การประเมินขั้นตอนสุดท้าย

หลินอี้ยังคงพึมพำกับตัวเองราวกับคนบ้า

แต่ความเป็นจริงก็เห็นแล้ว

ผลลัพธ์เป็นที่ประจักษ์

เขาจำคำที่เขาเคยพูดอย่างภาคภูมิใจก่อนหน้านี้ได้

หลินอี้รู้สึกว่าใบหน้ากำลังร้อนผ่าว!

ข้างๆเขา ใบหน้าของผู้อาวุโสโม่เปลี่ยนเป็นขี้เถ้า

เขารู้สึกเหมือนเป็นตัวตลกที่กระโดดโลดเต้นไปมา

ท้ายที่ที่สุดเขาก็ถูกแขวนไว้บนต้นไม้และให้ทุกคนมองดูเขา

ทุกคำที่เขาเพิ่งจะพูดไป ก็เหมือนตะปูเหล็กที่เจาะเข้าที่ใบหน้าของเขา

ในตอนนั้นเขาภาคภูมิใจมาก แต่ตอนนี้เขาอยากจะตายยิ่งนัก!

เย่ชิงเทียนมีความสุขมากยิ่งนัก

ใครขอให้เจ้าโล้นเฒ่านี่ทำให้เขาอับอายกันล่ะ?

“จิ๊จิ๊, ตาเฒ่าหัวโล้น ข้าคิดว่าชูเฟิงแข็งแกร่งกว่าหลานชายของเจ้าจริงๆ เจ้าคิดเห็นอย่างไร?"

เขาถูกเยาะเย้ยโดยเย่ชิงเทียนด้วยน้ำเสียงเดียวกัน

ผู้อาวุโสโม่รู้สึกราวกับว่ามีเลือดไหลบริเวณหน้าอกของเขา

เขากัดฟันแน่นแต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้

เย่ชิงเทียนหัวเราะอย่างพึงพอใจและตบไหล่ของชูเฟิง

“ทำได้ดีมากเจ้าหนู! เจ้านี่มันตัวประหลาดจริงๆ!”

เขาได้เคลียร์มันเป็นการส่วนตัว

เป็นธรรมดาที่เขารู้ดีถึงความยากลำบากของเจดีย์วิญญาณ

ในความเห็นของเขา การผ่านนั้นยากมากอยู่แล้ว

เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีสัตว์ประหลาดที่ถึงกับทำให้จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของเจดีย์วิญญาณเก้าชั้นปล่อยบันทึกสถิติเพื่อแสดงความยินดีกับเขาเป็นการส่วนตัว!

ใครจะสามารถได้รับการปฏิบัติดังกล่าวได้บ้าง?

เขาได้แต่ถอนหายใจภายในจิตใจของเขา

เย่ชิงเทียนจำได้ว่าเขายังมีภารกิจอยู่

เขาตะโกนเสียงดังและปราบปรามฝูงชนที่ปั่นป่วน

"เงียบก่อน! อย่างที่ทุกท่านได้เห็นการแสดงของชูเฟิงไปแล้ว ศักยภาพของเขาไร้ขีดจำกัด มันเป็นโชคของหัวเซี่ยเรา! ข้าหวังว่าพวกเราทุกคนตะเอาชูเฟิงไว้เป็นเยี่ยงอย่าง! มันสายแล้ว ดังนั้นการประเมินต้องดำเนินต่อไป!”

“รอบที่สามยังเป็นรอบสุดท้ายของการประเมิน การต่อสู้ที่แท้จริง!

“สำหรับเหล่านักสู้ หากศักยภาพเป็นตัวแทนของอนาคต การต่อสู้ที่แท้จริงจะเป็นตัวแทนของปัจจุบัน!”

“ไม่ต้องสงสัยเลยถึงความสำคัญของการต่อสู้ที่แท้จริง!”

“ดังนั้น ผลการรับสมัครรอบสุดท้ายจะได้รับการพิจารณาโดยคำนึงถึงผลการแข่งขันรอบที่สองและสาม นักเรียน 2,000 อันดับแรกจะได้รับคุณสมบัติเพื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยนักสู้!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น นักสู้บางคนที่ทำผลงานได้ไม่ดีในเจดีย์วิญญาณเก้าชั้นก็มีความหวังเพิ่มมากขึ้น

ถูกตัอง.

ศักยภาพไม่เกี่ยวกับความแข็งแกร่ง

แม้ว่าศักยภาพของพวกเขาจะยังน้อยอยู่ ตราบใดที่พวกเขาแข็งแกร่งเพียงพอในการต่อสู้จริง พวกเขาก็ยังมีโอกาสเข้าสู่มหาวิทยาลัยนักสู้ได้!

