กลุ่มมังกรหัวเซี่ย!
"คนเราถ้าแก่เกินไป ก็สมควรจะตายไปได้แล้ว!"
ประโยคเดียวนี้ทำให้ทุกคนพูดไม่ออก
แม้แต่ หนี่ชิงหลาน และคนอื่นๆ ก็อดไม่ได้ที่จะถอยออกมาด้วยเหงื่อเย็นชืดเพราะชูเฟิง
ชายผู้นี้บ้าไปแล้ว!
เขารู้รึเปล่าว่าเขากพลังคุยกับใคร?
นั่นอาวุโสโม่!
ปรมาจารย์ที่มีกำลังภายในขั้นที่แปด!
เขาเป็นสุดยอดผู้ฝึกการต่อสู้โบราณ!
ถ้าผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการการต่อชั้นนำไม่ออกมา แล้วใครจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้ล่ะ?
ด้วยสถานะของอาวุโสโม่ แม้ว่าเขาจะไปดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งอื่น เขาก็คงได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพนับถือ
แต่วันนี้ ในการประเมินของมหาวิทยาลัยเล็กๆ เขากำลังถูกด่าทอ!
และมาจากรุ่นเยาว์อีกด้วย!
แล้วอาวุโสโม่จะวางศักดิ์ศรีไว้ตรงไหน?
ตามที่คาดไว้ อาวุโสโม่ก็ตกตะลึง
จากนั้น เขาโกรธจัด
เขาโกรธมากจนร่างกายของเขากำลังสั่นสะท้าน
เขาตะโกน "เจ้ากล้าดีอย่างไร!"
มันเหมือนกับสิงโตคำรามลั่น
ทันทีที่ถ้อยคำเหล่านี้ออกมา พายุก็ก่อตัวขึ้น
มันสร้างมาจากคำเหล่านี้ขึ้นมาในอากาศ
มันกลายเป็นคลื่นอากาศที่น่าสระพรึงกลัวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ซึ่งกดลงบนตัวชูเฟิง
เขาต้องการที่จะบดขยี้เจ้าเด็กบัดซบนี่ ที่กล้าดูถูกเขาจนตาย!
ชูเฟิงเพียงแค่มองคำพูดที่กลายเป็นคลื่นอากาศพุ่งเข้ามาอย่างเฉยเมย
ชูเฟิงทำราวกับว่าเขาไม่รู้สึกถึงแรงกดดันที่น่าหวาดกลัวนี้เลย
การกระทำเช่นนี้ มีประโยชน์สำหรับการรังแกคนอ่อนแอเท่านั้น
เจ้าอยากฆ่าข้าด้วยไอ้นี่เช่นนั้นหรือ?
แม้ว่าเจ้าจะใช้กำลังทั้งหมดที่มี เจ้าก็ยังไม่สามารถเอาชนะข้าได้!
พยายามที่จะกดดันข้าด้วยแรงกดดันเพียงเล็กน้อย?
ช่างน่าขัน!
มาเถอะ
ตราบใดที่การโจมตีของเจ้ามาโดนข้า ข้าก็มีเหตุผลที่จะโต้กลับแล้ว
ในตอนนั้น มันอาจจะเป็นความตายของเจ้าทั้งสองคน!
เป็นธรรมดาที่ชูเฟิงจะไม่กลัว
แต่ไม่มีใครรู้!
สำหรับพวกเขา เผชิญหน้ากับการโจมตีของผู้เชี่ยวชาญอย่างผู้อาวุโสโม่ ไม่มีทางที่ชูเฟิงจะหนีไปได้!
ในช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวังนี้ ชูซือโหรวและโคโค่ ก็มีปฏิกิริยาตอบสนองทันที
พวกนางต้องการที่จะกระโจนเข้าหาชูเฟิงอย่างสิ้นหวัง
ไปจื่อหยวนรีบตะโกนว่า "ผู้อาวุโสโม่! กรุณาแสดงความเมตตาด้วย ชูเฟิง เป็นแขกผู้มีเกียรติตระกูลไป่ของข้า!"
