คำพูดมันฟังดูแปลกๆ
เมื่อได้ยินเฉินชิวซานพูดว่าปิ่นหยกมีมูลค่าถึง 10 ล้านหยวน
เจ้าของร้านก็ไม่สามารถยืนอย่างมั่นคงได้อีกต่อไป เขาล้มลงกับพื้นและเริ่มร้องไห้ออกมา
"ฮือ... ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว โลกใบนี้ช่างใจร้ายกับฉันเหลือเกิน..."
วันนี้มันโหดร้ายสำหรับเขาจริงๆ
เดิมที ข้อตกลงซื้อขาย 20,000 หยวนของเขากำลังจะประสบผลสำเร็จ แต่จู่ๆ เย่เฟิงก็โผล่มาขัดขวางเอาไว้
หลังจากนั้นเย่เฟิงก็ได้ใช้เงินทุนเพียง 1,000 หยวนเพื่อซื้อปิ่นหยกของเขาไป ซึ่งครั้งนี้เขาก็คิดว่าตัวเองทำเงินได้มากมายแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าเขาพลาดโอกาสร่ำรวยไป
นี่เป็นการขาดทุนครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับเขาเลย
…
อย่างไรก็ตาม เย่เฟิงไม่สนได้ใจเขาเลยแม้แต่น้อย
หลังจากวางสายโทรศัพท์ของเฉินชิวซานแล้ว เขาก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นมา
"ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ การนำทางตามล่าสมบัติเสร็จสิ้น รางวัลคือบ้าน 20 หลังในพื้นที่ บ้านพักตากอากาศจงเทียนเลค มูลค่ารวม 1 พันล้านหยวน..."
เมื่อได้ยินเสียงของระบบ เย่เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกมึนงง
รางวัลจากภารกิจคราวนี้คือบ้านจำนวน 20 หลังอย่างงั้นหรอ?
ตอนนี้เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขามีทรัพย์สินทั้งหมดกี่รายการ?
ดูท่ากลับบ้านไปเขาคงจะต้องเช็คและเก็บเอกสารเอาไว้ให้ดีซะแล้ว
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็หยิบปิ่นหยกและกำลังจะเดินจากไป
แต่ในขณะนั้นเอง หญิงสาวที่อยู่ด้านหลังก็ได้พูดหยุดเขาเอาไว้ "เดี๋ยวก่อนสิคะคุณ"
เย่เฟิงหันกลับไปและมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ
หญิงสาวยื่นมือเล็กๆ ไปทางเขาอย่างใจดี "ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวกับคุณเลย ฉันชื่อหลูเซียวหยา แล้วคุณล่ะ?"
"ผมเย่เฟิงครับ" เย่เฟิงไม่มีทางเลือกนอกจากแนะนำชื่อของเขากลับไป
"คุณเย่เฟิง ฉันขออะไรคุณหน่อยจะได้ไหม" หลูเซียวหยาถามอย่างนอบน้อม
"อะไรอย่างงั้นหรอครับ?" เย่เฟิงรู้สึกสับสนเล็กน้อย
"ฉันอยากให้คุณช่วยเลือกของขวัญให้พ่อของฉันหน่อยน่ะ" หลูเซียวหยาแสดงท่าทางน่าสงสาร
"จะให้คนอย่างผมเนี่ยนะช่วยเลือกของขวัญ? เย่เฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม
