หมัดที่แหลมคมราวกับดาบ!

ทันทีที่ไป่จื่อหยวนพูดจบ ห้องบรรยายทั้งหมดก็เงียบสงัด

แล้วในที่สุดพวกเขาก็กลับมามีสติอีกครั้ง

"อะไร ใครอยู่ที่ ที่นั่ง 13 แถวที่ 7"

"เป็นไปได้ไหมว่าเป็นนักศึกษาชั้นนำจากมหาวิทยาลัยอื่น?"

"นั่นอาจจะเป็นแบบนั้น มิฉะนั้นทำไมพี่ใหญ่จื่อหยวนของเราถึงอยากจะต่อสู้กับเขา?"

"เร็ว หาให้เจอว่าเขาเป็นใคร"

ฝูงชนอยู่ในความยุ่งเหยิง

อย่างไรก็ตาม ชูเฟิงยังคงนั่งอยู่อย่างสบาย ๆ

เหตุผลนั้นง่ายมาก.

เขาไม่รู้หมายเลขที่นั่งของเขาจริงๆ

ใครจะดูที่หมายเลขที่นั่งของพวกเขาเมื่อเข้ารับฟังการบรรยาย

แน่นอน เขาไม่ได้สนวจที่จะตรวจสอบมัน

ทันใดนั้น ปังเหยียนก็เหลือบมองหมายเลขที่นั่งของนาง

ที่นั่งที่ 10 ของแถวที่ 7!

นั่นไม่ได้หมายความว่าคนที่สามทางขวาคือที่นั่ง 13 แถวที่ 7?

ปังเหยียนเพ่งความสนใจไปที่ดวงตาของนาง แล้วจู่ ๆ ก็อุทานว่า "เจ้านี่น่ะหรือ!"

ปังเหยียนชี้ไปที่ชูเฟิง

เสียงของนางสั่นเครือ

เกิดอะไรขึ้น?

ทำไมตัวละครเอกอย่างไป่จื่อหยวนถึงถามหาชูเฟิงได้ล่ะ?

เขาต้องการที่จะต่อสู้กับเขา!

เขาไม่ใช่คนธรรมดาหรือ

นางรู้เรื่องนี้ตอนที่คุยกับชูซือโหรว

พี่สาวของเขารู้ดีถึงความแข็งแกร่งของเขาอย่างแน่นอนใช่ไหม?

"หืม ข้าเหรอ"

ชูเฟิงรูัสึกงงงวยและหันกลับไปมอง

"เอ่อ.. คือข้าเองจริงๆด้วย"

นอกเหนือจากความประหลาดใจเล็กน้อย ชูเฟิงก็ไม่ได้มีอารมณ์อื่นๆอีก

มันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจทั้งหมด

เขายืนหยัดเพื่อน้องชายของเขา

นี่เป็นเรื่องธรรมดาทีเดียว.

ในนิยาย เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง

หลังจากที่คนหนุ่มสาวถูกทุบตี ผู้อาวุโสของพวกเขาก็จะออกมาปกป้องพวกเขา

เขาต้องชินกับมันให้ได้

อย่างไรก็ตามก่อนที่ชูเฟิงจะสามารถพูดอะไรได้ สองพี่น้องที่อยู่ข้างๆเขา จู่ๆก็ยืนขึ้นทันที

ชูซือโหรวเปลี่ยนสไตล์อ่อนโยนตามปกติของนางอย่างกระทันหัน

ท่าทีของนางดูแข็งกร้าวอย่างมากในขณะที่นางจ้องไปทางไป่จื่อหยวน

"ไป่จื่อหยวน ข้าไม่รู้ว่าน้องชายของข้าไปทำอะไรให้ท่านขุ่นเคือง แต่ถ้าท่านต้องการแก้แค้น ก็มาหาข้าสิ ไม่มีชายแท้คนไหนจะรังแกเด็กได้หรอก!"

โคโค่ ก็พูดแทรกด้วยอีกคน

"ใช่แล้ว! ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ท่านก็เป็นนักเรียนชั้นนำของมหาวิทยาลัยหัวเซี่ย ท่านเป็นคนแบบนี้เองหรือ?"

