บดขยี้

เพื่อกำจัดนักพรตเต๋าฉิงเฟิงอย่างเด็ดขาด ชูเฟิงจึงไม่ลังเลที่จะใช้ดาบสองคมของเขาเลย

คมดาบตัดผ่านอากาศ ราวกับจะฉีกท้องฟ้าออกจากกัน

มันฟันไปทางนักพรตเต๋าฉิงเฟิงอย่างรวดเร็ว

ในอีกด้านหนึ่ง แสงสีทองที่รุนแรงก็ปะทุขึ้นจากไม้เท้าเหล็กยาวสิบฟุตในมือของเต๋าฉิงเฟิง

ด้วยการหวัดแกว่งแบบง่ายๆ แม้แต่พื้นที่โดยรอบก็เกิดความผันผวน

จากนั้นไม้เท้าก็ขยับ

เขาจ้องมองและคำรามด้วยความเดือดดาล

“ไอ้เด็กสารเลว! เป็นเด็กเป็นเล็กควรจะให้เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ใช่หรือไง! หากเป็นเช่นนั้น ให้อาวุธของข้าสั่งสอนเจ้าแทนเอง!”

“แยกนภา!”

ออร่าของนักพรตเต๋าฉิงเฟิงนั้นน่ากลัวมาก

การโจมตีอย่างดุเดือดเริ่มขึ้นแล้ว

มันหนักราวกับขุนเขาไท่ซาน

โลกสั่นสะท้าน

เย่ชิงเทียนผู้ซึ่งเฝ้าดูการต่อสู้จากด้านข้าง อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ

แม้ว่าพวกเขาจะเป็นปรมาจารย์สวรรค์ขั้นต้นเช่นกัน แต่เย่ชิงเทียนก็รู้สึกว่าหากเขาขึ้นไปบนเวที เขาคงจะไม่สามารถยืนหยัดต่อสู้กับนักพรตเต๋าฉิงเฟิงผู้นี้ได้มากกว่าสามกระบวนท่า

พลังนี้ใกล้เคียงกับพลังของปรมาจารย์สวรรค์ขั้นสูงแล้ว!

เย่ชิงเทียนหันไปทางชูเฟิงโดยไม่รู้ตัว

เขาอดไม่ได้ที่จะเป็นกังวล

เจ้าหนูนี่สามารถรับการโจมตีนี้ได้หรือไม่?

ท้ายที่สุด พื้นฐานของชูเฟิงยังคงเป็นเพียงระดับ C เท่านั้น…

ในขณะที่ทุกคนเป็นกังวล…

จู่ๆ ชูเฟิงก็หัวเราะออกมาดังลั่น

“ฮ่าฮ่า! ข้าเข้าใจเรื่องการเคารพเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่กับบางคนจะคู่ควรกับการพูดถึงความเคารพของข้าได้อย่างไร ช่างน่าขัน!"

เขาส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างเหยียดหยามยิ่งนัก

ดาบในมือของเขาฟันลงมาทันที!

ในเวลาเดียวกัน แสงสีทองก็สว่างวาบไปทั่วร่างของชูเฟิง

เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วโลก

มันเป็นราวกับเสียงกลองศึกดังกึกก้องสะท้านโลก!

ศาสตร์แห่งเพลงดาบเก้าคลื่นขั้นที่สี่ หอกทองคำ!

ปรมาจารย์สวรรค์ที่เกือบจะเทียบได้กับระดับ A+ ขั้นสูงนั้นไม่คู่ควรกับชูเฟิงที่ใช้พละกำลังอย่างเต็มที่

การใช้หอกทองคำของชูเฟิง ถือเป็นการประเมินนักพรตเต๋าฉิงเฟิงสูงเกินไปอีกด้วย

วินาทีต่อมา ดาบสองคมที่มีรัศมีอันร้ายกาจเข้าปะทะกับไม้เท้าเหล็กอย่างรุนแรง

บางทีอาจเป็นเพราะความรุนแรงของการต่อสู้นั้นต่ำเกินไป แม้แต่วิญญาณมังกรก็ไม่สามารถปรากฏตัวได้

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีเสียงคำรามที่รุนแรงอยู่ในโลก

เกิดความร้อนระอุไปทั่ว

สานลมกระโชก!

มันทำให้ทุกคนแทบจะตาบอด

วินาทีต่อมา จากกลุ่มฝุ่นที่ลอยเต็มไปทั่วท้องฟ้า ทุกคนก็ได้ยินเสียงคึ่กๆ

ฟังดูเหมือนไม้หัก

และหลังจากนั้น พวกเขาก็ได้เห็นร่างหนึ่งถูกระเบิดลงกับพื้นราวกับอุกกาบาต

บึ้ม!

มันระเบิดผืนดินเป็นหลุมเป็นบ่อขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม อีกร่างนั้นยังคงไม่ยอมแพ้ เขาพุ่งไปข้างหน้าและไล่ล่าต่อเข้าไปในหลุมลึกอีกครั้ง!