"ไช่แล้วค่ะ สายตาของคุณเฉียบคมไม่ต่างกับผู้เชี่ยวชาญในวงการของสะสมโบราณเลย บางทีฉันคิดว่าอาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ และถึงแม้ว่าคุณจะเลือกของที่ไม่ดีหรือไม่ถูกใจพ่อฉัน ฉันก็จะไม่ตำหนิคุณแต่อย่างใด เพราะฉันเป็นคนเริ่มขอความช่วยเหลือจากคุณเอง"
หลูเซียวหยาเข้าใจในส่วนนี้ดี
เย่เฟิงรู้สึกดีมากที่เธอมีความคิดเช่นนี้ ดังนั้นมันจึงยากที่จะปฏิเสธคำขอของเธอ
เมื่อตัดสินใจได้ เย่เฟิงก็เปิดฟังก์ชั่นการสแกนเชิงลึกของระบบอีกครั้งและมองไปรอบๆ
ภายในระยะหนึ่งเมตร ข้อมูลสิ่งของโบราณทั้งหมดจะปรากฏขึ้นในสายตาของเขา
หลังจากการค้นหาได้ไม่นาน เย่เฟิงก็พบหินหมึกโบราณจากร้านที่อยู่ไม่ไกล
ซึ่งเจ้าของร้านนี้ก็รู้ว่าเย่เฟิงมีสายตาที่ไม่ธรรมดา
ดังนั้นเขาจึงเสนอขายมันในราคา 10,000 หยวนให้เย่เฟิงทันที
อย่างไรก็ตาม เย่เฟิงไม่ได้ต่อรองราคาและขอให้หลูเซียวหยาจ่ายเงินโดยตรง
เมื่อเห็นอีกฝ่ายตกลงจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว เจ้าของร้านก็รู้สึกเสียใจทันที เขาคิดว่าน่าจะเสนอราคาขายให้มากกว่านี้
หลูเซียวหยาหยิบหินหมึกโบราณขึ้นมาและมองดูด้วยท่าทางที่ค่อนข้างไม่พอใจ
ในแง่ของรูปลักษณ์ หินหมึกโบราณนี้มีรูปลักษณ์ที่แย่กว่าพัดพับที่เธอดูเมื่อกี้มาก
พ่อจะชอบหินหมึกโบราณก้อนนี้หรอ?
ในขณะนั้นเอง ใครบางคนในฝูงชนก็พูดขึ้นมา
"คุณผู้หญิง ขอฉันดูหินหมึกโบราณนั่นหน่อยจะได้หรือเปล่า"
หลูเซียวหยาไม่รู้ว่าทำไม แต่เธอยังคงมอบหินหมึกโบราณให้กับชายวัยกลางคนดู
ชายวัยกลางคนมองดูหินหมึกโบราณอยู่ครู่หนึ่งและแสดงสีหน้าหวาดกลัวทันที
"ฉันศึกษาหินหมึกมามากว่า 20 ปี ถ้าฉันจำไม่ผิด หินนี่น่าจะเป็นหินหมึกต่วนโบราณคุณภาพสูงที่เจิ้งป่านเฉียวใช้ ปัจจุบันมีมูลค่าหลายล้านหยวนเลย"
เมื่อชายคนนั้นพูดเช่นนี้ออกมา ผู้คนรอบๆก็เดือดดาลขึ้นอีกครั้งันที
พวกเขาทั้งหมดเห็นตอนที่เย่เฟิงเลือกหินหมึกโบราณเต็มสองตา
เขาแค่เดินเข้าไปในร้านและหยิบมันขึ้นมาโดยไม่แม้แต่จะตั้งใจมองให้ละเอียด
แต่ของชิ้นนั้นกลับกลายเป็นสมบัติล้ำค่าอีกชิ้นหนึ่งอย่างไม่คาดคิด
สายตาของเขามันเกินมนุษย์ไปหรือเปล่า?
ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าของร้านที่ขายหินหมึกโบราณก็ล้มลงกับพื้นและร้องไห้ออกมา
เขาเพิ่งพลาดเงินไปหลายล้านหยวน
โลกช่างโหดร้ายกับเขาเหลือเกิน!
