เซี่ยชิวรู้สึกขอบคุณ
"ที่เธอพูดนั่นเรื่องจริงหรือเปล่า?"
"ซูหมาน เธอไม่ได้จำคนผิดใช่มั้ย"
"โพสต์ที่เปิดโปงบอกว่าฐานะครอบครัวของเขาธรรมดามากเลยนะ"
"..."
หลังจากได้ยินคำพูดของซูหมาน ปฏิกิริยาแรกของทุกคนก็คือไม่เชื่อ
"เป็นเขาคนนี้ไม่ผิดแน่นอน" ซูหมานพูดอย่างหนักแน่น
แม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจว่าทำไมฐานะทางครอบครัวของเย่เฟิงถึงอยู่ในระดับธรรมดา แต่เธอเห็นว่าเขามีแบล็คการ์ดของเวิลด์ซิตี้จริงๆ
เป็นเรื่องยากที่ทุกคนจะได้เห็นซูหมานยืนหยัดเพื่อใครคนหนึ่ง ดังนั้นจึงมีหลายคนเชื่อในคำพูดของเธอ
อย่างไรก็ตาม ยังมีคนที่คิดว่าซูหมานพูดช่วยเย่เฟิงเพราะเย่เฟิงหล่ออยู่ด้วย
ซูหมานไม่ได้อธิบายต่อ เธอเพียงแค่หยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดฟอรัมของมหาวิทยาลัยและดูโพสต์ที่พูดถึงเย่เฟิง
เมื่อเห็นว่าคอมเมนต์เกือบทั้งหมดในโพสต์เต็มไปด้วยคำก่นด่าเย่เฟิง เธอก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา
เหตุการณ์นี้คงจะทำให้เขารู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย และมันก็เป็นโอกาสเหมาะมากที่เธอจะเข้าหาเย่เฟิง
ถึงเขาจะไม่หวั่นไหวก็ตาม แต่เขาจะต้องประทับใจในตัวเธออย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ซูหมานก็รีบแสดงความคิดเห็นเข้าข้างเย่เฟิง โดยบอกว่าเย่เฟิงมีแบล็คการ์ดของเวิลด์ซิตี้ และเขาไม่มีความจำเป็นต้องหลอกลวงผู้คนด้วยบัตรคอนเสิร์ตปลอม
ซูหมานมีหน้าตาดีและถือได้ว่ามีชื่อเสียงระดับหนึ่งในมหาวิทยาลัยจงไห่
ดังนั้นเมื่อข้อความนี้ถูกเผยแพร่ออกไปจึงได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมากในทันที
"ทำไมเทพธิดาซูหมานถึงออกมาพูดช่วยเย่เฟิง"
"เป็นไปได้ไหมว่าบัญชีของเธอจะถูกแฮ็ก?"
"ซูหมานเหมือนพูดเรื่องจริงหรือเปล่า?"
"แบล็คการ์ด? เย่เฟิงมีแบล็คการ์ดจริงเหรอ?"
ต้องรู้ว่าแบล็คการ์ดของเวิลด์ซิตี้มีค่ามากกว่าบัตรคอนเสิร์ตของเซี่ยชิวหลายพันเท่า แล้วเย่เฟิงที่เป็นคนธรรมดาจะมีมันได้อย่างไรล่ะ?
"ไม่ใช่บัตรปลอมใช่มั้น"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันคิดว่าต้องเป็นบัตรปลอมอีกแน่นอน"
"ซูหมาน เธอน่าจะสร้างเรื่องที่เหตุผลมากกว่านี้นะ"
"..."
