ความโกลาหลอันไร้ที่สิ้นสุด!
ชูเฟิงยิ่งอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น
หัวใจของเขารู้สึกเหมือนถูกแมวข่วน
หมายเลข 4 ยิ้มให้กับภาพที่เห็น
“สถานที่นั้น ข้าจะอธิบายว่าอย่างไรดี? มันเป็นเหมือนกับถังขยะในจักรวาล มันจะดูดซับอารมณ์ ห้วงแห่งความคิด และเจตจำนงของสิ่งมีชีวิตหลายล้านล้านทุกช่วงเวลาจากทุกที่โดยอัตโนมัติ..."
“ที่นั่นไม่มีสิ่งมีชีวิตจริงๆ มีเพียงเจตจำนงที่สับสนและยุ่งเหยิงในทุกหนทุกแห่ง มันเป็นเพียงการแสดงเจตจำนงหรือมากกว่านั้น"
“พวกมันอาจเป็นการรวมกันของรูปแบบทางชีววิทยาต่างๆ หรือเจตจำนงอันสับสนของเผ่าพันธุ์นับไม่ถ้วน เป็นสิ่งมีชีวิตที่บริสุทธิ์และไร้ระเบียบ ความหมายของการดำรงอยู่ของพวกเขาคือการฆ่าและการกลืนกินซึ่งกันและกัน"
“พวกเขาดูเหมือนกลุ่มคนบ้าที่ฆ่าใครก็ตามที่พวกเขาเห็นโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าหรือเหตุผลใดๆ"
“ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากพวกเขาเป็นกลุ่มแห่งเจตจำนง โดยธรรมชาติแล้ว วิธีการโจมตีของพวกเขาคือการกัดเซาะพลังอำนาจแห่งจิต"
“สิ่งที่เจ้าต้องทำคือไปต่อสู้กับคนบ้าเหล่านั้น การโจมตีของพวกเขาเป็นรูปแบบหนึ่งของการขัดเกลาสำหรับเจ้า!"
“จำไว้ ถ้าเจ้าฆ่าคนเหล่านั้น สิ่งแรกที่เจ้าต้องทำคือลบเจตจำนงของอีกฝ่ายทั้งหมด! มีเพียงพลังอำนาจแห่งจิตที่บริสุทธิ์ที่สุดเท่านั้นจึงจะสามารถดูดซับได้!"
“ข้าจะสอนเทคนิคการทำให้มันบริสุทธิ์ในภายหลัง!"
“อย่าดูดซับอำนาจแห่งจิตใดๆ ที่มีความคิดของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ !"
“มิฉะนั้น เจ้าก็จะได้รับผลกระทบและกลายเป็นคนบ้าต่อไปเฉกเช่นพวกเขา!"
“กระบวนการเผชิญหน้าด้วยอำนาจแห่งจิตนั้นค่อนข้างจะจะเจ็บปวดเป็นอย่างมาก!"
“แต่เจ้าต้องไม่ยอมแพ้ หากเจ้าแพ้ เจตจำนงของเจ้าจะถูกลบ! แล้วเจ้าจะได้ตายจริงๆ!”
*//(ร่างเจตจำนง ต่อสู้ด้วยพลังอำนาจแห่งจิต ถ้าชนะต้องลบเจตจำนงของอีกฝ่ายให้เหลือเพียงแค่พลังงานอันบริสุทธิ์หรืออำนาจแห่งจิตเพรียวๆที่ไม่มีจิตสำนึกของสิ่งมีชีวิตใดๆเหลืออยู่อีก)
เมื่อถึงจุดนี้ หมายเลข 4 ก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน
เห็นได้ชัดว่าประสบการณ์นั้นบั่นทอนจิตใจเขามากเพียงใด
เขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับกลุ่มคนบ้า
หากเป็นคนธรรมดาคงบ้าไปแล้ว
มีการหยุดชั่วคราวก่อนที่หมายเลข 4 จะดำเนินต่อไป
“ภายหลัง ข้าจะเอาร่างเจตจำนงของเจ้าโยนมันเข้าไปในอาณาจักรแห่งความโกลาหล"
“ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ข้าจะดึงเจ้าออกมา ถ้าเจ้าคิดว่าเจ้าทนมันไม่ได้แล้ว"
“จำไว้ว่าอย่าฝืนตัวเอง!"