หลูเซียวหยาไม่คาดคิดมาก่อนว่าหินที่ไม่สวยก้อนนี้จะมีประวัติที่ใหญ่โตมาก ดังนั้นเธอจึงรีบหันมองไปที่เย่เฟิงอย่างขอบคุณ
"คุณเย่เฟิง ขอบคุณมากเลยนะคะ พ่อของฉันต้องชอบมันมากแน่ๆ"
"ไม่เป็นไรครับ มันไม่ได้ลำบากอะไรเลย" เย่เฟิงไม่ได้คำนึงถึงเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้
"คุณเย่เฟิง ถึงเวลาที่ฉันต้องกลับแล้ว ฉันขอแลกข้อมูลติดต่อคุณได้ไหม ไว้มีเวลาคราวหน้าฉันอยากจะเลี้ยงอาหารค่ำคุณเป็นการตอบแทน" หลูเซียวหยามองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนเพราะกลัวว่าจะถูกปฏิเสธ
แต่เย่เฟิงไม่ได้คิดอะไรมาก เขาทำการแลกเบอร์โทรศัพท์กับเธอทันที
เมื่อเห็นฉากนี้ หลูเซียวหยาก็เดินกลับไปอย่างพึงพอใจ
หลังจากเธอออกไปแล้ว ฝูงชนรอบข้างก็พุ่งเข้าหาเย่เฟิงอย่างรวดเร็ว
"คุณผู้เชี่ยวชาญ อีกไม่นานก็จะถึงวันเกิดพ่อของฉันเหมือนกัน คุณช่วยฉันเลือกของขวัญให้หน่อยได้หรือไม่"
"ใกล้วันเกิดปู่ของฉันแล้ว คุณช่วยฉันเลือกของขวัญให้เหน่อยสิ"
"ฉันอยากจะรู้เคล็ดลับการมองของโบราณ คุณพอจะบอกฉันหน่อยได้หรือเปล่า..."
ทุกคนต่างกระตือรือร้นที่จะผูกมิตรกับเย่เฟิง
ท้ายที่สุดแล้ว การทำความรู้จักกับบุคคลที่มีสายตาเฉียบคมจะทำให้พวกเขาได้ผลประโยชน์ที่ดีและปลอดภัย
แต่เย่เฟิงไม่ได้สนใจคนเหล่านี้เลย เขาตอบปฏิเสธกลับไปอย่างเลือดเย็น
นี่กำลังล้อเล่นอยู่หรือไง
ขอให้เขาเลือกของขวัญสำหรับทุกคนอย่างนั้นหรือ แม้ว่าเขาจะไม่เหนื่อยเขาก็ไม่สามารถทำได้อยู่ดี
เพราะถ้าเขาทำอย่างนั้นจริง ๆ เจ้าของร้านขายของบนถนนสายนี้คงจะจับกลุ่มกันและเพ่งเล็งมาที่เขาแน่นอน
นี่ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย
แต่ด้วยกฏเหล็กของตลาดโบราณ ห้ามสะกดรอยตามผู้อื่นหรือทำให้เขาเกิดความลำบากใจ
หลังจากที่เย่เฟิงปฏิเสธ ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปทันที
ในเวลานี้ เสียงของผู้หญิงที่เขารู้สึกเหมือนว่าเคยได้ยินมาก่อนก็ดังขึ้นมา " คุณช่วยฉันเลือกของขวัญให้ฉันหน่อยได้หรือเปล่า"
"ขอโทษทีนะ ผม…"
เย่เฟิงหันกลับมาและกำลังจะตอบปฏิเสธกลับไป
แต่เมื่อเขาเห็นร่างของหญิงสาวก็ตกตะลึงทันที
ผู้หญิงคนนี้คือคนที่เขาเคยพบที่โกดังเดิมพันหยกไม่ใช่หรอ
ถ้าจะไม่ผิด
ดูเหมือนจะชื่อว่า...ซู่จิงซินใช่หรือไม่?
"คุณซู่อยู่ที่นี่ด้วย"
"ฉันอยู่ที่นี่ตลอดแหละ แต่คุณเย่เอาแต่จดจ่ออยู่กับสาวงามคนนั้นเลยไม่ทันสังเกตฉันเฉยๆ"
คำพูดของซู่จิงซินแสดงถึงความหึงหวงของเธอที่มีต่อเย่เฟิง
ทำไมคำพูดมันฟังดูแปลกๆ จัง