ด้วยการที่มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย ความคิดเห็นของซูหมานจึงถูกผลักไปที่อันดับต้นๆของโพสต์อย่างรวดเร็ว
มีคนจำนวนมากขึ้นเห็นความคิดเห็นของเธอ และหลายคนต่างก็ตกใจกับเรื่องจอง 'แบล็คการ์ด' แต่ผู้คนจำนวนมากคิดว่าซูหมานกำลังพูดเรื่องไร้สาระเท่านั้น
…
ในบ้านพักตากอากาศจงเทียนเลคหมายเลข 1
เย่เฟิงยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในมหาวิทยาลัย
ในขณะที่กำลังทำความสะอาดอยู่ เขาก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ ที่ลืมเก็บกลับมมา
ดังนั้น เขาจึงเดินไปขึ้นรถเฟอร์รารี เอ็นโซและขับกลับไปที่มหาวิทยาลัยจงไห่ทันที
…
ในเวลาเดียวกัน ณ เมืองจงไห่ในห้องทำงานส่วนตัว
ถานโปหงกำลังอ่านเอกสารกองโต
เซี่ยชิวนั่งอยู่ตรงข้ามกับถานโปหง แม้ใบหน้าของเธอจะดูปกติ แต่มือของเธอที่วางอยู่บนตักนั้นกำแน่นเผยให้เห็นถึงความกังวลใจของเธอ
ผู้จัดการหวังที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอก็เริ่มมีเหงื่อไหลออกมาจากบริเวณหน้าผากและฝ่ามือเช่นกัน
สิ่งที่ถานโปหงกำลังดูคือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ที่เซี่ยชิวจะทำการแสดง
ข้อมูลกองนี้เกี่ยวข้องกับการที่เซี่ยชิวจะได้เข้าสู่วงการภาพยนตร์อย่างราบรื่น ดังนั้นเธอจึงอดรู้สึกประหม่าอย่างมากไม่ได้
บรรยากาศค่อนข้างเงียบ
โชคดีที่บรรยากาศตึงเครียดนี้อยู่ไม่นานนัก
ถานโปหงวางเอกสารลงและมองไปที่เซี่ยชิวด้วยรอยยิ้มแสนอ่อนโยน
เมื่อเห็นเช่นนี้ เซี่ยชิวและผู้จัดการหวังก็รู้สึกโล่งใจมาก
เพราะหลังจากถานโปหงอ่านสคริปต์เสร็จแล้ว เขาไม่ได้ลุกขึ้นและไปจากที่นี่ในทันที ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาเปิดโอกาสให้พวกเธอพูดคุย
"คุณถาน ไม่ทราบว่าบทนี้เป็นยังไงบ้างหรือคะ ... " เซี่ยชิวถามหยั่งเชิงถานโปหง
ถานโปหงยิ้มและตอบกลับ "คุณเซี่ยมีฝีมือที่ไม่ธรรมดาเลย"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของเซี่ยชิวก็กว้างมากขึ้นกว่าเดิม "หมายความว่าคุณถานจะช่วยฉันใช่มั้ยคะ?"
"บทของคุณดีมาก แต่มันยังธรรมดาเกินไป..."
คำพูดนี้ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเซี่ยชิวหายไปทันที
เป็นไปได้ไหมว่าถานโปหงจะไม่ช่วยเธอ?
ในขณะที่เธอกำลังเต็มไปด้วยความกังวล ถานโปหงก็พูดขึ้นอีกครั้ง "แต่เนื่องจากคุณเซี่ยเป็นเพื่อนของเสี่ยวเย่ ฉันจึงจะช่วยเป็นกรณีพิเศษให้"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ความกังวลของเซี่ยชิวและผู้จัดการหวังก็เปลี่ยนเป็นความโล่งใจ
"ขอบคุณคุณถานมากเลยค่ะ!" ทั้งสองคนรีบขอบคุณอย่างรวดเร็ว
ขณะที่กล่าวขอบคุณ ร่างของเย่เฟิงก็ปรากฏขึ้นในใจของเซี่ยชิวโดยไม่อาจควบคุม
ไม่นาน เธอก็ตั้งสติได้และรีบสลัดร่างเย่เฟิงที่อยู่ในใจออกไปออกอย่างรวดเร็ว
ถานโปหงยิ้มอย่างอ่อนโยนและพอใจกับทัศนคติของทั้งสองคนมาก
ต่อจากนั้นทั้งสามคนก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับความร่วมมือ
เมื่อเวลาดำเนินมาถึงสิบเอ็ดโมงกว่า ทุกอย่างก็เป็นอันเสร็จสิ้น
เซี่ยชิวได้เอ่ยเชิญถานโปหงไปทานอาหารเย็น แต่ถานโปหงปฏิเสธด้วยเหตุผลส่วนตัว
จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องไป
เซี่ยชิวและผู้จัดการหวังรีบลุกขึ้นเพื่อแสดงถึงความเคารพ
หลังจากร่างของถานโปหงหายไปอย่างสมบูรณ์ เซี่ยชิวก็เดินกลับเข้าไปในรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ของเธออย่างรวดเร็ว
"ไปที่มหาวิทยาลัยจงไห่!"
หลังจากพูดกับคนขับแล้ว เธอก็หันไปมองผู้จัดการหวัง
ผู้จัดการหวังเข้าใจความต้องการของคำพูดเซี่ยชิว และเธอก็รู้สึกประหลาดใจกับเรื่องนี้
ในณะที่เธอกำลังประหลาดใจ สีหน้าของเธอก็แสดงออกถึงความสับสน
เซี่ยชิวสังเกตเห็นจึงถามว่า "พี่หวังมีอะไรจะบอกฉันหรือเปล่า"
ผู้จัดการหวังลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับคุณเย่..."