บนเวที ไป่จื่อหยวนค่อนข้างตกตะลึง

เกิดอะไรขึ้น?

เขาแค่ตื่นเต้นที่ได้พบคู่ต่อสู้ที่คู่ควร

มันกลายเป็นการรังแกเด็กได้อย่างไร

ชายผู้นี้ถึงกับทำใหเกระดูกน้องชายของเขาหัก และน้องชายของเขายังเป็นนักสู้ระดับ C!

เขาไม่อาจถือได้ว่าเป็นคนธรรมดาได้!

ไป่จื่อหยวนไม่มีทางเลือกนอกจากอธิบาย

"แม่นางชู แม่นางซุน ข้าว่าพวกท่านทั้งสองเข้าใจผิดแล้ว.. ข้าไม่ได้มีปัญหากับสหายคนนี้ แม้ว่าเขาจะหักมือน้องชายของข้าเมื่อเช้านี้ แต่เป็นน้องชายของข้าต่างหากที่ยั่วโมโหเขา เขาสมควรได้รับมัน ข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะทำเพื่อเขา"

"แต่ข้าได้ยินมาว่ากำปั้นห้าธาตุของน้องชายท่านค่อนข้างน่าทึ่ง ข้าอดไม่ได้ที่จะประลองกับเขาดู"

ไป่จื่อหยวนจบการอธิบายแล้ว

อย่างไรก็ตาม การอธิบายนั้นทำให้เกิดความโกลาหลในฝูงชนมากยิ่งขึ้น.

ทุกคนมองชูเฟิงด้วยสายตาที่เบิกกว้าง

"อะไร? ข้าได้ยินผิดหรือเปล่า? เขาหักมือของไป่จื่อห่าว?"

"พี่ใหญ่จื่อหยวนยอมรับด้วยตัวเอง มันจะเป็นเรื่องโกหกได้อย่างไร!"

"ชายคนนี้ดูไม่มีพลังวิญญาณเลย เขาแข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวหรือ"

ข้างๆ ตัวชูซือโหรวและโคโค่ต่างก็มองชูเฟิงอย่างไม่เชื่อสายตา

"เสี่ยวเฟิง เขาพูดความจริงหรือ?"

ชูซือโหรวอดไม่ได้ที่จะถาม

นางไม่อยากจะเชื่อเลย

เจ้าตัวเล็กที่ไม่ได้เป็นนักสู้ระดับ D ในสายตาของพวกนาง สามารถหักกระดูกของนักสู้ระดับ C ได้จริงหรือ?

ชูเฟิงกระพริบตาสองครั้ง และยักไหล่อย่างไร้เดียงสา

"โอ้ จริงด้วย แต่นั่นเป็นเพราะเทคนิคการออกหมัดของไป่จื่อห่าวนั้นแย่มาก และมีช่องว่างมากเกินไป ข้าก็แค่ใช้ชั้นเชิงในการส่งเขาลอยออกไปก็เท่านั้น"

พวกเขาไม่สามารถตำหนิเขาสำหรับเรื่องนี้ได้

ปัญหาคือไม่มีใครถามเขาเลย

นอกจากนี้ในสายตาของชูเฟิงสิ่งนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่

ผู้ชายคนนั้นเป็นแค่นักสู้ระดับ C

พวกเขาต้องเอะอะเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยหรือ

หลังจากชูซือโหรวได้ยินคำพูดของชูเฟิง นางก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

ชั้นเชิง?

มันจะไปมีกลอุบายอะไรที่ทำให้เขาเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนั้นได้กัน

หลังจากนั้นไม่นานมาก ชูซือโหรวก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆและพึมพำว่า "เจ้ารู้จักกำปั้นห้าธาตุจริงๆ เหรอ?"

