ใช้สวรรค์และโลกเป็นกระดานหมากรุกและอำนาจแห่งจิตเป็นตัวหมาก!
เสียงของผู้อาวุโสหลัวนุ่มนวลมาก
ภายใต้การควบคุมโดยเจตนาของเขา มีเพียงหมายเลข 1 เท่านั้นที่สามารถได้ยินมัน
เขาตื่นเต้นมาก จากนี้ไป ทัศนคติของเขาที่มีต่อชูเฟิงก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เขาไม่ใช่ผู้สมัครธรรมดาอีกต่อไป
แต่เป็นทายาทของนายท่าน!
ชูเฟิงมีความเกี่ยวข้องกับนานท่านของพวกเขาจริงๆ!
หมายเลข 1 ยกยิ้มจางๆ
'ตาเฒ่าในที่สุดเจ้าก็เข้าใจ'
'เจ้ามีชีวิตอยู่มานานจนเจ้าแก่มากแล้ว'
พวกเขาไม่ได้สื่อสาร
แต่ไม่จำเป็นต้องพูดอะไร
บนท้องฟ้า ชูเฟิงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถซ่อนความสุขในดวงตาของเขาได้
การเอาชนะกองกำลังผสมหมายเลข 7 และอีกสองคนนั้นมันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย
ถ้าเขาใช้ทักษะเพลงดาบของเขาจริงๆ เขาก็สามารถทำได้เช่นกัน!
สิ่งที่ได้รับมากที่สุดในการต่อสู้ครั้งนี้คือทักษะศักดิ์สิทธิ์ใหม่ที่เขาเข้าใจ!
หมัดทะลวงนภา!
มันดึงพลังจากภายในอย่างแท้จริง
พลังศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นเอง!
พลังของมันช่างไร้เทียมทาน! ชูเฟิงรู้สึกว่าหมัดนี้เทียบได้กับเพลงดาบที่เขาภาคภูมิใจที่สุด!
การต่อยครั้งนี้ ถือเป็นการได้รับสิ่งที่ดีมากที่สุดในรอบหนึ่งปีของเขา!
ตอนนี้เขามีไม้เด็ดที่ทรงพลังอีกใบหนึ่งแล้ว!
เขามีความสุขมาก
น่าเสียดาย เมื่อเขาใช้หมัดนี้ ชูเฟิงไม่สามารถทำอะไรได้อีก
เขาต้องทุ่มเทให้กับมัน
เขาไม่สามารถรักษาอาณาเขตของเขาไว้ได้
นี่ถือได้ว่าเป็นข้อเสียของหมัดนี้
ชูเฟิงตอนนี้เขายังไม่รูัจะทำยังไงกับมันดี แต่เขาสามารถคิดหาวิธีชดเชยได้ในภายหลังเท่านั้น
ในขณะนี้ ชายร่างใหญ่ทั้งสามคลานออกมาจากทะเลโลหิต
พวกเขาถูกปกคลุมไปด้วยบาดแผล
แม้แต่หน้าอกของพวกเขาก็มีรอยยุบ
พวกเขาหายใจออก มากกว่าหายใจเข้า
พวกเขาเกือบตาย!
พวกเขาสามารถสื่อสารกับร่างหลักอย่างเงียบ ๆ เพื่อฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ
มิฉะนั้นพวกเขาจะต้องตายลงอย่างแน่นอน!
ทั้งสามคนเข้าแถว ก้มศีรษะลง และเดินกลับไปที่แถวสุดท้ายของฝูงชนด้วยความละอายใจ
พวกเขาไม่มีอะไรจะพูด
พวกเขารู้สึกละอายใจ
พวกเขาอยากจะขุดหลุมและซ่อนตัวอยู่ในนั้น
พวกเขาสามคนตัวใหญ่มาก ดังนั้นพวกเขาจึงดูค่อนข้างตลก
แม้ว่าทั้งสามคนจะระวังตัวมากอยู่แล้ว แต่เห็นได้ชัดว่ามีใครบางคนไม่คิดจะปล่อยพวกเขาไป
หมายเลข 3 ค่อยๆ เดินเข้าไปหาพวกเขาทั้งสามคน
เขาเม้มริมฝีปาก
จากนั้นเขาก็ถอนหายใจ
“เฮ้อ ข้าจะพูดอะไรเกี่ยวกับพวกเจ้าดีล่ะ!"
“มันไม่เป็นไรถ้าพวกเจ้าแค่ขึ้นไปและถูกซ้อม"
“พวกเจ้าก็แค่ต้องมีเจตนาที่ดี"
“แต่นี่เป็นสิ่งที่ดีจริงๆใช่มั้ย?"
“พวกเจ้าให้ไพ่ตายแก่เขาอีกแล้ว"
“พวกเจ้าต่อสู้เสร็จในตอนนี้"
“แต่เรายังไม่ได้เริ่มเลย"
“ทำไมพวกเจ้าต้องทำให้เรื่องมันยุ่งยากกับเราด้วย?"
"อนิจจา!"