ผู้อาวุโสโม่ก็มีความหวังเช่นกัน

ผู้อาวุโสโม่มองหลานชายที่พ่ายแพ้ของเขาและพูดด้วยน้ำเสียงที่ลึกล้ำ

“อี้เอ๋อ เจ้าต้องตั้งสติก่อน! เจ้าไม่จำเป็นต้องท้อแท้! ไม่ว่าศักยภาพของเจ้าสารเลวน้อยนั่นจะสูงแค่ไหน มันไม่เกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งเลย! การประเมินรอบที่สามนี้เกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งที่แท้จริง หากไม่มีความแข็งแกร่ง ไม่ว่าศักยภาพของเจ้าจะสูงแค่ไหน มันก็ไร้ประโยชน์!”

หลินอี้ที่เหม่อมองอย่างว่างเปล่า แต่หลังจากฟังคำแนะนำของผู้อาวุโสโม่ มันก็เหมือนกับว่าเปลวเพลิงแห่งความหวังได้ถูกจุดขึ้นใหม่อีกครั้ง

เขาพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ใช่! ถูกต้อง! ศักยภาพไม่เกี่ยวกัน!

“ข้าคือนักสู้ระดับ B หนึ่งเดียวในโลก และข้ายังมีพลังภายในที่ลึกล้ำอยู่อีกด้วย!”

“เขาจะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้อย่างไร!”

“การต่อสู้ที่แท้จริงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการทดสอบนักสู้!”

“ไม่ว่าพรสวรรค์ การรับรู้ และศักยภาพของเจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใด ตราบใดที่เจ้ายังไม่ดีพอในการต่อสู้จริง เจ้าก็ยังคงเป็นขยะอยู่วันยันค่ำ!”

หลินอี้ดูเหมือนจะฟื้นความมั่นใจของเขาได้

เขาเป็นใคร?

ผู้นำรุ่นเยาว์ของหนึ่งในสามดินแดนศักดิ์สิทธิ์ศิลปะการต่อสู้โบราณ!

เขาหมกมุ่นอยู่กับศิลปะการต่อสู้ตั้งแต่ยังเด็ก

เขามีประสบการณ์การต่อสู้มามากมาย

แล้วชูเฟิงล่ะ?

ก็แค่ชายที่โชคดี

ก่อนหน้านี้เขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดา และเขาได้ต่อสู้มากี่ครั้งแล้ว?

แล้วถ้าเขามีศักยภาพที่สูงล่ะ?

ในแง่ของการต่อสู้จริง เขาด้อยกว่าอย่างแน่นอน!

ดวงตาของหลินอี้ค่อยๆสว่างขึ้น

เขามักจะแล่นเรือได้อย่างราบรื่นเกินไป

เขาเป็นที่หนึ่งเสมอ

ตอนนี้เขาถูกกระแทกอย่างหนัก

เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่พอใจ!

เขาถึงกับเริ่มรู้สึกสับสน

อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่เขาสามารถสะกดข่มชูเฟิงได้ แม้ว่าจะเป็นเพียงแง่มุมหนึ่ง ปมในหัวใจของเขาก็จะคลายออกเป็นธรรมดา

สภาพจิตใจของเขาดีขึ้นมากแล้ว

ความแข็งแกร่งของเขาอาจจะดีขึ้นด้วยซ้ำ!

ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น

ราวกับว่าหลินอี้สามารถเห็น ช่วงเวลาที่เขาสังหารทุกคนและสะกดข่มทุกคนเพื่อขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุด

มีคนมากมายที่มีความคิดเช่นนั้น

โดยเฉพาะกลุ่มคนจากตระกูลศิลปะการต่อสู้โบราณ

พวกเขารู้สึกว่านี่คือโอกาสของพวกเขา!

เย่ชิงเทียนก็พูดอย่างเย็นชาว่า “มีสิ่งหนึ่งที่ข้าต้องแจ้งให้ทุกท่านทราบไว้ก่อนล่วงหน้า สถานที่ของการประเมินรอบสุดท้ายจะยังคงเช่าจากรายการจัดอันดับทองคำ อย่างไรก็ตาม คราวนี้มันต่างจากเจดีย์วิญญาณเก้าชั้น!”

“แม้ว่าเจ้าจะล้มเหลวในการประเมินระดับในเจดีย์วิญญาณเก้าชั้น เจ้าจะไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆเลย อย่างไรก็ตาม ในรอบที่สามของการประเมิน หากเจ้าไม่ระวัง อาจมีคนตายได้!”

"อะไร?"

“มันเป็นแค่การทดสอบ จะมีใครตายได้ยังไง”

“นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!”

กลุ่มคนหนุ่มสาวเริ่มตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด

ทุกคนที่เกิดมาในยุคแห่งสันติภาพรู้สึกว่าความตายช่างเป็นเรื่องไกลตัวของพวกเขายิ่งนัก

เย่ชิงเทียนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

มีดอกไม้เรือนกระจกมากมาย

หากเผ่าพันธุ์อันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกอธิบายไว้ในหนังสือโบราณที่ถูกส่งต่อจากอดีตกาล มาบนโลกจริงๆ

เย่ชิงเทียนส่ายหัวและไม่กล้าจะคิดอะไรต่อไปอีก

ในฐานะสมาชิกระดับสูงสุดของประเทศ เขารู้เกี่ยวกับสถานการณ์ในหุบเหวอย่างคลุมเครือ

“เอาล่ะ นั่นคือทั้งหมดที่ข้าต้องพูด รอบสุดท้ายจะไม่บังคับให้เข้าร่วม ผู้เข้าร่วมทุกคนจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาด้วยตัวเอง!”