ชูเฟิงพยักหน้า

"ฮึ่ม! งั้นก็ขึ้นไปสู้กับเขาสิ! ข้าอยากเห็นว่าเจ้าปิดบังพวกเราไว้มากแค่ไหน"

ชูซือโหรวพ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา

นางไม่จำเป็นต้องถามเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเขาแล้ว

นางจะได้รู้ทุกอย่าง เมื่อเขาขึ้นไปสู้กับไป่จื่อหยวน

สำหรับชูซือโหรว ด้วยพลังของไป่จื่อหยวน ไม่มีใครสามารถซ่อนความแข็งแกร่งต่อหน้าเขาได้

"เอาล่ะๆ ข้าไม่อยากเสียเวลาเลยจริงๆ"

ชูเฟิงพึมพำ

เขาไม่อยากสู้จริงๆ

มันไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย

แต่เนื่องจากพี่สาวของเขาพูดเช่นนั้น

คำพูดของชูเฟิงมาจากส่วนลึกในหัวใจของเขา

แต่กับคนอื่น ๆ คำพูดเหล่านี้มันหยิ่งเกินไป!

"ให้ตายสิ! ไอ้หมอนี่มันคิดว่ามันเป็นใคร!"

"เขาคิดว่าเขาสามารถเปรียบเทียบได้กับพี่ใหญ่จื่อหยวนเลยหรือ?"

"ไม่มีทาง ไม่มีทาง!"

ชูเฟิงไม่สนใจฝูงชนที่อยู่รอบ ๆ

พวกเขาจะไปรู้อะไร?

เขาเดินขึ้นเวทีอย่างช้าๆ

เขาดูสบาย ๆ

ในอีกด้านหนึ่ง ไป่จื่อหยวนดูค่อนข้างเคร่งขรึม

"สหาย ข้าจะไม่รังแกท่าย เจ้าเป็นแค่นักสู้สำรอง ในกรณีนั้น ข้าจะระงับพลังวิญญาณของข้าให้อยู่ในระดับเดียวกัน. "

จากนั้น เขาประสานกำปั้นไปทางชูเฟิง

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้าจะชี้แนะท่านเอง"

ชูเฟิงเพียงแค่พยักหน้าให้

ในความเห็นของเขา มันเป็นแสดงโชว์การรู้แจ้งที่แท้จริง

แต่ไป่จื่อหยวนจะเข้าใจได้มากน้อยแค่ไหน มันขึ้นอยู่กับดวงของเขาแล้ว

เขาจะยับยั้งพลังวิญญาณของเขาได้หรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเขา

ยังไงมันก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ชูเฟิงก็ไม่ได้คิดมากอะไร

การกระทำของเขาก่อให้เกิดความโกลาหล

มีคำสาปแช่งมากมายนับไม่ถ้วน

มีแต่เสียงโห่เต็มไปหมด

"เขาขอคำชี้แนะจากเจ้าเพราะมารยาท นี่เจ้าไม่ได้คิดจริงจังกับเขาจริงๆใช่ไหม?"

"นี่คือทัศนคติที่อาจารย์มีต่อศิษย์ของเขาไม่ใช่หรือ?"

"ช่างอวดดีอะไรเช่นนี้! เจ้าคิดว่าเจ้่เป็นคนสำคัญจริงๆหรือ?"

"จะประเมินตัวเองสูงเกินไปแล้ว!"

ตรงข้ามกับเขา ไป่จื่อหยวนไม่แสดงออกทางสีหน้าใดๆ เขาเพิ่งเริ่มตั้งท่าต่อสู้

ชูเฟิงเหลืองมองเล็กน้อย

ไม่เลวนี่

เขาสามารถบอกได้ว่าผู้ชายคนนั้นมีพื้นฐานอยู่บ้าง

เป็นไปตามที่คาดหวังไว้จากอัจฉริยะที่อยู่ในจุดสูงสุดของการจัดอันดับ A+ ในอนาคต

ในชีวิตก่อนหน้านี้ ถ้าให้เวลาอีกสองสามปี เขาก็จะได้เข้าสู่ระดับ S ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของผู้ชายคนนี้ ยังคงไม่คู่ควรจะกล่าวถึง สำหรับชูเฟิง

"เข้ามาได้เลย"

ชูเฟิงกล่าวอย่างเฉยเมย

ไป่จื่อหยวนไม่พิธีรีตรอง

เขาคำรามเหมือนเสือที่ดูดุร้าย

เขากำหมัดแน่น

พวกมันแหลทคมเหมือนทองคำ

มันเป็นเทคนิคโลหะที่เฉียบคมที่สุดของกำปั้นห้าธาตุ!