“ไม่เช่นนั้น ข้าคงไม่สามารถช่วยเจ้าได้ทันเวลา!"
“ถ้ามันไม่ได้ผลจริงๆ ก็อย่าฝืนตัวเอง ข้าสามารถสอนเจ้าเกี่ยวกับรูปแบบขบวนรบต่างๆแทนได้ แม้จะไม่ได้ถูกควบคุมจากปรมาจารย์รูปแบบการต่อสู้ แต่เจ้าก็ยังสามารถปลดปล่อยพลังส่วนหนึ่งของมันออกมาได้"
“เกณฑ์ของปรมาจารย์รูปแบบการต่อสู้นั้นสูงเกินไป”
ในที่สุดใบหน้าที่สงบนิ่งของหมายเลข 4 ก็มีร่องรอยของความเคร่งขรึม
ชูเฟิงตกตะลึง วันนี้เขาได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างมากเลยจริงๆ
เขามีชีวิตอยู่ในชาติที่แล้วมาหลายปี แต่เขาไม่รู้มากเท่ากับที่เขารู้ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่อยู่ที่นี่
อย่างไรก็ตาม ยิ่งเขารู้มากเท่าไร ชูเฟิงก็ยิ่งสนใจในตัวปรมาจารย์รูปแบบการต่อสู้คนนี้มากขึ้นเท่านั้น
เขาฟังคำอธิบายของของหมายเลข 4 อย่างว่านอนสอนง่าย
ชูเฟิงเข้าใจดีว่าปรมาจารย์รูปแบบการต่อสู้เป็นอาชีพที่ค่อนข้างแข็งแกร่งอย่างแน่นอน!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชาวโลกที่กำลังเผชิญกับการรุกรานจากหุบเหวห้วงลึกอเวจี
รูปแบบการต่อสู้ที่แท้จริงนั้นสำคัญยิ่งกว่า!
เมื่อกองทัพมนุษย์ทั่วไปเผชิญหน้ากับสัตว์ปีศาจจำนวนมาก พวกเขาอาจจะอ่อนแอมาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาถูกควบคุมโดยหัวหน้าขบวนรบ สถานการณ์นั้นจะแตกต่างออกไปมาก
ดังนั้นเขาจึงต้องเป็นปรมาจารย์รูปแบบการต่อสู้!
ไม่ใช่อะไรเลย มันเป็นเพราะมนุษย์ต้องการเขา
ทุกสิ่งที่ชูเฟิงกำลังทำอยู่ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างบ้าคลั่ง หล่อเลี้ยงกองทัพอันเดด หรือแม้แต่ต้องการเป็นเจ้าแห่งการจัดขบวนรบอย่างเร่งด่วน ล้วนมีจุดประสงค์เดียวทั้งสิ้น!
เพื่อต่อต้านการรุกรานของหุบเหวห้วงลึกอเวจี!
จากโศกนาฏกรรมนับครั้งไม่ถ้วนในชีวิตที่แล้วของเขา
เสียงโหยหวนของพ่อแม่ที่กำลังร่ำร้องให้เขาหนี ความเสียสละของเซียนเอ๋อที่ต่อสู้เพื่อโอกาสในการเอาชีวิตรอด และเพื่อนๆของเขาเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจ
ดังนั้นเขาจึงต้องแข็งแกร่งขึ้น!
"เจ้าพร้อมหรือยัง?"
หมายเลข 4 ถามอีกครั้ง
ชูเฟิงพยักหน้าโดยไม่ลังเล
หมายเลข 4 มองชูเฟิงด้วยความประหลาดใจ
ยากที่จะจินตนาการว่าทำไมชายหนุ่มที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนปลายถึงมีแววตาราวกับผ่านประสบการณ์ชีวิตมานับไม่ถ้วนเช่นนี้
เขาผ่านอะไรมาบ้าง?