ตระกูลไป่เป็นหนึ่งในสิบตระกูลใหญ่
แม้หลี่เผิงจะหวาดกลัว แต่เขาก็กัดฟันและตะโกนว่า "ผู้อาวุโสโม่! กรุณาแสดงความเมตตาด้วย ชูเฟิง เป็นแขกผู้มีเกียรติตระกูลหลี่ของข้า!"
ทันทีที่พูดออกไป หลี่เฉิงเฟิงผู้เฝ้ามองจากด้านข้างก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
ใครพูดเช่นนั้นกัน?
อย่ามาพูดไร้สาระ!
ถ้าอาวุโสโม่ตำหนิตระกูลหลี่ ตระกูลหลี่ของเราอาจจะไม่สามารถต้านทานมันได้
ได้ยินว่ามีสองตระกูลที่ยิ่งใหญ่ช่วยเหลือชูเฟิง ผู้อาวุโสโม่เพียงเย้ยหยัน
สิบตระกูลใหญ่?
แล้วยังไง!
ต่อหน้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์สามแห่ง พวกเขาล้วนไม่มีอะไรเลย!
ในขณะนี้ แม้ว่าหญิงชราและนักบวชเต๋าชราคนนั้น จะร้องขอให้ไว้ชีวิตเจ้าเด็กสารเลวผู้นี้ มันก็คงจะไร้ประโยชน์อยู่ดี!
เขาโกรธมากจริง ๆ!
เห็นว่าคลื่นลมกำลังจะตกลงบนหัวของชูเฟิง ทันใดนั้นรูปร่างเหมือนดอกบัวสีขาวกวาดผ่าน นำมาด้วยกลิ่นหอมหวานที่ไม่เหมือนใคร
หลังจากนั้นไม่นาน น้ำเสียงที่บางเบา และไพเราะก็ดังก้องอยู่ในสนามกีฬา.
"ผู้อาวุโสโม่, ชูเฟิงและข้าเป็นสหายที่ดีต่อกัน กรุณาแสดงความเมตตาด้วย"
ในช่วงเวลาวิกฤติ คนที่มาถึงคือหลิวเซียนเอ๋อจริงๆ!
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ในวินาทีสุดท้าย หลิวเซียนเอ๋อได้ออกหน้าให้ชูเฟิง
ทุกคนตะลึงงัน.
เกิดอะไรขึ้น?
หลิวเซียนเออ๋อก็มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์คุนหลุนไม่ใช่เหรอ?
ทำไมนางถึงเข้าข้างคนนอกล่ะ?
คนที่รู้ข้อมูลบางอย่างภายใน เช่น หลี่เฉิงเฟิงและหวังหยุน ไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรเมื่อได้เห็นฉากนี้
สหายที่ดี?
อย่ามาล้อเล่นน่า!
เจ้าบ้านั่นเพิ่งจะไปจีบนาง!
เพิ่งผ่านไปไม่ถึงครึ่งวันนี่เอง แล้วพวกเขาก็เป็นสหายกันแล้วเหรอ?
เป็นไปได้ไหมว่าเทพธิดาคนนี้ จะชอบเจ้าบ้านั่นมาก
พวกเขาสองคนแทบอยากจะร้องไห้
ที่จริงหลิวเซียนเอ๋อเองก็ไม่รู้ว่าตัวนางนั้นกำลังคิดอะไรอยู่
นางกระโดดออกมาโดยไม่รู้ตัว
ด้วยรูปลักษณ์ที่บ้าคลั่งของชูเฟิง จากก่อนหน้านี้ยังคงวนเวียนไปทั่วจิตใจของนาง
หัวใจของนางดูเหมือนกำลังถูกบีบรัด
ชูเฟิงได้กลิ่นหอมจากตัวนาง เขามองไปยังหญิงสาวที่งดงามด้านหน้าของเขา
ชั่วขณะหนึ่ง เขารู้สึกมึนเมา
เขาไม่คาดคิดว่าหลิวเซียนเอ๋อจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อตัวเขาเช่นกัน
เขายิ้มจาง ๆ
นี่หมายความว่า เขาได้ทิ้งความประทับใจไว้ในใจของหลิวเซียนเอ๋อแล้ว
เป็นการเริ่มต้นที่ดี!