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ชายหัวเหลืองก็อดไม่ได้ที่จะโรยเกลือลงไปในบาดแผล
"ถูกตัอง! พี่สอง พี่สาม พี่สี่จะทำอะไรต่อจากนี้ได้อีก? พวกเขาจะยังสามารถเอาชนะเจ้าหนูนี่ได้หรือไม่”
“ใครๆก็บอกว่าคนรุ่นก่อนปลูกต้นไม้ คนรุ่นหลังได้เห็นร่มเงากันทั้งนั้น"
“นั่นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับพวกท่าน"
“เหมือนอย่างที่ผ่านมา พวกท่านก็เพียงแค่โค่นต้นไม้ทั้งหมดลงก็เท่านั้น!"
“ไม่ต้องพูดถึงการเพลิดเพลินกับพื้นที่ร่มเงาเลย ตอนนี้พวกท่านกำลังปิดกั้นถนนอีกด้วย!"
“จิ๊จิ๊จิ๊ ข้ารู้สึกแย่มากเลยจริงๆ”
เสียงนี้มันมาพร้อมกับสีหน้าพึงพอใจของชายหัวเหลือง
หมายเลข 7 และอีกสองคนต้องการที่จะกินเนื้อและดื่มเลือดสดๆของชายหัวเหลืองนี่
"หมายเลข 10 เจ้ารู้ไหมว่าเจ้ากำลังทำอะไรอยู่”
เสียงของหมายเลข 7 และอีกสองคนนั้นน่ากลัวมาก
ภัยคุกคามนั้นชัดเจน
เราไม่สามารถทำให้พี่สามขุ่นเคืองใจได้ แต่เราไม่สามารถทำให้เจ้าขุ่นเคืองใจด้วยหรือ?
เจ้าบ้านี่กล้าเยาะเย้ยพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่!?
ไม่กลัวโดนทุบตีจนตายจริงๆหรือ?!
โดยไม่คาดคิด ชายหัวเหลืองไม่กลัวเลย จมูกของเขาชี้ขึ้นกลางอากาศ
“ข้าคือผู้ผดุงความยุติธรรม! อะไรกัน! พวกท่านจะไม่ปล่อยให้คนอื่นพูดถึงสิ่งที่พวกท่านทำผิดหรือ? มันไม่ถูกต้องใช่ไหมพี่สาม!”
ตามที่ชายหัวเหลืองบอก ตอนนี้เขาอยู่ข้างเดียวกับหมายเลข 3 แล้ว
พวกเจ้ากล้าดียังไงมาแก้แค้นข้า?
ข้ามีผู้สนับสนุน!
แต่ใครจะคิดล่ะ
หมายเลข 3 มองอย่างเฉยเมยไปทางหมายเลข 10
“ทำไมเจ้าถึงถามข้า? เจ้าพูดมันเอง อย่าลากข้าเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย”
"เฮ้! พี่สาม ท่านจะทำเช่นนั้นไม่ได้! ข้ากำลังพูดแทนท่านอยู่นะ!”
ดวงตาของชายหัวเหลืองเบิกกว้างด้วยความวิตกกังวล
หมายเลข 3 มองไปที่ชายหัวเหลืองและพูดอย่างไร้อารมณ์
“ข้าขอให้เจ้าช่วยเหรอ? นั่นเป็นความสมัครใจของเจ้าเอง"
“นอกจากนี้ คนต่อไปคือหมายเลข 4 ไม่ใช่ข้าสักหน่อย ตัวข้านั้นไม่รีบร้อนหรอกนะ"
“ข้าก็แค่เบื่อและมาหัวเราะเยาะพวกเขา ใครจะรู้กันว่าเจ้าจะกล้าเข้ามาหัวเราะเยาะพวกเขาด้วย? หึหึ…”
หลังจากฟังหมายเลข 3 ชายหัวเหลืองรู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังเย็นเหยียบ
ราวกับว่าถังน้ำเย็นถูกราดลงบนร่างกายของเขาในช่วงกลางฤดูหนาว
ไม่นะ!
เขาตายแน่!
เขาถูกหลอกแล้ว!
เหงื่ออันความเย็นยะเยือกไหลลงมาที่แผ่นหลังของเขา
ไม่จำเป็นต้องเดาให้เสียเวลา
มันคือหมายเลข 7 และคนอื่นๆ ที่มองมาอย่างเยาะเย้ย
หากปราศจากผู้หนุนหลัง เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน!