เมื่อสูดหายใจเข้าลึกๆ หมายเลข 4 จะไม่ขุดลึกลงไปอีก
ทุกคนล้วนมีความลับของพวกเขา และเขาเองก็มีของเขาเองไม่ใช่เหรอ?
เขายิ้มให้กับชูเฟิง
"ในกรณีนั้น…"
เสียงของเขายังไม่จางหายไป
ชูเฟิงเห็นหมายเลข 4 ตบหน้าผากของเขาเบาๆ
วินาทีต่อมา ทันใดนั้น ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าเขาก็เริ่มพร่ามัว
ด้วยความงุนงง เขาได้ยินเสียงของหมายเลข 4
ราวกับว่าเสียงลึกลับของเต๋าอันยิ่งใหญ่ ได้มาประทับอยู่ในส่วนลึกในจิตวิญญาณของชูเฟิง
ชูเฟิงเข้าใจว่านี่คือวิธีการชำระล้างเจตจำนงให้บริสุทธิ์
ทันทีหลังจากนั้น แม้แต่ร่างของหมายเลข 4 ก็ค่อยๆ เคลื่อนห่างออกไป
ทุกสิ่งรอบตัวเขาตกอยู่ในความมืดและเงียบสงัด
ชูเฟิงดูเหมือนจะมองเห็นร่างที่ไร้สติของเขาล้มลงอย่างอ่อนแรงบนชายหาดอย่างคลุมเครือ
“นี่เป็นเพราะอำนาจแห่งจิตของข้าออกจากร่างใช่หรือไม่”
ความคิดนี้แวบเข้ามาในจิตใจของชูเฟิงโดยไม่รู้ตัว
มันเป็นประสบการณ์ที่มหัศจรรย์
จากนั้น ชูเฟิงรู้สึกราวกับว่าอำนาจแห่งจิตของเขาข้ามผ่านชั้นของแสงสีขาวขุ่น
ในช่วงเวลาถัดมา เขามาถึงพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแสงสีขาว
ไม่มีอะไรอยู่รอบๆ
ไม่มีแม้แต่เสียง
ไม่มีแม้แต่ความแตกต่างระหว่างขึ้น ลง ซ้าย ขวา
ดูเหมือนว่าอำนาจแห่งกฎจะใช้ไม่ได้กับที่นี่
มีเพียงแสงสีขาวอยู่ไปทั่วทุกหนทุกแห่งเท่านั้นที่เติมเต็มพื้นที่ทั้งหมด
แสงควรจะเป็นตัวแทนของความหวัง
แต่ในขณะนี้ ชูเฟิงมีความรู้สึกว่าอาจเป็นเพราะสิ่งต่างๆ จะไปในทิศทางตรงกันข้ามเมื่อถึงขีดสุด พื้นที่สีขาวที่เกินขอบเขตทำให้เขารู้สึกถึงแรงกดดันจากก้นบึ้งของจิตใจ
แต่มันก็แค่ความรู้สึกเท่านั้น
หลังจากยืนอยู่พักหนึ่ง ชูเฟิงก็รู้สึกอึดอัดและเบื่อหน่าย ถ้าเขาอยู่ในสถานที่แห่งนี้เป็นเวลานาน เขารู้สึกว่าเขาอาจจะเป็นบ้าไปแล้ว!
มันยากที่จะจินตนาการว่าหมายเลข 4 รอดชีวิตมาได้อย่างไร ในสถานที่ดังกล่าวเป็นเวลาหนึ่งปี
ช่างเป็นสัตว์ประหลาดอะไรเช่นนี้!
