ในแวดวงสังคมที่ยอดเยี่ยม
มหาวิทยาลัยหัวเซี่ย
ก่อนที่หุบเหวห้วงลึกอเวจีจะมา มันเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของหัวเซี่ย
มีนักวิชาการของสถาบันวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาที่มาจากที่นั่น
'นี่คือที่ๆคนฉลาดมารวมตัวกัน'
ชูเฟิงขับรถไปที่ทางเข้ามหาวิทยาลัยหัวเซี่ย
เนื่องจากรถเอสยูวีออฟโรดของเขามีป้ายทะเบียนทหาร รปภ.จึงให้เขาเข้ามาโดยไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใด
ชูเฟิงอ้าปากค้างด้วยความชื่นชม
ดูเหมือนหลี่เผิงจะไม่ใช่คนไร้ประโยชน์นะ
อย่างน้อยรถของเขาก็ยังมีประโยชน์อยู่
เขาเข้าไปในเขตของมหาวิทยาลัย
เขาถูกห้อมล้อมด้วยต้นไม้สีเขียว
นักเรียนสองสามคนกำลังเดินไปตามถนน
ชูเฟิงเพียงแค่มองผ่านๆและพบว่าอัตราส่วนของผู้บ่มเพาะพลังงวิญญาณในมหาวิทยาลัยเมืองหลวงไม่ต่ำทราม
ตามที่คาดหวังไว้จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ
นักเรียนที่นี่เก่งกว่าคนทั่วไปในแง่ของการบ่มเพาะ
แน่นอน ชูเฟิงเพียงแค่มองไปรอบ ๆ
จุดประสงค์หลักของเขาคือหาใครสักคนมาถามว่าพี่สาวสองคนของเขาอยู่ที่ไหน.
ก่อนที่หุบเหวห้วงลึกอเวจีจะเปิดออก ชูเฟิงรู้จักสถาบันที่พวกเขาอยู่
หลังจากหุบเหวห้วงลึกอเวจีเปิดออกใม
ภาควิชาต่าง ๆ ในทุกมหาวิทยาลัยก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
เขาไม่รู้ว่าพี่สาวของเขาอยู่ที่ไหน
อย่างไรก็ตามเขาได้ยินโคโค่กล่าวว่าทั้งคู่ได้รับการคัดเลือกเข้าทีมการแข่งขันของมหาวิทยาลัยหลวง
เขาแค่ต้องการหาทีมที่รับคัดเลือกก็เท่านั้น
เขาจอดรถเอสยูวีในที่จอดรถแบบสุ่มๆ
จากนั้น เขาลงจากรถและตัดสินใจจะถามใครบางคน
ในมหาวิทยาลัยมีทีมที่ได้รับคัดเลือกไม่มากนัก พวกมันน่าจะหาง่าย
อย่างไรก็ตาม ชูเฟิงเดินเป็นเวลากว่าสิบนาทีเต็มโดยไม่พบใครเลย
"มันเป็นวันหยุดของมหาวิทยาลัยหรือเปล่า แต่มันยังไม่ถึงเวลาไม่ใช่หรือ?"
ชูเฟิงรู้สึกงงงวย
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงตะโกนมาจากสนาม
มีคำอุทานที่แหลมเล็กเป็นครั้งคราว
"ว้าว! พี่ห่าวหล่อจังเลย"
"อ๊ะ! ไป่ซือห่าว ข้ารักข้า!"
"หมัดนี้ช่างเป็นสุภาพบุรุษจริงๆ มันจบแล้ว ข้าล้มหัวฟาดส้นเท้า"
"เขาคู่ควรกับการเป็นหนึ่งในทีมชั้นนำของโรงเรียนเรา ข้าจะเรียกเขาว่าพระเจ้า!"
ชูเหิงได้ยินเสียงจากที่ห่างไกล
เขาเลิกคิ้วขึ้น
"เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับทีมที่ได้รับการคัดเลือก? ในกรณีนั้น เขาควรจะรู้ว่าพี่สาวซือโหรวและพี่สาวโคโค่อยู่ที่ไหน"
ชูเฟิงเดินตรงไปยังฝูงชนบนสนาม
พอเข้าไปใกล้ เขาก็เห็นชายหนุ่มผมสั้นหน้าตาดีคนหนึ่ง กำลังฝึกเทคนิคการชกมวยอย่างหนักอยู่บนแท่นสังเกตการณ์
บางครั้งอาจมีเสียงอากาศแตกเป็นเสี่ยง ๆ.
