กระดิกหาง ร้องขอความเมตตา!
ความเงียบ
ความเงียบสงัด
มันกินเวลานานหลายสิบวินาที
จากนั้นก็มีเสียงตะโกนดังสนั่น
ไม่อยากจะเชื่อเลย!
ทุกวันนี้ เมื่อพลังวิญญาณเริ่มเบ่งบาน นักสู้พลังวิญญาณบริสุทธิ์คนหนึ่งได้บดขยี้ปรมาจารย์กำลังภายในที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งได้!
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือชูเฟิงผู้นี้ เป็นเพียงระดับ C!
ตอนนี้ทุกคนรู้แล้ว
ความแข็งแกร่งของผู้อาวุโสโม่ที่อยู่ในขั้นที่แปดของกำลังภายใน เหนือกว่าสิ่งมีชีวิต A!
เขามาถึงขั้นขอบเขตแปลงวิญญาณซึ่งมนุษย์แทบจะเอื้อมไม่ถึง!
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังถูกทุบตีจนฝังอยู่ในดินเหมือนกับสุนัขที่ตายไปแล้ว
ชีวิตของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย!
ชูเฟิงมองหลุมลึกขนาดใหญ่ตรงกลางสนามกีฬาและหอบเล็กน้อย
ในตอนนี้ เขาได้ปลดปล่อยพลังออกมาเต็มที่แล้ว
พวกเขาต่อสู้โดยไม่มีใครยอมใคร
ด้วยโชคบางอย่าง เขาสามารถเอาชนะผู้อาวุโสโม่ได้อย่างง่ายดาย
ชูเฟิงรู้เป็นอย่างดี
ด้วยการระเบิดพลังวิญญาณเต็มที่ เขาเกือบจะอยู่ในขั้นที่ 5 หรือ 6 ของขอบเขตแปลงวิญญาณ
ในทางตรงกันข้าม กำลังภายในของผู้อาวุโสโม่อยู่ในระดับกลางของขั้นที่แปดซึ่งคล้ายคลึงกับเขา
นี่ควรเป็นการต่อสู้ที่เท่าเทียมกัน
ยังไม่มีใครรู้ผลแพ้ชนะได้
อย่างไรก็ตาม ผู้อาวุโสโม่แพ้เพราะเขาเชื่อมั่นในสมบัติกระจกแสงด้ายสีทองของเขามากเกินไป
เขาคิดว่าไม่มีใครสามารถทำลายมันได้
เขาคิดว่าเมื่อกระจกแสงด้ายสีทองปรากฏขึ้น เขาจะไม่มีทางพ่ายแพ้
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงลดการป้องกันตัวเองลง
ก่อนหน้านี้เขาได้โจมตีชูเฟิงด้วยกำลังทั้งหมดที่มีโดยไม่ลังเลเลย
อย่างไรก็ตามจู่ๆ ชูเฟิงก็ปลดปล่อยพลังของอาณาเขตที่แข็งแกร่งกว่าอาณาเขตของสมบัติกระจกแสงด้ายสีทอง
มันทำลายการป้องกันของเขาทันที
การโจมตีและการป้องกันกลับตาลปัตรในช่วงเวลานั้น
ด้วยความตกใจ ผู้อาวุโสโม่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถอนการโจมตี
อย่างไรก็ตาม เขาใช้กำลังเต็มที่จากการโจมตีในเวลานั้น
มันไม่ง่ายสำหรับเขาที่จะเปลี่ยนเป็นการป้องกัน
การเปลี่ยนกำลังภายในอย่างรุนแรงทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว
นอกจากนั้น ด้วยความช่วยเหลือของอาณาเขตพื้นที่ธาตุน้ำ ชูเฟิงก็ปะทุขึ้นด้วยพลังที่มากกว่าเดิม!
ความผิดพลาดหนึ่งนำไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง
ดาบของชูเฟิงเร็วเกินไป
เขาไม่ได้ให้โอกาสผู้อาวุโสโม่ตั้งตัวได้เลย
ชายคนนั้นขยับตัวไม่ได้!
