและหัวเราะไม่หยุด
แม้แต่ชูเฟิงก็ไม่สามารถควบคุมเสียงหัวเราะของเขาได้
ช่างน่าสนใจจริงๆ
การกระทำของลิงผอมค่อนข้างเหมาะสมเพื่อลดความสูญเสีย
เรื่องตลกนี้กินเวลา 10 นาทีเต็ม
จู่ๆ ชูเฟิงก็ตะโกนออกมาว่า "เอาล่ะ พอแค่นี้เถอะ ข้าเห็นแล้วว่าพวกเจ้าตีเขากันไปกี่ครั้ง มารับผลวิญญาณพวกนี้ไปเถอะ"
ตู้ม!
ฝูงชนก็พากันโยนป้าฉวนซึ่งบาดเจ็บสาหัสลงทันที
พวกเขาพากันมาต่อแถวต่อหน้าชูเฟิง
ดวงตาของป้าฉวนที่น่าสงสารกลายเป็นสีน้ำเงินดำ สันจมูกของเขาทรุดลง และปากก็บวมเป่งอย่างรุนแรง
เขานอนอยู่บนพื้นอย่างหมดสภาพ เขามองดูน้องชายของเขาที่ไปต่อแถวเข้าร่วมคิวอย่างกระตือรือร้นด้วยอีกคน
น้ำตาไหลอาบแก้มที่บอบช้ำทันที
บอกข้าที นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?!