กลุ่มของเด็กผู้หญิงรวมตัวกันรอบ ๆ
ทุกครั้งที่ชายหนุ่มต่อย เด็กผู้หญิงเหล่านั้นก็จะส่งเสียงเชียร์
ชูเฟิงรู้สึกอับอายเมื่อเห็นเช่นนั้น
พวกนางทั้งหมดเข้าใจหมัดของเขาจริงๆหรือไม่
เขาไม่รู้จริงๆ ว่าเด็กผู้หญิงพวกนี้ชื่นชมการออกหมัดหรือตัวชายหนุ่มกันแน่
'เทคนิคการใช้หมัดมวยของชายหนุ่มเรียกว่า กำปั้นห้าธาตุ'
มันเป็นเทคนิคหมัดมวยระดับเงินใน [รายการจัดอันดับทองคำทักษะเหนือธรรมชาติ]
สำหรับมือใหม่ ความแข็งแกร่งของมันก็ไม่เลวและไม่แพง มันคุ้มค่ามาก
ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา มีคนจำนวนมากที่ฝึกฝนมัน
ชูเฟิงเองก็เคยฝึกฝนเป็นเวลาหลายวัน
ต่อมา เนื่องจากพลังของมันยังไม่เพียงพอ เขาจึงยอมแพ้มันไป
แต่ถึงอย่างนั้น ชูเฟิงก็ฝึกเทคนิคการหมัดมวยให้สมบูรณ์แบบได้
จากเทคนิคทั้งหมด ทักษะและอาณาเขต สามารถแบ่งออกเป็นสี่ขั้นตอนย่อยที่สำคัญ
เริ่มต้น, ความสำเร็จเล็กน้อย, ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่, และความสำเร็จที่สมบูรณ์แบบ.
ส่วนชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขานั้น เขาเกือบจะถึงขั้นเริ่มต้นแล้ว
เขาดูมีเสน่ห์แต่ก็ไร้แก่นสาร
มันดูดีแต่เพราะมันฉูดฉาดเกินไป เขาจึงไม่เข้าใจแก่นแท้ของมันเลย
ทุกหมัดของชายหนุ่มคนนี้เต็มไปด้วยข้อบกพร่อง
ถ้าชูเฟิงขึ้นไป แม้ว่าพวกเขาจะใช้พลังวิญญาณระดับเดียวกัน และเทคนิคบ่มเพาะเดียวกัน เขาก็สามารถฆ่าชายหนุ่มด้วยหมัดเดียวได้
แน่นอน ชูเฟิงมาถามเกี่ยวกับสองสาวก็เท่านั้น
สำหรับชายหนุ่มคนนั้น เขาอยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ
ชูเฟิงไม่ได้สนใจอะไร
"ขอโทษนะครับ"
ชูเฟิงมาอยู่ต่อหน้าฝูงชนและพูดอย่างสุภาพ
เขาตั้งใจจะถามชายหนุ่มคนนั้น
อย่างไรก็ตามก่อนที่ ชูเฟิง จะสามารถเข้าใกล้เขา เขาก็ถูกผู้หญิงเหล่านั้นบีบบังคับให้ออกไป
สาวอ้วนที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยสิวจ้องมองชูเฟิงอย่างดุเดือด
"เจ้ากำลังทำอะไร? อยากมาสู้กับพี่ห่าวของเราหรือ? ไปเข้าแถวเดี๋ยวนี้!"
เด็กผู้หญิงอีกคนร้องเสียงดังว่า "ใช่แล้ว พวกเราทั้งหมดมากันตั้งแต่เช้าเพื่อให้ได้รับสิทธิ์ของเรา เจ้าอยากไปแถวหน้าโดยไม่ต่อคิวเหรอ? ฝันไปเถอะ!"
"ถ้าอยากเรียนมวยจากท่านพี่ห่าว ก็ควรจะกระตือรือร้นมากกว่านี้ สมควรแล้วที่ไม่มีอะไรดี!"
มองไปที่สาว ๆ ที่กำลังบ่นเกี่ยวกับตัวเขา ชูเฟิงมีการแสดงออกที่สับสน
นี่มันอะไรกันเนี่ย!
ข้าแค่อยากจะถามข้อมูลบางอย่าง
เจ้าคิดว่าข้าสนใจผู้ชายของพวกเจ้าหรือ?
เขาจำเป็นต้องเรียนรู้เทคนิคหมัดมวยของเพื่อนคนนี้ไหม?
ข้าสามารถทุบตีเขาเป็นร้อยครั้งด้วยนิ้วเดียว
แฟนคลับไร้สมองพวกนี้ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย
ในขณะนั้น ชูเฟิงต้องการที่จะนำคำที่เขาพูดก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความฉลาดของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเมืองหลวงกลับคืนมา
มันดูเหมือนว่าจะมีพวกงี่เง่าเต็มไปหมด
ความวุ่นวายที่นี่ส่งผลกระทบต่อแถวหน้า
จากนั้น ไป่จื่อห่าว ก็สังเกตเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาถอนกำปั้นอย่างกะทันหัน
"อ๊ะ! ท่านพี่ห่าว หยุดทำไม? ข้าอยากเห็นมากกว่านี้ ท่านหล่อมาก!"
"ใช่ใช่ วันนี้พี่ใหญ่ยังไม่ได้ฝึกฝนได้นานพอ"
ไบ่จื่อห่าวไม่สนใจแฟนคลับของเขา
แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เขามองดูฝูงชนและพูดอย่างสงบว่า "เอาล่ะ ให้เขาเข้ามา"
ไป่จื่อห่าวพูดราวกับเป็นราชา
กลุ่มแฟนคลับสาว ๆ หลีกทางให้
ไป่จื่อห่าวชี้ไปที่ชูเฟิง
"เจ้าดูไม่คุ้นเลย ข้าไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อน ทำไมเจ้าถึงเข้าหาข้า?"