การต่อสู้จบลงเร็วเกินไป

ส่งผลให้ไม่มีใครเห็นว่าใครกันแน่ที่โดนโจมตี!

เย่ชิงเทียนอดไม่ได้ที่จะมองเข้าไปในหลุมลึกและพึมพำ

“หรือจะเป็นชูเฟิง? ทำไมดูเหมือนเขาจัง”

ท่านหญิงหงชำเลืองมองเย่ชิงเทียนอย่างเย็นชา

“ไม่มีอะไรดีออกมาจากปากสุนัขเช่นเจ้าเลยจริงๆ”

เมื่อพูดเช่นนั้น ท่านหญิงหงก็เป็นกังวลเช่นกัน

การต่อสู้นั้นจบลงเร็วเกินไป

เว้นแต่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะมีพละกำลังที่จะบดขยี้อีกฝ่ายได้ เช่นนั้นมันก็มักจะยากที่จะตัดสินผลการต่อสู้ระหว่างปรมาจารย์สวรรค์

แม้แต่นางจะต้องการเวลาสักระยะเพื่อกำจัดเต๋าฉิงเฟิง

ดังนั้น ความกังวลของเย่ชิงเทียนจึงไม่ใช่ว่าไร้เหตุผล

เมื่อเศษฝุ่นจางลง ทุกคนก็รีบมองเข้าไปในหลุมลึก

แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นก็ทำให้พวกเขาต้องตกใจ!

ในหลุมขนาดใหญ่ที่มีความลึกหนึ่งร้อยเมตร นักพรตเต๋าฉิงเฟิงนอนอยู่ที่ก้นหลุมด้วยความน่าสมเพช

ร่างกายของเขาเสื้อผ้าขาดวิ่นอย่างรุนแรง และบาดแผลก็ลึกจนน่าตกใจ

ด้านข้างเขาคือไม้เท้าเหล็กที่แยกออกเป็นสองส่วน

ท่าทางเหมือนปราชญ์ดั้งเดิมของเขาหายไปหมดแล้ว

มีเพียงความสยดสยองในดวงตาของเขา

ราวกับว่าเขายังคงหมกมุ่นอยู่กับการต่อสู้ในตอนนี้

เขาไม่สามารถกลับมารู้สึกตัวได้เป็นเวลานาน

และที่ยืนอยู่เคียงข้างเขา

มันเป็นร่างของชายหนุ่มที่ค่อนข้างผอมบาง

เขาถือดาบยาวอันแหลมคมส่องประกายวาววับ

เขากดลงไปที่คอของนักพรตเต๋าฉิงเฟิงอย่างเบามือ

การแสดงออกของชูเฟิงนั้นสงบมาก ในขณะที่เขาพูดอย่างใจเย็นว่า

“เจ้าแพ้แล้ว.. ผู้อาวุโส!”

ชูเฟิงเน้นคำว่า “ผู้อาวุโส”

ราวกับว่าเขากำลังเยาะเย้ยใครบางคนอยู่

"ไม่! มันเป็นไปไม่ได้! ข้าผู้เป็นปรมาจารย์สวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์ที่สง่างาม จะมาพ่ายแพ้เด็กเหลือขเช่นเจ้าได้อย่างไร! ข้าไม่ยอมรับสิ่งนี้!”

“ตอนนั้นข้าประมาทไป มาสู้กันใหม่ถ้าเจ้ากล้า!”

นักพรตเต๋าฉิงเฟิงตะโกนเสียงดังราวกับคนบ้า

เขาพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ดาบสองคมของชูเฟิงนั้น ก็เหมือนกับภูเขาที่หนักหนึ่งพันล้านตันกดทับลงมาไม่ให้เขายืนขึ้นได้อีก

ภายนอกดูเหมือนจะเป็นเพียงสัมผัสที่อ่อนโยนกับนักพรตเต๋าฉิงเฟิง

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่านักพรตเต๋าฉิงเฟิงจะดิ้นรนอย่างไร ก็ยังคงไม่สามารถเคลื่อนไหวใบดาบที่พาดอยู่บนลำคำได้

ถูกกักขังโดยสมบูรณ์!

เขาขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!

ชูเฟิงจ้องมองนักพรตเต๋าฉิงเฟิงที่ตีโพยตีพายด้วยความดูถูกเหยียดหยาม และกล่าวอย่างเฉยเมยว่า

“ผู้อาวุโส หยุดดิ้นรนได้แล้ว เจ้าเป็นเพียงปรมาจารย์สวรรค์ขั้นต้นธรรมดาๆ เจ้าไม่สามารถหลุดพ้นได้…”

ชูเฟิงไม่ได้ปิดบังเสียงของเขา และมันก็แพร่กระจายไปทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์ภูเขาหลงหูได้อย่างง่ายดาย

ทุกคนอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง

เย่ชิงเทียนและคนอื่นๆ หันมามองหน้ากัน

“เอ่อ… เจ้าเด็กนี่พูดอะไรน่ะ? เขาเป็นเพียงปรมาจารย์สวรรค์ธรรมดาๆ ?! ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่สามารถอธิบายคำว่าปรมาจารย์สวรรค์ราวกับเป็นผู้คนธรรมดาที่มีอยู่ดาษดื่นทั่วไปได้เช่นนี้!”