เขาวางแผนที่จะปล่อยให้หลิวเซียนเอ๋อหลบไป เพื่อไม่ให้นางได้รับบาดเจ็บอีก
ผู้อาวุโสโม่สูดลมหายใตเข้าลึกๆ
"หลิวเซียนเอ๋อ หมายความว่าไง? ไปให้พ้น!"
หลิวเซียนเอ๋อกังวลเล็กน้อย
"ผู้อาวุโม่, ชูเฟิงไม่ได้ตั้งใจที่จะดูถูกท่าน...
"หุบปาก! เจ้าคนทรยศ!"
ตาแก่โม่บ้ามาก
มันยิ่งทำให้เขารู้สึกอับอายมากขึ้นไปอีกที่อัจฉริยะจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเขาเองมาหยุดตัวเขา!
"ไปให้พ้นๆ หรืออย่าโทษข้าที่ไม่ไว้หน้าตาเฒ่าหลิว!"
เห็นชัดว่าผู้อาวุโสโม่กลัวผู้อาวุโสหลิว
แม้จะดูแข็งกร้าวแต่เขาก็ไม่กล้าขยับเขยื้อน
ก่อนที่หลิวเซียนเอ๋อจะได้พูดอะไรอีก ชูเฟิงเป็นคนแรกที่โกรธเคือง
เจ้ากล้าหยาบคายต่อภรรยาข้าในอนาคตของข้าหรือ?
เขาด่าทอทันทีที่เขาอ้าปากพูด
"สุนัขเฒ่าผายลม! เจ้าคิดว่าเจ้าสมควรได้รับความเคารพจริงๆหรือ ถ้าเจ้าอยากจะฆ่าข้าก็ลองดูสิ! แต่ถ้าเจ้ากล้าที่จะหยาบคายต่อเซียนเอ๋ออีก ข้าจะฆ่าเจ้าในไม่ช้าก็เร็ว!"
ชูเฟิงโกรธมาก
เขาทำราวกับว่าเขาเป็นคนที่ถูกดุด่า
ชูเฟิงไม่สนใจว่าใครจะถูกหรือผิด
เจ้าหยาบคายต่อข้าได้ แต่เจ้าไม่สามารถหยาบคายต่อผู้หญิงของข้าได้!
ด้วยเหตุนั้น เขาจึงดึงหลิวเซียนเอ๋อมาข้างหลัง แล้วพูดอย่างเฉยเมยว่า "อย่าเข้ามายุ่ง ไม่เช่นนั้นเลือดของเขาอาจจะกระเด็นใส่เจ้า"
ทุกคนต่างพากันตกตะลึง
นี่มันอะไรกันเนี่ย?
การสารภาพรักก่อนตายเนี่ยนะ?
เขาต้องการฆ่าปรมาจารย์กำลังภายใน เพียงเพราะอีกฝ่ายดุด่าหลิวเซียนเอ๋อ?
ความรักของคนเราต้องลึกซึ้งเพียงไร ที่จะมีความกล้าหาญเช่นนั้น!
แม้แต่หลิวเซียนเอ๋อก็ยังตกใจ
ปากนางอ้าออกเหมือนปากเหว
นางจ้องมองไปทางชูเฟิงอย่างว่างเปล่า
ไม่คาดคิดว่าชูเฟิงจะพูดเช่นนั้นต่อหน้าผู้คนมากมาย
นางยังไม่ได้รู้จักเขาดี พวกเขาสองคนเพิ่งพบกัน!
มันไม่เกี่ยวกับความรักแม้ว่านางจะช่วยเขา
มันเป็นความรู้สึกจากจิตใต้สำนึกล้วนๆ
หลิวเซียนเอ๋อไม่รู้ว่าจะตอบโต้อย่างไร
ผู้ชายคนนี้บ้ามาก
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้อาวุโสโม่โกรธมากจนดวงตาของเขาราวกับจะยิงแสงได้
เขาไม่ต้องการที่จะเสียลมหายใจไปอีกแล้ว
ตอนนี้ เขาเพียงต้องการฆ่าชูเฟิง และหั่นเขาออกเป็นพันชิ้น เขาจะทำในสิ่งที่โหดเหี้ยม!