เขาฝืนยิ้มอย่างอ่อนน้อมและต้องการที่จะร้องขอความเมตตา
เขาตระหนักว่าชายร่างใหญ่ทั้งสามกำลังเย้ยหยันเขาได้รุนแรงกว่าตัวเขาเอง
ชายหัวเหลืองรู้สึกได้ทันทีว่าชีวิตของเขากำลังจะจบลง
ชูเฟิงซึ่งเพิ่งลงมายืนบนชายหาดได้เฝ้ามองฉากนี้อยู่ห่างๆ
เขาส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
ผู้อาวุโสหมายเลข 10 ช่างหาเรื่องตายได้ในทุกวันจริงๆ
มันไม่ง่ายเลยที่จะอยู่รอดได้นานขนาดนี้
เขาควรจะขอบคุณสหายของเขาที่ไม่ฆ่าเขาเร็วกว่านี้ เขาไม่สนใจกับตัวตนดังกล่าวอีก
เขาเงยหน้าขึ้นและสังเกตเห็นการจ้องมองของหมายเลข 4
ทั้งคู่พยักหน้าให้กันอย่างสุภาพ
พวกเขาทั้งสองยกยิ้มให้กันและกัน
หมายเลข 4 ก็เป็นแบบนั้น เขาไม่วิตกกังวลหรือต้องการเอาชนะ เขาเป็นคนสบายๆ มากๆ
เขายิ้มให้ทุกคนอย่างใจดี น้อยคนนักที่เคยเห็นเขาเปิดเผยอารมณ์อื่นๆ
แน่นอนว่าในช่วงเวลาที่เขาเห็นชูเฟิงต่อต้านเจตจำนงระดับสูง เขาตกใจมากจนควบคุมตัวเองไม่ได้
น่าเสียดายที่ชูเฟิงไม่ได้เห็นฉากนั้น
เมื่อเขากลับมาจากมิติแห่งเจตจำนง หมายเลข 4 ก็สงบสติอารมณ์ได้แล้ว
“ดูเหมือนว่าจะถึงตาข้าแล้วสินะ”
หมายเลข 4 ยกยิ้มมุมปากน้อยๆ
เขาก้าวเบาๆ ออกมาจากด้านหลังของฝูงชน
จากนั้นเขาก็เอื้อมมือออกไปโดยไม่วางท่าใดๆ
"โปรดชี้แนะด้วย"
ชูเฟิงรีบตอบกลับคำทักทายและกล่าวว่า “กฎของการประเมินนี้คือไม่อนุญาตให้มีความช่วยเหลือจากภายนอก อย่างไรก็ตาม ข้ารู้ดีว่าแหล่งที่มาของความแข็งแกร่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับปรมาจารย์รูปแบบการต่อสู้คือการควบคุมอำนาจแห่งจิตของผู้ติดตามเพื่อการใช้งานของพวกเขาเอง หากมันถูกจำกัด ข้าเกรงว่าความแข็งแกร่งของผู้อาวุโสหมายเลข 4 จะเหลือน้อยกว่า 10% แม้ว่าข้าจะชนะ มันก็จะเป็นชัยชนะที่ไม่ยุติธรรม”
เขาหันไปมองผู้อาวุโสหลัว
“ผู้อาวุโสหลัว ทำไมเราไม่อนุญาตให้ผู้ติดตามของผู้อาวุโสหมายเลข 4 เข้าร่วมการต่อสู้ล่ะ”
ชูเฟิงไม่ต้องการใช้ประโยชน์จากหมายเลข 4
การต่อสู้ที่ยุติธรรมจึงจะน่าสนใจยิ่งกว่า
ผู้อาวุโสหลัวลูบเคราของเขาแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
หมายเลข 4 ยังคงยกยิ้มน้อยๆเช่นเคย
“สหายน้อย อย่าดูถูกข้า หากไม่มีผู้ติดตาม ปรมาจารย์รูปแบบการต่อสู้ที่แท้จริงยังคงสามารถปลดปล่อยความแข็งแกร่งที่ทรงพลังได้”
“นอกจากนี้ผู้ติดตามที่อ่อนแอเหล่านั้นได้เสียชีวิตลงในแม่น้ำแห่งกาลเวลาไปนานแล้ว หนึ่งในพวกเขาก็ทรงพลังเกินกว่าระดับ S แล้ว เจ้าแน่ใจหรือว่าต้องการให้ข้ายืมอำนาจแห่งจิตของพวกเขา?”
ชูเฟิงตกตะลึง
เขากระแอมไอเบาๆ
เขายิ้มอย่างเคอะเขิน
“ถ้าเช่นนั้น… เรามาลืมมันกันเถอะ”
ผู้ติดตามที่เหนือกว่าระดับ S… ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ต้องสู้กันแล้ว!
เป็นเรื่องยากที่จะเห็นชูเฟิงอยู่ในสภาพเช่นนี้ ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงดัง
ในช่วงเวลานี้ ชูเฟิงได้รับความเห็นชอบจากทุกคนมานานแล้ว
ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ในการฝึกฝนของเขาเท่านั้น
ชูเฟิงนั้นเก่งมากในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน
หมายเลข 4 ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเช่นกัน
“ข้าซาบซึ้งในความจริงใจของเจ้าจริงๆ ในเมื่อเจ้าไม่อยากเอาเปรียบข้า ทำไมเราไม่เล่นมาหมากรุกกันอีกรอบล่ะ?”
“ข้าก็ไม่ชอบการต่อสู้และการเข่นฆ่าเหมือนกัน”
“ทำไมเราไม่ใช้โลกเป็นกระดานหมากรุกและใช้อำนาจแห่งจิตของเราเป็นตัวหมากเพื่อต่อสู้กัน เรายังสามารถทดสอบความสำเร็จของเจ้าในรูปแบบขบวนรบในระหว่างเกมนี้ได้อีกด้วย!"