บางทีบุคลิกภาพหมายเลข 4 อาจได้รับอิทธิพลมาจากพื้นที่แห่งนี้
“นี่คืออาณาจักรแห่งความโกลาหลใช่หรือไม่”
ชูเฟิง มองลงไปที่รูปลักษณ์ปัจจุบันของเขา ราวกับว่าเขากลายเป็นลูกบอลแสงสีขาว
โชคดีที่เขายังอยู่ในร่างมนุษย์
ใบหน้า แขน ขา และอวัยวะสำคัญต่างๆยังอยู่ครบ
“แล้ว...ข้าต้องทำอย่างไรต่อไป”
ชูเฟิงรู้สึกสับสน
หมายเลข 4 ขอให้เขาต่อสู้
แต่เขารู้สึกว่าเขาเดินไม่ได้ นับประสาอะไรกับการต่อสู้!
เขาต้องการที่จะเดิน แต่เขาตระหนักว่าเขาไม่สามารถควบคุมร่างกายของเขาได้เลย
เขายืนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานเพื่อปรับตัว
จากนั้น ชูเฟิงก็ค่อยๆคิดออก
ราวกับว่าไม่จำเป็นต้องเดินที่นี่
ด้วยความคิดนี้ เขาสามารถปรากฏตัวได้ในทุกหนทุกแห่ง
ความเร็ว เทคนิคการเคลื่อนไหว ความแข็งแกร่ง… ทุกอย่างดูเหมือนจะหมดความหมายในที่แห่งนี้
ที่นี่ ชูเฟิงไม่มีแม้แต่แนวคิดเรื่องของกาลเวลา
แน่นอนว่าตามที่หมายเลข 4 เคยกล่าวเอาไว้ เวลาของที่นี่ยังคงไหลผ่านเป็นปกติ เพียงแต่เขาจะไม่เห็นหรือรู้สึกถึงมัน
ชูเฟิงรู้สึกว่าที่นี่เป็นเหมือนพื้นที่แห่งความฝัน
มันเหมือนกับความฝันที่เขามีเมื่อเขานอนหลับในเวลากลางคืน หรือฝันร้าย
แล้วตอนนี้เขาเป็นตัวอะไร?
ผู้บุกรุก?
สิ่งผิดปกติ?
หรือนักขโมยความฝัน?
'ใครจะสนกัน!'
ชูเฟิงอดคิดไม่ได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการทำให้อำนาจแห่งจิตของเขาสงบลง
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่อันไร้กฏเกณฑ์นี้ เขาสามารถไปตรงไหนก็ได้เพียงแค่หนึ่งความคิด
ชูเฟิงเริ่มเดินทางอย่างไร้จุดหมาย ทันใดนั้นเขาก็ปรากฏตัวขึ้นในที่ไกลสุดลูกหูลูกตา อย่างไรก็ตามไม่ทราบว่าเขากำลังเดินหน้าหรือถอยหลังกันแน่
แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรอยู่แล้ว
ขณะที่ชูเฟิงถูกทรมานด้วยความรู้สึกบีบคั้นนั้น ชูเฟิงก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ดูเหมือนว่าจะมีสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่ไม่ไกลนัก
“ร่างของเจตจำนง?”
ชูเฟิงเพ่งความสนใจกับมันทันที
ด้วยความคิด เขาก็ตามทัน และอำนาจแห่งจิตนั้นก็สัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของชูเฟิงเช่นเดียวกัน
มันไม่ชะงักเลยแม้แต่น้อย มันกลับกระโดดขึ้นลงอย่างตื่นเต้น
มันบ่นพึมพำกับตัวเองเหมือนคนบ้า
มันคำรามประโยคแรกอย่างหยาบคาย
“ฮิฮิ มีอาหารอีกแล้ว ข้าจะกินเขา!”
จากนั้นเสียงที่มีเสน่ห์ก็ดังขึ้น
“แต่ข้าอยากเป็นเพื่อนที่ดีกับเขา”
“งั้นเรามาแบ่งครึ่งกัน ข้าจะกินครึ่งหนึ่ง ส่วนเจ้าสามารถเป็นเพื่อนที่ดีกับอีกครึ่งหนึ่งได้ โอ้ ดูสิ ข้าช่างฉลาดจริงๆ ฮิฮิ…”