คำพูดของเย่ชิงเทียนทำให้ทุกคนหวาดกลัวอย่างแท้จริง

อาจมีคนตาย!

นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น!

ชูเฟิงขดริมฝีปากของเขา

ผู้เฒ่าเย่ นี่มันเกินไปหน่อยแล้ว!

บันไดสู่สวรรค์ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น

มันเป็นความจริงว่าจะมีผู้บาดเจ็บล้มตาย แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่ว่ามีโอกาสรอดเพียงน้อยนิด ตราบใดที่มีคนยอมรับความพ่ายแพ้ทันเวลา พวกเขาจะถูกเคลื่อนย้ายออกไป

ชูเฟิงรู้สึกว่าผู้เฒ่าเย่ทำสิ่งนี้โดยตั้งใจ

กำจัดพวกจิตใจโลเลออกไปให้เร็วที่สุด

ใช่แล้ว

ชูเฟิงเดาได้แล้วว่าการประเมินจะใช้อะไร

มันเป็นเพียงกลวิธีปกติบางอย่างที่ใช้ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา

บันไดสู่สวรรค์.

นอกจากนี้ยังมีคนที่ชอบเรียกมันว่าเส้นทางแห่งการสังหาร

เส้นทางสู่สวรรค์เต็มไปด้วยการฆ่า

แน่นอนว่าพวกเขากำลังฆ่าปีศาจ!

ตามที่คาดไว้ หลังจากที่เย่ชิงเทียนขู่เด็กๆเสร็จ เขาก็เรียกสะพานสีทองที่มีความกว้างหว่า 100 เมตรและสูงตระหง่านไปจนถึงท้องฟ้า

ปลายด้านหนึ่งเชื่อมต่อกับสนามกีฬา ขณะที่ปลายอีกด้านหนึ่งพุ่งขึ้นทะลุก้อนเมฆ 90,000 ไมล์ราวกับว่ามันไม่มีจุดสิ้นสุด

เย่ชิงเทียนเริ่มแนะนำอย่างเย็นชา

“สิ่งนี้เรียกว่าบันไดสู่สวรรค์! พื้นที่ภายในเป็นมิติพิเศษ สามารถรองรับผู้คนนับหมื่นขึ้นไปด้านบนได้ในเวลาเดียวกัน! ทุกคนจะพยายามฟันฝ่าในเก้าขั้นแรก และทุกๆ10ระดับพวกเขาจะได้เจอกัน เมื่อนั้นผู้ชนะย่อมมีสิทธิไปต่อได้

“ทุกช่วงเวลาจะมีมอนสเตอร์นับไม่ถ้วนมาโจมตีเจ้า สิ่งที่เจ้าต้องทำคือฆ่ามอนสเตอร์ให้ได้มากที่สุด เอาชนะคู่ต่อสู้ และไต่อันดับขึ้นไป!

"อันดับจะถูกกำหนดโดยคะแนนสังหาร"

“การเอาชนะคู่ต่อสู้จะทำให้พวกเจ้าได้รับคะแนนครึ่งหนึ่งของอีกฝ่าย!"

“ถ้าพวหเจ้ารู้สึกว่าไม่สามารถยืนหยัดได้อีกในระหว่างการประเมิน หรือชีวิตของพวกเจ้ากำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเจ้าจะถูกเคลื่อนย้ายออกไปถ้าตะโกนว่า 'ข้ายอมแพ้'

“แน่นอน หากสถานการณ์วิกฤติ เจ้าจะตายเสียก่อนจะได้ตะโกนออกมาเสียอีก"

“สัตว์ประหลาดจะไม่ปราณีเจ้า!"

“นี่คือกฎของการประเมิน!"

“ในท้ายที่สุด หลังจากที่รัฐบาลอนุมัติแล้ว การประเมินนี้จะถูกเผยแพร่สู่สาธารณชนไปทั่วโลก”

เมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย ชูเฟิงก็มองเย่ชิงเทียนอย่างครุ่นคิด

เขากำลังวางแผนที่จะแนะนำศิลปะการต่อสู้ให้กับทุกคนทั่วโลกหรือไม่?

หรือบางทีพวกเบื้องบนได้ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างแล้ว?

มิเช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเผยแพร่ให้ทั่วถึง

ก่อนที่หุบเหวจะปรากฎ ผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้โบราณและคนธรรมดาก็แยกกันอย่างชัดเจน!

ก่อนที่ชูเฟิงจะคิดอะไรได้อีก การประเมินขั้นตอนสุดท้ายได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ตอนก่อน

จบบทที่ การประเมินขั้นตอนสุดท้าย

ตอนถัดไป