เมื่อเห็นเช่นนี้ มุมปากของชูเฟิงยกขึ้นเล็กน้อย
ดีมาก โกรธมากขึ้นอีก และโจมตีมาตรงๆ
รีบทำมันซะ
ข้าแทบจะรอไม่ไหวแล้ว!
ผู้อาวุโสโม่ไม่ได้ทำให้ชูเฟิงต้องผิดหวัง
ทันใดนั้นหลิวเซียนเอ๋อก็ถูกชูเฟิงดึงไปข้างหลัง
โดยปราศจากข้อกังขาใด ๆ เขาควบคุมคำพูดพลังงานในอากาศและด้วยให้มันหล่นลงมาด้วยกำลังมหาศาล
เขามุ่งมั่นที่จะบดขยี้ชูเฟิงให้เป็นแป้งเนื้อ
ชูเฟิงได้เตรียมดาบของเขาไว้รออยู่แล้ว
แต่ในขณะนั้นเอง จู่ๆ ก็มีแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวลอยขึ้นมาจากด้านหลังเวทีของสนามกีฬา
มันมาถึงอย่างรวดเร็ว
ร่างๆหนึ่งปรากฏขึ้นในทันทีต่อหน้าชูเฟิง
เขาโบกมืออย่างอ่อนโยนและสลายคำที่อาวุโสโม่คิดจะใช้ฆ่าชูเฟิง
"บัดซบ! มีอีกคนแล้วที่เข้ามาทำลายธุรกิจของข้า"
ชูเฟิงรู้สึกขุ่นเคืองอย่างมาก และกรอกตาไปมา
ตรงข้ามกับเขา ผู้อาวุโสโม่ไม่ทันระวังตัวและได้รับผลสะท้อนกลับจากการตอบโต้ เขาถึงกับถอยหลังไปสองสามก้าว
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ
เขาตะโกนว่า "ข้าขอทราบนามของสหายท่านนี้ได้หรือไม่?"
เมื่อร่างที่แข็งแกร่งยืนหยัดอย่างมั่นคงได้ เสียงทุ้มลึกและทรงพลังก็ดังก้องกังวานออกไป
"ฮ่าฮ่า ตาเฒ่าหัวโล้น สิ่งที่ผู้เยาว์คนนี้พูดก็มีเหตุผล เจ้าแก่แล้ว ทำไมเจ้าถึงมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของผู้เยาว์รุ่นหลังด้วยล่ะ? เจ้าต้องการจะฆ่าผู้คนในที่สาธารณะหรือ? เจ้าได้ขออนุญาตแล้วหรือยัง? ถ้าเจ้าต้องการที่จะต่อสู้ทำไมเจ้าไม่มาดวลกับข้าแทนล่ะ?"
ชูเฟิงเห็นมันอย่างชัดเจน
ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา เป็นชายชราร่างสูงใหญ่และแข็งแรง
แม้ว่าเขาจะแก่แล้ว แต่เขาก็ยังคงยืนตรงตระหง่าน
เขาดูมีชีวิตชีวามากกว่าชายวัยกลางคนทั่วๆไปเสียอีก
นอกจากนั้น หลิวเซียนเอ๋อยังจำชายชราผู้นี้ได้ และอุทานว่า "หนึ่งในสามผู้ก่อตั้งกลุ่มมังกรหัวเซี่ย…เย่ชิงเทียน ปรมาจารย์เย่! นั่นเป็นเขาจริงๆ!"
เมื่อเห็นชูเฟิงมองดู หลิวเซี่ยนเอ๋อก็รีบอธิบายว่า "นั่นเป็นองค์กรลึกลับที่สุดของรัฐบาลหัวเซี่ย มันคือกลุ่มมังกรหัวเซี่ย! ผู้ก่อตั้งทั้ง 3 คน ไร้เทียมทาน! ชูเฟิง เจ้ารอดแล้ว!"
ชูเฟิงกรอกตาของเขาไปมา
ภายในใจของเขาอยากจะพูดว่า "ข้าไม่ได้ต้องการให้เขาช่วยข้าเลย"