ท้ายที่สุดเขาก็ยังกังวลว่าผู้อาวุโสโม่จะยังคงมีกำลังเพียงพอที่จะตอบโต้กลับ
เขากระโดดลงมาจากอากาศเป็นพันเมตรเพื่อไล่ซ้ำไปอีกรอบ
เขาฟาดฟันผู้อาวุโสโม่ลงไปกองกับพื้น
ชะตากรรมของเขาไม่มีใครรู้
เมื่อรวมทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน มันส่งผลให้เกิดการต่อสู้ที่ท้าทายสวรรค์
แน่นอน ชูเฟิงมักจะซ่อนไพ่ตายสุดยอดของเขา
สมบัติระดับตำนานที่แท้จริง ปีกเพลิงนภา
ตั้งแต่ต้นจนจบ เขายังไม่ได้ใช้มันเลย
หากเขาจะใช้ปีกเพลิงนภา ชูเฟิงมีเป็นหมื่นวิธีที่จะฆ่าผู้อาวุโสโม่คนนี้
ตอนนี้ คนที่ขวางทางได้หายไปแล้ว
ชูเฟิงหันสายตาของเขาไปยังหลินอี้ที่เพิ่งจะเดินลงบันไดสู่สวรรค์ไป
ณ ขณะนี้ดวงตาของหลินอี้ดูไร้ชีวิตชีวา ราวกับว่าเขาสูญเสียพลังทั้งหมดไป
วันนี้ เขาถูกทุบตีอย่างหนัก.
ความภาคภูมิใจทั้งหมดของเขาถูกเหยียบย่ำอย่างไร้ความปราณีโดยชูเฟิง
ตอนนี้แม้แต่ผู้อาวุโสโม่ที่ไร้เทียมทาน ก็ถูกชูเฟิงเอาชนะได้อย่างง่ายดาย
หัวใจของหลินอี้เหมือนเถ้าถ่านที่ตายไปแล้ว
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเห็นชูเหิง มองมาทางเขา เขาก็ตัวสั่นโดยสัญชาตญาณ
เขาเข้าใจว่าบางทีการแก้แค้นอาจจะมาถึงแล้ว
อย่างไรก็ตาม เขาไม่มีความสามารถในการต่อสู้เลย
หลินอี้ในปัจจุบันเข้าใจความรู้สึกไร้อำนาจที่หลิวเซียนเอ๋อรู้สึกอย่างแท้จริง เมื่อนางถูกล้อมรอบด้วยมนุษย์ปีศาจ
อย่างไรก็ตาม สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเขาทำให้เขาอยากหลบหนีและหนีไปให้ไกล
ไปให้พ้นจากชูเฟิง, เจ้าตัวหายนะผู้นี้!
หลินอี้ได้ถอยหลังออกไปโดยไม่รู้ตัว
เขาไม่มีแม้แต่เวลาที่จะมาสนใจผู้อาวุโสโม่อีก
เขาเพียงแค่หวังว่าชูเฟิงจะไว้ชีวิตเขา เพราะใส่ใจเกี่ยวกับใบหน้าของผู้เชี่ยวชาญที่อยู่เบื้องหลังของเขา
แต่เขาคิดผิดอย่างเห็นได้ชัด
วินาทีต่อมาเมื่อหลินอี้เคลื่อนไหว ลำแสงดาบสุดสะพรึงก็ตัดผ่านท้องฟ้าในชั่วพริบตา!
มันตัดขาข้างหนึ่งของเขาอย่างรวดเร็ว
เนื้อและเลือดที่แตกกระจัดกระจายไปทั่วในทันทีทันใด
เลือดไหลออกมา
โดยไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ!
ชูเฟิงโจมตีทันที
ไม่มีใครเห็นมัน
"อ๊า!! ขาของข้า!"