ผู้อาวุโสควอดพึมพำออกมาอย่างเคร่งขรึม

“เด็กคนนี้… เขาแข็งแกร่งแค่ไหนกัน? ระดับ A+ คือธรรมดาเหรอ? ไร้สาระ!”

ควอดยังตั้งคำถามตัวเอง

แม้ว่าจะเป็นเขาในตอนนี้ มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะผ่อนคลายเท่ากับชูเฟิง

ท้ายที่สุดแล้ว คู่ต่อสู้ของเขาก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน!

“ฮ่าฮ่า พระเจ้า! ลูกพี่ใหญ่แข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ?!”

อัจฉริยะรุ่นเยาว์ตกอยู่ในความโกลาหลทันที

ชูเฟิงกำลังบอกให้พวกเขารู้ว่านักสู้ระดับ C นั้นทรงพลังได้เช่นกัน!

หลี่เผิงและคนอื่น ๆ ตื่นเต้นจนควบคุมตัวเองไม่ได้

พวกเขาไม่สามารถเข้าใจการต่อสู้ในระดับนี้ได้

แต่พวกเขาพอจะรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี

ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตปรมาจารย์สวรรค์ไม่สามารถต้านทานการโจมตีจากลูกพี่ใหญ่ได้แม้แต่ครั้งเดียว!

ช่างแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้!

ทุกคนเงียบเสียงลงในชั่วระยะเวลาหนึ่ง

การแสดงออกบนใบหน้าของนักพรตเต๋าหลิงเสี่ยวดูน่าเกลียดมาก

การต่อสู้ที่เขาคิดว่าอยู่ในกระเป๋าได้จบลงในลักษณะที่ไร้สาระยิ่งนัก

เด็กคนนี้มาจากไหนกัน!

เขาอายุแค่สิบเจ็ดหรือสิบแปดปีจริงๆ เหรอ!

เขามองไปที่นักพรตเต๋าฉิงเฟิงซึ่งเหลือลมหายใจเกือบจะถึงเฉือกสุดท้ายอยู่แล้วภายในหลุม

นักพรตเต๋าหลิงเสี่ยวอดไม่ได้ที่จะตะโกนใส่

"เจ้ากล้าดียังไง! ปล่อยนักพรตเต๋าฉิงเฟิงเดี๋ยวนี้ เจ้ากำลังท้าทายดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเราแล้ว!”

เมื่อได้ยินเสียงของนักพรตเต๋าหลิงเสี่ยว ชูเฟิงก็เงยหน้าขึ้นอย่างเฉยเมย

อย่างไรก็ตาม เขาไม่สนใจนักพรตเต๋าหลิงเสี่ยวแม้แต่น้อย

เขาแบกนักพรตเต๋าฉิงเฟิงที่ดูเหมือนสุนัขที่ตายแล้ว เขากระโดดขึ้นและออกจากหลุมทันที

เขาโยนร่างของนักพรตเต๋าฉิงเฟิงไปทางผู้อาวุโสควอดอย่างไม่แยแส

“ผู้อาวุโส ข้าต้องขอฝากเฒ่าชราคนนี้ไว้กับท่านแล้ว จับตาดูเขาเอาไว้ให้ดี หากไม่มีชายชราผู้นี้ ปรมาจารย์สวรรค์แห่งภูเขาหลงหูจะไม่สามารถสร้างรูปแบบขบวนรบได้อีก มันจะช่วยแก้ปัญหาได้มากนัก”

ผู้อาวุโสควอดเอื้อมมือไปจับร่างกายของนักพรตเต๋าฉิงเฟิง และตรวจสอบเขาโดยสัญชาตญาณ ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที

ในความรู้สึกของเขา

ยังคงมีรัศมีแห่งคมดาบนับพันฝังอยู่ในร่างของนักพรตเต๋าฉิงเฟิง

ดังนั้น มันไม่มีความจำเป็นสำหรับเขาที่จะต้องดูแลชายชราคนนี้แล้ว

หากนักพรตเต๋าฉิงเฟิงกล้าที่จะวิ่งหนี เขาอาจจะถูกตัดเป็นชิ้นส่วนนับไม่ถ้วนด้วยรัศมีแห่งคมดาบในร่างกายของเขา

ผู้อาวุโสควอดมองไปทางชูเฟิงด้วยท่าทางที่ซับซ้อน

เด็กคนนี้… ใจดำขนาดนั้นเลยเหรอ?

เขาจะปล่อยให้อดีตผ่านไปจริงๆ อย่างที่เขาเคยว่าเอาไว้ได้ไหม?

ข้าเกรงว่านั่นไม่น่าจะจริงอย่างแน่นอน...)

ตอนก่อน

จบบทที่ บดขยี้

ตอนถัดไป