ก่อนที่ชูเฟิงจะตอบได้ เขาได้นำมือไปไพล่หลัง ไป่จื่อห่าวเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยท่วงท่าที่ลึกซึ้ง
"ถ้าต้องการให้ข้าสอนวิชาหมัดมวยก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ข้าเคยบอกว่าข้าจะไม่รับลูกศิษย์"
คำพูดเหล่านี้ทำให้แฟน ๆ สาว ๆ ชื่นชอบอีกครั้ง
ชูเฟิงรู้สึกอับอายมากยิ่งขึ้น
พี่ชาย ถ้าไม่เสแสร้งเจ้าจะตายไหม?
ทำไมเจ้าถึงไร้ยางอายเช่นนี้?
มันเป็นความจริงที่ว่าเมื่อเขาไม่รู้สึกระอาย ผู้ฟังก็ควรจะเป็นอย่างนั้น
นี่ยังไม่ใช่จุดจบ
ไป่จื่อห่าวยกศีรษะขึ้นอย่างภาคภูมิใจอีกครั้ง
"ถ้าเจ้าต้องการเรียนรู้จริงๆ พี่ชายของข้ามีชั้นเรียนพิเศษในห้องบรรยายหมายเลข 1 ในโรงเรียนบ่ายวันนี้ ในเวลานั้น เขาจะอธิบายความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับกำปั้นห้าธาตุ คุณสามารถไปฟังได้."
ใต้เวที แฟนคลับสาวหลายคนกรีดร้องเสียงดังสนั่น
"ท่านพี่ห่าว ท่านพูดจริงหรือ"
"โอ้พระเจ้า ในฐานะนักศึกษาชั้นนำของมหาวิทยาลัยหลวง พี่ใหญ่จื่อหยวนกำลังจะเปิดหลักสูตรทักษะเหนือธรรมชาติ ข้าต้องไม่พลาดมัน!"
"ข้าด้วย ข้าด้วย!"
เมื่อได้ยินทุกคนสรรเสริญพี่ชายของเขา ไป่จื่อห่าวจึงยิ่งภูมิใจมากขึ้นในทันที
พี่ชายคนโตของเขาเป็นบ่อเกิดของความมั่นใจของเขาเอง
ไป่จื่อหยวนเป็นนักศึกษาชั้นนำในภาควิชานักสู้ของมหาวิทยาลัยหลวง
เขาเป็นอัจฉริยะที่ไม่มีใครสามารถโต้แย้งได้!
ปัจจุบันเขาอยู่ในอันดับที่แปดในรายการจัดจัดอันดับทองคำพลังวิญญาณ
ไม่มีใครที่สามารถติดสิบอันดับต้นๆ ของนักสู้ระดับโลก ที่เป็นคนธรรมดา
ไป่จื่อห่าวเป็นน้องชายของไป่จื่อหยวน
ณ ขณะนี้เขากำลังมองไปทางชูเฟิงด้วยการแสดงออกที่หยิ่งยะโสเล็กน้อย
"ตอนนี้เจ้าสามารถดูข้าซ้อมอยู่เบื้องหลังแฟน ๆ ของข้าได้ ถ้าเจ้าเข้าใจมากพอ เจ้าอาจจะเข้าใจอะไรบางอย่างได้"
ชูเฟิงเริ่มไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้ว
คนๆนี้ไม่รู้จริงๆเหรอว่าความน่าระอายคืออะไร
เขาขัดจังหวะทันที
"หยุดเลย ข้าไม่อยากเรียนมวย ถึงข้าจะอยากเรียนรู้ ข้าก็จะไม่เรียนรู้หมัดห่วยๆอย่างเจ้าหรอก มันเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง ข้าไม่อยากทำให้ตัวเองต้องขายขี้หน้า"
ชูเฟิงพูดอย่างตรงไปตรงมา
มันเป็นขยะจริงๆ
เทคนิคการใช้กำปั้นเองก็ไม่เลว
แต่ไป่จื่อห่าวได้ฝึกฝนมาไม่ดี
ทันทีที่ถูกกล่าวเช่นนี้ ไป่จื่อห่าวก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งด้วยความเหลือจะเชื่อ
จากนั้น เขาโกรธจัดหีวฟัดหัวเหวี่ยง
"ไร้สาระ! พี่ชายของข้าสอนเทคนิคการใช้กำปั้นด้วยตัวเอง จะมีข้อบกพร่องได้อย่างไร!"
ชูเฟิงยิ้มเบา ๆ และพูดอย่างสบาย ๆ ว่า "ถ้าพี่ชายของเจ้าฝึกหมัดมวยเช่นนี้ พี่ชายของเจ้าก็เป็นขยะเช่นกัน ถ้าเจ้าไม่เชื่อก็ลองต่อยข้าด้วยหมัดห่วยๆของเจ้าเข้ามาได้เลย"