หลินอี้ไม่ได้คาดหวังว่าความเจ็บปวดจะมาถึงอย่างกะทันหัน
เมื่อมองดูขาขวาที่พิการและหัก เขารู้สึกเจ็บแปลบและเหงื่อเย็นไหลอาบใบหน้า
เขาล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด
"พี่หลิน เจ้าวางแผนจะไปไหน? การประเมินยังไม่สิ้นสุดเลย..."
ร่างของชูเฟิงหายไปอย่างรวดเร็ว
เขามาถึงด้านหน้าหลินอี้ด้วยรอยยิ้มจางๆ เขาถึงกับถ่ายเทพลังวิญญาณออกไปเพื่อช่วยห้ามเลือดให้
อย่างไรก็ตามหลินอี้ได้เห็นรอยยิ้มของชูเฟิงแล้ว
เขาไม่ได้แตกต่างจากปีศาจ
หลินอี้หวาดกลัวมากจนลืมความเจ็บปวดไปเลย
เขาพยามถอยออกไปอย่างหมดหนทาง หลีกหนีจากชูเฟิงไปให้ไกล
เขายังคงข่มขู่ต่อไป
"ชูเฟิง, เจ้าต้องคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับสิ่งที่เจ้ากำลังจะทำ! ข้าคือบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งคุนหลุน! ผู้นำของคนรุ่นเยาว์! แม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดก็ยังสนับสนุนข้าอย่างมาก! ถ้าเจ้าฆ่าข้า ตระกูลหลินของข้าจะไม่ปล่อยเจ้า และท่านผู้อาวุโสสูงสุดก็จะไม่ปล่อยเจ้าเช่นกัน! พลังของผู้อาวุโสสูงสุด เป็นสิ่งที่เจ้าไม่อาจจินตนาการได้! เจ้าจะถูกตามล่าอย่างไม่มีลดละจากเขตศักดิ์สิทธิ์คุนหลุนจนกว่าชีวิตเจ้าจะหาไม่!"
"ถ้าเจ้าปล่อยข้าตอนนี้ ข้ารับรองว่าทางคุนหลุนจะไม่ไล่ตามเจ้า!"
"โอ้"
ชูเฟิงค่อยๆจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วจู่ๆก็พูดว่า "พี่หลิน เจ้ารู้ไหม? มีกระดูกทั้งหมด 206 กระดูกในร่างกายมนุษย์"
หลินอี้ตาเบิกโพลง
ไม่สามารถตอบสนองต่อคำถามของชูเฟิงได้ เขากล่าวตอบเสียงสั่น"เจ้าหมายถึงอะไร?"
ชูเฟิงจ้องมองหลินอี้และกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "โอ้ ข้าเพียงแค่ทำให้ขาของเจ้าข้างหนึ่งพิการ มันเทียบเท่ากับการทำลายกระดูกทั้ง 26 ชิ้นของเจ้า.. เจ้ายังเหลือกระดูกอยู่ 180 ชิ้นในร่างกายของเจ้า ไม่นับส่วนที่สำคัญเช่นหัวของเจ้า กระดูกสันหลัง และส่วนอื่นๆ ในขณะที่ต้องทำให้แน่ใจว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่ อืม.. ข้าต้องระมัดระวังหน่อยเสียแล้ว..."
"อะไรนะ!"
หลินอี้ไม่เข้าใจว่าชูเฟิงความหมายอะไร
ทันใดนั้น เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงจากหัวไหล่ จากนั้น แขนของเขาห้อยลงมาอย่างไร้ความปราณี
"อืม..ข้าไม่ได้คาดหวังว่าหัวไหล่ของเจ้าจะเชื่อมต่อกับแขนทั้งสองข้าง ข้าสะเพร่าไปหน่อย ข้าควรจะขยี้กระดูกแขนของเจ้าก่อนสินะ"
ชูเฟิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
แต่เขาคว้าแขนหลินอี้อย่างไร้ความปราณี
เขาออกแรงบีบอย่างกะทันหัน
มีเสียงแตกร้าวดังออกมาจากมัน
แขนของหลินอี้ก็พิการอย่างแน่นอนแล่ว
"อ๊าาา..."