ในอีกด้านหนึ่ง ในเวลาเดียวกันที่ไป่จื่อหยวยต่อย ชูเฟิงเพียงแค่เหลือบมองไปที่มัน จากนั้น เขาก็ส่ายหัวด้วยความเสียใจเล็กน้อย

"อย่างที่คาดไว้ เจ้ายังไม่ได้เข้าใจแก่นแท้ของโลหะเลย"

ถ้าชายคนนั้นเข้าใจเจตจำนงในกำปั้น เขาคงจะให้ค่าเขามากขึ้น

น่าเสียดายจริงๆ

ในขณะนั้น ชูเฟิงก็รู้สึกเบื่ออย่างมาก

เขาตั้งท่าเริ่มต้นของกำปั้นห้าธาตุอย่างสบาย ๆ

เสียงที่ไม่แยแสดังขึ้น

"ผู้เชี่ยวชาญกำปั้นห้าธาตุ...เจ้ายังห่างไกลจากมัน"

ในตอนท้าย จู่ๆชูเฟิงก็ระเบิดพลังออกมา

เขาตะโกนด้วยความโกรธว่า "ด้วยกำปั้นธาตุโลหะ หมัดของเจ้าควรจะเป็นเหมือนดาบ ฆ่าผ่านศัตรูทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้า เจ้าต้องมีความตั้งใจที่แน่วแน่! หมัดของเจ้าช่างอ่อนแอ! อำนาจพลังในหมัดยังไม่ดีพอ เจ้าเป็นได้แค่มือสมัครเล่น!"

ชูเฟิงไม่ได้ทำอะไรที่พิเศษ

มันเป็นแค่หมัดที่สาดประกายแสงสีทอง

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่ามันจะมีออร่าพุ่งทะลุทะลวงไปถึงชั้นฟ้า.

มันดูเบาเหมือนขนนก แต่มันหนักแน่นดั่งขุนเขาในเวลาเดียวกัน

มันปะทุขึ้นมาทันที

ในชั่วพริบตาเดียว เขาได้พุ่งไปข้างหน้าแล้ว

หมัดที่ดูเหมือนเบาบางปะทะกับหมัดอันร้อนแรงของไป่จื่อหยวน

แต่ในขณะที่มีการประสานกัน การแสดงออกของไป่จื่อหยวนก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

เขาไม่สนใจแม้กระทั่งการรักษาสัญญาว่าจะระงับพลังวิญญาณของเขา.

เขาปลดปล่อยพลังวิญญาณทั้งทั้งของเขาทันที

บึ้ม!

เสียงโลหะกระทบกันสะท้อนไหวในห้องบรรยาย

ในขณะที่ไป่จื่อหยวนยังคงตกตะลึง อยู่ๆเขาก็ตระหนักได้ว่า ชูเฟิงจะไม่ละเว้นเขาเมื่อได้เปรียบ

อีกฝ่ายพุ่งมาข้างหน้าและต่อยอย่างบ้าคลั่ง

ไป่จื่อหยวนทำได้แค่รับมือกับมันอย่างทุลักทุเล

ตอนนี้ ไป่จื่อหยวน ต้องการจะหลบหนีไปโดยไม่รู้ตัว

ชูเฟิงก็ตะโกนด้วยความโกรธอีกครั้ง"อย่าหลบ! ถ้าเจ้าหลบ อำนาจพลังของเจ้าจะหายไป! แรงอีก! แรงขึ้นอีก! ปฏิบัติต่อข้าเหมือนศัตรูที่ฆ่าพ่อเจ้่! ข้าฆ่าครอบครัวของเจ้าทั้งหมด! เจ้าต้องการแก้แค้น! เจ้าอยากจะฉีกกระชากข้าเป็นชิ้นๆ และฆ่าข้าให้ตาย!"

เสียงของชูเฟิงดูเหมือนจะมีพลังปีศาจที่แปลกประหลาด

ทันใดนั้น ดวงตาของไป่จื่อหยวนก็เปลี่ยนเป็นสีแดงโดยทันที

ตอนก่อน

จบบทที่ หมัดที่แหลมคมราวกับดาบ!

ตอนถัดไป