หลินอี้เปิดปากขึ้น แต่เขาไม่สามารถส่งเสียงได้เพราะความเจ็บปวด
ร่างกายของเขาเริ่มกระสับกระส่ายโดยไม่รู้ตัว ภายใต้ความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
เขาเริ่มถ่มเลือดปนน้ำลายออกมาจากปากของเขา
"ทำไม...ทำไม?! ข้าไม่รู้จักเจ้า ทำไมเจ้าถึงอำมหิตเช่นนี้?"
หลินอี้ร่ำไห้อย่างไม่พอใจ
"อำมหิต?"
ความทรงจำต่างๆจากชีวิตก่อนหน้านี้ปรากฏอยู่ในใจของชูเฟิงเสมอ
ทุกครั้งที่กระดูกของหลินอี้ถูกบด ภาพนั้นก็จะแวบเข้ามาในสมองทันที
"ข้าไม่คิดว่ามันเพียงพอ"
ด้วยรอยยิ้มที่ไม่เป็นอันตรายบนใบหน้าของเขา ชูเฟิงกระซิบที่ใบหูของหลินอี้อย่างแผ่วเบาว่า "เจ้ารู้หรือไม่? สำหรับเจ้า ครั้งหนึ่ง ข้าเคยจ่ายราคามหาศาล เพื่อเรียนรู้ 'หัตถ์เก้าหยินสัมบูรณ์' นี่คือทักศะเหนือธรรมชาติระดับกึ่งตำนาน"
"กล่าวกันว่าผู้ที่โดนฝ่ามือนี้จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากพลังวิญญาณอันร้ายกาจ ซึ่งจะค่อยๆกัดกร่อนเส้นลมปราณ, กระดูก, และแม้แต่เลือดของพวกเขา พวกเขาทำได้เพียงทุกทรมานและเจ็บปวดอย่างช้าๆ แม้ว่าพวกเขาจะได้รับการรักษาในเวลาต่อมา พวกเขาก็จะต้องพิการไปตลอดชีวิต แม้แต่ยาอายุวัฒนะก็ไม่สามารถรักษาพวกเขาได้ ข้าไม่เคยใช้มันมาก่อน วันนี้ข้าจะลองใช้มันดู ข้าละอยากเห็นถึงผลลัพท์ของมันจริงๆ"
ได้ฟังชูเฟิงพูด ดวงตาของหลินอี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เขาไม่เข้าใจ!
ทำไมชูเฟิงถึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อมุ่งเป้ามาที่เขา?
แน่นอนว่าตัวเขาได้กระทำสิ่งที่ไร้สาระต่างๆ ลับหลังคนอื่น
แต่เขาก็ไม่เคยยั่วยุชูเฟิง!
แม้ว่าเขาจะทำร้ายหลิวเซียนเอ๋อ, มันก็ไม่จำเป็นต้องให้ชูเฟิงจงใจทำลายเขา!
ในตอนนี้ เขาหวาดกลัวอย่างแท้จริง
เขาไม่สนใจแม้กระทั่งความเจ็บปวดในร่างกายของเขา
เขาพึมพำว่า "ชูเฟิง ไว้ชีวิตข้านะ…ข้าคือบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งคุนหลุน ข้ามีความมั่งคั่ง ทรัพยากร และสาวงามมากมาย… ข้าสามารถให้ทุกอย่างที่ท่านต้องการได้! โปรดไว้ชีวิตข้าเถอะ ข้าจะไม่เอาเรื่องเจ้าด้วย..."
ฉากนี้ทำให้ทุกคนได้แต่ถอนหายใจ
บุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของคุนหลุน ในขณะนี้เขากำลังกระดิกหางร้องขอความเมตตาจากศัตรู!
เขาไม่มีความสง่างามใดๆให้ควรเอ่ยถึงอีกต่อไป...